มะเร็งและโรคร้าย

กระบังลม (Diaphragm) คืออะไรและมีหน้าที่อย่างไร

กายวิภาคและสรีรวิทยาของกระบังลม
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 908,391 คน

กระบังลม (Diaphragm) คืออะไรและมีหน้าที่อย่างไร

กระบังลมคืออะไร และมีหน้าที่อย่างไร มีภาวะใดที่ส่งผลต่อกระบังลม

กายวิภาคของกระบังลม

กระบังลมเป็นกล้ามเนื้อชนิดหนึ่งรูปร่างคล้ายร่มชูชีพที่กั้นระหว่างส่วนอกและส่วนท้อง โดยเป็นพื้นของช่องอก และเพดานของช่องท้อง

กระบังลมมีรูเปิดทะลุอยู่ 3 รู ได้แก่

  • The esophagus opening เป็นช่องที่มีหลอดอาหารผ่าน
  • The aortic opening เป็นช่องที่มีเส้นเลือด aorta , thoracic duct และ azygous vein ผ่าน
  • The canal opening เป็นช่องที่มี inferior vena cava ผ่าน (หลอดเลือดขนาดใหญ่ที่รับเลือดกลับมาจากส่วนขาและส่วนของร่างกายใต้ต่อหัวใจ)

กระบังลมสามารถมองได้ 2 ด้าน หรือ "hemi-diaphragms” (hemi แปลว่าครึ่ง) โดยที่แต่ละด้านของกระบังลมจะมีเส้นประสาทมาเลี้ยง (left phrenic nerve และ right phrenic nerve) พร้อมทั้งควบคุมกล้ามเนื้อดังกล่าว ซึ่ง phrenic nerve มีต้นกำเนิดมาจาก cervical plexus ซึ่งนำเส้นประสาทตั้งแต่ C3 ถึง C5 nerve root (เส้นประสาทบริเวณคอที่อยู่ระดับกระดูกสันหลังส่วนคอ(cervical vertebra)ลำดับที่ 3 ถึง 5)

หน้าที่ของกระบังลม

กระบังลมทำหน้าที่เกี่ยวกับการหายใจ โดยจะหดเพื่อลดความดันในช่องอกเพื่อให้อากาศไหลเข้าช่องอก และเมื่อกระบังลมคลายอากาศก็จะไหลออกตาม

โดยส่วนมากกระบังลมจะหดตัวภายนอกอำนาจจิตใจ ทำให้เราสามารถหายใจได้แม้ในยามนอนหลับ แต่กระบังลมก็สามารถหดตัวภายใต้อำนาจจิตใจได้เช่นกัน เราใช้กล้ามเนื้อกระบังลมไม่เพียงการหายใจเข้าหรือการเค้นหายใจออก แต่ยังใช้ในการไอ จาม อาเจียน ปัสสาวะ ถ่ายอุจจาระ(โดยช่วยในการขยับลำไส้) และการคลอดลูก

การหายใจโดยใช้กระบังลม เป็นวิธีที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระบังลม เพื่อที่จะทำให้สามารถหายใจเอาอากาศเข้าออกมากขึ้นโดยไม่ทำให้กล้ามเนื้ออกเหนื่อยล้า

ภาวะที่เกี่ยวข้องกับกระบังลม

การสะอึก (Hiccups) คือช่วงที่กระบังลมเกิดการระคายเคือง จากน้ำอัดลมเป็นต้น ทำให้เกิดการหดตัวภายนอกอำนาจจิตใจทำให้เกิดการสะอึก โดยที่เสียงสะอึกเกิดจากที่มีอากาศไหลออกในช่วงเดียวกับกระบังลมหดตัว

Hiatal hernia คือเมื่อกระบังลมส่วนที่มีหลอดอาหารผ่านมีความอ่อนแอ ทำให้หลอดอาหารส่วนล่างหรือกระเพาะอาหารสามารถทะลุจากช่องอกเข้ามาในช่องอกได้ ทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ (Gastroesophageal reflux disease) ซึ่งจะมีอาการแสบร้อนที่หน้าอกหรือลิ้นปี่ (Heartburn) และอาหารไม่ย่อย (Indigestion)

Congenital diaphragmatic hernia ซึ่งจะเกิดประมาณ 1 ใน 2000 คน โดยจะมีข้างใดข้างหนึ่งของกระบังลมไม่พัฒนา ทำให้มีอวัยวะภายในช่องท้องสามารถทะลุไปอยู่ในช่องอกได้ ซึ่งอาจทำให้ปอดไม่เจริญเติบโต (Pulmonary hypoplasia) โดยในปัจจุบันมีการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีอาการดังกล่าว โดยทำการผ่าตัดใส่กระบังลมเทียมซึ่งจะสามารถขยายตามการเจริญเติบโตและทำการสร้างได้

ภาวะอัมพาตของกระบังลม (Paralysis of the Diaphragm) โดยกระบังลมจะสามารถเกิดภาวะอัมพาตได้ทั้งแค่บางส่วนหรือทั้งกระบังลม ขึ้นอยู่กับการทำลายเส้นประสาทที่มาเลี้ยง เส้นประสาทดังกล่าวสามารถถูกทำลายได้หลายวิธี ดังนี้

  • จากการมีเนื้องอกในช่องอก (เช่น มะเร็งในปอด) บริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ หรือที่ก้อนสมองมากดทับที่ phrenic nerve 
  • จากอุบัติเหตุที่ช่องปอดในส่วนที่มีเส้นประสาทไปเลี้ยง
  • จากโรคทางระบบประสาท เช่น เบาหวาน, Guillain-Barre syndrome และ muscular dystrophy

ซึ่งเมื่อมีด้านใดด้านหนึ่งของกระบังลมอัมพาตแล้ว จะทำให้เกิดเคลื่อนที่ในทางตรงข้ามกับในภาวะปกติ เช่น เคลื่อนที่ขึ้นขณะหายใจเช้า และเคลื่อนที่ลงขณะหายใจออก ทำให้เกิดการหายใจไม่อิ่ม โดยเฉพาะในตอนนอน

การผ่าตัดออก สามารถทำได้หากผู้ป่วยมี mesothelioma (มะเร็งที่เยื่อบุปอด) เนื่องจากสามารถเกิดการแพร่กระจายและส่งผลต่อกระบังลมได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่