Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพฟัน

ทำฟันเด็ก วิธีรักษาฟัน การดูแลฟันเด็กให้แข็งแรง ค่าทำฟันเด็ก

ฟัน อวัยวะสำคัญของร่างกาย เมื่อฟันลูกน้อยเริ่มมีปัญหาจะรักษาอย่างไร พร้อมบอกวิธีดูแลฟันเด็กให้แข็งแรง ค่าทำฟันเด็กในเบื้องต้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 751,221 คน

ทำฟันเด็ก วิธีรักษาฟัน การดูแลฟันเด็กให้แข็งแรง ค่าทำฟันเด็ก

ฟันผุ ปวดฟัน ปัญหาพื้นฐานของเด็กๆ แม้จะดูเป็นปัญหาธรรมดา แต่กลับสร้างความหนักใจให้ผู้ปกครองไม่น้อย เพราะหลายคนอาจกังวลว่าหากไปพบทันตแพทย์แล้วเด็กกลัวการทำฟัน หรือถ้าเด็กไม่ให้ความร่วมมือในการรักษาจะทำอย่างไร ไม่แน่ใจว่าต้องพาเด็กไปพบทันตแพทย์เด็กเฉพาะทางหรือไม่ หรือไม่ทราบว่าควรต้องพาเด็กไปพบทันตแพทย์เมื่อไร และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาเท่าไร สารพัดความกังวลของผู้ปกครอง Honestdocs มีคำตอบ

ทำฟันเด็ก จำเป็นต้องพบทันตแพทย์เด็กหรือไม่ ทำอย่างไรไม่ให้เด็กกลัวการทำฟัน?

การพาเด็กไปพบทันตแพทย์นับเป็นสิ่งสำคัญมาก หากเป็นการทำฟันครั้งแรกๆ ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์เด็กจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการไปพบทันตแพทย์ทั่วไป

ทันตแพทย์เด็กจะไม่เพียงรักษาฟันเท่านั้น แต่จะใช้หลักจิตวิทยาในการพูดคุย แนะคำเครื่องมือต่างๆ รวมถึงวิธีการรักษาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้เด็กรู้สึกว่าการทำฟันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด รวมถึงสร้างบรรยากาศให้เด็กรู้สึกสนุก ผ่อนคลาย จนเกิดความประทับใจและพร้อมให้ความร่วมมือในการรักษา

โดยส่วนใหญ่ การทำฟันเด็กในครั้งแรก ทันตแพทย์จะพยายามทำฟันเด็กด้วยขั้นตอนง่ายๆ และใช้เวลาไม่นาน เช่น ขัดฟัน เคลือบหลุมร่องฟันซี่ที่ยังไม่ผุ เคลือบฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี

นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ ผู้ปกครองควรหมั่นตรวจดูสุขภาพฟันของเด็กด้วยตนเองในเบื้องต้น หากเด็กเริ่มมีอาการเสียวฟันหรือปวดฟันแม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรพาไปพบทันตแพทย์เด็กโดยเร็วที่สุด เพราะหากฟันผุน้อยจะรักษาง่ายกว่า เจ็บน้อยกว่า รวมทั้งใช้เวลาไม่นานด้วย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อความรู้สึกของเด็กทั้งสิ้น

ควรพาลูกไปทำฟันเด็ก พบทันตแพทย์เด็กเมื่อไร?

ผู้ปกครองหลายคนมักพาเด็กไปพบทันตแพทย์ก็ต่อเมื่อเริ่มมีปัญหาสุขภาพฟัน เช่น ฟันผุ ปวดฟัน หรือฟันน้ำนมใกล้หลุดเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วสามารถพาเด็กไปพบทันตแพทย์เพื่อทำฟันเด็กได้ทันทีเมื่อฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น หรืออายุประมาณ 6 เดือน เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปาก แม้ว่าช่วงเวลานั้นเด็กอาจยังไม่มีปัญหาสุขภาพฟันใดๆ เลยก็ตาม

ทั้งนี้ ทันตแพทย์จะสอนการแปรงฟันหรือการทำความสะอาดช่องปากอย่างเหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัย และแนะนำพฤติกรรมการบริโภคเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดฟันผุ รวมทั้งสร้างความคุ้นเคยในการมาพบทันตแพทย์ อุปกรณ์ทำฟัน ห้องทำฟัน และเพื่อไม่ให้เด็กเกิดความกลัว

ทันตแพทย์เด็กจะดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้เด็กไปจนถึงอายุ 12 ปี เมื่อพ้นจากช่วงวัยนี้แล้ว ผู้ปกครองก็สามารถพาไปพบทันตแพทย์ทั่วไปได้

หากเด็กไม่ยินยอมทำฟันเด็ก ทันตแพทย์จะมีวิธีรักษาอย่างไร?

