การจัดการความเครียด

การหงุดหงิดใส่แฟนเป็นเรื่องปกติของผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือไม่?

เมื่อไหร่ที่อาการโกรธจะกลายเป็นความกดขี่?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 653,062 คน

การหงุดหงิดใส่แฟนเป็นเรื่องปกติของผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือไม่?

สมาชิกที่ใช้ชื่อว่า Raines46 ถามว่าเป็นเรื่องปกติของสามีที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่จะมีอาการโกรธและโมโหอย่างรุนแรงและนำมาลงกับภรรยาของตนหรือไม่?

ความหงุดหงิดและความโกรธเป็นอารมณ์ที่สามารถเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานทุกคน และระดับน้ำตาลที่มีการขึ้นลงยังอาจทำให้อารมณ์มีความเปลี่ยนแปลงและอาจทำให้เกิดพฤติกรรมโกรธรุนแรงได้ แต่เมื่อไหร่ที่อาการโกรธเหล่านี้จะกลายเป็นความรุนแรงในบ้าน?

Raines46 ถามว่า

สามีของฉันอายุ 40 ปี และเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ฉันอยากรู้ว่าอารมณ์โกรธรุนแรงนี้ถือเป็นผลข้างเคียงหนึ่งของโรคนี้หรือเปล่า เราอยู่ด้วยกันมา 7 ปี และเพิ่งมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่หายนะ เขาเปลี่ยนจากคนที่สุขุมและชอบพูดขอโทษ กลายเป็นอีกคนที่ใช้คำพูดร้ายกาจรุนแรง ในบางครั้ง เขาก็มีการผลักฉันด้วย เขาไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดเวลาและปกติเป็นคนที่ค่อนข้างน่ารักได้นานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ โชคดีที่ลูกๆ อยู่กับพ่อของเขาในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกบ้านเขาดูเป็นคนสุภาพและรักสงบ ครอบครัวของเขาไม่มีทางเชื่อฉันเลยถ้าฉันบอกว่าเขามีอาการแบบนี้ ฉันรู้สึกกังวลและกลัวว่าจะพูดอะไรที่ทำให้เขามีอาการขึ้นและอาการโกรธของเขาดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฉันจะขอบคุณมากถ้าคุณจะช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำกับฉันในเรื่องนี้

อารมณ์โกรธและหงุดหงิดเป็นปฏิกิริยาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่นเบาหวาน ซึ่งโรคเหล่านี้ต้องใช้ความอดทนหลายอย่างซึ่งอาจมีช่วงที่หงุดหงิดจากการต่อสู้กับโรคนี้ทุกวันมาตลอดชีวิต นอกจากนั้นพบว่า ในผู้ป่วยที่ระดับน้ำตาลมีการแกว่ง เช่นเพิ่มขึ้นหรือต่ำลงมาก จะทำให้เกิดอารมณ์ต่างๆ เช่น อารมณ์โกรธ วิตกกังวล หรือซึมเศร้า ซึ่งผู้ป่วยและคนรอบข้างมักไม่สามารถควบคุมอารมณ์เหล่านี้ได้ ดังนั้นภรรยาหรือสามีของผู้ป่วยอาจต้องพยายามมองข้ามอาการโกรธที่เกิดจากเหตุผลเหล่านี้ไป

อย่างไรก็ตามหากอาการโกรธนี้รุนแรงจนกลายเป็นการข่มขู่ทางกาย ทางวาจา หรือทางอารมณ์ แสดงว่าไม่ใช่อาการปกติ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะโกรธในบางครั้ง แต่หากอาการโกรธนั้นกลายเป็นความรุนแรง และอาจทำให้เกิดอันตรายหรือคนรอบข้างกลัว จะกลายเป็นการข่มขู่ภายในบ้าน การข่มขู่นี้อาจหมายถึงการข่มขู่ด้วยการกระทำ เช่น ตี ตบ ต่อย หรือทำร้ายร่างกาย หรืออาจเป็นการทำให้คนอื่นรู้สึกถูกข่มขู่หรือกลัวก็ได้ ดังนั้นหากคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีการข่มขู่นี้เกิดขึ้น คุณควรบอกคนที่ไว้ใจเช่นเพื่อน ผู้ให้คำปรึกษา นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้ให้บริการทางการแพทย์ โดยปกติแล้วความสัมพันธ์แบบนี้มักเกิดเพียงแค่กับคนคนนั้นทำให้คนรอบข้างมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความกลัว การบอกคนอื่นจะทำให้คนเหล่านี้สามารถได้รับความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น

Raines46 ได้เริ่มขั้นตอนแรกแล้วโดยการถามคำถามนี้ มีผู้ใช้บริการเว็บไซต์คนอื่นเข้ามาตอบคำถามของเธอ ให้กำลังใจ และให้คำแนะนำในการอยู่ร่วมกับสามีที่เป็นโรคเบาหวานและมีโอกาสในการเกิดความรุนแรงภายในบ้านและมีการส่ง email จากถึง Raines 46 เพื่อให้ข้อมูลและการช่วยเหลือ รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานความรุนแรงภายในบ้านแห่งชาติ (National Domestic Violence Hotline) อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือหากคุณรู้สึกว่าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง

  • สหรัฐอเมริกา : สายด่วนหน่วยงานความรุนแรงภายในบ้านแห่งชาติ (National Domestic Violence) 800-799- SAFE (7233) or 800-787-3224 (TTY) ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สหราชอาณาจักร : สายให้ความช่วยเหลือเรื่องความรุนแรงภายในบ้าน 0808 2000 247 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • แคนาดา : สายด่วนหน่วยงานความรุนแรงภายในบ้าน 1-800- 799-7233 or 1-800-787-3224 (TDD)
  • รายชื่อหน่วยงานที่ให้บริการสายด่วนเรื่องความรุนแรงในบ้านทั่วโลก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป