การรักษา

รอบรู้เรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 6, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 643764520 %281%29

รอบรู้เรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ สารโภชนบำบัด และการแพทย์ทางเลือก

อ่านข้อมูลที่สำคัญ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระ สารโภชนบำบัด รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ทางเลือกในปัจจุบัน ทั้งที่เราเคยได้รู้จักบ้างแล้ว อาธิ การฝังเข็มการแพทย์แผนโบราณของชาวจีน แต่ก็มีอีกลายอย่างที่น่าสนใจ เช่นโฮมีโอพาธี การเเพทย์แบบออร์โธโมเลกุลาร์ ที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

ว่าด้วยเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระ -antioxidant (พระเอก) คือเราบรรดาเอนไซม์ กรดอะมิโน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่ปกป้องร่างกายของเราจากอนุมูลอิสระ. -free radical (ผู้ร้าย) อันเป็นปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ควบคุมไม่ได้ซึ่งสามารถทำลายเซลล์และทำลายระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ร่างกายเราผลิตอนุมูลอิสระทุกวันจากกระบวนการเผาผ่านเพื่อให้เกิดพลังงานพูดอีกอย่างก็คืออนุมูลอิสระคือผลพลอยได้ที่แม้เราไม่ต้องการแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ความเครียดจากสภาวะแวดล้อมหรือจากร่างกายเราเอง ไม่ว่าจะเป็นมลพิษในอากาศควันบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์โรคภัยไข้เจ็บรวมไปถึงอาหารปิ้งย่างอายุที่มากขึ้นและการออกกำลังกายอย่างหักโหมล้วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เพิ่มขึ้นทั้งสิ้นเพื่อรักษาระดับปริมาณอนุมูลอิสระร่างกายของเราจะสร้างสารต้านอนุมูนอิสระหลายชนิดตัวที่โดดเด่นได้แก่ แคตตาเลส โคเอนไซม์คิว 10 กลูตาไธโอน เมลาโทนิน วิตามินเอ แอลฟาเเละเบต้าเเคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี กรดลิโพอิก ซีลีเนียม ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (เอสโอดี) และสังกะสีแต่ข่าวร้ายก็คือเมื่ออายุเรามากขึ้นอนุมูอิสระก็สะสมมากขึ้นในขณะที่ร่างกายสร้างสารต้านอนุมูนอิสระได้น้อยลงส่งผลให้ความเสี่ยงต่อมะเร็งและโรคหัวใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และด้วยเหตุนี้เองอาหารที่มีสารต้านอนุมูนอิสระสูงและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเช่น ใบแปะก๊วย สารสกัดจากเมล็ดองุ่น สารสกัดจากชาเขียว ไอโซฟาโวน รูทีนและไรโคปีนซึ่งมีความจำเป็นต่อเราและยิ่งเราเริ่มรับประทานสารเหล่านี้เร็วเท่าใดก็จะยิ่งส่งผลดีต่อร่างกายเราในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น

ว่าด้วยเรื่องของสารโภชนบำบัด

สารโภชนบำบัด (Nutraceutical) อาจจัดได้ว่าเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับการแพทย์สาขาเวชศาสตร์ป้องกันในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา มันคือสารที่สกัดจากผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ (อาหารหรือบางส่วนของอาหาร) ที่มีผลในการรักษาโรคต่างๆซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลไม่ต่างจากยา เช่น ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง ไฮเพอริคัมเเละพอลิฟีนอลในเซนต์จอห์นส์สวอร์ต (ส่วนภัยชนิดหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในบ้านเรา) ซึ่งมีคุณสมบัติในการแก้อาการซึมเศร้าสารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเหล่านี้สกัดจากพืชสาหร่ายและแหล่งทางชีวภาพอื่นๆแล้วถูกนำมาทำให้เข้มข้นขึ้นแปรรูปเป็นเม็ดอัดผงหรือแคปซูลและทุกวันนี้ได้ใช้ในการป้องกันโรคต่างๆตลอดจนใช้รักษาอาการเจ็บป่วยไข้ทั่วไปซึ่งเดิมเคยมีแต่เพียงยาแผนปัจจุบันตามที่แพทย์สั่งเท่านั้นตัวอย่างเช่นยาต้านอาการซึมเศร้าอย่างเเพ็กซิลเเละโปรเเซก ซึ่งอยู่ในกลุ่ม SSRIs พบว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับสารโภชนบำบัดอย่าง 5-HTP ซึ่งเป็นสารสกัดจากเมล็ดของต้นไม้ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Griffonia simplicifolia

สารโภชนบำบัด ยังหมายรวมถึงการนำสารเคมีในอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาทำให้เข้มข้นเพื่อการบริโภคเสริมในแต่ละวันด้วยเนื่องจากมีเพียงร้อยละเก้าของชาวอเมริกันเท่านั้นที่รับประทานผักและผลไม้ถึงห้าหน่วยบริโภคต่อวันผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้จึงมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยต่อภาวะโภชนาการของประชากรในประเทศ ปัจจุบันมีอาหารที่เพิ่มเติมสารโภชนบำบัดจากพืช เช่น ขนมขบเคี้ยวเติมสารพฤกษเคมีจากถั่วเหลือง (โฟโตเอสโทรเจน) เพื่อบรรเทาอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงวัยทองและเพื่อป้องกันปัญหาต่อมลูกหมากในผู้ชาย มาร์การีนที่เติมสารโภชนบำบัดเพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและลูกอมที่เติมสารโภชนบำบัดจากพืชสำหรับเด็กที่ไม่ยอมบริโภคผักมีทางเลือกใหม่ใหม่มากมายในทุกวันนี้ที่ควรจะเลือกสรรเพิ่มเติมเต็มให้สุขภาพของคุณ

ว่าด้วยเรื่องของการแพทย์ทางเลือก

เช่นเดียวกับที่ไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเหมาะสมกับทุกคนการแพทย์ทางเลือกแบบใดแบบหนึ่งก็ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคนเช่นกันทุกวันนี้มีทั้งการแพทย์ทางเลือกและการแพทย์แผนปัจจุบันนับสิบ ที่ได้รับการยอมรับและให้ผลการรักษาที่น่าพึงพอใจการแพทย์ทางเลือกที่เป็นที่รู้จักกันมีดังนี้

อายุรเวท หนึ่งในระบบการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการจดบันทึกไว้ในโลกในประเทศอินเดียการแพทย์แผนอายุรเวทยังใช้กันอย่างกว้างขวางอยู่ในปัจจุบัน อายุรเวทได้รับการยกย่องว่าเป็น “มารดาแห่งการบำบัด” เนื่องจากมีอิทธิพลอย่างมากต่อวิชาการแพทย์ในเกือบทุกแขนงอายุรเวทไม่เพียงแต่รักษาอาการของโรคแต่ยังรักสาร่างกายโดยรวมตลอดจนถึงจิตใจจิตวิญญาณและการใช้ชีวิตโดยหลักความเชื่อที่ว่าการรักสาสุขภาพให้แข็งแรงมีความสำคัญพอกันกับการรักษาอาการเจ็บป่วยแต่เริ่มรักษาตั้งแต่นั้นเนินก่อนที่อาการจะเริ่มปรากฏเป็นหลักการสำคัญของสุขภาพที่ดี มียาที่ใช้ในการรักษามากกว่าสองพันสูตร ในอายุรเวทโดยมากใช้เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งร่วมกับสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งและที่จริงแล้วแพทย์ทางอายุรเวทมักใช้พืชทั้งต้นในการรักษาตรงข้ามกับแพ้ทางตะวันตกที่มักใช้การสกัดสารสำคัญเพียงหนึ่งหรือสองชนิดออกมาใช้เท่านั้น เพราะอายุรเวทเชื่อว่าสารเคมีทุกชนิดในพืชได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกันกับร่างกายของเราการแพทย์อายุรเวทออกแบบมาเพื่อส่งเสริมและเกื้อกูลระบบต่างๆในร่างกาย

การฝังเข็มการแพทย์แผนโบราณของชาวจีนที่มาจากพื้นฐานความเชื่อในเรื่องพลังชีวิต “ชี่” ซึ่งเป็นพลังงานที่ไหลเวียนผ่านช่องทางทั้งสิบสี่ในร่างกายและถูกกระตุ้นได้โดยการสอดเข็มเข้าไปในจุดฝังเข็มบางจุดจากทั้งหมด 360 จุดบนร่างกายเพื่อฟื้นคืนสมดุลแห่งพลังงานชีวิต ในหลายกรณีพบว่าการฝังเข็มช่วยในการรักษาอาการเจ็บป่วยได้เช่นเดียวกับการรักษาโรคต่างๆการแพทย์ฝังเข็มยังใช้สมุนไพรร่วมในการบำบัดด้วยนอ่ะส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาการเป็นแพทย์ฝังเข็มหรือแพทย์แผนตะวันออกต้องผ่านการฝึกฝนจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับและมีใบอนุญาตในการรักษา แพทย์ธรรมชาติบำบัด (Naturopathic Doctor, N.D.) ก็ต้องได้รับใบอนุญาตในการรักษาด้วยการฝังเข็มเช่นกัน

ไคโรเเพรกติก (Chiropractic) เน้นในเรื่องของการปรับกระดูกสันหลังเพื่อสุขภาพ เเพทย์ไคโรเเพรกติกจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการปรับปรุงภาวะโภชนาการด้วยพวกเขาจะต้องเข้าศึกษาเป็นเวลา 4-5 ปีในโรงเรียนสอนไคโรเเพรกติก ที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะ หลังจากที่ได้ศึกษาในระดับเรียตรีมาอย่างน้อยสองปีและจะได้รับใบอนุญาตให้ทำงานได้ทั้ง 50 รัฐในสหรัฐอเมริกา ในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ยุโรปส่วนใหญ่ แอฟริกาและตะวันออกกลาง แต่พวกเขาไม่สามารถสัญญาหรือทำการผ่าตัดได้

การรักษาด้วยสมุนไพร สมุนไพรเป็นยาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในทั่วโลกมาหลายพันปีและเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในการดูแลรักษาสุขภาพตนเองในปัจจุบัน การรักษาด้วยสมุนไพรมีรากฐานมาจากทฤษฎีเดียวกันกับเภสัชวิทยาในปัจจุบัน แท้จริงแล้วเกือบร้อยละ 50 ของยาที่ใช้และสั่งกันเป็นประจำในปัจจุบันล้วนดัดแปลงมาจากสารจากพืชหรือมีสารเคมีที่มีโครงสร้างเลียนแบบพืชทุกวันนี้ประสิทธิภาพของสมุนไพรหลายตัวเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปยังไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

โฮมีโอพาธี (Homeopathy) กำเนิดจากการค้นพบโดยแซมมูแอล ฮาห์นีมานน์ โฮมีโอพาธี ใช้ยาช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยใช้หลักการ “หนามยอกเอาหนามบ่ง” ยกตัวอย่างเช่น สารหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการในคนปกติหากรับประทานเป็นปริมาณมากสามารถช่วยรักษาอาการเดียวกันนั้นในผู้ป่วยหากรับประทานในปริมาณที่น้อยมากๆ การรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยโฮมีโอพาธี จะมองคนไข้อย่างองรวม (จิตใจ ร่างกาย อารมณ์) และพยายามทำความเข้าใจว่าอาการต่างๆเป็นการแสดงออกของร่างกายที่พยายามจะแก้ไขความไม่สมดุลและฟื้นคืนสุขภาพ ดังนั้น แทนที่จะพยายามระงับอาการเรานั้นยาในทางโฮมีโอพาธี (ซึ่งมาจากพืชตามธรรมชาติได้ถ้าและสารจากสัตว์ที่ไม่เป็นพิษ) จะทำงานอย่างรวดเร็วในการกระตุ้นและควบคุมกลไกการป้องกันตัวของร่างกายโดยไม่มีผลข้างเคียงใดใดหากใช้ตามที่แนะนำในขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่มีการให้ใบอนุญาตสำหรับการรักษาด้วยโฮมีโอพาธี แพทย์ทุกแขนง (M.D., D.O.,N.D., D.C.) สามารถเป็นแพทย์ทางโฮมีโอพาธี (D.Ht.) ได้ หลังจากที่ผ่านการศึกษาอบรมเป็นเวลา 6 สัปดาห์

ธรรมชาติบำบัดเป็นการรักษาแบบธรรมชาติบำบัดได้รวมเอาการรักษาด้วยสมุนไพรการนวดการฝังเข็มและการแพทย์ทางเลือกอื่นๆอันหลากหลายมาไว้ด้วยกันแพทย์ธรรมชาติบำบัด (N.D.) ต้องผ่านการสอบเพื่อขอใบอนุญาตในระดับประเทศหลังจากที่เรียนจบหลักสูตรสี่ปีจากโรงเรียนแพทย์ที่สอนด้านธรรมชาติบำบัด

การเเพทย์แบบออร์โธโมเลกุลาร์ (Orthomolecular) เป็นการบำบัดรักษาแบบทางเลือกที่มีจุดประสงค์หลักคือการเพิ่มปริมาณสารที่ปกติแล้วควรจะมีอยู่ในร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่สูงที่สุดโดยการเสริมอาหาร นอกจากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆเพื่อให้ร่างกายสร้างสารเคมีชีวภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพแล้วการแพทย์แบบออร์โธโมเลกุลาร์ ยังให้ความสนใจกับการกำจัดสารที่เป็นอันตรายเช่นยามลพิษสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ออกจากร่างกายด้วยผู้ที่ใช้วิธีการรักษาแบบออร์โธโมเลกุลาร์ ส่วนใหญ่แม้จะไม่ทั้งหมด จะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน (M.D.)

ออสทีโอพาธี (Osteopathy) แพทย์ด้านออสทีโอพาธีผ่านการศึกษาทางการแพทย์เช่นเดียวกับแพทย์แผนปัจจุบัน จะได้ใบอนุญาตให้ ปฏิบัติงานได้เท่าเทียมกับแพทย์แผนปัจจุบันรวมทั้งการผ่าตัดด้วยข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างแพทย์ทั้งสองประเภทคือแพทย์แผนปัจจุบันมักจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะโรคหรืออวัยวะแต่แพทย์ออสทีโอพาธีจะให้ความสำคัญกับการรักษาแบบองค์รวมและมีความเชี่ยวชาญมากกว่าในเรื่องการใช้หลักโภชนาการเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่