ความรู้สุขภาพ

ภาวะเลือดเป็นด่างจากการเผาผลาญ (Metabolic alkalosis)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ภาวะเลือดเป็นด่างจากการเผาผลาญ (Metabolic alkalosis)

ภาวะเลือดเป็นด่างจากการเผาผลาญ

(Metabolic alkalosis)

 ความหมาย เป็นภาวะที่ร่างกายมีการสูญเสีย H+ หรือมีระดับ HCO3- เพิ่มขึ้นในเลือดหรือน้ำนอกเซลล์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของการเผาผลาญทำให้เลือดมีฤทธิ์เป็นด่าง

สาเหตุ เกิดจากมีการสูญเสียกรดจากการอาเจียน มีอัลโดสเตอโรนมากผิดปกติ การได้รับยาขับปัสสาวะ ได้รับยาสเตียรอยด์ จากภาวะโปแตสเซียมในเลือดต่ำ หรือเกิดจากการได้รับด่างเพิ่มจากการรับประทานยาลดกรด การดื่มนมจำนวนมาก การได้รับเลือดจำนวนมาก การได้รับสเตียรอยด์ และเกิดจากโรคหลอดเลือดแดงที่ไตตีบ

พยาธิสรีรภาพ เมื่อไบคาร์บอเนตในเลือดสูงขึ้น กลไกการควบคุมภาวะกรด-ด่างของร่างกายคือ บัพเฟอร์ทางเคมีซึ่งอยู่ในและนอกเซลล์จะเข้าจับ HCO3- ทันที ซึ่งในระยะนี้จะไม่พบความผิดปกติใดๆ ต่อเมื่อ HCO3- มากเกินกว่าที่บัพเฟอร์จะจับได้หมด pH ของเลือดจะสูงขึ้น เมื่อ pH > 7.45 หรือ HCO3- > 26 mEq/L จะมีผลไปกดการทำงานของ Chemoreceptor ในเมดัลลาทำให้หายใจช้าลงเพื่อให้มีการคั่งของ CO2 และเมื่อ CO2 + H2O จะได้กรดคาร์บอนิก (H3CO2) ทำให้ pH ของเลือดลดลง การหายใจที่ช้าลงจะทำให้มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำลง หาก HCO3- > 28 mEq/L โกลเมอรูลัสของไตจะไม่ดูดซึม HCO3- กลับ และขับออกทางปัสสาวะในรูปของ NaHCO3 มากที่สุด ส่วนน้อยในรูปของโซเดียมซิเตรต โซเดียมไฮโปฟอสเฟต เกลือโซเดียมของกรดไตรคาร์บอซิลิก โปแตสเซียมไบคาร์บอเนต ทำให้ปัสสาวะมีฤทธิ์เป็นด่าง เมื่อขับโซเดียมออกไปจะทำให้น้ำถูกดึงออกไปด้วย ผู้ป่วยจะปัสสาวะมากและทำให้ปริมาณเลือดไหลเวียนลดลง มีอาการกระหายน้ำและปากแห้ง นอกจากนี้ไตยังขับคลอไรด์ออกเพิ่มขึ้นทำให้ปัสสาวะมีคลอไรด์สูง เมื่อ H+ ในเลือดต่ำจะทำให้ H+ ในเซลล์เคลื่อนออกจากเซลล์แลกเปลี่ยนกับ K+ เพื่อรักษาสมดุลของประจุไฟฟ้า จึงทำให้เกิดภาวะโปแตสเซียมในเลือดต่ำได้ ในภาวะเลือดเป็นด่าง H+ ในเลือดต่ำจะทำให้แคลเซียมมีการแตกตัวเป็นอิออนลดลงซึ่งมีผลให้เซลล์ของระบบประสาทยอมให้โซเดียมผ่านผนังเซลล์ได้มากขึ้น กระตุ้นการนำกระแสประสาทไวกว่าปกติทั้งของประสาทส่วนปลายและระบบประสาทส่วนกลาง

อาการ ชาที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เป็นตะคริว หากมีภาวะเลือดเป็นด่างอย่างรุนแรง (HCO3- มากกว่า 40 mEq/L) ผู้ป่วยจะไวต่อสิ่งเร้า บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง สับสน เพ้อคลั่ง กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ไม่รู้สึกตัว การหายใจถูกกดทำให้หายใจตื้นช้า หาก pH > 7.6 จะเกิดภาวะโปแตสเซียมในเลือดต่ำ ทำให้หัวใจห้องล่างเต้นผิดปกติโดยเฉพาะเมื่อมีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำร่วมด้วย ความดันเลือดจะต่ำลงคลื่นไฟฟ้าหัวใจจะเปลี่ยนแปลง และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ลำไส้เคลื่อนไหวลดลงหรือหยุดเคลื่อนไหว เมื่อไตทำหน้าที่ขับไบคาร์บอเนตและคลอไรด์เพิ่มขึ้นระยะนี้ปัสสาวะจะออกมาก

การวินิจฉัยโรค จากประวัติเคยมีภาวะสูญเสียกรดหรือได้รับด่างเกิน ตรวจร่างกายพบอาการกระสับกระส่าย ไวต่อสิ่งเร้า สับสน กล้ามเนื้อกระตุก รีเฟล็กซ์ไวกล่าปกติ หายใจ ตื้นและช้า คลื่นไส้ อาเจียน ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยหรือไม่ได้ยินเสียง ท้องอืด หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันเลือดต่ำลง ตรวจเลือดหาการวิเคราะห์ค่าความดันก๊าซในเลือดแดง (Arterial blood gas; ABG) พบ pH > 7.45, HCO3- > 26 mEq/L, Base excess > +2, ตรวจเลือด ได้ค่าโปแตสเซียมและคลอไรด์ต่ำ pH ในปัสสาวะ > 7 คลื่นไฟฟ้าหัวใจพบ T และ U wave

การรักษา มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขสาเหตุ เช่น ควบคุมการอาเจียน และแก้ไขภาวะด่าง เช่น ให้โซเดียมคลอไรด์ทางหลอดเลือดดำเพื่อเร่งการขับไบคาร์บอเนตออกทางปัสสาวะให้ไดอะม็อก (Diamox หรือ Acetazolamide) 250-500 มิลลิกรัม วันละ 2-4 ครั้ง เพื่อขับไบคาร์บอเนตออกทางปัสสาวะ ในรายที่รุนแรงให้แอมโมเนียมคลอไรด์หรือกรดไฮโดรคลอริกผสมในน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อเพิ่มไฮโดรเจนอิออนและคลอไรด์อิออน ควรให้หยดเข้าทางหลอดเลือดดำใหญ่ช้าๆ ในระยะเวลา 12-24 ชั่วโมง หรือให้ทางสายสวนกระเพาะอาหาร ให้ยาลดการหลั่งกรดในรายที่ผ่าตัดกระเพาะอาหาร

การพยาบาล ดูแลเพื่อป้องกันการเกิดภาวะพร่องออกซิเจน โดยดูแลให้ได้รับออกซิเจนตามแผนการรักษา บันทึกสัญญาณชีพทุก 1-8 ชั่วโมง จังหวะการเต้นของหัวใจ ลักษณะการหายใจ ติดตามผลการตรวจเลือดเพื่อวิเคราะห์ก๊าซในเลือดแดง (Arterial blood gas; ABG) ให้มีภาวะสมดุลของกรด-ด่าง โดยดูแลให้ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำหรือทางปาก ดูแลให้มีความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ โดยดูแลให้

ผู้ป่วยได้รับโปแตสเซียมทดแทน เมื่อมีภาวะขาดโปแตสเซียม อาจให้ผสมในสารน้ำและหยดอย่างสม่ำเสมอ ด้วยอัตราเร็วตามแผนการรักษา ดูแลให้ได้รับแคลเซียมกลูโคเนตในรายที่มีอาการชักกระตุก ดูแลให้ได้รับแอมโมเนียมคลอไรด์ตามแผนการรักษา โดยให้ในอัตราเร็ว 1 ลิตรนานไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง หากให้เร็วเกินไปจะทำให้เม็ดเลือดแดงแตก ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับและโรคไต ป้องกันอุบัติเหตุโดยระวังอาการชัก ยกไม้กั้นเตียงขึ้น แนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกับโรคที่เป็นสาเหตุ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป