การตั้งครรภ์

การคำนวณวันไข่ตก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
การคำนวณวันไข่ตก

ผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์สามารถคำนวณวันที่จะมีไข่ตกได้จากการสังเกตความเปลี่ยนแปลงในร่างกายตนเอง และการวัดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกช่วงเวลาของการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสม และช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

สัญญาณของการมีไข่ตก

  • อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น โดยทั่วไปประมาณ 3 – 0.5 องศาเซลเซียส เมื่อวัดโดยปรอทวัดอุณหภูมิ (thermometer)
  • มีระดับฮอร์โมน luteinizing hormone (LH) สูงขึ้น วัดโดยการใช้ชุดตรวจการมีไข่ตกด้วยตนเองที่บ้าน (home ovulation kit)
  • มูกช่องคลอดอาจมีลักษณะใส ยืดได้ คล้ายๆ กับไข่ขาวดิบ
  • เจ็บเต้านม หน้าอกคัดตึง
  • ท้องอืด
  • เลือดออกเปื้อนกางเกงในเล็กน้อย
  • มีอาการปวดหรือเกร็งเล็กน้อยที่ท้องน้อย

เคล็ดลับการตั้งครรภ์

  1. วันที่มีไข่ตกคือวันที่เท่าไรของรอบเดือน?: โดยทั่วไปไข่จะตกก่อนมีประจำเดือนครั้งถัดไป 14 วัน แต่ก็สามารถแตกต่างกันได้ในแต่ละเดือน แม้ผู้หญิงคนนั้นจะมีรอบประจำเดือนสม่ำเสมอก็ตาม ดังนั้นวิธีที่ดีกว่าที่จะรู้ว่าคุณกำลังจะมีไข่ตกหรือไม่ คือให้บันทึกอุณหภูมิร่างกายในแต่ละวันรวมถึงสังเกตลักษณะมูกจากช่องคลอดด้วย คุณอาจใช้ชุดตรวจไข่ตกด้วยตนเองที่บ้านที่มีขายทั่วไปตามร้านขายยาเพื่อช่วยเช็คระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในปัสสาวะก่อนวันที่มีไข่ตกได้
  2. มีเพศสัมพันธ์ให้บ่อย: โอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์จะมีมากที่สุดเมื่อคุณมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 1-2 วันก่อนวันที่มีไข่ตก แต่ว่ารอบประจำเดือนแต่ละครั้งก็อาจมีระยะเวลาแตกต่างกันไป และผู้หญิงบางรายอาจมีรอบประจำเดือนมาไม่ปกติ หรืออาจคำนวณผิดพลาด ตัวอสุจิจะมีชีวิตในร่างกายของผู้หญิงได้สูงสุดถึง 5 วัน ดังนั้นคุณควรมีเพศสัมพันธ์ให้บ่อยในช่วงเวลา 3 วัน ก่อนวันไข่ตกและหลังจากวันที่คุณคิดว่ามีไข่ตกต่อไปอีก 2-3 วัน
  3. นอนลงหลังมีเพศสัมพันธ์: มีความเชื่อกันมานานแล้วว่าคุณควรนอนบนเตียงเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาทีหลังมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้ตัวอสุจิมีโอกาสที่จะเข้าไปถึงไข่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการศึกษาล่าสุดพบว่า ยังไม่มีหลักฐานใดๆ สนับสนุนคำแนะนำนี้
  4. ควบคุมน้ำหนักตัวเองให้เหมาะสม: ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าน้ำหนักร่างกายที่น้อยเกินไป หรือ มากเกินไป อาจขัดขวางการตกไข่ และส่งผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนที่สำคัญ ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่เหมาะสมสำหรับคนไทยคือ 5-22.99 การออกกำลังกายปานกลางเป็นประจำคือสิ่งที่ควรปฏิบัติ (แต่ไม่ใช่การฝึกวิ่งมาราธอน) การออกกำลังกายที่หนักหน่วงเกินไปอาจทำให้รอบประจำเดือนผิดปกติ ทำให้การตั้งครรภ์ยากขึ้น
  5. ลดความเครียด: ข้อมูลจากการวิจัยพบว่า ความเครียดจะทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้น การเล่นโยคะ นั่งสมาธิ และการเดินระยะทางยาวๆ จะช่วยลดความเครียดและช่วยทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
  6. ดูแลรักษาโรคที่เป็นอยู่ในขณะนี้: ถ้าคุณเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน หอบหืด หรือลมชัก ต้องมั่นใจแล้วว่าอาการของโรคเหล่านี้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้อยู่ว่า มียาใดบ้างที่อาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์
  7. สุขภาพของผู้ชายก็ต้องใส่ใจด้วย: แม้ว่าโดยทั่วไปเราจะคิดว่าการตั้งครรภ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้หญิง แต่ก็พบว่ามากกว่า 33% ของปัญหาการมีบุตรยากมาจากผู้ชาย และอีก 33% เป็นปัญหาจากทั้งชายและหญิง เช่นเดียวกับผู้หญิง ผู้ชายต้องปฏิบัติตนให้มีสุขภาพที่ดี ด้วยการเลิกสูบบุหรี่ จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และลดความเครียด
  8. กำลังพยายามที่จะมีลูกชายหรือลูกสาวอยู่หรือไม่?: หลายทฤษฎีอ้างว่าคุณสามารถเลือกเพศของทารกได้ โดยการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของเดือน หรือมีเพศสัมพันธ์ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง อย่างไรก็ตามไม่มีวิธีที่แน่นอนในการเลือกเพศของลูกคุณ โอกาสของการมีลูกชายหรือลูกสาวคือ 50-50 ยกเว้นว่าคุณจะใช้เทคนิคทางการแพทย์ในการคัดเลือกตัวอสุจิและใช้วิธีผสมเทียม

