สุขภาพฟัน

การผุกร่อนบนฟันน้ำนม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 305,186 คน

การผุกร่อนบนฟันน้ำนม

คุณทราบหรือไม่ว่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฟันผุนั้นสามารถส่งต่อจากแม่สู่ลูกได้ แม้แต่หลังจากที่เด็กเริ่มมีฟันงอกออกมาแล้วก็ตาม?

หลายคนคงคิดว่าเด็กเล็ก ๆ ต่างก็เด็กเกินไปที่จะไปหาหมอฟันสินะ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าแนวทางการดูแลทารกแรกเกิดที่เหมาะสมนั้นต้องครอบคลุมไปถึงการดูแลฟันพวกเขา ซึ่งการดูแลสุขภาพฟันของเด็กแรกเกิดจะเริ่มขึ้นทันทีที่ฟันซี่แรกของพวกเขาโผล่ออกมาไปจนถึงอายุ 6 ปี

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรโมชั่นทำฟัน ใกล้ ดี คุ้ม

ซื้อวันนี้ดี ใช้วันหลังได้ ก่อนโปรโมชั่นหมด! คลินิกเราคัดมาแล้วว่าได้มาตรฐาน บริการดี ทั่วกรุงเทพ

คลิก

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด “โพรง” บนฟัน?

การฟันผุเกิดขึ้นมาจากการแปรงและขัดฟันอย่างผิดวิธี และสำหรับกรณีของเด็กส่วนมากมันเกิดมาจากสิ่งที่พวกเขาทานเข้าไป รูปร่างของฟัน ประวัติทันตกรรมของพ่อแม่ และอื่น ๆ วิธีการป้อนอาหารให้เด็กเล็กอย่างผิดวิธีก็ส่งผลเป็นปัญหานี้เช่นเดียวกัน ซึ่งหากพ่อแม่ให้เด็กเล็กถือขวดนม หรืออาหารไปนอนพร้อมกันนั้นย่อมส่งผลเสียต่อความสะอาดในช่องปากของพวกเขาแน่นอน เนื่องจากคราบน้ำนมบนฟันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นเยี่ยมแก่แบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ

ฟันผุเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

แบคทีเรียในคราบหินปูนจะทำการหมักเศษอาหารที่คงเหลือบนพื้นผิวของฟันให้กลายเป็นกรด ซึ่งตัวกรดดังกล่าวจะไปกัดชั้นเคลือบฟันออก ซึ่งกิจจะลักษณะการทานอาหารหวานหรืออาหารที่มีความเหนียว การทานขนมบ่อย และอื่น ๆ นั้นจะเร่งปฏิกิริยาดังกล่าว เมื่อชั้นนอกสุดที่ทำการเคลือบพื้นผิวฟันถูกทำลายจนหมด มันจะกัดตัวฟันจนทำให้เกิดโพรงบนฟันขึ้นในที่สุด

จุดสังเกตอาการและสัญญาณของอาการฟันผุ

ฟันผุส่วนมากมักจะไม่ก่อความเจ็บปวดขึ้นมา ให้สังเกตหาสัญญาณแรกนั่นคือการเกิดสีขาวขุ่นเป็นจุด ๆ ที่ฟัน และฟันมีความอ่อนไหวต่ออาหารที่มีความเย็น เมื่อฟันเริ่มผุจนมีโพรงขึ้นมาบนพื้นผิวด้านบนหรือด้านข้างของซี่ฟัน ฟันซี่ดังกล่าวจะขยับห่างจะฟันใกล้เคียงจนเกิดช่องว่างระหว่างฟันขึ้นทำให้เศษอาหารเข้าไปติดซอกฟันง่าย ซึ่งเมื่อปล่อยละเลยนานเข้า มันจะก่อให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาในช่องปากของเด็ก และบางครั้งฟันผุก็ทำให้เหงือกบริเวณฟันที่ผุบวมออกมาเช่นกัน

การตรวจจับฟันผุด้วยภาพเอ็กซเรย์ปลอดภัยหรือไม่?

การถ่ายภาพเอ็กซเรย์จะใช้ตรวจจับโพรงที่ซ่อนอยู่ระหว่างฟันสองซี่ กรรมวิธีนี้ยังช่วยมองหาความรุนแรงของโพรงในเนื้อฟันได้อีกด้วย ซึ่งสำหรับการใช้วิธีการนี้กับเด็กเล็กนั้น จะใช้รังสีความเข้มข้นต่ำมากที่ไม่มีอันตรายกับเด็ก แต่กระนั้น ก็ต้องรังสีบ่อย ๆ จนเกิดการสะสมมากเข้าก็อาจไม่ส่งผลดีต่อตัวเด็กอยู่ดี จากการศึกษาพบว่าการต้องรังสีเอ็กซเรย์บ่อยครั้งจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอกในสมอง แต่หากมีการใช้หลักการทางรังสีวิทยาอย่างถูกวิธี ควบคู่กับการใช้อุปกรณ์ป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ผลกระทบของรังสีที่มีต่อตัวเด็กจะลดลงอย่างมาก

ต้องคอยดูแลฟันน้ำนมหรือไม่?

ต้องคอยมีการดูแลฟันน้ำนมไม่ต่างกับฟันแท้ เนื่องจากฟันน้ำนมเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยพัฒนาการการรับประทานอาหารและการเจริญเติบโตของกรามของเด็กเล็ก และยังช่วยในการพูดจาของพวกเขาก่อนที่ฟันน้ำนมจะหลุดออกไป ซึ่งการหายไปของฟันน้ำนมก่อนเวลาอันควรจะส่งผลที่ไม่ดีต่อฟันแท้เช่นเดียวกัน

หากไม่ทำการอุดฟันที่ผุ จะทำให้โพรงกินเข้าไปสู่เนื้อฟันลึกยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่รวมเส้นเลือดและเส้นประสาทไว้ เมื่อแบคทีเรียเข้าไปสู่เนื้อฟัน จะก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น และหากยังคงละเลยไม่รักษาฟันที่ติดเชื้อ มันจะสร้างอาการเจ็บปวดเรื้อรังขึ้นมา ทำให้เด็กการเคี้ยวอาหารยาก และเด็กจะขาดสารอาหารที่จำเป็นไป

มีตัวเลือกการรักษาอะไรบ้าง?

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการผุกร่อนและระยะเวลาที่คาดการณ์การมีอยู่ของฟันน้ำนม ตามปรกติแล้ววิธีการอุดฟันจะมีเพื่อเสริมเติมโครงสร้างของซี่ฟันที่หายไป แต่สำหรับเหตุผลอื่น ๆ นั้นจะมีดังนี้:

  • หากพบฟันฟันผุเร็ว และการอุดฟันไม่จำเป็นใด ๆ ทันตแพทย์จะทำความสะอาดการติดเชื้อและอุดฟันด้วยวัสดุอื่นที่เหมาะสม หากฟันผุจนโครงสร้างฟันเหลือไม่มาก ทันตแพทย์จะใช้วิธีการครอบฟันแทน
  • หากการติดเชื้อกินไปถึงชั้นเนื้อฟัน หรือไปจนถึงชั้นประสาทจนทำให้เกิดฝีฟันหรือฟันอาจหลุดออกมา แพทย์จะทำการรักษารากฟันเพื่อป้องกันการสูญเสียฟันก่อน โดยรากของฟันที่เสียหายนี้จะค่อนข้างอ่อนไหวอย่างมากจึงต้องใช้ที่ครอบฟันป้องกันฟันซี่ไว้
  • หากระดับการติดเชื้อรุนแรงอย่างมาก และสภาพของฟันซี่นั้นย่ำแย่ ต้องถอนฟันออก และจะมีการใช้เครื่องมือกันที่เพื่อป้องกันฟันล้มเพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาอย่างเหมาะสม

จำเป็นต้องได้รับยาชาหรือไม่?

กุมารทันตแพทย์จะทำทุกวิถีทางให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายที่สุดระหว่างการรักษาฟัน ดังนั้นจึงมีการใช้ยาชาในบางกรณีเพื่อให้เด็กไม่เจ็บปวดระหว่างการรักษา หากเด็กยังคงเครียดและกังวลอยู่ จะมีการใช้ไนตรัสออกไซด์ หรือแก๊สหัวเราะกับเด็ก ซึ่งช่วยให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย สำหรับเด็กเล็กและเด็กที่ต้องการการดูแลทางสุขภาพเป็นพิเศษจะมีการใช้วิธีการกดประสาทเพื่อลดความกังวลและทำให้พวกเขาร่วมมือมากขึ้น ซึ่งการกดประสาทนี้จะถูกปฏิบัติอย่างพอเหมาะ และมีการวิเคราะห์ก่อน เพื่อให้เกิดความเสี่ยงต่ำที่สุด

การใช้ยาระงับความรู้สึกทั่วไป (GA) นั้นจะมีผู้เชี่ยวชาญการใช้ยาตัวนี้คอยสอดส่องผู้ป่วยที่ได้รับยาตลอดการรักษา จึงทำให้การใช้ GA ถูกพิจารณาว่ามีความปลอดภัยอย่างมาก แต่มันก็มักถูกแนะนำให้ใช้รองรับสถานการณ์ต่อไปนี้เท่านั้น:

  • เด็กที่มีความกังวลรุนแรง
  • การรักษาฟันที่ยืดเยื้อและมีหลายขั้นตอน
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย/สติปัญญา

คำแนะนำในการหลีกเลี่ยงปัญหาฟันผุในเด็ก

  • ฝึกให้พวกเขารักษาความสะอาดในช่องปากอย่างถูกวิธี
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารนอกเวลาช่วงกลางคืนหลังจากที่พวกเขาเริ่มมีฟันน้ำนม
  • เช็ดปากและฟันของพวกเขาด้วยผ้านุ่มชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ หลังการป้อนอาหารทุกครั้ง
  • หยุดให้พวกเขาดื่มนมจากขวดนมเมื่อมีอายุ 12 ถึง 14 เดือน และสอนให้เด็กดื่มจากแก้วน้ำแทน
  • พบกุมารทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนหลังจากที่ฟันซี่แรกโผล่ออกมา
  • หากเป็นไปได้ก็ให้ใช้เจลที่มีฟลูออไรด์กับฟันของเด็ก

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่