โพรไบโอติกส์ (Probiotics) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 127,477 คน

โพรไบโอติกส์มักถูกเรียกว่า "แบคทีเรียดี" เพราะมันช่วยให้ลำไส้แข็งแรง

โพรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นแบคทีเรียกับยีสต์ที่มีชีวิตที่พบได้ตามธรรมชาติในลำไส้หรือจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ มักเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น "แบคทีเรียดี" เพราะมีส่วนช่วยให้ลำไส้แข็งแรง โพรไบโอติกส์ที่ใช้กันมากในประเทศสหรัฐอเมริกา คือ แล็คโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และบิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) ซึ่งสามารถบริโภคได้ในรูปของอาหารเสริม อาหาร ครีม ยาเหน็บ และรูปแบบอื่นๆ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจุลินทรีย์เหล่านี้ทำงานในลำไส้โดยการ

  • ลดจำนวนแบคทีเรีย "ไม่ดี"
  • เสริมสร้างแบคทีเรีย "ดี"
  • ฟื้นฟูสมดุลแบคทีเรียที่มีประโยชน์
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

อย่างไรก็ตาม องค์การอาหาราและยา (FDA) ไม่ได้อนุมัติสรรพคุณทางด้านสุขภาพของโพรไบโอติกส์

Elie Metchnikoff นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้กล่าวถึงโพรไบโอติกส์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1990 แม้งานวิจัยทั้งหลายจะพบว่า คุณประโยชน์ของยาบางชนิดมีส่วนของโพรไบโอติกส์ แต่นักวิจัยหลายคนเชื่อว่าควรมีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโพรไบโอติกส์มากกว่านี้ มักมีการอ้างว่าโพรไบโอติกส์ช่วยรักษาโรคได้มากมายหลายอย่าง โดยบางคนก็ใช้โพรไบโอติกส์เพื่อ...

  • รักษาปัญหาของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง อาการท้องผูก อาการลำไส้แปรปรวน (IBS) โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (UC) และโรคโครนห์ (Crohn's disease)
  • ป้องกันฟันผุหรือรักษาสุขภาพช่องปากอื่นๆ
  • ปรับการทำงานของสมอง
  • ป้องกันโรคภูมิแพ้
  • ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ลดความดันโลหิต
  • ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะหรือโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ (UTI)
  • ป้องกันการติดเชื้อยีสต์
  • บรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินหรือโรคผิวหนังอักเสบ
  • ช่วยในกลุ่มอาการเพลียเรื้อรัง

โพรไบโอติกส์กับการลดน้ำหนัก

บางงานวิจัยแนะนำว่า โพรไบโอติกส์อาจช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาอื่นๆ อีกที่มารับรองถึงบทบาทของโพรไบโอติกส์ในการลดน้ำหนักด้วย งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Nutrition เมื่อปี ค.ศ. 2004 พบว่า ชายและหญิงที่ทานอาหารเสริมโพรไบโอติกส์ร่วมกับการกินตามแพลนอาหารเพื่อลดน้ำหนักโดยเฉพาะ มีน้ำหนักที่ลดลงมากกว่าคนที่กินอาหารเพื่อการไดเอทเพียงอย่างเดียว งานวิจัยอื่นๆ ก็แสดงข้อมูลเกี่ยวกับคนอ้วนซึ่งมีแบคทีเรียในลำไส้ต่างจากคนที่มีน้ำหนักปกติ

อาหารที่มีโพรไบโอติกส์

อาหารทั่วไปที่มีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่

  • โยเกิร์ต
  • น้ำผลไม้
  • Aged cheese (ชีสจากการบ่ม)
  • คีเฟอร์ (Kefir หรือ บัวหิมะธิเบต)
  • กะหล่ำปลีดอง
  • มิโซะ (Miso-เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น)
  • เทมเป้ (Tempeh หรือ ถั่วเหลืองหมัก)
  • กิมจิ (Kimchi)
  • เครื่องดื่มจากถั่วเหลือง
  • ผักดอง

ผลข้างเคียงของโพรไบโอติกส์

งานวิจัยหลายชิ้นได้แสดงให้เห็นว่าโพรไบโอติกส์ก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มั่นใจได้นั้นยังมีจำกัด คุณจึงควรสอบถามจากแพทย์ก่อนว่าร่างกายของคุณมีภาวะใดๆ หรือไม่ก่อนที่จะใช้โพรไบโอติกส์ คุณอาจมีแก้สอ่อนๆ หรือมีปัญหากระเพาะอาหารอื่นๆ ขณะทานโพรไบโอติกส์

โพรไบโอติกส์สำหรับสุนัขและแมว

บางงานวิจัยกล่าวว่า โพรไบโอติกส์อาจช่วยในเรื่องของปัญหาระบบย่อยอาหารของสุนัขหรือแมว เช่น อาการอุจจาระร่วงหรือท้องผูก คุณควรสอบถามจากสัตวแพทย์ก่อนให้อาหารเสริมโพรไบโอติกส์กับสัตว์เลี้ยงของคุณ

โพรไบโอติกส์สำหรับเด็ก

จากการศึกษาพบว่า โพรไบโอติกส์มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเด็กและทารก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าไม่ควรให้อาหารเสริมโพรไบโอติกสืกับเด็กที่มีอาการป่วยรุนแรงหรือเรื้อรัง ควรสอบถามแพทย์ก่อนให้ลูกของคุณทานโพรไบโอติกส์

บทความน่าอ่าน

แพ็กเกจตรวจสุขภาพที่เราแนะนำ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่