มะเร็งและโรคร้าย

อาการโรคมือเท้าชาแบบต่าง ๆ สัญญาณเตือนภัยของหลายโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 30, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 179979651 m

มือเท้าชา สัญญาณผิดปกติ ส่ออันตรายอย่างไม่ควรนิ่งนอนใจ

อาการมือเท้าชาเป็นอาการหนึ่งที่เกิดจากร่างกายขาดวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในการบำรุงปลายเส้นประสาทโดยเฉพาะ แต่รู้ไหมว่า นอกจากอาการชาตามปลายมือปลายเท้ายังเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ผลกระทบจากการเป็นโรคร้ายแรงบางอย่างอีกด้วย ดังนั้นเมื่อมีอาการมือเท้าชา จึงไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณที่ส่อถึงอันตรายโดยไม่คาดคิดนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้มือเท้าชา

มือเท้าชาเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การนอนทับแขนตัวเองนาน ๆ ซึ่งกดทับเส้นเลือด จึงทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก การอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไปจนทำให้เกิดอาการชา การขาดวิตามินบีซึ่งเป็นวิตามินสำคัญที่ทำหน้าที่ในการบำรุงและซ่อมแซมระบบประสาท โดยหากร่างกายได้รับวิตามินบีน้อยก็จะทำให้เส้นประสาทเกิดการอักเสบและมีอาการชาตามมือตามเท้า หรืออีกสาเหตุหนึ่งก็คือการป่วยด้วยโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคพิษสุราเรื้อรัง จึงไม่ควรนิ่งนอนใจเมื่อเกิดอาการชาเด็ดขาด

มือเท้าชาเกิดจากโรคอะไรได้บ้าง

สำหรับโรคที่เป็นสาเหตุของอาการมือเท้าชาก็มีหลายโรคด้วยกัน โดยจะมีระดับความรุนแรงที่ต่างกันไปตามชนิดของโรคด้วย

1โรครูมาตอยด์

เป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของไขข้อกระดูกหรือโรคเกาต์นั่นเอง เนื่องจากกระดูกหรือข้ออยู่ในลักษณะที่ไม่ปกติ และขัดขวางการไหลเวียนของเลือดพอดี จึงทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ช้า ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดอาการชาตามมือตามเท้าแล้ว ก็ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ อีกด้วย

2โรคเบาหวาน

อาการชาที่มือและเท้าเป็นอาการหนึ่งของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เริ่มมีอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งในระยะนี้ผู้ป่วยจะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเข้มงวดที่สุด เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลเพิ่มสูงกว่าที่เป็นอยู่  แต่สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ ให้สังเกตว่ามีอาการอื่น ๆ ของโรคเบาหวานปรากฏบ้างหรือไม่ หากมีแนวโน้มว่าเป็น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาเบาหวานและสาเหตุของอาการมือเท้าชาโดยด่วน

3ภาวะขาดไทรอยด์

เมื่อมีอาการมือเท้าชา นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะขาดไทรอยด์ ซึ่งสังเกตได้จากการเป็นตะคริวบ่อย ๆ และมีอาการปวดตามกล้ามเนื้อพร้อมกับเหนื่อยง่ายร่วมด้วย นอกจากนี้อาจมีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย และหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยกรณีนี้หากไม่รุนแรง สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการงดรับประทานอาหารที่มีไขมัน เน้นธัญพืชเป็นหลัก และเสริมด้วยอาหารเสริมจำพวกแร่ธาตุสังกะสีและแร่ธาตุซีเลเนียม

4พิษสุราเรื้อรัง

พิษสุราเรื้อรังเป็นอีกหนึ่งโรคที่ทำให้เกิดอาการชาตามมือตามเท้าได้ ซึ่งเกิดจากการที่ดื่มสุรามากเกินไป โดยในขณะเดียวกันก็รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ด้วย จึงทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์ ส่งผลให้เกิดอาการชามือและเท้าในที่สุด ดังนั้นสำหรับใครที่มีอาการชามือเท้าบ่อย ๆ และเป็นคนที่ชอบดื่มสุราเป็นประจำด้วยแล้ว สงสัยได้เลยว่านั่นอาจเกิดจากโรคพิษสุราเรื้อรังก็ได้

5ภาวะติดเชื้อ

เกิดจากภาวะติดเชื้อ เพราะเมื่อร่างกายมีการติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้ภาวะภูมิคุ้มกันแย่ลงหรือภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายต้องสูญเสียวิตามินบางชนิดไปเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะวิตามินบี ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการชาตามปลายมือปลายเท้า นอกจากนี้หากเป็นการติดเชื้อในกระแสโลหิต ก็อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว โดยจุดสังเกตว่าตนเองติดเชื้อในกระแสโลหิตหรือไม่ ให้ดูว่ามีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส หัวใจเต้นเร็วและหายใจเร็วกว่าปกติร่วมด้วยหรือไม่ หรือควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเม็ดเลือดขาวซึ่งจะทราบผลได้เร็วที่สุด

6โรคประจำตัวเรื้อรัง

สำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคประจำตัวบางโรค ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการชาตามมือตามเท้าได้เหมือนกัน เช่น โรคหลอดเลือด โรคไต โรคอักเสบเรื้อรัง หรือในวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

อาการมือเท้าชาแบบต่าง ๆ

อาการมือเท้าชามักจะมีอาการที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาการชาแต่ละแบบก็สามารถบ่งบอกถึงสาเหตุได้ โดยลักษณะอาการชาที่พบได้บ่อย ๆ มีดังนี้

  • ชาเฉพาะนิ้วโป้ง ชี้ กลางและนิ้วนางครึ่งซีก เกิดจากเส้นประสาทมือถูกบีบรัด ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของมือได้เพียงพอ ส่งผลให้มีอาการชาในบริเวณดังกล่าว หรืออาจเป็นเพราะแผ่นพังผืดเสื่อมสภาพและมีความหนาขึ้นจนไปกดทับเส้นประสาทมือนั่นเอง
  • ชานิ้วโป้ง ชี้ กลาง และมีอาการปวดมือ มักจะเกิดจากการเกร็งมืออยู่ท่าเดิมนานบ่อย ๆ ทำให้เกิดปัญหาเส้นประสาทกดทับที่ฝ่ามือ จึงส่งผลให้เกิดอาการดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีอาการตอนกลางคืนหรือเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า
  • ชานิ้วก้อย เป็นเพราะเส้นประสาทบริเวณรักแร้มีอาการอักเสบ ซึ่งเกิดจากการงอและเกร็งข้อศอกเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่จะเกิดในคนที่คุยโทรศัพท์บ่อย ๆ เพราะต้องถือโทรศัพท์อยู่ในท่างอข้อศอก เป็นท่าที่ทำให้เกิดอาการอักเสบของเส้นประสาทพอดี
  • ชาปลายเท้าและปลายมือ เกิดจากปัญหาปลายประสาทเสื่อมหรือมีอาการอักเสบ ซึ่งเป็นเพราะการขาดวิตามินบี หรือการป่วยด้วยโรคบางโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคไต และการได้รับสารพิษ เป็นต้น
  • ชาปลายนิ้วมือเกือบทุกนิ้ว อาการชาแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการใช้มือทำงานหนักมากเกินไป เป็นผลให้เอ็นกดทับเส้นประสาทตรงข้อมือพอดี จึงเกิดอาการชาบริเวณปลายนิ้วมือแทบทุกนิ้ว และมักจะมีอาการชาในช่วงกลางคืนมากกว่า
  • ชานิ้วก้อย นิ้วนาง และสันมือ ส่วนมากจะเป็นเพราะเส้นประสาทบริเวณข้อศอกถูกกดทับ จึงทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงส่วนต่าง ๆ บริเวณแขนท่อนล่างได้ไม่สะดวก โดยการป้องกันอาการชานี้ สามารถทำได้ด้วยการเปลี่ยนท่านอนหรือท่านั่งบ่อย ๆ พร้อมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ข้อศอกอยู่ในลักษณะที่ถูกกดทับมากเกินไป
  • ชาง่ามนิ้วระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ มักจะเกิดจากการที่เส้นประสาทถูกกดทับบริเวณต้นแขน ทำให้มีอาการชาตรงง่ามนิ้วได้ ซึ่งส่วนมากจะเกิดจากการเอาแขนพาดพนักเก้าอี้นานเกินไป 
  • ชาทั้งแถบ โดยจะเป็นอาการชาตั้งแต่แขนไปจนถึงนิ้วมือ ส่วนมากจะเกิดจากกระดูกต้นคอกดทับเส้นประสาทหรือกระดูกต้นคอเสื่อม ซึ่งก็เป็นอาการที่อันตรายมาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที
  • ชาหลังเท้าไปถึงหน้าแข้ง อาการชาแบบนี้เป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อนั่งไขว่ห้างนาน ๆ หรือนั่งพับเพียบ เพราะจะทำให้เส้นประสาทบริเวณใต้เข่าด้านนอกถูกกดทับ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดเกิดการติดขัดจนเกิดอาการชาในที่สุด
  • ชาทั้งเท้าไปถึงสะโพก เป็นอีกหนึ่งอาการชาที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะหากปล่อยไว้นาน ๆ อาจเกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้เลยทีเดียว โดยอาการชาแบบนี้มักจะเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท ซึ่งหากเคลื่อนทับมากไปอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
  • ชาปลายเท้า ฝ่าเท้า ปลายนิ้ว เป็นอาการชาที่เกิดจากเส้นประสาทถูกทำลายเสียหายหลายเส้น ส่วนใหญ่จะเกิดกับนักดื่มทั้งหลาย เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายเส้นประสาทนั่นเอง

อาการชาที่มาพร้อมโรค

อาการชาที่เกิดขึ้นยังสามารถบ่งบอกถึงโรคที่อาจจะตามมาเหล่านี้ด้วยก็เป็นได้ ซึ่งโรคดังกล่าวได้แก่

โรคเบาหวาน เมื่อใดก็ตามที่โรคเบาหวานมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จะเริ่มเกิดอาการชาตามร่างกาย

ภาวะขาดไทรอยด์ นอกจากจะมีการชาแล้ว ยังพบการเกิดตะคริวและการปวดกล้ามเนื้อร่วมอยู่ด้วย

โรคเกาต์ โรครูมาตอยด์ เนื่องจากโรคนี้เกี่ยวข้องกับกรดยูริกและกระดูก จึงอาจทำให้เกิดอาการชาตามมือตามเท้าได้

โรคพิษสุราเรื้อรัง แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ร่างกายขาดวิตามินและสารอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการชาตามร่างกาย

วิธีรักษาอาการมือเท้าชา

วิธีรักษาอาการมือเท้าชา นิยมรักษาตามความรุนแรงและอาการที่เป็นอยู่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 วิธี ดังนี้

1การรักษาเมื่ออาการไม่รุนแรง

กรณีที่มีอาการมือเท้าชาแบบไม่รุนแรงมากนัก เช่น มีอาการชาแปล็บ ๆ ซ่า ๆ เป็นระยะ สามารถรักษาได้ด้วยการเปลี่ยนท่าทางใหม่หรือสะบัดข้อมือสักพัก ก็จะช่วยให้อาการชาค่อย ๆ ทุเลาลงและหายไปในที่สุด แต่หากมีอาการชาแบบนี้บ่อย ๆ อาจรักษาด้วยการรับประทานวิตามินบีเสริมและให้ยาต้านการอักเสบของเส้นประสาทและเส้นเอ็น ซึ่งจะช่วยบำรุงและซ่อมแซมเส้นประสาทได้ดี

2การรักษาเมื่ออาการรุนแรงและต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่มีอาการชามือและเท้าแบบรุนแรงและต่อเนื่อง แม้จะสะบัดมือหรือเปลี่ยนท่าทางแล้ว อาการชาก็ยังไม่ทุเลาลง โดยการรักษาเริ่มแรกแพทย์จะให้ยาต้านการอักเสบของเส้นประสาทก่อน และเฝ้าดูผลการรักษา หากอาการยังไม่ดีขึ้น ก็จะใช้วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัด โดยจะผ่าตัดเอ็นที่กดรัดเส้นประสาทนั้นออก

3การรักษาตามอาการ

หากอาการชามือและเท้า มีสาเหตุมาจากโรคร้ายบางโรค การรักษาจะต้องรักษาตามอาการที่เป็นอยู่ พร้อมกับรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุไปด้วย เพื่อบรรเทาอาการให้ค่อย ๆ ทุเลาลงและไม่รุนแรงกว่าเดิม นอกจากนี้ในบางราย แพทย์ก็อาจจะให้วิตามินเสริมแก่ร่างกายด้วย โดยเฉพาะวิตามินบีที่จะช่วยบำรุงระบบประสาทและลดอาการชาตามมือตามเท้าได้ดี

การป้องกันมือเท้าชา

เนื่องจากอาการมือเท้าชาเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นจึงต้องป้องกันจากต้นเหตุเหล่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งก็มีวิธีการป้องกันดังนี้

  • รับประทานวิตามินบีอย่างเพียงพอ เพราะสาเหตุหลักของอาการชาตามมือตามเท้า เกิดจากร่างกายได้รับวิตามินบีไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงต้องรับประทานอาหารและผักผลไม้ที่มีวิตามินบีสูง เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินบีในปริมาณที่เหมาะสมและสามารถบำรุงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี ได้แก่ ข้าวโพด ธัญพืช ไข่แดง ตับ โยเกิร์ต และนม เป็นต้น
  • อย่านอนทับแขนหรืออยู่ท่าเดิมนาน ๆ เพราะจะทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกจนก่อให้เกิดอาการชาในที่สุด โดยอาจเปลี่ยนท่านอนหรือเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ก็จะช่วยป้องกันอาการมือเท้าชาได้ดีไม่น้อย
  • รับประทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ เพราะผักผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการเกิดอาการมือเท้าชาแล้ว ยังช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย
  • ดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคที่เป็นสาเหตุ พยายามดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการชาตามมือและเท้า หรือหากใครที่เป็นโรคเหล่านั้นอยู่ก็ควรรักษาและดูแลสุขภาพของตนเองอย่างเคร่งครัดเช่นกัน

เมื่อมีอาการชาตามมือตามเท้า ไม่ควรนิ่งนอนใจและคิดว่าไม่ต้องกังวลอะไร เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคร้ายบางโรค รวมทั้งอันตรายจากภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท ซึ่งอาจเสี่ยงต่ออาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ดังนั้นเมื่อมีอาการมือเท้าชาบ่อย ๆ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงทันที

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่