ความรู้สุขภาพ

การให้เลือดผู้ป่วย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 639789262

การให้เลือดผู้ป่วย

การเตรียมผู้ป่วยก่อนให้เลือด

1. เตรียมเลือดและส่วนประกอบของเลือด

1.1 เจาะเลือดประมาณ 5-10 มิลลิลิตร เพื่อตรวจสอบหาหมู่เลือดและการเข้ากันของเลือดเขียนชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้ป่วย หอผู้ป่วย วัน เดือน ปี ที่เจาะเลือดไว้บนป้ายปิดหลอดเลือดให้ถูกต้องชัดเจน ตรงกับใบสั่งเจาะเลือด หรือใบขอเลือดของแพทย์ แล้วส่งไปธนาคารเลือด

1.2 เมื่อได้รับเลือดจากธนาคารเลือดให้ตรวจสอบชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวผู้ป่วย หอผู้ป่วยให้ตรงกับตัวผู้ป่วยที่ได้รับเลือด โดยตรวจสอบชื่อ นามสกุล ชนิดของเลือด หมู่เลือด หมายเลขของเลือด (Blood number) ของผู้ให้และผู้รับให้ตรงกัน ทั้งในใบแจ้ง ใบขอเลือด และป้ายข้างขวดเลือด ควรตรวจซ้ำ 3 ครั้ง เพื่อความถูกต้อง

1.3 ตรวจสอบลักษณะของเลือดว่าไม่มีสีผิดปกติ เช่น เลือดเป็นสีน้ำตาล พลาสม่าเป็นสีแดง มีฟองอากาศที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น

1.4 ควรให้เลือดภายใน 4 ชั่วโมง หลังจากรับเลือดจากธนาคารเลือด

1.5 ห้ามผสมยาลงในขวดเลือด หรือให้สารน้ำทางเดียวกับที่ให้เลือด เพราะอาจมีปฏิกิริยาต่อกันได้

2. เตรียมเครื่องใช้ในการให้เลือด

2.1 เตรียมอุปกรณ์สำหรับให้เลือด เช่น ชุดให้เลือดหรือส่วนประกอบของเลือดให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่มีรอยฉีกขาด มีถุงกรองขนาด 170 ไมครอน เข็มเบอร์ 18, 19, 20 (ชุดให้เลือด 1 ชุด จะให้เลือกได้ 1-4 ยูนิต) เป็นต้น หากมีการอุดตันของเลือดควรเปลี่ยนชุดหารให้เลือด เพราะเลือดที่ค้างอยู่ในชุดการให้เลือดอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโต

2.2 ไม่ควรให้สารน้ำที่มี Dextroseตามหลังการให้เลือดโดยใช้ชุดให้เลือดเดียวกัน แต่ให้ 0.9% NSS ในขณะให้เลือดได้

ภาวะแทรกช้อนจากการให้เลือด

            1. มีอาการหนาวสั่น มีไข้ ปวดศีรษะ  ปวดหลังบริเวณเอว ปัสสาวะเป็นเลือก ปัสสาวะไม่ออก ตัวตาเหลือง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หลอดเลือดแฟบ ความดันโลหิตต่ำ อาจเสียชีวิตจากภาวะยูรีเมียซึ่งมีสาเหตุจากการให้เลือดผิดหมู่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกบางส่วนไปอุดตันหลอดเลือดฝอยของท่อไต ทำให้ไตวาย

            2. มีอาการหายใจลำบาก ไอ เหนื่อยหอบ หลอดเลือดดำที่คอโปร่งพอง แรงดันในหลอดเลือดดำสูงกว่าปกติซึ่งมีสาเหตุจากการให้เลือดในอัตราเร็วเกินไป ทำให้มีการเพิ่มปริมาตรไหลเวียนในกระแสเลือดมากขึ้นมีภาวะหัวใจวายและมีน้ำท่วมปอด

            3. มีไข้ หนาวสั่น ผิวหนังอุ่นแดงขึ้น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนเป็นเลือด ท้องเดิน รู้สึกสับสน สาเหตุจากการได้รับสารที่มีการติดเชื้อหรือปฏิกิริยาต่อเม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และโปรตีนในเลือด

            4. มีอาการผื่นคัน ลมพิษ หลอดลมตีบ หายใจลำบาก มีเสียงหวีดในปอด (Wheeze) สาเหตุจากการแพ้สารในเลือด

            5. มีไข้ สาเหตุจากเลือดที่ให้มีการติดเชื้อ

            6. มีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ เป็นลม ช็อก สาเหตุจากการอุดตันที่ปอดจากฟองอากาศในสายให้เลือด

            7. มีตะคริวตามกล้ามเนื้อ หัวใจทำงานผิดปกติ สาเหตุจากการให้เลือดติดต่อกันเป็นจำนวนมากๆมีการสะสมของสารกันการแข็งตัวของเลือด ทำให้ระดับแคลเซียมลดลง

            8. มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใบหน้า มือและขามีอาหารคล้ายเป็นอัมพาต ชีพจรเบาเร็ว หัวใจอาจหยุดเต้นถ้ามีระดับโปแตสเซียมสูง สาเหตุจากเลือดที่นำมาใช้เก็บไว้ในธนาคารเลือดนานเกินไป ทำให้มีโปแตสเซียมสูงมากกว่าปกติ

การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับเลือด แบ่งเป็นระยะๆ  ดังนี้

1. ขณะได้รับเลือด

1.1 ดูแลให้มีความสุขสบายทั้งร่างกายและจิตใจ

1.2 ดูแลให้เลือดไหลได้สะดวก โดยแขวนขวดหรือถุงเลือดสูงประมาณ 3 ฟุต เพราะเลือดจะหนืดกว่าน้ำใน 15 นาทีแรกให้ช้าๆ (20 หยด/นาที) ต่อมาให้ 20-40 หยด/นาที หากผู้ป่วยเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือมีภาวะซีดมาก ต้องให้ช้าๆ แต่ไม่ควรให้นานเกินยูนิตละ 4 ชั่วโมง

1.3 บันทึกสัญญาณชีพทุก 1 ชั่วโมง และสังเกตอาการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ 10-30 นาทีแรกหลังให้เลือด

1.4 หากมีอาการแทรกซ้อน ให้หยุดเลือดทันที ตรวจสัญญาณชีพและรายการแพทย์ หากมีอาหารเหนื่อยหอบ จัดให้ผู้ป่วยนอนศีรษะสูง ให้ออกซิเจน หากมีไข้เช็ดตัวให้ หากเลือดผิดกลุ่มให้บันทึกสารน้ำเข้าออกจากร่างกายเพื่อดูการทำงานของไต

2. หลังได้รับเลือด

2.1 แนะนำผู้ป่วยหลังการให้เลือด เช่น ให้พักผ่อนอย่างเพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง ออกกำลังกายตามความเหมาะสม เป็นต้น

2.2 สังเกตอาการผิดปกติของตนเอง เช่น มีไข้สูง หนาวสั่น มีผื่นขึ้นตามตัว หากมีอาการตัวเหลืองหรือซีด ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วร่างกาย หรืออาการท้องเดิน เป็นต้น หากพบอาการดังกล่าวอย่างใดอย่างนึ่ง หรือหลายๆอย่าง ให้รีบรายงานแพทย์ทราบทันที

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง รองศาสตราจารย์ปราณี ทู้ไพเราะ ได้โดยการซื้อหนังสือ คู่มือยา (Handbook of Drugs)

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่