สุขภาพฟัน

การถอนฟันกรามซี่สุดท้าย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
Istock 469056712

การถอนฟันกรามซี่สุดท้าย หรือที่เรียกกันว่าการถอนฟันคุดนั้นเป็นกระบวนการทางทันตกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด ฟันกรามซี่สุดท้ายจะเป็นฟันชุดสุดท้ายที่จะโผล่ออกมา โดยผู้คนส่วนมากจะมีฟันกรามทั้งหมด 4 ซี่ แต่ละซี่จะอยู่เป็นฟันซี่สุดท้ายของแต่ละข้าง

เนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีช่องว่างเพียงพอทำให้บางครั้งฟันกรามซี่ในสุดเกิดโผล่ออกมาแค่บางส่วน โดยการเติบโตของฟันกรามเช่นนี้จะเรียกกันว่าฟันคุด

ควรไปพบทันตแพทย์เมื่อไร?

คุณควรไปพบทันตแพทย์หากมีอาการเจ็บปวดรุนแรงหรือรู้สึกไม่สบายช่องปากจากฟันกรามซี่สุดท้าย โดยทันตแพทย์จะทำการตรวจฟันของคุณและให้คำแนะนำว่าควรจะหาวิธีจัดการกับฟันเจ้าปัญหาเหล่านี้อย่างไร

หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าคุณควรทำการถอนฟันซี่สุดท้ายออก จะมีการดำเนินการถ่ายภาพเอกซเรย์ช่องปากของคุณ เพื่อให้ทันตแพทย์เห็นภาพตำแหน่งของฟันดังกล่าวได้อย่างชัดเจนขึ้น

เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องฟันอื่น ๆ คุณควรรีบไปพบทันตแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เหตุใดจึงควรถอนฟันกรามซี่สุดท้ายออก?

การถอนฟันกรามซี่สุดท้ายไม่ใช่เป็นเรื่องที่ต้องทำกันทุกกรณี หากมันแค่โผล่ออกมาให้เห็นเฉย ๆ แต่ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดอะไรคุณก็ไม่จำเป็นต้องไปจัดการกับฟัน อีกทั้งก็ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าการถอนฟันกรามซี่ในสุดออกทั้งที่ไม่มีอาการอะไรจะส่งผลประโยชน์แก่คนไข้ แถมยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงตามมาอีกเช่นกัน

ในบางกรณีที่ฟันกรามซี่สุดท้ายเกิดอาการคุด หรือไม่โผล่จากเหงือกโดยสมบูรณ์ซึ่งทำให้เกิดปัญหาช่องปากขึ้น เนื่องจากการหมักหมมกันของเศษอาหารและเชื้อโรคที่อยู่บนเนื้อฟันส่วนที่โผล่ออกมาจนเกิดคราบจุลินทรีย์ขึ้น ซึ่งกลายมาเป็นปัญหาต่าง ๆ เช่น:

  • ฟันผุ: ที่ซึ่งคราบจุลินทรีย์ทำลายชั้นเคลือบฟันและเข้าไปทำลายพื้นผิวฟัน เมื่อภาวะฟันผุรุนแรงมากขึ้นจะเกิดโพรงที่ฟันซี่นั้น ๆ ซึ่งสามารถแพร่กระจายไปยังฟันใกล้เคียงได้
  • โรคเหงือก (หรือโรคปริทันต์อักเสบ): เกิดขึ้นเมื่อคราบจุลินทรีย์ปล่อยสารพิษที่ก่อความระคายเคืองต่อเหงือกออกมา จนทำให้เหงือกมีสีแดง บวม และสร้างความเจ็บปวด โรคเหงือกยังส่งผลต่อฟันและกระดูกรอบฟันกรามซี่สุดท้ายได้อีกเช่นกัน
  • เหงือกคลุมฟันอักเสบ: คือภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อคราบจุลินทรีย์ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนรอบฟันเกิดการติดเชื้อ
  • เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ: เป็นภาวะติดเชื้อที่กระพุ้งแก้ม ลิ้น หรือลำคอ
  • ฝีฟัน: การสะสมกันของหนองภายในฟันกรามหรือเนื้อเยื่อโดยรอบ ซึ่งเกิดมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การเติบโตของของซีสท์และเนื้องอก: เป็นภาวะที่หายากที่ซึ่งฟันคุดที่ไม่ตัดออกมาจากเหงือกเกิดอักเสบและบวมออกจนกลายเป็นก้อนซีสต์ (การบวมออกเนื่องจากการสะสมกันของของเหลว)

ปัญหาเหล่านี้สามารถรักษาได้หายได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ และน้ำยาบ้วนปากที่มียากฆ่าเชื้อโรค หากปัญหาเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทันตแพทย์จะแนะนำให้คุณถอนฟันกรามซี่สุดท้ายออก

วิธีการถอนฟันกรามซี่สุดท้ายออก

ทันตแพทย์สามารถเป็นผู้ดำเนินการถอนฟันให้แก่คุณได้ หรือหากจำเป็น พวกเขาก็สามารถส่งคุณไปรับการรักษาจากแพทย์ศัลยกรรมผู้เชี่ยวชาญได้ตามโรงพยาบาล

ก่อนเริ่มกระบวนการ คุณจะถูกฉีดยาระงับประสาทเฉพาะที่เพื่อทำให้พื้นที่โดยรอบฟันชาเสียก่อน และระหว่างการถอนฟัน คุณจะรู้สึกเพียงแรงดันจากการที่ทันตแพทย์พยายามดันฟันไปมาเพื่อทำให้ปลอกหุ้มฟันคลายตัวออก

ในบางกรณีอาจมีการผ่าเหงือกของคุณ และอาจมีการตัดฟันของคุณออกเป็นเศษเล็ก ๆ ก่อนการถอนออก ระยะเวลาของการถอนฟันนั้นไม่แน่นอน บางกรณีอาจใช้เวลาไม่กี่นาที ในขณะที่บางคนอาจต้องใช้เวลามากกว่า 20 นาทีก็ได้

หลังจากที่ทันตแพทย์ถอนฟันกรามออก คุณจะมีอาการบวมและรู้สึกไม่สบายทั้งภายในและภายนอกช่องปาก ซึ่งอาจจะมีอาการย่ำแย่ในช่วง 3 วันแรก และอาจจะลากยาวไปนานกว่า 2 สัปดาห์ก็เป็นได้

ภาวะข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

เช่นเดียวกับกระบวนการผ่าตัดอื่น ๆ การถอนฟันกรามซี่สุดท้ายก็มีความเสี่ยงมากมาย ซึ่งรวมไปถึงการติดเชื้อหรือการฟื้นตัวที่ล่าช้า ซึ่งทั้งสองภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นหากคุณสูบบุหรี่ระหว่างอยู่ในช่วงพักฟื้น

ภาวะแทรกซ้อนอีกประการที่เป็นไปได้คือ “กระดูกเบ้าฟันแห้ง” ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกปวดทื่อ ๆ บริเวณเหงือกหรือกราม และบางกรณีก็อาจมีกลิ่นหรือรสแปลก ๆ ออกมาจากเบ้าฟันนั้น ภาวะกระดูกเบ้าฟันแห้งมักจะเกิดขึ้นหากคุณไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการถอนฟันที่ทันตแพทย์ชี้แจงไว้

อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะส่งผลให้เส้นประสาทเสียหาย ซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวด คัน หรือชาที่ลิ้น ริมฝีปากล่าง คาง และที่ฟันกับเหงือกชั่วขณะ แต่ในบางกรณีภาวะนี้ก็สามารถเกิดขึ้นถาวรได้

ค่าบริการทันตกรรม

ค่ารักษาจะขึ้นอยู่กับกระบวนการรักษาที่เกิดขึ้น

การถอนฟันกรามซี่สุดท้ายดำเนินการอย่างไร?

กระบวนการถอนฟันคุดสามารถดำเนินการโดยทันตแพทย์ หรือแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทางตามโรงพยาบาลก็ได้

หลังจากที่แพทย์ชี้แจงว่าต้องทำการผ่าฟันคุดของคุณออก แพทย์จะทำการเอกซเรย์ช่องปากเพื่อใช้เป็นข้อมูลดำเนินงาน

สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทันตแพทย์จะแจ้งให้ทราบก่อนที่จะเริ่มกระบวนการทั้งหมดขึ้น

ยาระงับความรู้สึก

ก่อนการถอนฟันกรามซี่สุดท้าย คุณจะถูกฉีดยาชาเฉพาะบริเวณฟันที่ต้องผ่าออกเพื่อทำให้ช่องปากชา

หากคุณรู้สึกกังวล ทางแพทย์หรือนักศัลยกรรมสามารถใช้ยากล่มประสาทให้คุณรู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้ โดยมักจะฉีดเข้าที่แขนของคุณ

สำหรับการใช้ยาสลบนั้นเป็นวิธีการที่ไม่ค่อยใช้กันนัก ซึ่งหากจำเป็นต้องใช้ คนไข้ต้องนอนพักฟื้นร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งในบางกรณีคนไข้ก็สามารถกลับบ้านได้หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้ว

การถอนฟันกรามซี่สุดท้าย

หากฟันกรามไม่โผล่ออกมาจากเหงือก ทันตแพทย์จะทำการกรีดช่องเหงือกให้เปิด และอาจมีการตัดกระดูกที่คลุมตัวฟันบางส่วนออก

ฟันกรามอาจถูกตัดเป็นเศษเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการถอนออกจากช่องกรีด ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจไม่จำเป็นหากตัวฟันได้โผล่ขึ้นมาจากเหงือกแล้ว

คุณจะรู้สึกถึงแรงดันขณะที่ฟันกำลังถูกถอน เนื่องจากทันตแพทย์ผู้ดำเนินการต้องพยายามขยายปลอกหุ้มฟันด้วยการขยับฟันซี่นั้นไป ๆ มา ๆ

การถอนฟันกรามซี่สุดท้ายออกจะไม่สร้างความรู้สึกเจ็บปวดใด ๆ เนื่องจากยาชา แต่หากคุณรู้สึกเจ็บระหว่างดำเนินการต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที เพื่อให้พวกเขาใส่ยาชากับคุณเพิ่ม

ระยะเวลาดำเนินการค่อนข้างผันแปรไปตามกรณี โดยการดำเนินงานเรียบ ๆ สามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่หากกระบวนการทั้งหมดมีความซับซ้อนมากขึ้น อาจใช้เวลามากกว่า 20 นาทีก็เป็นได้

ภายหลังการผ่า

หากมีการกรีดเหงือก ทันตแพทย์จะใช้ไหมร้อยแผลที่สามารถละลายได้ ซึ่งทันตแพทย์จะชี้แจงระยะเวลาก่อนที่ไหมจะละลายหายไปแก่คุณ (มักใช้เวลาประมาณ 7 ถึง 10 วัน)

ทันตแพทย์จะให้คุณกัดผ้าปิดแผลเอาไว้เป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงเพื่อบีบให้ลิ่มเลือดออกมาจากเบ้าฟัน โดยตัวลิ่มเลือดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัว ดังนั้นคุณจึงไม่ควรไปยุ่งหรือขยับผ้าปิดแผลมากนัก

ในบางกรณีอาจมีการจ่ายยาปฏิชีวนะให้ถ้าคุณเกิดภาวะติดเชื้อขึ้น

หายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากถอนฟันกรามซี่สุดท้ายออก คุณควรหลีกเลี่ยง:

  • การบ้วนปากด้วยของเหลว
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  • ดื่มของเหลวที่มีความร้อนอย่างชา หรือซุป
  • กิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก

การพักฟื้น

การผ่าตัดประเภทนี้ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าจะหายเป็นปกติ

ระหว่างนี้ คุณอาจมีอาการ:

  • บวมที่ปากและแก้ม: จะมีอาการแย่มากในช่วงไม่กี่วันแรก ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ การกดผ้าเย็นบนใบหน้าด้านที่เกิดอาการจะช่วยลดการบวมได้
  • ตึงและปวดกราม: ซึ่งจะใช้เวลาฟื้นฟูภายใน 7 ถึง 10 วัน โดยผิวรอบ ๆ กรามของคุณอาจมีรอยฟกช้ำยาวนานถึง 2 สัปดาห์
  • เจ็บปวด: หากกระบวนการถอนฟันมีความซับซ้อน อาการเจ็บปวดจะยิ่งมากขึ้น
  • รู้สึกไม่สบายช่องปาก
  • มีอาการชาหรือยุกยิกบนใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น (พบได้ไม่บ่อยนัก)

คุณควรแจ้งทันตแพทย์ของคุณทันทีหากมีอาการเลือดออกไม่หยุด มีความเจ็บปวดรุนแรงหรือมีอาการที่ผิดปรกติจากที่กล่าวไปข้างต้น

แนวทางการดูแลตนเอง

เพื่อลดอาการเจ็บปวดและช่วยในการฟื้นฟูช่องปาก ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:

  • ใช้ยาแก้ปวด อย่างเช่นพาราเซตตามอล หรืออิบูโพรเฟน (ต้องอ่านและปฏิบัติคำเตือนของผู้ผลิตยาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด) มีข้อมูลกล่าวว่ายาอิบูโพรเฟนมีฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวดหลังการถอนฟันคุดได้ดีกว่า
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรง หรืองดออกกำลังกายเป็นเวลาไม่กี่วัน
  • ใช้หมอนหนุนศีรษะขณะนอนหลับเพิ่ม
  • ระหว่าง 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด งดการบ้วนปาก ไม่บ้วนน้ำลาย ไม่ดื่มน้ำร้อน หรืออื่น ๆ ที่อาจไปชะล้างลิ่มเลือดออกจากเบ้าฟันได้ เนื่องจากลิ่มเลือดเป็นส่วนช่วยในกระบวนการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ
  • ลดการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารอ่อนหรือเหลวเป็นเวลาไม่กี่วัน และทำการเคี้ยวอาหารด้วยฟันอีกข้างแทน
  • ค่อย ๆ บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังจากผ่านการผ่าตัดไปแล้ว 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและการอักเสบลง ให้ทำการบ้วนปากด้วยยาชนิดนี้เป็นประจำทุกวัน โดยคุณสามารถใช้น้ำอุ่นที่ผสมเกลือหนึ่งช้อนชาเป็นน้ำล้างปากแทนได้

การทำงานหรือการขับรถ

หลังการผ่าตัดถอนฟัน ทันตแพทย์แนะนำให้คุณหยุดพักเสียสองถึงสามวัน

คุณสามารถขับรถได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นกระบวนการที่มีการใช้ยาชาทั่ว ๆ ไป แต่หากคุณได้รับยาระงับประสาทมา ควรงดการขับขี่ทุกประเภทเป็นเวลา 24 ชั่วโมง และหากได้รับยาสลบ ก็ควรงดกิจกรรมดังกล่าวภายใน 48 ชั่วโมง

การกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

หลังการถอนฟันกราม และเมื่ออาการบวมหรือรอยฟกช้ำหายไปแล้ว ใบหน้าและช่องปากของคุณจะหายเป็นปกติ

คุณจะสามารถแปรงฟันได้ปกติหลังผ่านไปไม่กี่วัน แต่ต้องแน่ใจว่าคุณผ่านการใช้ยาปฏิชีวนะครบตามที่แพทย์กำหนดแล้ว

จะมีการนัดติดตามผลอีกครั้งหลังการถอนฟันประมาณหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งจะมีการดึงไหมร้อยที่ตกค้างอยู่ออกในช่วงเวลาพบแพทย์ดังกล่าว

ภาวะแทรกซ้อน

การถอนฟันกรามซี่สุดท้ายมีภาวะข้างเคียงเช่นเดียวกับกระบวนการผ่าตัดอื่น ๆ แต่การถอนฟันนี้นับว่ามีความเสี่ยงต่าง ๆ ที่น้อยมาก

ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวมีดังนี้:

  • เบ้ากระดูกแห้ง: ที่ซึ่งลิ่มเลือดไม่สามารถเข้าไปในเบ้าฟันได้ หรือมีการชะล้างลิ่มเลือดออกไปก่อนที่มันจะทำหน้าที่ของมัน
  • การบาดเจ็บปลายประสาท: อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและอาการชาได้ชั่วคราวหรือถาวร
  • การติดเชื้อ: สัญญาณของการติดเชื้อคือมีไข้สูง มีของเสียสีขาวหรือเหลืองออกมาจากตำแหน่งที่ถอนฟัน และมีอาการปวดและเจ็บยืดเยื้อ
  • มีเลือดออก

คุณต้องติดต่อทันตแพทย์โดยด่วนหากมีสัญญาณของการติดเชื้อหลังการถอนฟัน หรือเมื่อคุณมีเลือดออกจากจุดที่ทำการถอนฟันมากผิดสังเกต

เบ้ากระดูกแห้ง

ภาวะเบ้ากระดูกแห้งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดหลังการถอนฟันกรามซี่สุดท้าย โดยมักจะเกิดขึ้นเมื่อไม่มีลิ่มเลือดเข้าไปสะสมในเบ้าฟัน หรือเมื่อลิ่มเลือดที่ควรจะมีหายไป ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วง 3 ถึง 5 วันหลังการผ่าตัด

เบ้าฟันที่ว่างเปล่าจะทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บเหงือกหรือกราม ซึ่งอาจมีความรุนแรงมาก ๆ ก็ได้ อีกทั้งยังมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกจากเบ้านั้น หากคุณมองลงไปยังเบ้า อาจจะเห็นกระดูกโผล่ออกมาอย่างชัดเจน (ไม่มีลิ่มเลือดบัง)

คุณจะยิ่งมีความเสี่ยงจะเป็นภาวะเบ้ากระดูกแห้งหาก:

  • คุณไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการถอนฟันจากทันตแพทย์
  • คุณสูบบุหรี่
  • คุณเคยมีภาวะนี้มาก่อน
  • คุณมีอายุ 25 ปีขึ้นไป
  • กระบวนการถอนฟันมีความซับซ้อน

ให้คุณรีบติดต่อทันตแพทย์หรือแพทย์ศัลยกรรมช่องปากในทันทีหากคุณสงสัยว่าตนเองจะเป็นภาวะเบ้ากระดูกแห้ง แพทย์จะสามารถทำการชะล้างของเสียออกจากเบ้าหรือทำการปิดแผลไว้ ซึ่งต้องทำการเปลี่ยนผ้าบ่อย ๆ จนกว่าแผลจะหาย

การบาดเจ็บที่ประสาท

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สร้างความเจ็บปวด หรือสร้างอาการชาที่ลิ้น ริมฝีปากล่าง คาง ฟัน และเหงือก ซึ่งพบได้ไม่บ่อยเท่ากับภาวะเบ้ากระดูกแห้ง

ในกรณีส่วนมาก ความเสียหายดังกล่าวจะอยู่แค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งยาวนานตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์จนไปถึงเดือน แต่หากเส้นประสารทถูกทำลายรุนแรงอาจทำให้ภาวะนี้อยู่ถาวรได้

การบาดเจ็บที่ประสาทนี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและดื่มน้ำ

ความเสี่ยงนี้อาจจะเกิดขึ้นมาได้แม้ว่าทางทันตแพทย์จะพยายามดำเนินการให้ส่งผลต่อเส้นประสาทน้อยที่สุดก็ตาม ซึ่งทางทันตแพทย์จะชี้แจงคุณถึงความเสี่ยงข้อนี้ก่อนเข้ารับการผ่าตัดถอนฟัน

การใช้ยาสลบ

การผ่าฟันคุดบางครั้งอาจจำต้องใช้ยาสลบเข้ามาช่วย ซึ่งตัวยาสลบนี้ก็มีภาวะข้างเคียงของมันเอง ซึ่งจะเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ หรือประมาณ 1 จาก 10,000 ครั้งเท่านั้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดหัวใจ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดหัวใจ

เข้าใจถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้ของการผ่าตัดหัวใจ

ปลิงทางการแพทย์: น้ำลายแลกเลือด
ปลิงทางการแพทย์: น้ำลายแลกเลือด

น้ำลายของปลิงที่ใช้ในทางการแพทย์ซ่อนความลับอันล้ำค่าเอาไว้