การตั้งครรภ์

การคำนวณวันไข่ตก

เผยแพร่ครั้งแรก 28 ก.พ. 2018 อัปเดตล่าสุด 21 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 8 นาที
การคำนวณวันไข่ตก

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ดูวันไข่ตก คือ หนึ่งในตัวช่วยให้คุณมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้น ซึ่งโดยปกติ ร่างกายของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงวันไข่ตก เช่น รู้สึกปวดเกร็งท้องน้อย เจ็บเท้านม ท้องอืด อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
  • ยังมีเคล็ดลับอื่นๆ ที่ทำให้คุณตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้นอีก เช่น มีเพศสัมพันธ์ให้บ่อยขึ้น ควบคุมน้ำหนัก ลดความเครียด ดูแลโรคประจำตัวหากมี เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด
  • การจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย มูกในช่องคลอด รวมถึงอุณหภูมิร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถช่วยให้รู้วันไข่ตกได้ แต่ด้วยปัจจัยรอบตัวที่อาจทำให้การเปลี่ยนแปลง และอุณหภูมิของร่างกายคลาดเคลื่อนได้ วิธีนี้จึงไม่เป็นที่แนะนำในหมู่ผู้หญิงที่ต้องการมีบุตร
  • คุณสามารถใช้ชุดตรวจการไข่ตกเพื่อหาวันตกไข่ให้ตนเองได้ อีกทั้งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยาด้วย ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่จะทำให้มั่นใจเรื่องวันไข่ตกได้มากกว่า การสังเกตร่างกายตนเอง
  • หากคุณไม่มั่นใจว่า ควรเริ่มแผนการตั้งครรภ์อย่างไรจึงจะเหมาะสม คุณอาจไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ (ดูแพ็กเกจตรวจก่อนแต่ง ตรวจภาวะมีบุตรยากได้ที่นี่)

ผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์สามารถคำนวณวันที่จะมีไข่ตกได้จากการสังเกตความเปลี่ยนแปลงในร่างกายตนเอง และการวัดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกช่วงเวลาของการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสม และช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

สัญญาณของการมีไข่ตก

  • อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น โดยทั่วไปประมาณ 3 – 0.5 องศาเซลเซียส เมื่อวัดโดยปรอทวัดอุณหภูมิ (thermometer)
  • มีระดับฮอร์โมน luteinizing hormone (LH) สูงขึ้น วัดโดยการใช้ชุดตรวจการมีไข่ตกด้วยตนเองที่บ้าน (home ovulation kit)
  • มูกช่องคลอดอาจมีลักษณะใส ยืดได้ คล้ายๆ กับไข่ขาวดิบ
  • เจ็บเต้านม หน้าอกคัดตึง
  • ท้องอืด
  • เลือดออกเปื้อนกางเกงในเล็กน้อย
  • มีอาการปวดหรือเกร็งเล็กน้อยที่ท้องน้อย

เคล็ดลับการตั้งครรภ์

1. วันที่มีไข่ตกคือวันที่เท่าไรของรอบเดือน? 

โดยทั่วไปไข่จะตกก่อนมีประจำเดือนครั้งถัดไป 14 วัน แต่ก็สามารถแตกต่างกันได้ในแต่ละเดือน แม้ผู้หญิงคนนั้นจะมีรอบประจำเดือนสม่ำเสมอก็ตาม ดังนั้นวิธีที่ดีกว่าที่จะรู้ว่าคุณกำลังจะมีไข่ตกหรือไม่ คือ ให้บันทึกอุณหภูมิร่างกายในแต่ละวันรวมถึงสังเกตลักษณะมูกจากช่องคลอดด้วย 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

คุณอาจใช้ชุดตรวจไข่ตกด้วยตนเองที่บ้านที่มีขายทั่วไปตามร้านขายยา เพื่อช่วยเช็คระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในปัสสาวะก่อนวันที่มีไข่ตกได้

2. มีเพศสัมพันธ์ให้บ่อย 

โอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์จะมีมากที่สุดเมื่อคุณมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 1-2 วันก่อนวันที่มีไข่ตก แต่ด้วยปัจจัยเกี่ยวกับรอบประจำเดือนแต่ละครั้งซึ่งระยะเวลาแตกต่างกันไป และผู้หญิงบางรายก็รอบเดือนมาไม่ปกติ หรืออาจคำนวณผิดพลาด อีกทั้งตัวอสุจิจะมีชีวิตในร่างกายของผู้หญิงได้สูงสุดถึง 5 วัน 

ดังนั้นคุณควรมีเพศสัมพันธ์ให้บ่อยในช่วงเวลา 3 วัน ก่อนวันไข่ตก และหลังจากวันที่คุณคิดว่ามีไข่ตกต่อไปอีก 2-3 วัน

3. นอนลงหลังมีเพศสัมพันธ์ 

มีความเชื่อกันมานานแล้วว่า คุณควรนอนบนเตียงเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาทีหลังมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้ตัวอสุจิมีโอกาสที่จะเข้าไปถึงไข่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการศึกษาล่าสุดพบว่า ยังไม่มีหลักฐานใดๆ สนับสนุนคำแนะนำนี้

4. ควบคุมน้ำหนักตัวเองให้เหมาะสม 

ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าน้ำหนักร่างกายที่น้อยเกินไป หรือ มากเกินไป อาจขัดขวางการตกไข่ และส่งผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนที่สำคัญ ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่เหมาะสมสำหรับคนไทยคือ 5-22.99 

นอกจากนี้ คุณยังควรออกกำลังกายแต่พอดี ไม่หักโหมจนเกินไป เพราะการออกกำลังกายที่หนักหน่วงเกินไปอาจทำให้รอบประจำเดือนผิดปกติ และทำให้การตั้งครรภ์ยากขึ้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

5. ลดความเครียด 

ข้อมูลจากการวิจัยพบว่า ความเครียดจะทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้น การเล่นโยคะ นั่งสมาธิ และการเดินระยะทางยาวๆ จะช่วยลดความเครียด และช่วยทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น

6. ดูแลรักษาโรคที่เป็นอยู่ในขณะนี้ 

ถ้าคุณเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน หอบหืด หรือลมชัก ต้องมั่นใจแล้วว่า อาการของโรคเหล่านี้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้อยู่ว่า มียาใดบ้างที่อาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์

7. สุขภาพของผู้ชายก็ต้องใส่ใจด้วย 

แม้ว่าโดยทั่วไปเราจะคิดว่า การตั้งครรภ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้หญิง แต่ก็พบว่ามากกว่า 33% ของปัญหาการมีบุตรยากมาจากผู้ชาย และอีก 33% เป็นปัญหาจากทั้งชาย และหญิง 

ดังนั้นฝั่งผู้ชายเองจึงต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง รเลิกสูบบุหรี่ จำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และลดความเครียด

8. กำลังพยายามที่จะมีลูกชายหรือลูกสาวอยู่หรือไม่? 

หลายทฤษฎีอ้างว่า คุณสามารถเลือกเพศของทารกได้ โดยการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของเดือน หรือมีเพศสัมพันธ์ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง 

อย่างไรก็ตามไม่มีวิธีที่แน่นอนในการเลือกเพศของลูกคุณ โอกาสของการมีลูกชายหรือลูกสาวคือ 50-50 ยกเว้นว่า คุณจะใช้เทคนิคทางการแพทย์ในการคัดเลือกตัวอสุจิและใช้วิธีผสมเทียม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ตัวอย่างการคำนวณวันไข่ตก

สมมุติว่าวันแรกของรอบเดือนคือวันที่ 1 และรอบเดือนของคุณมีทั้งสิ้น 28 วัน ดังนั้น วันที่มีไข่ตกโดยประมาณจะเป็นวันที่ 14 และช่วงระยะเวลาที่มีโอกาสที่ไข่กับอสุจิจะผสมกันได้คือ ช่วงวันที่ 11-15

หรือหากต้องการความสะดวกสบายยิ่งขึ้น คุณอาจเลือกบันทึกวันประจำเดือนมาเพื่อหาวันไข่ตก ดูโปรแกรมคำนวณ ที่นี่

การจดบันทึกข้อมูลเพื่อวางแผนตั้งครรภ์

ขณะที่คุณวางแผนที่จะตั้งครรภ์ การจดบันทึกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับร่างกายคุณจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ เพราะเมื่อคุณสังเกต และบันทึกการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกาย จะทำให้ทราบได้ว่า เมื่อใดที่จะมีไข่ตก

ในการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทุกวัน จะทำให้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับร่างกายคุณ คุณสามารถบันทึกโดยใช้ปากกา และกระดาษ หรืออาจจดบันทึกบนสมาร์ทโฟนก็ได้ ซึ่งสิ่งที่ต้องบันทึกลงไป ได้แก่

  • จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายหลังตื่นนอน (basal body temperature) ซึ่งเป็นอุณหภูมิหลังการนอนหลับพักผ่อน
  • สังเกตการเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอด
  • ติดตามร่างกายขณะเริ่มมีรอบประจำเดือน
  • จดบันทึกว่าเมื่อใดที่คุณมีเพศสัมพันธ์บ้าง

การรู้ข้อมูลต่างๆ ข้างต้นทำให้เกิดความแตกต่างจากคนอื่น แม้ว่าโดยเฉลี่ยของคู่รักที่พยายามจะตั้งครรภ์จะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนจึงจะตั้งครรภ์ แต่ในคู่รักที่รู้ว่าเมื่อไรจะมีไข่ตก และมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำในช่วงเวลาดังกล่าว จะช่วยเพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์มากกว่าคู่รักคู่อื่นๆ

การบันทึกอุณหภูมิร่างกายพื้นฐานขณะพัก (basal body temperature)

การวัดอุณหภูมิพื้นฐานของร่างกายขณะพักหลังตื่นนอน เป็นวิธีที่ทำกันมาเป็นเวลานานในการช่วยคาดการณ์วันที่มีไข่ตก และวิธีนี้ก็ช่วยให้ผู้หญิงหลายคนตั้งครรภ์ได้ 

โดยก่อนไข่ตก อุณหภูมิพื้นฐานขณะพักโดยปกติจะอยู่ระหว่าง 36.1- 36.4 องศาเซลเซียส แต่ค่านี้อาจแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล

ระหว่างไข่ตก: ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) สูงขึ้น ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อยในวันนั้นหรือใน  2 วันต่อมา โดยทั่วไปจะสูงขึ้น 0.5 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิอาจสูงต่อเนื่องไปจนกว่าจะถึงรอบประจำเดือนใหม่ ถ้าคุณตั้งครรภ์ระหว่างรอบประจำเดือนนี้  อุณหภูมิร่างกายคุณอาจสูงต่อเนื่องต่อไปอีก

ความแตกต่างของอุณหภูมิเพียง 0.5 องศาเซลเซียส อาจน้อยจนคุณไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง แต่สามารถวัดได้ด้วยปรอทวัดอุณหภูมิ 

นอกจากนี้ โปรดจำไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีไข่ตก หมายถึงว่า คุณได้พลาดโอกาสของการตั้งครรภ์ในรอบประจำเดือนดังกล่าวไปแล้ว 

ดังนั้นหากคุณจดบันทึกข้อมูลการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายต่อเนื่องกันหลายรอบประจำเดือน จะทำให้คุณมองเห็นภาพว่า เมื่อใดที่คุณจะมีโอกาสตั้งครรภ์มากที่สุด

เคล็ดลับในการจดบันทึก และทำความเข้าใจเกี่ยวกับอุณหภูมิพื้นฐานของร่างกายขณะพัก

อย่างแรก ให้คุณเริ่มวัด และจดบันทึกอุณหภูมิในวันแรกของรอบประจำเดือน โดยให้วัดอุณหภูมิที่เวลาเดียวกันของทุกๆ วัน โดยแนะนำให้วัดทันทีหลังตื่นนอนก่อนที่จะลุกจากเตียงนอน ห้ามรับประทาน ดื่ม สูบบุหรี่ หรือลุกเดิน  ก่อนที่จะวัดอุณหภูมิ

คุณสามารถเลือกตำแหน่งที่วัดอุณหภูมิได้ ไม่ว่าจะเป็น ทางปาก ทวารหนัก หรือช่องคลอด แต่ให้วัดด้วยช่องทางเดิมในทุกๆ วัน

นอกจากนี้ ให้คุณจดบันทึกอุณหภูมิร่างกายขณะพักในทุกๆ วัน โดยสามารถวาดกราฟอุณหภูมิได้ โดยแกน X เป็นวันที่ และแกน Y เป็นอุณหภูมิที่วัดได้ และลากเส้นระหว่างจุดแต่ละจุดเพื่อให้เห็นเป็นกราฟ

โปรดจำไว้ว่า ในบางครั้งอุณหภูมิอาจสูงกว่าปกติ หรือต่ำกว่าปกติได้ ซึ่งแตกต่างจากวันอื่นๆ ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ไม่บ่อย คุณไม่จำเป็นต้องกังวลกับมัน

เมื่อจดบันทึกอุณหภูมิผ่านไปซัก 2-3 เดือน จะทำให้คุณมองเห็นภาพได้ว่า เมื่อใดที่ร่างกายคุณจะมีการตกไข่ และคุณอาจจำเป็นต้องนำกราฟที่จดบันทึกนี้ไปให้แพทย์ช่วยแปลผลเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าการจดบันทึกอุณหภูมิจะทำกันอย่างกว้างขวาง แต่จะมีผู้หญิงบางรายที่ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ เพราะว่าอุณหภูมิของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่รูปแบบเดิมในแต่ละเดือน อันเนื่องมาจากการตกไข่ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละเดือน ดังนั้นผู้หญิงรายนั้นจะไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการคาดการณ์วันที่มีการตกไข่ได้

มูกช่องคลอด และการตกไข่

การเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอดจะช่วยคาดการณ์วันที่มีการตกไข่ได้ด้วย มีข้อมูลจากการศึกษาพบว่า การสังเกตการเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอดมีความแม่นยำมากกว่าการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกายพื้นฐาน  อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้ทั้ง 2 วิธีร่วมกัน

มูกช่องคลอดจะสร้างจากบริเวณปากมดลูก ในช่วงเวลาที่ร่างกายไม่ได้มีการตกไข่ หรือไม่ได้ใกล้เวลาของการตกไข่ มูกช่องคลอดจะป้องกันไมให้ตัวอสุจิเข้าไปสู่บริเวณโพรงมดลูก

ในขณะที่เมื่อใกล้เวลาของการตกไข่แล้ว ปากมดลูก จะหลั่งมูกออกมามากขึ้น เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ไข่กับอสุจิจะผสมกันได้ ช่วงเวลานั้นมูกจะมีลักษณะใส และยืดได้ คล้ายกับไข่ขาวดิบ ในช่วงเวลานี้จะช่วยปกป้องตัวอสุจิและช่วยให้อสุจิเดินทางไปสู่ไข่ได้

ในผู้หญิงที่มีรอบเดือนที่ 28 วัน การเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอดจะเป็นดังนี้:

  • วันที่ 1-5: ช่วงมีเลือดประจำเดือน
  • วันที่ 6-9: ช่องคลอดจะแห้ง และอาจมีมูกเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
  • วันที่ 10-12: จะมีมูกลักษณะเหนียวข้น และค่อยๆ เหนียวน้อยลงและเป็นสีขาวมากขึ้น
  • วันที่ 13-15: มูกจะมีลักษณะบาง ใส ยืดได้ คล้ายไข่ขาวดิบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไข่กับอสุจิจะมีโอกาสผสมกันมากที่สุด
  • วันที่ 16-21: มูกจะกลับมาเหนียวข้นอีกครั้ง
  • วันที่ 22-28: ช่องคลอดจะกลับมาแห้งอีกครั้ง

แต่ว่ารอบประจำเดือนของคุณอาจแตกต่างจากที่กล่าวข้างต้นก็ได้ ดังนั้นคุณควรสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณเอง

ถ้าเป็นไปได้ คุณควรตรวจสอบมูกในช่องคลอดทุกวัน โดยสังเกตความรู้สึกแห้งหรือชื้นแฉะที่ช่องคลอด รวมถึงสังเกตมูก หรือตกขาวใดๆ ที่ติดอยู่บนกางเกงใน และจดบันทึกไว้

ตำแหน่งของปากมดลูก และการตกไข่

วิธีอื่นในการสังเกตว่า ช่วงเวลานี้ คือ ช่วงเวลาสำหรับไข่กับอสุจิผสมกันหรือยัง โดยการวัดตำแหน่งของปากมดลูก ถ้าคุณทำการสอดนิ้วมือ 2 นิ้วเข้าไปทางช่องคลอด คุณจะสัมผัสได้กับบริเวณปากมดลูกที่ปลายนิ้วของคุณ ก่อนการตกไข่ จะสัมผัสได้ว่าปากมดลูกแข็ง และแห้ง

ระหว่างการตกไข่ ปากมดลูกจะยกตัวสูงขึ้น รู้สึกนุ่มขึ้น และเปียกชื้น แต่ก่อนที่จะสำรวจด้วยวิธีนี้คุณต้องมั่นใจว่า นิ้วมือของคุณสะอาดก่อน แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ค่อนข้างยากที่จะบอกได้อย่างชัดเจน ดังนั้นคุณอาจต้องเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับวิธีนี้ก่อน

ชุดตรวจการตกไข่

ปัจจุบันมีชุดตรวจการตกไข่ที่สามารถใช้ได้เองที่บ้าน ซึ่งเป็นวิธีใหม่ที่ผู้หญิงหลายคนนิยมใช้แทนวิธีเดิม 

คุณสามารถหาซื้อชุดตรวจการตกไข่ได้ตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งมีราคาไม่แพง โดยจะเป็นการทดสอบหาปริมาณฮอร์โมน LH (Luteinizing Hormone) ในปัสสาวะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะสูงในช่วงเวลา 12-36 ชั่วโมงก่อนการตกไข่ โดยมีความแม่นยำมากกว่า 90%

การปฏิสนธิ และการตั้งครรภ์

โดยส่วนมาก คุณจะไม่ทราบวันที่คุณตั้งครรภ์ แพทย์จะเริ่มนับวันแรกที่มีการตั้งครรภ์ตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งจะเป็นช่วงเวลา 2 สัปดาห์ก่อนวันที่มีการปฏิสนธิ (อสุจิผสมกับไข่)

องค์ประกอบการตั้งครรภ์

  1. การตกไข่: ในแต่ละเดือน ภายในรังไข่ของคุณจะมีกลุ่มของไข่ที่มีการเติบโตขึ้นภายในถุงขนาดเล็กซึ่งมีของเหลวอยู่ภายใน เราเรียกว่า "ฟอลลิเคิล (follicles)"

    และไข่ 1 ใบ จะหลุดออกจากฟอลลิเคิล เราเรียกว่า "การตกไข่" ซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือนครั้งถัดไป

  2. ฮอร์โมนสูงขึ้น: ภายหลังจากที่ไข่หลุดออกจากฟอลลิเคิลแล้ว ฟอลลิเคิลจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็น คอร์ปัส ลูเทียม (Corpus Luteum) ซึ่งคอร์ปัส ลูเทียมนี้ จะหลั่งฮอร์โมนเพื่อทำให้ภายในมดลูกหนาตัวขึ้น เพื่อรองรับการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว

  3. ไข่จะเดินทางมาที่ท่อนำไข่ (fallopian tube): ไข่ที่ตกออกมาแล้ว จะเดินทางมาที่ท่อนำไข่ ซึ่งจะอยู่ที่นี่ประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อรอให้ตัวอสุจิ 1 ตัวเข้ามาผสม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากรอบเดือนครั้งล่าสุด

  4. ถ้าไข่ไม่ได้รับการผสมกับอสุจิ: ถ้าไม่มีตัวอสุจิเข้ามาผสมกับไข่ มันจะเคลื่อนตัวต่อไปที่มดลูก และสลายตัว ระดับฮอร์โมนจะกลับสู่ภาวะปกติ และเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวขึ้นจะเริ่มหลุดลอกเป็นประจำเดือนอีกครั้ง

  5. ถ้าไข่มีการปฏิสนธิกับตัวอสุจิเกิดขึ้น: ถ้าตัวอสุจิเคลื่อนที่เข้ามาที่ท่อนำไข่ และเจาะเข้าไปในไข่ได้ จะทำให้เกิดการปฏิสนธิเกิดขึ้น และไข่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้หนาตัวขึ้น เพื่อไม่ให้อสุจิตัวอื่นเข้ามาเจาะอีก

    ในช่วงเวลาที่มีการปฏิสนธินี้เองที่จะมีการกำหนดยีน และเพศของลูกเกิดขึ้น ถ้าตัวอสุจิมีโครโมโซมเป็น Y คุณจะได้ลูกชาย แต่ถ้าตัวอสุจิมีโครโมโซมเป็น X คุณจะได้ลูกสาว

  6. การฝังตัว ไข่จะเคลื่อนที่ไปที่มดลูก: ไข่ที่มีการปฏิสนธิแล้วจะอยู่ในท่อนำไข่ประมาณ 3-4 วัน โดยในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงแรกนี้ ไข่จะมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเป็นเซลล์หลายๆ เซลล์ แล้วจะมีการเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ผ่านท่อนำไข่มายังมดลูก

    หลังจากนั้น จะเกิดการยึดติดกับเยื่อบุโพรงมดลูก เราเรียกว่า "การฝังตัว (implantation)" ผู้หญิงบางรายอาจมีเลือดออกติดกางเกงในเล็กน้อยในช่วง 1-2 วันของการฝังตัวนี้

    เยื่อบุโพรงมดลูกจะหนาตัวขึ้น และปากมดลูกจะถูกปิดโดยมูก ทำให้ทารกเจริญเติบโตอยู่ภายในจนกว่าจะถึงเวลาของการคลอด ภายใน 3 สัปดาห์แรก เซลล์จะเริ่มเติบโตเพิ่มมากขึ้นและเริ่มมีเซลล์ประสาทเซลล์แรกเกิดขึ้น

  7. ฮอร์โมนของการตั้งครรภ์: ฮอร์โมนของการตั้งครรภ์เราเรียกว่า ฮอร์โมน hCG ซึ่งจะพบในเลือดขณะที่มีการฝังตัว ซึ่งสามารถตรวจพบฮอร์โมนนี้ได้ในการตรวจตั้งครรภ์ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์หลังจากรอบประจำเดือนล่าสุดของคุณ จึงจะตรวจพบปริมาณฮอร์โมนนี้

ลองใช้ เครื่องคำนวณวันไข่ตก อัตโนมัติได้ ที่นี่ คลิก >>

มีเคล็ดลับหลายอย่างที่สามารถทำให้คุณมีเจ้าตัวน้อยได้ในเวลาอันรวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจว่า คุณดูวันไข่ตกไม่ผิดพลาด คุณอาจเข้าปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่า ต้องการวางแผนการตั้งครรภ์ เพื่อที่ได้แพทย์จะได้ให้คำแนะนำในการดูวันไข่ตกเพิ่มเติมต่อไป

ดูแพ็กเกจตรวจก่อนแต่ง ตรวจภาวะมีบุตรยาก เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า อันตรายหรือไม่
ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า อันตรายหรือไม่

เรื่องง่ายๆ ที่คุณแม่ทุกคนต้องใส่ใจเพราะอัตราการเต้นของหัวใจสัมพันธ์กับความปลอดภัยของลูกน้อย

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี