การรักษา

รอบรู้เรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 6, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,032,276 คน

รอบรู้เรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ

รอบรู้เรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ สารโภชนบำบัด และการแพทย์ทางเลือก

อ่านข้อมูลที่สำคัญ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระ สารโภชนบำบัด รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ทางเลือกในปัจจุบัน ทั้งที่เราเคยได้รู้จักบ้างแล้ว อาธิ การฝังเข็มการแพทย์แผนโบราณของชาวจีน แต่ก็มีอีกลายอย่างที่น่าสนใจ เช่นโฮมีโอพาธี การเเพทย์แบบออร์โธโมเลกุลาร์ ที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ว่าด้วยเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระ -antioxidant (พระเอก) คือเราบรรดาเอนไซม์ กรดอะมิโน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่ปกป้องร่างกายของเราจากอนุมูลอิสระ. -free radical (ผู้ร้าย) อันเป็นปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ควบคุมไม่ได้ซึ่งสามารถทำลายเซลล์และทำลายระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ร่างกายเราผลิตอนุมูลอิสระทุกวันจากกระบวนการเผาผ่านเพื่อให้เกิดพลังงานพูดอีกอย่างก็คืออนุมูลอิสระคือผลพลอยได้ที่แม้เราไม่ต้องการแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ความเครียดจากสภาวะแวดล้อมหรือจากร่างกายเราเอง ไม่ว่าจะเป็นมลพิษในอากาศควันบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์โรคภัยไข้เจ็บรวมไปถึงอาหารปิ้งย่างอายุที่มากขึ้นและการออกกำลังกายอย่างหักโหมล้วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เพิ่มขึ้นทั้งสิ้นเพื่อรักษาระดับปริมาณอนุมูลอิสระร่างกายของเราจะสร้างสารต้านอนุมูนอิสระหลายชนิดตัวที่โดดเด่นได้แก่ แคตตาเลส โคเอนไซม์คิว 10 กลูตาไธโอน เมลาโทนิน วิตามินเอ แอลฟาเเละเบต้าเเคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี กรดลิโพอิก ซีลีเนียม ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (เอสโอดี) และสังกะสีแต่ข่าวร้ายก็คือเมื่ออายุเรามากขึ้นอนุมูอิสระก็สะสมมากขึ้นในขณะที่ร่างกายสร้างสารต้านอนุมูนอิสระได้น้อยลงส่งผลให้ความเสี่ยงต่อมะเร็งและโรคหัวใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และด้วยเหตุนี้เองอาหารที่มีสารต้านอนุมูนอิสระสูงและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเช่น ใบแปะก๊วย สารสกัดจากเมล็ดองุ่น สารสกัดจากชาเขียว ไอโซฟาโวน รูทีนและไรโคปีนซึ่งมีความจำเป็นต่อเราและยิ่งเราเริ่มรับประทานสารเหล่านี้เร็วเท่าใดก็จะยิ่งส่งผลดีต่อร่างกายเราในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น

ว่าด้วยเรื่องของสารโภชนบำบัด

สารโภชนบำบัด (Nutraceutical) อาจจัดได้ว่าเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับการแพทย์สาขาเวชศาสตร์ป้องกันในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา มันคือสารที่สกัดจากผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ (อาหารหรือบางส่วนของอาหาร) ที่มีผลในการรักษาโรคต่างๆซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลไม่ต่างจากยา เช่น ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง ไฮเพอริคัมเเละพอลิฟีนอลในเซนต์จอห์นส์สวอร์ต (ส่วนภัยชนิดหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในบ้านเรา) ซึ่งมีคุณสมบัติในการแก้อาการซึมเศร้าสารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเหล่านี้สกัดจากพืชสาหร่ายและแหล่งทางชีวภาพอื่นๆแล้วถูกนำมาทำให้เข้มข้นขึ้นแปรรูปเป็นเม็ดอัดผงหรือแคปซูลและทุกวันนี้ได้ใช้ในการป้องกันโรคต่างๆตลอดจนใช้รักษาอาการเจ็บป่วยไข้ทั่วไปซึ่งเดิมเคยมีแต่เพียงยาแผนปัจจุบันตามที่แพทย์สั่งเท่านั้นตัวอย่างเช่นยาต้านอาการซึมเศร้าอย่างเเพ็กซิลเเละโปรเเซก ซึ่งอยู่ในกลุ่ม SSRIs พบว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับสารโภชนบำบัดอย่าง 5-HTP ซึ่งเป็นสารสกัดจากเมล็ดของต้นไม้ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Griffonia simplicifolia

สารโภชนบำบัด ยังหมายรวมถึงการนำสารเคมีในอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาทำให้เข้มข้นเพื่อการบริโภคเสริมในแต่ละวันด้วยเนื่องจากมีเพียงร้อยละเก้าของชาวอเมริกันเท่านั้นที่รับประทานผักและผลไม้ถึงห้าหน่วยบริโภคต่อวันผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้จึงมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยต่อภาวะโภชนาการของประชากรในประเทศ ปัจจุบันมีอาหารที่เพิ่มเติมสารโภชนบำบัดจากพืช เช่น ขนมขบเคี้ยวเติมสารพฤกษเคมีจากถั่วเหลือง (โฟโตเอสโทรเจน) เพื่อบรรเทาอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงวัยทองและเพื่อป้องกันปัญหาต่อมลูกหมากในผู้ชาย มาร์การีนที่เติมสารโภชนบำบัดเพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและลูกอมที่เติมสารโภชนบำบัดจากพืชสำหรับเด็กที่ไม่ยอมบริโภคผักมีทางเลือกใหม่ใหม่มากมายในทุกวันนี้ที่ควรจะเลือกสรรเพิ่มเติมเต็มให้สุขภาพของคุณ

ว่าด้วยเรื่องของการแพทย์ทางเลือก

เช่นเดียวกับที่ไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเหมาะสมกับทุกคนการแพทย์ทางเลือกแบบใดแบบหนึ่งก็ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคนเช่นกันทุกวันนี้มีทั้งการแพทย์ทางเลือกและการแพทย์แผนปัจจุบันนับสิบ ที่ได้รับการยอมรับและให้ผลการรักษาที่น่าพึงพอใจการแพทย์ทางเลือกที่เป็นที่รู้จักกันมีดังนี้

อายุรเวท หนึ่งในระบบการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการจดบันทึกไว้ในโลกในประเทศอินเดียการแพทย์แผนอายุรเวทยังใช้กันอย่างกว้างขวางอยู่ในปัจจุบัน อายุรเวทได้รับการยกย่องว่าเป็น “มารดาแห่งการบำบัด” เนื่องจากมีอิทธิพลอย่างมากต่อวิชาการแพทย์ในเกือบทุกแขนงอายุรเวทไม่เพียงแต่รักษาอาการของโรคแต่ยังรักสาร่างกายโดยรวมตลอดจนถึงจิตใจจิตวิญญาณและการใช้ชีวิตโดยหลักความเชื่อที่ว่าการรักสาสุขภาพให้แข็งแรงมีความสำคัญพอกันกับการรักษาอาการเจ็บป่วยแต่เริ่มรักษาตั้งแต่นั้นเนินก่อนที่อาการจะเริ่มปรากฏเป็นหลักการสำคัญของสุขภาพที่ดี มียาที่ใช้ในการรักษามากกว่าสองพันสูตร ในอายุรเวทโดยมากใช้เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งร่วมกับสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งและที่จริงแล้วแพทย์ทางอายุรเวทมักใช้พืชทั้งต้นในการรักษาตรงข้ามกับแพ้ทางตะวันตกที่มักใช้การสกัดสารสำคัญเพียงหนึ่งหรือสองชนิดออกมาใช้เท่านั้น เพราะอายุรเวทเชื่อว่าสารเคมีทุกชนิดในพืชได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกันกับร่างกายของเราการแพทย์อายุรเวทออกแบบมาเพื่อส่งเสริมและเกื้อกูลระบบต่างๆในร่างกาย

การฝังเข็มการแพทย์แผนโบราณของชาวจีนที่มาจากพื้นฐานความเชื่อในเรื่องพลังชีวิต “ชี่” ซึ่งเป็นพลังงานที่ไหลเวียนผ่านช่องทางทั้งสิบสี่ในร่างกายและถูกกระตุ้นได้โดยการสอดเข็มเข้าไปในจุดฝังเข็มบางจุดจากทั้งหมด 360 จุดบนร่างกายเพื่อฟื้นคืนสมดุลแห่งพลังงานชีวิต ในหลายกรณีพบว่าการฝังเข็มช่วยในการรักษาอาการเจ็บป่วยได้เช่นเดียวกับการรักษาโรคต่างๆการแพทย์ฝังเข็มยังใช้สมุนไพรร่วมในการบำบัดด้วยนอ่ะส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาการเป็นแพทย์ฝังเข็มหรือแพทย์แผนตะวันออกต้องผ่านการฝึกฝนจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับและมีใบอนุญาตในการรักษา แพทย์ธรรมชาติบำบัด (Naturopathic Doctor, N.D.) ก็ต้องได้รับใบอนุญาตในการรักษาด้วยการฝังเข็มเช่นกัน

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ไคโรเเพรกติก (Chiropractic) เน้นในเรื่องของการปรับกระดูกสันหลังเพื่อสุขภาพ เเพทย์ไคโรเเพรกติกจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการปรับปรุงภาวะโภชนาการด้วยพวกเขาจะต้องเข้าศึกษาเป็นเวลา 4-5 ปีในโรงเรียนสอนไคโรเเพรกติก ที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะ หลังจากที่ได้ศึกษาในระดับเรียตรีมาอย่างน้อยสองปีและจะได้รับใบอนุญาตให้ทำงานได้ทั้ง 50 รัฐในสหรัฐอเมริกา ในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ยุโรปส่วนใหญ่ แอฟริกาและตะวันออกกลาง แต่พวกเขาไม่สามารถสัญญาหรือทำการผ่าตัดได้