ปัญหาหลักที่พบในการทำฟันเด็กคือ เด็กหลายๆ คนมักกลัวการทำฟัน และไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา โดยปกติแล้วแพทย์จะมีการพูดคุย สร้างความคุ้นเคยกับเด็กในเบื้องต้น จนเด็กรู้สึกผ่อนคลายและยินยอมรับการรักษา

แต่หากการสื่อสารไม่สำเร็จและจำเป็นต้องทำการรักษาเร่งด่วน ทันตแพทย์จะต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครองเพื่อทำการรักษา

หากเด็กดิ้นมาก บางครั้งอาจต้องใช้ผ้าห่อตัวเด็กไว้ขณะรักษา เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม การบังคับถือเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่ทำ เพราะอาจทำให้เด็กมีทัศนคติไม่ดีต่อการทำฟันได้

ทำฟันเด็ก ปัญหาหลักที่พบคืออะไร?

ปัญหาสุขภาพฟันที่พบในเด็กโดยส่วนใหญ่คือปัญหาฟันผุ ซึ่งพบได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือนเป็นต้นไป และจะผุมากขึ้นอย่างรวดเร็วในเด็กวัย 1-3 ปี

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณะสุขระบุว่า กว่า 50% ของเด็กวัย 3 ปี มีปัญหาฟันผุเฉลี่ย 2.7 ซี่ต่อคน ขณะที่กว่า 78% ของเด็กวัย 5 ปี มีปัญหาฟันผุเฉลี่ย 4.4 ซี่ต่อคน

ส่วนใหญ่ปัญหาฟันผุในวัยเด็กมักเกิดจากการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันไม่ถูกวิธี เช่น ไม่แปรงฟันหลังรับประทานอาหารหรือขนมหวาน ชื่นชอบการรับประทานลูกอมหรือขนมขบเคี้ยว ไม่ใช้ไหมขัดฟัน แปรงฟันไม่ถูกวิธี

การเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับเด็กให้ห่างไกลจากฟันผุ

แปรงสีฟันและยาสีฟันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการช่วยดูแลสุขภาพฟันของเด็ก ป้องกันปัญหาฟันผุ ซึ่งแปรงสีฟันและยาสีฟันของเด็กแต่ละช่วงวัยก็มีความแตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ช่วงแรกเกิด ซึ่งฟันน้ำนมยังไม่ขึ้น ผู้ปกครองสามารถดูแลช่องปากด้วยการหมั่นใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว เช็ดเหงือกและลิ้นให้ทารก ไม่ควรปล่อยให้ลิ้นมีฝ้าขาว เพราะจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
  • ช่วง 6 เดือน (หรือตั้งแต่มีฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น) ถึง 3 ปี ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม หน้าตัดตรง จำนวนขนแปรงประมาณ 3X6 แถว ใช้ร่วมกับยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์

    โดยบีบยาสีฟันลงบนแปรงสีฟันขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร แปรงบริเวณฟัน เหงือกและลิ้นเบาๆ หลังจากแปรงเสร็จแล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดฟองออก

    เมื่อเด็กมีอายุประมาณ 2 ปี ผู้ปกครองควรเริ่มสอนให้เด็กรู้จักการบ้วนน้ำและแปรงฟันเองในเบื้องต้น เพื่อให้เด็กคุ้นเคย แต่ผู้ปกครองต้องช่วยแปรงฟันซ้ำด้วย เพราะเด็กยังไม่สามารถแปรงฟันได้ทั่วถึง
  • ช่วง 3-6 ปี ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม หน้าตัดตรง จำนวนขนแปรงประมาณ 4X8 แถว ใช้ร่วมกับยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์

    โดยบีบยาสีฟันลงบนแปรงสีฟันขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพด แปรงบริเวณฟัน เหงือก และลิ้น หลังจากแปรงเสร็จแล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดฟองออก

    ช่วงวัยนี้เด็กสามารถแปรงฟันได้เองแล้ว แต่ผู้ปกครองยังคงต้องหมั่นดูแลว่าเด็กแปรงฟันได้ทั่วถึงหรือไม่ และควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจเช็กสุขภาพปากและฟัน เพราะจากสถิติแล้ว เด็กวัยนี้จะเริ่มประสบปัญหาฟันผุมากขึ้น

นอกจากนี้ผู้ปกครองควรใช้ไหมขัดฟันขัดฟันทุกซี่ให้เด็กทุกครั้งหลังการแปรงฟัน เพื่อกำจัดเศษอาหารที่อาจติดอยู่ตามร่องเหงือกและฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฟันผุ

ปรับพฤติกรรม บอกลาปัญหาฟันผุ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กมีปัญหาฟันผุเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานและการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันไม่เหมาะสม แต่หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นได้ ก็จะช่วยให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรง โดยควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร หรืออย่างน้อย 2 ครั้ง ในตอนเช้าและก่อนนอน
  • ผู้ปกครองต้องสอนให้เด็กแปรงฟันอย่างถูกวิธี โดยการแปรงฟันแต่ละครั้งควรใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที ดังนี้
    • วางขนแปรงแนบกับของเหงือก โดยเอียงขนแปรงเป็นมุมประมาณ 45 องศากับตัวฟัน
    • ขยับแปรงไป-มาเล็กน้อย
    • หมุนข้อมือปัดขนแปรงจากเหงือก ผ่านตัวฟันโดยตลอด
    • ถ้าเป็นฟันบน ปัดลงล่าง ฟันล่างปัดขึ้นบน
    • แปรงให้ทั่วทุกที่ ทั้งด้านนอก ด้านในของฟันบนและฟันล่างให้สะอาด
    • ส่วนด้านบดเคี้ยวให้ถูไปมาตามแนวฟันทั้งซ้าย-ขวา จนสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานขนมระหว่างวัน เพราะโดยส่วนใหญ่เด็กจะไม่มีโอกาสแปรงฟันในตอนกลางวัน ทำให้เศษขนมสะสมอยู่ตามซอกฟันจนเกิดฟันผุได้
  • หากให้เด็กดื่มนมก่อนนม ควรให้เด็กแปรงฟันหลังดื่มนมทุกครั้ง เพราะแบคทีเรียสามารถนำน้ำตาลจากนมไปทำปฏิกิริยาจนเกิดกรดกัดกร่อนฟัน ทำให้ฟันผุได้
  • อย่าปล่อยให้ฟันน้ำนมที่ที่ผุหลุดออกไปเอง แต่ควรพบทันตแพทย์เพื่อถอนออก เพราะการผุอาจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลต่อรากฟันหรือโพรงประสาทฟันได้
  • เข้าพบทันตแพทย์เด็กอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 6 เดือนครั้งเพื่อตรวจสุขภาพฟัน หากพบฟันผุ จะได้รีบรักษาอย่างทันท่วงที

ค่าใช้จ่ายในการทำฟันเด็ก

ค่าใช้จ่ายในการทำฟันเด็กนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเด็กมีปัญหาทางช่องปากมากน้อยแค่ไหน หากเป็นการตรวจสุขภาพฟันธรรมดา พร้อมเคลือบฟลูออไรด์ เคลือบหลุมร่องฟัน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 500 บาทขึ้นไป แต่หากมีปัญหาฟันผุ หรือต้องรักษาโรคใดเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามการรักษานั้น

การพาเด็กไปพบทันตแพทย์เด็กเป็นประจำ คือหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับช่องปากและฟันลงไปได้ แต่การทำฟันเด็กก็เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ เท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ข้อนี้จะช่วยป้องกันโรคทางช่องปากและฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ที่มาของข้อมูล

1.โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, ดูแลฟันซี่แรก เริ่มต้นได้ตั้งแต่แรกเกิด (First Tooth), (http://www.siphhospital.com/th/news/article/share/603).

2.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ขั้นตอนการแปรงฟันอย่างถูกวิธี, (https://www.thaihealth.or.th/Content/42805-ขั้นตอนการแปรงฟันอย่างถูกวิธี.html), 7 มิถุนายน 2561.

3.คลินิกทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, แนะนำคลินิกทันตกรรมเด็ก, (https://dt.mahidol.ac.th/th/โรงพยาบาลทันตกรรม-คณะทันตแพทยศาสตร์-มหาวิทยาลัยมหิดล/คลินิกทันตกรรมเด็ก/).


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี

อาหารที่สามารส่งเสริมสุขภาพของช่องปากได้อย่างน่ามหัศจรรย์

การผุกร่อนบนฟันน้ำนม
การผุกร่อนบนฟันน้ำนม

เตรียมความพร้อมดูแลฟันชุดแรกในชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อเป็นพื้นฐานดูแลฟันแท้ต่อไปในอนาคต

ดูในแอป