การลดน้ำหนัก

อาหาร Ketogenic Diet คืออะไร?

ความรู้พื้นฐานและวิธีเริ่มทานอาหารสูตรคีโตซิส
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
อาหาร Ketogenic Diet คืออะไร?

เมื่อกล่าวถึงอาหารประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ คุณอาจเคยได้ยินการรับประทานอาหารรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า คีโตเจนิค ไดเอต (Ketogenic Diet) ปัจจุบันผู้คนยังคงตั้งคำถามมากมายถึงอาหารประเภทนี้ อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำทุกตัวถือเป็นอาหารคีโตเจนิคหรือเปล่า? การทานอาหารด้วยวิธีนี้เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่? อาหารคีโตเจนิคมีที่มาและประกอบอะไรบ้าง? ข้อดีข้อเสียของการทานอาหารชนิดนี้ได้แก่อะไรบ้าง?

อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำทุกชนิดไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารคีโตเจนิค

ปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดว่าเป็น คีโตเจนิค ไดเอต คือ ปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารว่าต่ำขนาดไหน การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตอาจให้ประโยชน์มากกับหลายคน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นเป็นอาหาร

การทานอาหารพวกอาหารแอตกินส์จะเริ่มจากการทานอาหารคีโตเจนิคที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมากๆ แต่เมื่อมีการเพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารขึ้นพบว่าคนส่วนใหญ่มักจะทานในปริมาณที่มากเกินกว่าที่จะทำให้คีโตนในร่างกายสูง ดังนั้นแทนที่จะถามว่า "อาหารใดถือเป็นอาหารคีโตเจนิค?" คำถามที่ดีกว่า คือ "อาหารต้องมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่ถึงจะถือว่าเป็นอาหารคีโตเจนิค?"

ภาวะ "คีโตนในร่างกายสูง" คืออะไร?

ภาวะคีโตนในร่างกายสูง หมายถึง ภาวะที่ร่างกายไม่มีน้ำตาลกลูโคสเพียงพอที่จะใช้เป็นแหล่งพลังงาน ดังนั้นร่างกายจึงเปลี่ยนมาสร้างโมเลกุลของคีโตนระหว่างการสลายไขมัน คีโตนสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานได้แถมยังมีคุณสมบัติพิเศษเป็นแหล่งพลังงานทดแทนน้ำตาลกลูโคสให้กับสมอง ในขณะที่กรดไขมันไม่สามารถใช้แทนได้ นอกจากนี้เนื้อเยื่อบางชนิดยังชอบที่จะเลือกใช้คีโตนหากมีพร้อมให้ใช้ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจจะเลือกใช้คีโตนตัวหนึ่งโดยเฉพาะมาเป็นพลังงานเมื่อทำได้

ภาวะคีโตนในร่างกายสูงมีผลเสียหรือไม่?

ภาวะตีโตนในร่างกายสูงที่เกิดจากการอดหรือจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายได้รับมันไม่มีผลเสียใดๆ ต่อร่างกายหากปรับตัวเข้ากับสภาพนั้นได้แล้ว ผู้คนมักจะสับสนกับกรณีในคนขาดอินสุลิน โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2 ที่ต้องพึ่งอินสุลิน โดยพบว่าอาจเป็นอันตรายเกิดเป็นภาวะคีโตนในเลือดสูงชนิด diabetic ketoacidosis โดยภาวะดังกล่าวจะมีคีโตนในร่างกายสูงกว่าภาวะคีโตนในร่างกายสูงจากการทานอาหาร

ภาวะคีโตนในเลือดสูงจากการทานอาหารมัน ถูกเรียกว่า dietary ketosis, physiological ketosis, benign dietary ketosis (Atkins) หรือล่าสุดคือ nutritional ketosis (Phinney and Volek) เพื่อลดความสบสนกับภาวะคีโตนในเลือดสูงแบบ ketoacidosis นอนกจากนี้ยังมีเรื่องของระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายใช้ปรับไปใช้ไขมันและคีโตนมาเป็นแหล่งพลังงานหลักแทนน้ำตาลกลูโคส ในระหว่างนี้ร่างกายอาจแสดงอาการเหนื่อยอ่อนเพลีย รู้สึกหวิวๆ ปวดหัว หรือหงุดหงิดเล็กน้อย อาการเหล่านี้มักจะหายค่อนข้างง่าย ส่วนใหญ่จะหายภายในสัปดาห์แรกหลังการปรับอาหาร บางกรณีอาจยืดออกไปเป็น 2 สัปดาห์ นักกีฬาที่บันทึกติดตามผลงานที่ตัวเองทำอาจสังเกตอาการเหล่านี้อ่อนๆ นานถึง 6-8 สัปดาห์หลังการปรับอาหารและยังมีหลักฐานอีกว่าอาจต้องใช้เวลานานถึง 12 สัปดาห์ ก่อนร่างกายจะปรับตัวกลับมาเป็นปกติ 100%

ทำไมคนถึงเลือกกินอาหารคีโตเจนิค?

อาหารคีโตเจนิค เริ่มมาเป็นที่นิยมมากขึ้นด้วยเหตุผลหลายประการ นอกจากจะทำให้น้ำหนักลดแล้วเริ่มมีการศึกษาเกี่ยวกับการนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการรักษาและป้องกันอาการต่างๆ ปัจจุบันได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ในการรักษาโรคลมชัก ทำให้นักวิจัยหันมาสนใจประโยชน์ทางการรักษาปัญหาทางระบบประสาทอื่นๆ

วารสารโภชนาการทางคลินิกยุโรปฉบับเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2014 ได้รวบรวมอาการที่อาหารคีโตเจนิคเข้ามาช่วยได้

กลุ่มที่มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจน เช่น

  • โรคลมชัก
  • ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน (ลดน้ำหนัก)
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคทางหลอดเลือดหัวใจ (โดยเฉพาการปรับระดับไตรกลีเซอไรด์ HDL และคลอเลสเตอรอลให้ดีขึ้น รวมถึงกลุ่มอาการที่เกี่ยวกับ LDL จำพวกหลอดเลือดแดงอุดกั้น)

กลุ่มที่เริ่มมีหลักฐานสนับสนุนเพิ่มขึ้น เช่น

  • โรคความผิดปกติทางระบบประสาทอื่นๆ นอกเหนือจากโรคลมชัก รวมถึงโรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคลมหลับ การบาดเจ็บทางสมอง และโรค ALS
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ
  • สิว
  • มะเร็งบางประเภท โดยเฉพาะมะเร็งสมองบางชนิด

นอกจากนี้ นักกีฬาบางคนเริ่มหันมาทดลองใช้อาหารคีโตเจนิคในการเพิ่มความทน

ทำไมผู้คนถึงเลือกทานอาหารคีโตเจนิค?

อาหารคีโตเจนิค ทั่วไป (ไม่รวมกรณีพิเศษของผู้ป่วยโรคลมชัก) มีแนวทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

คาร์โบไฮเดรต เป็นปัจจัยหลักในการกำหนดอาหารประเภทนี้ โดยอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสุทธิน้อยกว่า 50-60 กรัมต่อวัน จะถือว่าเป็นอาหารคีโตเจนิค อย่างไรก็ตาม ในนักกีฬาและผู้ที่มีการเผาผลาญสมบูรณ์ดีอาจทานคาร์โบไฮเดรตสุทธิได้ถึง 100 กรัมต่อวัน หรือมากกว่าเพื่อรักษาระดับคีโตนในร่างกายให้สูงอย่างเหมาะสม ในขณะที่ผู้มีอายุและเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่ค่อยขยับเขยื้อนอาจต้องทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสุทธิต่ำกว่า 30 กรัมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน

โปรตีน ในช่วงแรกของการลดคาร์โบไฮเดรตปริมาณโปรตีนที่เราทานจะไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าในช่วงต่อๆ ไป เช่น ผู้ที่ทานอาหารแบบแอตกินส์มักทานโปรตีนค่อนข้างมากตั้งแต่ต้นและคงคีโตนในร่างกายให้สูง เมื่อเวลาผ่านไป คนจำนวนหนึ่งหรืออาจเป็นส่วนใหญ่ต้องระมัดระหว่างเรื่องการทานโปรตีน เนื่องจากร่างกายจะเปลี่ยนโปรตีนไปเป็นกลูโคสได้ดีขึ้น ส่วนปริมาณมากน้อยขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลทดลองเพิ่มลดและปรับเปลี่ยนสัดส่วนของโปรตีนในอาหารหากจำเป็น

ไขมัน พลังงานส่วนใหญ่ของอาหารคีโตเจนิค ได้มากจากไขมัน ปริมาณไขมันที่แน่นอนที่เราควรจะได้รับขึ้นอยู่กับปริมาณคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่เราทานไป พลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน และเราอยากใช้ไขมันสะสมในร่างกายมาเป็นพลังงานเพื่อลดน้ำหนักหรือไม่ โดยประมาณแล้ว 60-80% ของแคลอรี่ที่ต้องการจะมาจากไขมันจากอาหารคีโตเจนิค (อาจสูงถึง 90% เช่น อาหารคีโตเจนิค สำหรับผู้ป่วยโรคลมชัก) ผู้ที่ทานอาหารประเภทนี้มักไม่มีแนวโน้มทานมากเกิน ดังนั้นการคำนวณแคลอรี่อาจเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น

ขณะที่เราทานอาหารที่มีไขมันมาก ชนิดของไขมันที่ทานเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง หลายคนแนะนำให้หลีกเลี่ยงไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันฝ้าย และน้ำมันดอกคำฝอย เป็นต้น ดร.สตีเว่น ฟินนี่ ผู้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับอาหารคีโตเจนิค มาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1980 สังเกตว่าผู้ที่ทานน้ำมันเหล่านี้ที่หาได้ทั่วไปในมายองเนสและน้ำสลัดจะมีสุขภาพไม่ดีเท่าที่ควร สาเหตุอาจเกิดจากการอักเสบจากการทานไขมันโอเมก้า 6 โดยเฉพาะในปริมาณมากหรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ แต่พบว่าผู้ที่ทานน้ำมันจะรู้สึกไม่ค่อยดีหรือทำกิจกรรมได้แย่ลงในการทดลองที่เขาทำ

ในทางตรงข้าม ไขมันที่มีไตรกลีเซอไรด์สายยาวปานกลาง เช่น น้ำมันมะพร้าว จะถูกเปลี่ยนเป็นคีโตนในร่างกายได้ง่าย โดยทั่วไป ผู้ที่ทานอาหารคีโตเจนิค มีแนวโน้มที่จะทานอาหารจำพวกที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เช่น น้ำมันมะกอก เนย (แนะนำว่าเป็นเนยจากวัวที่เลี้ยงตามธรรมชาติ) อะโวคาโด และชีส น้ำมันชนิดที่มีกรดโอเลอิคสูงของน้ำมันดอกคำฝอยและน้ำมันดอกทานตะวันเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน เพราะประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากและมีไขมันอิ่มตัวเชิงซ้อนต่ำ

ตัวอย่างเมนู

นี่คือตัวอย่างเมนูอาหาร 12 วัน เป็นอาหารที่มีสารอาหารครบและมีคาร์โบไฮเดรตสุทธิต่ำกว่า 50 กรัมต่อวัน ให้เห็นถึงหน้าตาอาหารคีโตเจนิค คร่าวๆ ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เมนูต่อไปนี้อาจมีโปรตีนสูงไปสำหรับผู้ที่คงปริมาณคีโตนในร่างกายให้สูงและบ้างอาจมีคาร์โบไฮเดรตสูงไปเล็กน้อยสำหรับผู้ที่แพ้คาร์โบไฮเดรตโปรดระลึกไว้ว่าอาหารคีโตเจนิค ควรปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละคนเสมอ

ฉันควรวัดค่าคีโตนในร่างกายหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ หากคุณทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำและได้ผลลัพธ์ที่ตัวเองหวังแล้ว ก็ไม่ควรจะต้องไปกังวลว่าคีโตนตัวเองจะสูงมากน้อยเท่าไหร่ให้เป็นภาระสร้างความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น ส่วนใหญ่ก็ไม่แนะนำให้ทำ แม้แต่พวกที่คิดว่าอาหารคีโตเจนิค เป็นสิ่งที่ดีก็เหมารวมอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมากๆ (น้อยกว่าคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 50 กรัมโดยประมาณ) คือ อาหารคีโตเจนิค ในขณะที่คนส่วนใหญ่พบว่าการติดตามค่าคีโตนของตนจะให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ได้ไม่ว่าจะทำเพียงแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น

การเพิ่มระดับคีโตนในร่างกายให้สูงอย่างเหมาะสมใช้เวลาทั้งสิ้นเท่าไหร่?

ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน แต่มันใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ กว่าระดับคีโตนจะสูงเท่ากับที่ตั้งเป้าหมายไว้

ระดับคีโตนของฉันควรสูงเท่าไหร่?

ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้มักให้คำแนะนำให้ตั้งเป้าให้คีโตนในเลือดอยู่ที่ 0.5-3 มิลลิโมลต่อลิตรหรืออาจเพิ่มขึ้นไปถึง 5 โดยไม่แสดงอาการ

วิธีวัดคีโตน

การวัดคีโตนในเลือดถือว่าเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุด มีแถบตรวจเลือดท่ีสามารถทำได้ที่บ้านได้แต่มีราคาสูงมาก ทางเลือกอื่นในการวัดคีโตนคือการใช้แถบตรวจปัสสาวะ ซึ่งเป็นวิธีที่เข้าถึงได้ง่ายและราคาไม่แพง อย่างไรก็ตามวิธีนี้จะมีความน่าเชื่อถือลดลงเรื่อยๆ เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวเข้ากับสภาวะคีโตนในร่างกายสูง อย่างไรก็ตามฉันเคยเจอคนจำนวนหนึ่งที่ตรวจคีโตนในปัสสาวะมาเป็นปีๆ และยังคงได้ประโยชน์

ทำไมการรู้ระดับตีโตนในเลือดถึงมีประโยขน์?

ขณะที่ผู้ที่ทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำมาเป็นเวลานานพยายามลดน้ำหนักช่วงที่ลดยาก บ้างก็สามารถเอาชนะจุดนี้ได้ คนที่น่าจะมีชื่อเสียงที่สุดที่ทำได้ คือ จิมมี่ มัวร์ ผู้ซึ่งสามารถลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาแล้วยังลดต่อได้อีก ถึงกระนั้น บางคนอาจรู้สึกลำบากเกินไปที่จะรักษาสภาพร่างกายให้มีคีโตนสูงพอเหมาะตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม หากคุณได้ลองทำดู คุณจะได้เรียนรู้การทำงานของร่างกายตนเองในแบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่