การรักษาด้วยสมุนไพร สมุนไพรเป็นยาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในทั่วโลกมาหลายพันปีและเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในการดูแลรักษาสุขภาพตนเองในปัจจุบัน การรักษาด้วยสมุนไพรมีรากฐานมาจากทฤษฎีเดียวกันกับเภสัชวิทยาในปัจจุบัน แท้จริงแล้วเกือบร้อยละ 50 ของยาที่ใช้และสั่งกันเป็นประจำในปัจจุบันล้วนดัดแปลงมาจากสารจากพืชหรือมีสารเคมีที่มีโครงสร้างเลียนแบบพืชทุกวันนี้ประสิทธิภาพของสมุนไพรหลายตัวเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปยังไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

โฮมีโอพาธี (Homeopathy) กำเนิดจากการค้นพบโดยแซมมูแอล ฮาห์นีมานน์ โฮมีโอพาธี ใช้ยาช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยใช้หลักการ “หนามยอกเอาหนามบ่ง” ยกตัวอย่างเช่น สารหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการในคนปกติหากรับประทานเป็นปริมาณมากสามารถช่วยรักษาอาการเดียวกันนั้นในผู้ป่วยหากรับประทานในปริมาณที่น้อยมากๆ การรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยโฮมีโอพาธี จะมองคนไข้อย่างองรวม (จิตใจ ร่างกาย อารมณ์) และพยายามทำความเข้าใจว่าอาการต่างๆเป็นการแสดงออกของร่างกายที่พยายามจะแก้ไขความไม่สมดุลและฟื้นคืนสุขภาพ ดังนั้น แทนที่จะพยายามระงับอาการเรานั้นยาในทางโฮมีโอพาธี (ซึ่งมาจากพืชตามธรรมชาติได้ถ้าและสารจากสัตว์ที่ไม่เป็นพิษ) จะทำงานอย่างรวดเร็วในการกระตุ้นและควบคุมกลไกการป้องกันตัวของร่างกายโดยไม่มีผลข้างเคียงใดใดหากใช้ตามที่แนะนำในขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่มีการให้ใบอนุญาตสำหรับการรักษาด้วยโฮมีโอพาธี แพทย์ทุกแขนง (M.D., D.O.,N.D., D.C.) สามารถเป็นแพทย์ทางโฮมีโอพาธี (D.Ht.) ได้ หลังจากที่ผ่านการศึกษาอบรมเป็นเวลา 6 สัปดาห์

ธรรมชาติบำบัดเป็นการรักษาแบบธรรมชาติบำบัดได้รวมเอาการรักษาด้วยสมุนไพรการนวดการฝังเข็มและการแพทย์ทางเลือกอื่นๆอันหลากหลายมาไว้ด้วยกันแพทย์ธรรมชาติบำบัด (N.D.) ต้องผ่านการสอบเพื่อขอใบอนุญาตในระดับประเทศหลังจากที่เรียนจบหลักสูตรสี่ปีจากโรงเรียนแพทย์ที่สอนด้านธรรมชาติบำบัด

การเเพทย์แบบออร์โธโมเลกุลาร์ (Orthomolecular) เป็นการบำบัดรักษาแบบทางเลือกที่มีจุดประสงค์หลักคือการเพิ่มปริมาณสารที่ปกติแล้วควรจะมีอยู่ในร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่สูงที่สุดโดยการเสริมอาหาร นอกจากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆเพื่อให้ร่างกายสร้างสารเคมีชีวภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพแล้วการแพทย์แบบออร์โธโมเลกุลาร์ ยังให้ความสนใจกับการกำจัดสารที่เป็นอันตรายเช่นยามลพิษสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ออกจากร่างกายด้วยผู้ที่ใช้วิธีการรักษาแบบออร์โธโมเลกุลาร์ ส่วนใหญ่แม้จะไม่ทั้งหมด จะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน (M.D.)

ออสทีโอพาธี (Osteopathy) แพทย์ด้านออสทีโอพาธีผ่านการศึกษาทางการแพทย์เช่นเดียวกับแพทย์แผนปัจจุบัน จะได้ใบอนุญาตให้ ปฏิบัติงานได้เท่าเทียมกับแพทย์แผนปัจจุบันรวมทั้งการผ่าตัดด้วยข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างแพทย์ทั้งสองประเภทคือแพทย์แผนปัจจุบันมักจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะโรคหรืออวัยวะแต่แพทย์ออสทีโอพาธีจะให้ความสำคัญกับการรักษาแบบองค์รวมและมีความเชี่ยวชาญมากกว่าในเรื่องการใช้หลักโภชนาการเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่