ตัวอย่างการคำนวณวันไข่ตก

สมมุติว่าวันแรกของรอบเดือนคือวันที่ 1 และรอบเดือนของคุณมีทั้งสิ้น 28 วัน ดังนั้น วันที่มีไข่ตกโดยประมาณจะเป็นวันที่ 14 และช่วงระยะเวลาที่มีโอกาสที่ไข่กับอสุจิจะผสมกันได้คือ ช่วงวันที่ 11-15

การจดบันทึกข้อมูลเพื่อวางแผนตั้งครรภ์

ขณะที่คุณวางแผนที่จะตั้งครรภ์ การจดบันทึกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับร่างกายคุณจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ เพราะเมื่อคุณสังเกตและบันทึกการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกาย จะทำให้ทราบได้ว่าเมื่อใดที่จะมีไข่ตก

ในการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทุกวัน จะทำให้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับร่างกายคุณ คุณสามารถบันทึกโดยใช้ปากกาและกระดาษ หรืออาจจดบันทึกบนสมาร์ทโฟนก็ได้

สิ่งที่ต้องบันทึก คือ:

  • จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายหลังตื่นนอน (basal body temperature) ซึ่งเป็นอุณหภูมิหลังการนอนหลับพักผ่อน
  • สังเกตการเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอด
  • ติดตามร่างกายขณะเริ่มมีรอบประจำเดือน
  • จดบันทึกว่าเมื่อใดที่คุณมีเพศสัมพันธ์บ้าง

การรู้ข้อมูลต่างๆ ข้างต้นทำให้เกิดความแตกต่างจากคนอื่น แม้ว่าโดยเฉลี่ยของคู่รักที่พยายามจะตั้งครรภ์จะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนจึงจะตั้งครรภ์ แต่ในคู่รักที่รู้ว่าเมื่อไรจะมีไข่ตก และมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์มากกว่าคู่รักคู่อื่นๆ

การบันทึกอุณหภูมิร่างกายพื้นฐานขณะพัก (basal body temperature)

การวัดอุณหภูมิพื้นฐานของร่างกายขณะพักหลังตื่นนอน เป็นวิธีที่ทำกันมาเป็นเวลานานในการช่วยคาดการณ์วันที่มีไข่ตก และวิธีนี้ก็ช่วยให้ผู้หญิงหลายคนตั้งครรภ์ได้ แต่ข้อมูลจากงานวิจัยเร็วๆ นี้ พบว่าวิธีนี้ก็อาจไม่ได้ผลดังที่ผู้เชี่ยวชาญเคยคิดไว้

ก่อนไข่ตก: อุณหภูมิพื้นฐานขณะพักโดยปกติจะอยู่ระหว่าง 36.1- 36.4 องศาเซลเซียส แต่ค่านี้อาจแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล

ระหว่างไข่ตก: ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) สูงขึ้น ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อยในวันนั้นหรือใน  2 วันต่อมา โดยทั่วไปจะสูงขึ้น 0.5 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิอาจสูงต่อเนื่องไปจนกว่าจะถึงรอบประจำเดือนใหม่ ถ้าคุณตั้งครรภ์ระหว่างรอบประจำเดือนนี้  อุณหภูมิร่างกายคุณอาจสูงต่อเนื่องต่อไปอีก

ความแตกต่างของอุณหภูมิเพียง 0.5 องศาเซลเซียส อาจน้อยจนคุณไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง แต่สามารถวัดได้ด้วยปรอทวัดอุณหภูมิ นอกจากนี้โปรดจำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีไข่ตกจะหมายความว่าคุณได้พลาดโอกาสของการตั้งครรภ์ในรอบประจำเดือนดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้นหากคุณจดบันทึกข้อมูลการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายต่อเนื่องกันหลายรอบประจำเดือน จะทำให้คุณมองเห็นภาพว่าเมื่อใดที่คุณจะมีโอกาสตั้งครรภ์มากที่สุด

เคล็ดลับในการจดบันทึกและทำความเข้าใจเกี่ยวกับอุณหภูมิพื้นฐานของร่างกายขณะพัก

ให้เริ่มวัดและจดบันทึกอุณหภูมิในวันแรกของรอบประจำเดือน โดยให้วัดอุณหภูมิที่เวลาเดียวกันของทุกๆ วัน โดยแนะนำให้วัดทันทีหลังตื่นนอนก่อนที่จะลุกจากเตียงนอน

เมื่อตื่นนอน ให้วัดอุณหภูมิเลย โดยห้ามรับประทาน ดื่ม สูบบุหรี่ หรือลุกเดิน  ก่อนที่จะวัดอุณหภูมิ

คุณสามารถเลือกตำแหน่งที่วัดอุณหภูมิได้ ไม่ว่าจะเป็น ทางปาก, ทวารหนัก, หรือช่องคลอด แต่ให้วัดด้วยช่องทางเดิมในทุกๆ วัน

จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายขณะพักในทุกๆ วัน โดยสามารถวาดกราฟอุณหภูมิได้ โดยแกน X เป็นวันที่ และแกน Y เป็นอุณหภูมิที่วัดได้ และลากเส้นระหว่างจุดแต่ละจุดเพื่อให้เห็นเป็นกราฟ

โปรดจำไว้ว่าในบางครั้งอุณหภูมิอาจสูงกว่าปกติหรือต่ำกว่าปกติ ซึ่งแตกต่างจากวันอื่นๆ ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ไม่บ่อย คุณไม่จำเป็นต้องกังวลกับมัน

เมื่อจดบันทึกอุณหภูมิผ่านไปซัก 2-3 เดือน จะทำให้คุณมองเห็นภาพได้ว่าเมื่อใดที่ร่างกายคุณจะมีการตกไข่ และคุณอาจจำเป็นต้องนำกราฟที่จดบันทึกนี้ไปให้แพทย์ช่วยแปลผลเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าการจดบันทึกอุณหภูมิจะทำกันอย่างกว้างขวาง แต่จะมีผู้หญิงบางรายที่ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ เพราะว่าอุณหภูมิของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่รูปแบบเดิมในแต่ละเดือน อันเนื่องมาจากการตกไข่ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละเดือน ดังนั้นผู้หญิงรายนั้นจะไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการคาดการณ์วันที่มีการตกไข่ได้

มูกช่องคลอดและการตกไข่

การเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอดจะช่วยคาดการณ์วันที่มีการตกไข่ได้ด้วย มีข้อมูลจากการศึกษาพบว่าการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอดมีความแม่นยำมากกว่าการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกายพื้นฐาน  อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้ทั้ง 2 วิธีร่วมกัน

มูกช่องคลอดจะสร้างจากบริเวณปากมดลูก ในช่วงเวลาที่ร่างกายไม่ได้มีการตกไข่หรือไม่ได้ใกล้เวลาของการตกไข่ มูกช่องคลอดจะป้องกันไมให้ตัวอสุจิเข้าไปสู่บริเวณโพรงมดลูก

ในขณะที่เมื่อใกล้เวลาของการตกไข่แล้ว ปากมดลูก จะหลั่งมูกออกมามากขึ้น เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ไข่กับอสุจิจะผสมกันได้ ช่วงเวลานั้นมูกจะมีลักษณะใส และยืดได้ คล้ายกับไข่ขาวดิบ ในช่วงเวลานี้จะช่วยปกป้องตัวอสุจิและช่วยให้อสุจิเดินทางไปสู่ไข่ได้

ในผู้หญิงที่มีรอบเดือนที่ 28 วัน การเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอดจะเป็นดังนี้:

  • วันที่ 1-5: ช่วงมีเลือดประจำเดือน
  • วันที่ 6-9: ช่องคลอดจะแห้ง และอาจมีมูกเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
  • วันที่ 10-12: จะมีมูกลักษณะเหนียวข้น และค่อยๆ เหนียวน้อยลงและเป็นสีขาวมากขึ้น
  • วันที่ 13-15: มูกจะมีลักษณะบาง ใส ยืดได้ คล้ายไข่ขาวดิบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไข่กับอสุจิจะมีโอกาสผสมกันมากที่สุด
  • วันที่ 16-21: มูกจะกลับมาเหนียวข้นอีกครั้ง
  • วันที่ 22-28: ช่องคลอดจะกลับมาแห้งอีกครั้ง

แต่ว่ารอบประจำเดือนของคุณอาจแตกต่างจากที่กล่าวข้างต้นก็ได้ ดังนั้นคุณควรสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณเอง

ถ้าเป็นไปได้ คุณควรตรวจสอบมูกในช่องคลอดทุกวัน โดยสังเกตความรู้สึกแห้งหรือชื้นแฉะที่ช่องคลอด รวมถึงสังเกตมูก หรือตกขาวใดๆ ที่ติดอยู่บนกางเกงใน และจดบันทึกไว้

ตำแหน่งของปากมดลูกและการตกไข่

วิธีอื่นในการสังเกตว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาสำหรับไข่กับอสุจิผสมกันหรือยัง โดยการวัดตำแหน่งของปากมดลูก ถ้าคุณทำการสอดนิ้วมือ 2 นิ้วเข้าไปทางช่องคลอด คุณจะสัมผัสได้กับบริเวณปากมดลูกที่ปลายนิ้วของคุณ ก่อนการตกไข่ จะสัมผัสได้ว่าปากมดลูกแข็งและแห้ง

ระหว่างการตกไข่ ปากมดลูกจะยกตัวสูงขึ้นและรู้สึกนุ่มขึ้นและเปียกชื้น แต่ก่อนที่จะสำรวจด้วยวิธีนี้คุณต้องมั่นใจว่านิ้วมือของคุณสะอาดก่อน แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ค่อนข้างยากที่จะบอกได้อย่างชัดเจน ดังนั้นคุณอาจต้องเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับวิธีนี้ก่อน

ชุดตรวจการตกไข่

ปัจจุบันมีชุดตรวจการตกไข่ที่สามารถใช้ได้เองที่บ้าน ซึ่งเป็นวิธีใหม่ที่ผู้หญิงหลายคนนิยมใช้แทนวิธีเดิม

  • ชุดตรวจการตกไข่: คุณสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งมีราคาไม่แพง โดยจะเป็นการทดสอบหาปริมาณฮอร์โมน LH (luteinizing hormone) ในปัสสาวะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะสูงในช่วงเวลา 12-36 ชั่วโมงก่อนการตกไข่ โดยมีความแม่นยำมากกว่า 90%

การปฏิสนธิและการตั้งครรภ์

โดยส่วนใหญ่แล้วคุณจะไม่ทราบวันที่คุณตั้งครรภ์ แพทย์จะเริ่มนับวันแรกที่มีการตั้งครรภ์ตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งจะเป็นช่วงเวลา 2 สัปดาห์ก่อนวันที่มีการปฏิสนธิ (อสุจิผสมกับไข่)

ต่อไปนี้คือองค์ประกอบการตั้งครรภ์

  • การตกไข่: ในแต่ละเดือนภายในรังไข่ของคุณจะมีกลุ่มของไข่ที่มีการเติบโตขึ้นภายในถุงขนาดเล็กที่มีของเหลวอยู่ภายใน เราเรียกว่า ฟอลลิเคิล (follicles) ในที่สุดไข่ 1 ใบ จะหลุดออกจากฟอลลิเคิล เราเรียกว่าการตกไข่ โดยปกติจะเกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือนครั้งถัดไป
  • ฮอร์โมนสูงขึ้น: ภายหลังจากที่ไข่หลุดออกจากฟอลลิเคิลแล้ว ฟอลลิเคิลจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็น คอร์ปัส ลูเทียม (corpus luteum) ซึ่งคอร์ปัส ลูเทียม นี้จะหลั่งฮอร์โมนเพื่อทำให้ภายในมดลูกหนาตัวขึ้นเพื่อรองรับการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว
  • ไข่จะเดินทางมาที่ท่อนำไข่ (fallopian tube): ไข่ที่ตกออกมาแล้ว จะเดินทางมาที่ท่อนำไข่ ซึ่งจะอยู่ที่นี่ประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อรอให้ตัวอสุจิ 1 ตัวเข้ามาผสม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากรอบเดือนครั้งล่าสุด
  • ถ้าไข่ไม่ได้รับการผสมกับอสุจิ: ถ้าไม่มีตัวอสุจิเข้ามาผสมกับไข่ มันจะเคลื่อนตัวต่อไปที่มดลูกและสลายตัว ระดับฮอร์โมนจะกลับสู่ภาวะปกติ และเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวขึ้นจะเริ่มหลุดลอกเป็นประจำเดือนอีกครั้ง
  • ถ้ามีการปฏิสนธิเกิดขึ้น (อสุจิผสมกับไข่): ถ้าตัวอสุจิเคลื่อนที่เข้ามาที่ท่อนำไข่และเจาะเข้าไปในไข่ได้ จะทำให้เกิดการปฏิสนธิเกิดขึ้น และไข่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้หนาตัวขึ้นเพื่อไม่ให้อสุจิตัวอื่นเข้ามาเจาะอีก ในช่วงเวลาที่มีการปฏิสนธินี้เองที่จะมีการกำหนดยีนและเพศของลูกเกิดขึ้น ถ้าตัวอสุจิมีโครโมโซมเป็น Y คุณจะได้ลูกชาย แต่ถ้าตัวอสุจิมีโครโมโซมเป็น X คุณจะได้ลูกสาว
  • การฝังตัว ไข่จะเคลื่อนที่ไปที่มดลูก: ไข่ที่มีการปฏิสนธิแล้วจะอยู่ในท่อนำไข่ประมาณ 3-4 วัน โดยในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงแรกนี้ ไข่จะมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเป็นเซลล์หลายๆ เซลล์ หลังจากนั้นจะมีการเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ผ่านท่อนำไข่มายังมดลูก หลังจากนั้นจะเกิดการยึดติดกับเยื่อบุโพรงมดลูก เราเรียกว่าการฝังตัว (implantation) ผู้หญิงบางรายอาจมีเลือดออกติดกางเกงในเล็กน้อยในช่วง 1-2 วันของการฝังตัวนี้ เยื่อบุโพรงมดลูกจะหนาตัวขึ้นและปากมดลูกจะถูกปิดโดยมูก ทำให้ทารกเจริญเติบโตอยู่ภายในจนกว่าจะถึงเวลาของการคลอด ภายใน 3 สัปดาห์แรก เซลล์จะเริ่มเติบโตเพิ่มมากขึ้นและเริ่มมีเซลล์ประสาทเซลล์แรกเกิดขึ้น
  • ฮอร์โมนของการตั้งครรภ์: ฮอร์โมนของการตั้งครรภ์เราเรียกว่า ฮอร์โมน hCG ซึ่งจะพบในเลือดขณะที่มีการฝังตัว ซึ่งสามารถตรวจพบฮอร์โมนนี้ได้ในการตรวจตั้งครรภ์ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ หลังจากรอบประจำเดือนล่าสุดของคุณ จึงจะตรวจพบปริมาณฮอร์โมนนี้ได้จากการตรวจตั้งครรภ์

ทีมา : https://www.webmd.com/baby/healthtool-ovulation-calculator

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก