ความรู้สุขภาพ

โรคลมชัก (Epilepsy)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 401,484 คน

โรคลมชัก (Epilepsy)

โรคลมชักคือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าภายในสมอง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการชักเกิดขึ้น ซึ่งจะมีอาการเกิดขึ้นซ้ำๆ และในแต่ละครั้งจะมีลักษณะของอาการชักคล้ายคลึงกัน

บทนำ

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

โรคลมชักเป็นสภาวะความเจ็บป่วยที่ส่งผลต่อสมองและทำให้ผู้ป่วยมีอาการชักซ้ำๆ (repeated seizures)

ประมาณการว่ามีผู้ป่วยโรคลมชักมากกว่า 500,000 คน ในสหราชอาณาจักร ในขณะที่ประเทศไทยประมาณการว่ามีผู้ป่วยโรคลมชักประมาณ 450,000 คน หรือคิดเป็นประมาณ 0.67% ของประชากรไทย

การชัก (seizures)

เซลล์ภายในสมองที่เรียกกันว่าเซลล์ประสาท (neurons) จะทำหน้าที่นำสัญญาณไฟฟ้าภายในสมองเพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างเซลล์อื่นๆ ในสมอง โดยอาศัยสารเคมีที่เรียกว่า สารสื่อประสาท  ระหว่างที่มีอาการชัก สมองจะมีคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติเกิดขึ้นในสมองทำให้สมองและร่างกายมีพฤติกรรมที่ผิดปกติไปจากเดิม

ความรุนแรงของการเกิดการชักจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนจะรู้สึกแปลกๆ แต่ไม่ถึงกับหมดสติ หรืออาจมีอาการคล้ายเหม่อลอย เป็นเวลาไม่กี่วินาที หรือไม่กี่นาที ในขณะที่บางคนจะหมดสติและมีอาการชักเกิดขึ้น (การสั่นของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้)

ในบางคนอาจมีอาการชักเพียงครั้งเดียวในบางช่วงเวลาของชีวิตเท่านั้น หากพวกเขาไม่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการชักในอนาคตอีก พวกเขาจะไม่ถือเป็นโรคลมชัก

สาเหตุของโรคลมชัก

โรคลมชักสามารถเริ่มเป็นได้ทุกช่วงอายุ แต่มักเริ่มเป็นในวัยเด็ก

ปกติแล้วมักจะไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ว่าเพราะเหตุใดจึงทำให้คนๆ นั้นเป็นโรคลมชัก แต่ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะหากเป็นโรคลมชักในช่วงอายุมากขึ้น อาจมีความสัมพันธ์กับความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในสมอง

ตัวอย่างเช่น โรคลมชักอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง (strokes), เนื้องอกในสมอง และการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะ

ในบางกรณีโรคลมชักอาจเกิดขึ้นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงในสมองอันเนื่องมาจากยีนที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ของผู้ป่วย

จะวินิจฉัยโรคลมชักได้อย่างไร

โรคลมชักมักได้รับการวินิจฉัยภายหลังจากที่คุณเคยมีอาการชักมากกว่า 1 ครั้ง เนื่องจากคนหลายๆ คนสามารถมีอาการชักได้ 1 ครั้งในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต

ข้อมูลที่สำคัญที่สุดที่จำเป็นในการวินิจฉัยโรคลมชักคือรายละเอียดของอาการชักที่ได้จากการซักถามตัวผู้ป่วยเอง หรือจากผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ แต่อาจมีการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อช่วยระบุบริเวณของสมองที่ได้รับผลกระทบ และเพื่อหาสาเหตุที่อาจเป็นไปได้

จะรักษาโรคลมชักได้อย่างไร

ผู้ป่วยโรคลมชักส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาด้วยยาที่เรียกว่า ยากันชัก (anti-epileptic drugs (AEDs)) โดยยาที่ใช้นี้ไม่ได้ทำให้โรคลมชักหายขาด แต่เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมอาการชัก (seizures)

ระหว่างการใช้ยากันชัก อาจต้องใช้เวลาช่วงเวลาหนึ่งจึงจะรู้ชนิดยาและขนาดยาที่เหมาะสมก่อนที่จะสามารถควบคุมอาการชักได้

มีผู้ป่วยจำนวนน้อยที่อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเอาบริเวณใดบริเวณหนึ่งของสมองที่ได้รับผลกระทบออกเพื่อควบคุมอาการชัก หรือผ่าตัดเพื่อใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อควบคุมอาการชัก

การใช้ชีวิตอยู่กับโรคลมชัก

แม้ว่าโรคลมชักจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่ก็มีกฎทั่วไปที่สามารถทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอยู่กับโรคลมชักได้ง่ายมากขึ้น

สิ่งที่สำคัญคือต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และหลากหลาย และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป

คุณอาจต้องคิดเกี่ยวกับโรคลมชักที่คุณเป็นก่อนทำสิ่งใดๆ เช่น การขับรถ การคุมกำเนิด และการวางแผนตั้งครรภ์

คุณสามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือกลุ่มสนับสนุนที่จะช่วยให้คุณปรับตัวอยู่กับโรคลมชักได้

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/brain-nerves-and-spinal-cord/epilepsy

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
อาหารคีโตเจนิก (Ketogenic Diet) สำหรับโรคลมชัก
อาหารคีโตเจนิก (Ketogenic Diet) สำหรับโรคลมชัก

คำอธิบายของอาหารคีโตเจนิกและตัวอย่างรายการอาหาร