Doctor men
เขียนโดย
ทน. ปภัสรา กัลปพฤกษ์ นักเทคนิคการแพทย์
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

สารคัดหลั่งและของเสียที่ร่างกายขับออก (Secretion and Excretion)

รู้จักสารคัดหลั่งและของเสียที่ร่างกายขับออก ความผิดปกติที่พบบ่อย และข้อปฏิบัติเมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งและของเสียเหล่านั้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 569,967 คน

สารคัดหลั่งและของเสียที่ร่างกายขับออก (Secretion and Excretion)

สารคัดหลั่ง กับ ของเสียที่ร่างกายขับออก ในบางครั้งอาจเกิดความเข้าใจผิดหรือสับสนว่าอะไรคืออะไร ความหมายที่ถูกต้องของสารคัดหลั่งคือ สารที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ทำหน้าที่ต่างๆ เป็นสารที่มีความจำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากของเสียที่ร่างกายขับออก ซึ่งเป็นของเสียในร่างกายที่ไม่ใช้งานแล้ว จำเป็นที่จะต้องขับออกไป หากไม่มีการขับออกจะเกิดผลเสียต่อร่างกายได้

รายละเอียดเพิ่มเติมของ สารคัดหลั่ง กับ สารที่ร่างกายขับออก มีดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

สารคัดหลั่ง (Secretion) 

คือ สารที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ โดยเฉพาะ เช่น แอนติบอดีที่สร้างจากเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อกำจัดสิ่งแปลกแปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย หรือฮอร์โมนซึ่งเป็นสารที่ผลิตจากต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่ควบคุมอวัยวะเป้าหมายให้ทำงานได้อย่างสมดุล โดยฮอร์โมนจะถูกขนส่งไปยังเซลล์หรืออวัยวะเป้าหมายด้วยระบบไหลเวียนเลือด สารคัดหลั่งอาจอยู่ในรูปแบบดังต่อไปนี้

1. เลือด (Blood) เป็นของเหลวที่ไหลเวียนในร่างกาย เลือดมีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนจากปอดสู่เนื้อเยื่อต่างๆภายในร่างกายและรับคาร์บอนไดออกไซด์จากเนื้อเยื่อมายังปอดเพื่อกำจัดออกในขั้นตอนต่อไป ขนส่งฮอร์โมนจากต่อไร้ท่อไปยังเซลล์หรืออวัยวะเป้าหมาย ขนส่งสารอาหารจากระบบทางเดินอาหารไปตามเซลล์ในร่างกาย และรักษาสมดุลของน้ำและอิเล็กโทรไลต์ ส่วนประกอบของเลือด ได้แก่ เซลล์เม็ดเลือดกับน้ำเลือด 1) เซลล์เม็ดเลือด (ฺBlood cell) แบ่งย่อยออกเป็นเม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. เม็ดเลือดแดง (Red blood cell) ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ในร่างกาย และรับคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์มากำจัดที่ปอด
  2. เม็ดเลือดขาว (White blood cell) ทำหน้าที่ป้องกันและกำจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย แบ่งออกได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่
    1. นิวโทรฟิล (Neutrophil) เป็นเซลล์แรกที่เข้ามาทำลายเชื้อโดยใช้เยื่อหุ้มเซลล์การโอบล้อมจุลชีพ จากนั้นจะใช้น้ำย่อยในเซลล์ย่อยเชื้อนั้น
    2. อีโอซิโนฟิล (Eosinophil) เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตอบสนองต่อการติดเชื้อพยาธิ
    3. เบโซฟิล (Basophil) มีบทบาทสำคัญในการเกิดภูมิแพ้ เช่น ผื่นคัน ลมพิษ คัดจมูก น้ำมูกไหล
    4. ลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) สร้างแอนติบอดี
    5. โมโนไซต์ (Monocyte) มีหน้าที่ในการกลืนกินเชื้อโรคและช่วยสร้างแอนติบอดี

2) เกล็ดเลือด (Platelets) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการอุดรอยฉีกของเส้นเลือดและช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ

3) น้ำเลือด (Plasma) น้ำเลือดประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ ภายในมีสารอาหาร โปรตีนชนิดต่างๆ ที่สำคัญ ที่เกี่ยวกับการควบคุมสมดุลของร่างกาย และสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว ความผิดปกติของเลือดที่พบบ่อย ได้แก่

  • ภาวะโลหิตจาง : ภาวะที่ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของร่างกายหลายอย่าง เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ตัวซีด อาการรุนแรงมากอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้
  • ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ : ภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเกล็ดเลือดน้อยกว่าปกติ ทำให้เกิดการเลือดออกที่ผิดปกติ  เช่น มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะเป็นเลือด หากอาการรุนแรงมากอาจทำให้เลือดออกจนเสียชีวิตได้
  • ภาวะภูมิแพ้ : ภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันมากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อตนเอง จะเกิดการอักเสบบริเวณที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น จาม คัดจมูก ผื่นคัน หอบหืด

2. น้ำหล่อสมองและน้ำไขสันหลัง (Cerebrospinal fluid (CSF)) เป็นของเหลวที่อยู่รอบสมองและไขสันหลังเพื่อสามารถรับแรงกระแทกต่อสมองและไขสันหลัง นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางในการขนส่งอาหารให้กับสมองและไขสันหลังด้วย

ความผิดปกติของน้ำหล่อสมองและน้ำไขสันหลังที่พบบ่อย ได้แก่

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck
  • โรคสมองอักเสบ (Encephalitis) : เกิดการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่สมอง มีอาการปวดหัว ไม่รู้สึกตัว ชักเกร็งหรือคอแข็ง เชื้อที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุ ได้แก่ Herpes Simplex Virus, Epstein-Barr Virus, Rabies Virus
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) : อักเสบบริเวณเยื่อหุ้มสมองหรือไขสันหลัง โดยเกิดการติดเชื้อที่น้ำหล่อสมองและน้ำไขสันหลัง นอกจากนั้นการได้รับบาดเจ็บบริเวณสมอง หรือมะเร็ง สามารถทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้

ของเสียที่ร่างกายขับออก (Excretion) 

เป็นสารที่เป็นของเสียที่ร่างกายจำเป็นต้องจำกัดออก เพื่อควบคุมสมดุลของร่างกาย ของเสียที่ขับออกอาจอยู่ในรูปแบบดังต่อไปนี้

1. ปัสสาวะ (Urine) เป็นของเสียที่อยู่ในรูปของเหลวที่ผลิตจากไต ส่วนประกอบหลักเป็นน้ำ 95 % ส่วนอีก 5 % เป็นสารที่ละลายน้ำได้ เช่น ยูเรีย กรดยูริก ครีเอตินีน หรือแอมโมเนีย

ความผิดปกติเกี่ยวกับปัสสาวะที่พบบ่อย เช่น

  • การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract infection) : มีการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะ จุลชีพที่พบบ่อยคือ Escherichia coli เมื่อติดเชื้อทำให้เวลาปัสสาวะมีอาการปวดแสบ ไม่สามารถปัสสาวะได้สุด ปริมาณที่ได้น้อยกว่าปกติและลักษณะของปัสสาวะที่ได้จะขุ่นหรือมีเลือดปนมากับปัสสาวะ ในเพศหญิงมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าเพราะมีท่อปัสสาวะสั้นกว่าเพศชาย หรือในเพศหญิงที่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดนั้นเป็นการเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อมากขึ้น หากไม่รักษาความสะอาดให้ดี

2. อุจจาระ (Stool) เป็นกากอาหารที่ไม่ถูกย่อยและไม่ถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร ร่างกายจึงขับออกมาในรูปของอุจจาระ ลักษณะของอุจจาระสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของร่างกายได้ เช่น อุจจาระเป็นสีแดงบ่งบอกถึงการมีเลือดออกในระบบย่อยอาหาร อุจจาระมีลักษณะแข็งและแห้งบ่งบอกถึงภาวะท้องผูก การพบมูกเลือดในอุจจาระบ่งบอกถึงมีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

ความผิดปกติเกี่ยวกับอุจจาระที่พบบ่อย เช่น

  • โรคบิดมีตัว (Amebic dysentery) : ติดเชื้อจากโปรโตซัว Entamoeba histolytica ท้องเสีย ถ่ายออกมามีมูกเลือดมีกลิ่นเน่ารุนแรง

3. ตกขาว (Vaginal discharge) เป็นมูกที่ถูกปล่อยมาจากต่อมภายในมดลูกหรือบริเวณปากมดลูก เพื่อทำความสะอาดช่องคลอดและป้องกันการติดเชื้อ

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

ความผิดปกติที่พบบ่อย เช่น

  • มูกสีขาว : มีลักษณะหนา สีขาว ประกอบกับมีอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อราที่เป็นยีสต์
  • มูกสีเหลือง : บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • มูกสีเขียว : มีการติดเชื้อโปรโตซัว Trichomonas vaginalis

วิธีปฏิบัติเมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือของเสียที่ร่างกายขับออก

  1. เมื่อกระเด็นเข้าตา : ล้างด้วยน้ำปริมาณมาก
  2. เมื่อกระเด็นเข้าปาก : บ้วนปากและกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก
  3. สัมผัสบริเวณที่เป็นแผล : ล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ดด้วย 70% แอลกอฮอล์ ห้ามบีบเค้นเลือด

หากสงส้ยว่าสารคัดหลั่งหรือของเสียนั้นจะมีเชื้อโรคที่เป็นอันตรายให้รีบพบแพทย์ เพื่อตรวจเลือดและพิจารณาในการรับประทานยาต้านเชื้อต่อไป เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายแล้วจะนำไปสู่การก่อโรคจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น

  • จุลชีพ : การก่อโรคขึ้นกับความสามารถในการก่อโรคของเชื้อโรคแต่ละชนิด ความรุนแรงในการก่อโรค รวมถึงปริมาณที่ได้รับเชื้อโรค
  • ระบบภูมิคุ้มกัน : ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ในเด็กหรือผู้สูงอายุมีโอกาศในการเกิดโรคมากกว่า เนื่องจากภูมิคุ้มกันในเด็กยังเจริญไม่เต็มที่ การป้องกันเชื้อโรคจึงไม่สมบูรณ์ กรณีภูมิคุ้มกันในผู้สูงอายุเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
  • สิ่งแวดล้อม : สภาพแวดล้อมบางอย่างส่งเสริมให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี เช่น สภาวะที่มีความชื้นสูง ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี

ที่มาของข้อมูล

Abbas K.A. et al. Cellular and molecular immunology. 6th ed. W.B.Saunders: Philadelphia;2007

Mims CA, Dockrell H, Goering R, Roitt IM, Wakelin D, Zuckerman M. Medical Microbiology. 3rd ed. St Louis, United States: Mosby Publishers; 2004. p.251-276

Spence D, Melville C. Vaginal discharge. BMJ. 2007;335(7630):1147–1151. doi:10.1136/bmj.39378.633287.80

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป