ค่าน้ำตาลในเลือดสูง เท่าไหร่คือสูง สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 14, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่มีพฤติกรรมในการทานอาหารที่ติดรสหวาน ไม่ว่าจะทานอะไรก็ตาม โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวต้องมีการเติมน้ำตาลลงไปในปริมาณมากอยู่เสมอ ในช่วงเวลาว่างก็ติดการดื่มกาแฟ น้ำอัดลม รวมถึงเครื่องดื่มชงที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เช่น ชาเขียว และชานม เป็นต้น และผลจากการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบในปริมาณ จึงทำให้เกิดภาวะค่าน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งส่งผลให้เกิดการเป็นโรคเบาหวานในเวลาต่อมา ถ้าหากไม่มีการลดระดับน้ำตาลให้ลงมาอยู่ในระดับปกติเป็นเวลานาน อาจทำให้โรคเบาหวานมีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลถึงขั้นทำให้เกิดอาการตาบอดได้

ค่าน้ำตาลในเลือด คืออะไร เท่าไรถึงเรียกว่ามีค่าน้ำตาลในเลือดสูง?

ในเลือดของเรานั้น จะมีน้ำตาลและกลูโคสเป็นส่วนประกอบ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานของร่างกายที่หมุนเวียนไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จุดเริ่มต้นในการลำเลียงกลูโคสจะเริ่มจากลำไส้ หรือตับ ผ่านทางเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และจะได้รับการดูดซึมเข้าไปในเซลล์โดยอินซูลิน ปกติแล้ว ร่างกายจะมีระดับน้ำตาลที่ค่อนข้างต่ำในช่วงเช้า เนื่องจากน้ำตาลมีการเผาผลาญตลอดเวลาในช่วงที่เรานอนหลับในตอนกลางคืน และจะเริ่มมีการผันผวนหลังจากการรับประทานอาหารเช้ามื้อแรกไปแล้ว

ในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องอดอาหารและน้ำอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนเข้าห้องตรวจ ระดับน้ำตาลปกติในเลือดจะมีค่าอยู่ที่ 70-100 mg/dL ถ้าหากผลการตรวจวัดพบกลูโคสในเลือดมากกว่า 100 mg/dL ก็แปลว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง และมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน

สาเหตุของการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ส่วนมากแล้วผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง มักจะเกิดจากการเป็นโรคเบาหวานเป็นหลัก เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด แต่สำหรับคนทั่วไปก็มีโอกาสที่จะมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ ถ้าหากมีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตดังต่อไปนี้

  • ทานอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบมากเกินไป
  • เป็นโรคเครียด หรือมีภาวะเครียดตลอดเวลา
  • ไม่ชอบ หรือไม่เคยออกกำลังกาย
  • ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับตับอ่อน ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้
  • ป่วยเป็นภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติ หรือต่อมไทรอยด์เป็นพิษ

อาการของผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดที่มากกว่า 200 mg/dL ร่างกายก็จะเริ่มแสดงอาการผิดปกติให้เห็นดังต่อไปนี้ (หากเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เป็นมานานแล้ว อาจไม่พบอาการได้)

  • ปัสสาวะบ่อยในช่วงเวลากลางคืน แม้จะไม่ค่อยได้ดื่มน้ำก็ตาม
  • กระหายน้ำมาก จนถึงขั้นต้องดื่มน้ำตลอดเวลา
  • ปวดศีรษะ และเหนื่อยง่าย
  • มองเห็นได้ไม่ค่อยชัด โดยที่ไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับสายตามาก่อน

ในรายที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น หรือไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ จะเริ่มมีอาการอื่น ๆ ตามมา คือ

  • ปากแห้ง หายใจหอบสั้น ลมหายใจมีกลิ่นออกหวาน ๆ
  • อ่อนเพลีย ทานอาหารไม่ได้ น้ำหนักลดลง
  • คิดอะไรไม่ค่อยออก มีอาการสับสน
  • ถ้าหากมีแผล จะพบว่าแผลหายช้ากว่าปกติมาก
  • เป็นลม หมดสติ
  • ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน

วิธีรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ถึงแม้ว่าภาวะน้ำตาลในเลือดสูง จะมีความรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ก็มีวิธีรักษาและควบคุมให้อยู่ในระดับปกติ โดยวิธีทางการแพทย์ และปรับพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง เช่น

1.ทานยาลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนอยู่ในเกณฑ์อันตราย แพทย์จะให้ยาเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะต้องทานอย่างเคร่งครัดร่วมไปกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

2.ทานอาหารที่เหมาะสมกับโรค ถ้าได้รับการรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ แพทย์มักจะให้นักโภชนาการเป็นผู้กำหนดอาหารเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนมากก็มักจะให้ลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลลง พร้อมกันนี้ก็ให้ดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้น้ำตาลบางส่วนถูกขับออกทางปัสสาวะแทน

3.ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายได้นำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน จึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีการลดลง

4.หมั่นตรวจเลือดอยู่เสมอ เพื่อเป็นการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินกว่าปกติ ถ้าหากปฏิบัติตามทั้ง 2 วิธีแล้ว แต่ระดับน้ำตาลในเลือดยังไม่ลดลง ก็ควรพิจารณาถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น การทานยารักษาโรคบางชนิดที่อาจมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

วิธีป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

การป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูงที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลมีการตกค้างอยู่ในเลือด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริโภคอาหาร และพฤติกรรมอื่น ๆ ถ้าหากว่าป่วยเป็นโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ หรือไทรอยด์เป็นพิษ ก็ควรรีบทำการรักษาตัวเพื่อให้หายเป็นปกติมากที่สุด ก่อนที่จะเกิดภาวะนี้แทรกซ้อนขึ้นมา เพราะอาจจะส่งผลให้เป็นโรคที่ร้ายแรงต่อไปได้

ระดับน้ำตาลในเลือด สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา ถ้าหากว่าระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นแล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่จะลดระดับลงมาได้ ถึงแม้ว่าจะมิวิธีการรักษาให้หายทางการแพทย์ได้ก็ตาม เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลสุขภาพตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ อย่ารอให้เจ็บป่วยก่อนจึงจะดีที่สุด

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ผมมีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง สามารถสั่งยาทานเองได้ไหมครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่