Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
สุขภาพตา

ตากระตุก สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

ตากระตุกไม่ใช่เรื่องของความเชื่อ แต่อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบแก้ไข
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,240,128 คน

ตากระตุก สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

ตากระตุก ตามความเชื่อของคนไทยก็อาจเป็นลางได้ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี แต่ในทางการแพทย์ ตากระตุกก็เป็นอีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรมองข้ามเพราะบางครั้งอาการกระตุกอาจเป็นสัญญาณของภาวะหรือโรคบางอย่างก็เป็นได้ 

ตากระตุก คืออะไร

ตากระตุก (eyelid twitch) เป็นอาการกระตุกที่เกิดขึ้นกับเปลือกตาซึ่งเป็นได้ทั้งเปลือกตาล่างและเปลือกตาบน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นที่เปลือกตาด้านบน โดยปกติการกระตุกเกร็งของเปลือกตานั้นจะไม่รุนแรงมากนัก แต่บางรายก็มีปัญหาตากระตุกจนทำให้เปลือกตาปิดลงมาได้ บางรายอาจจะมีอาการอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบประสาท

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

สาเหตุของตากระตุก

อาการตากระตุก มักเกิดจากการนำไฟฟ้าของกระแสประสาทจากสมองมาที่กล้ามเนื้อเปลือกตา ซึ่งในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า อาการนี้เกิดจากสาเหตุอะไร เพราะในบางครั้งอาการตากระตุกก็อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว หรือไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่ทั้งนี้ก็ยังมีสาเหตุร่วมที่สามารถอธิบายได้ดังนี้

1. ความเครียด

หากเกิดความเครียด ร่างกายจะตอบสนองโดยทำให้เกิดอาการตากระตุกขึ้นได้ เนื่องจากความเครียดมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนบางตัว ซึ่งฮอร์โมนเองก็ส่งผลต่อกล้ามเนื้อได้โดยตรงนั่นเอง

2. นอนไม่เป็นเวลา

โดยปกติแล้ว กลางคืนเป็นช่วงเวลาที่ควรนอนหลับพักผ่อน แต่บางคนกลับใช้เวลากลางคืนในการทำงาน หรืออ่านหนังสือ ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อตาต้องใช้งานมากกว่าปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดอาการล้าและนำมาซึ่งอาการตากระตุกได้

3. ตาแห้ง

อาการตาแห้งสามารถเกิดได้จากการจ้องคอมพิวเตอร์นานกว่า 7 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งทำให้สารธรรมชาติที่ช่วยในการหล่อลื่นดวงตาลดลงจนทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ โดยเหตุนี้อาจทำให้เกิดอาการตากระตุกตามมา

4. ขาดวิตามินบางชนิด

อาการตากระตุกสามารถเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายได้รับวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอ ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทมีปัญหาและเกิดอาการกระตุกขึ้น

5. โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องต่อการเกิดอาการตาแห้งและคันได้ซึ่งเป็นอาการที่ส่งผลกระตุ้นต่อการเกิดอาการตากระตุก เนื่องจากฮีสตามีนจะถูกปล่อยผ่านทางเนื้อเยื่อ อันเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

ภาวะตากระตุกแบบเรื้อรัง

อาการตากระตุกแบบเรื้อรัง สามารถที่จะเรียกได้ว่า โรคตากระปริบ (Bleb pharospasm) ซึ่งเป็นอาการของตากระตุกเช่นเดียวกัน โดยจะเกิดการกระตุกของหนังตาทั้ง 2 ข้าง โดยมีสาเหตุ ได้แก่

  • การดื่มแอลกอฮอล์ หรือคาเฟอีนมากจนเกินไป
  • เยื่อบุตาอักเสบ
  • การระคายเคืองกับสิ่งแวดล้อม
  • ภาวะไวต่อแสง

อาการตากระตุก

อาการตากระตุกมักจะเป็นกับเปลือกตาบน แต่ละรายจะมีระดับความรุนแรงในการกระตุกที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนมากมักพบอยู่ในระดับไม่รุนแรง ในบางรายก็อาจก่อให้เกิดความรำคาญเพราะมีการกระตุกของใบหน้าควบคู่กันด้วย 

อาการตากระตุกเมื่อเป็นแล้วมักจะไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใดๆ และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย อีกทั้งยังสามารถหายได้เองโดยที่ไม่ต้องเข้ารับการรักษา แต่ในบางกรณีการเกิดตากระตุกอาจเป็นสัญญาณแฝงของโรคเรื้อรัง หรือมีความรุนแรงควบคู่ ก็มักจะพบอาการเหล่านี้ได้น้อย โดยเฉพาะผู้ป่วยบางรายที่มักจะมีอาการกระตุกในส่วนอื่นๆ ของใบหน้าที่เกิดขึ้นร่วมด้วย

ภาวะแทรกซ้อนของอาการตากระตุก

1. โรคอัมพาตใบหน้า (Bell’s palsy) มักจะเกิดร่วมกับอาการตากระตุก โดยจะเกิดจากการที่เส้นประสาทบนใบหน้าอักเสบและบวม

2. ภาวะกล้ามเนื้อบิดเกร็ง (dystonia) เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อเกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหว โดยที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้และจะมีการเป็นซ้ำๆ

3. โรคคอบิดเกร็ง (cervical dystonia) อาการจะมีความคล้ายคลึงกันกับภาวะกล้ามเนื้อบิดเกร็งทั่วไป แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบริเวณกล้ามเนื้อคอ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตับวันนี้ เริ่มที่ 637 บาท พร้อมจองคิวรพ.ให้ ไม่ต้องรอ

เซลล์ตับเสียแล้วซ่อมไม่ได้ ดื่มเหล้าบ่อย อ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง หรือมีโรคตับ ควรตรวจอยู่เสมอ

Istock 1037536402

4.โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis) เป็นโรคที่เกิดจากปลอกประสาทในระบบประสาทอักเสบ

5. โรคพาร์กินสัน(Parkinson’s disease) เป็นโรคที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการสั่นอยู่ตลอดเวลา 

6. โรคทูเร็ตต์ (Tourette’s syndrome) เป็นกลุ่มอาการชนิดหนึ่งที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทจนทำให้เกิดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ

7. Meige Syndrome เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้น้อย ทำให้มีการเคลื่อนไหว หดเกร็งของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติในบริเวณ แก้มทั้ง 2 ข้าง ปาก ลิ้น และลำคอ

การวินิจฉัยตากระตุก

การวินิจฉัยอาการตากระตุก แพทย์จะสอบถามประวัติของผู้ป่วยก่อน จากนั้นจะตรวจร่างกาย ตรวจตาเพื่อแบ่งแยกโรคในดวงตาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น บางรายอาจจ้องการตรวจด้านอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น 

ตรวจสมองด้วยการทำ MRI (Brain MRI)

เป็นการตรวจดูสมองว่าภายในมีเนื้องอก หรือมีความผิดปกติใดๆ หรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของเส้นประสาทที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อกระตุก เพื่อจะได้หาหนทางในการรักษาต่อไป

การตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมอง (Electroencephalo graphy)

เป็นการตรวจเพื่อหาบริเวณที่ปล่อยคลื่นไฟฟ้าออกมาจนส่งผลทำให้เกิดอาการตากระตุก โดยจะมีการบันทึกสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาร่วมด้วย

วิธีรักษาโรคตากระตุก

โรคตากระตุกสามารถรักษาได้หลากหลายรูปแบบตั้งแต่วิธีที่ผู้ป่วยสามารถทำการรักษาได้ด้วยตนเองและวิธีจากทางการแพทย์ ซึ่งมีดังนี้

การรักษาด้วยทางการแพทย์

  1. การใช้ยา
    การรักษาโรคตากระตุกในอับดับต้นๆ แพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการ ในบางรายสามารถใช้ยาเหล่านี้เพื่อช่วยหยุดอาการตากระตุกชั่วคราวเท่านั้น ยาเหล่านั้นได้แก่ ยาลอราซีแพม (Lorazepam) ยาโคลนาซีแพม (ClonaZepam) และยาไตรเฮกซีเฟนิดิล (Trihexyphenidyl)

  2. การฉีดโบท็อกซ์
    การรักษาตากระตุกด้วยการฉีดโบท็อกซ์จะใช้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยเป็นโรคตากระตุกแบบเรื้อรัง โดยแพทย์จะฉีดโบท็อกซ์ หรือโบทูลินั่มท็อกซิน เพื่อช่วยหยุดอาการตากระตุก แต่ก็ช่วยหยุดอาการดังกล่าวได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

  3. การผ่าตัด
    เช่นเดียวกันกับการฉีดโบท็อกซ์ซึ่งจะใช้กับผู้ที่ป่วยเป็นแบบเรื้อรัง โดยเป็นการผ่าตัดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่อยู่ในเปลือกตออก แต่เป็นวิธีที่ไม่ได้รับความนิยมในการรักษา

  4. การฝังเข็ม
    การรักษาอาการตากระตุกสามารถใช้การฝังเข็มเป็นตัวช่วยได้แต่จะต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญในการฝังเข็มเท่านั้น การรักษาอาการตากระตุกด้วยการฝังเข็มนี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาได้

การรักษาด้วยตนเอง

  1. การประคบ
    เมื่อเกิดอาการตากระตุก การเลือกประคบร้อนและประคบเย็นสามารถที่จะช่วยบรรเทาอาการตากระตุกได้ โดยเริ่มแรกให้เลือกจากประคบอุ่นก่อน แล้วก่อนนอนให้ประคบเย็นโดยให้ทำทีละข้างที่เกิดอาการ และใช้ระยะเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

  2. การนวด
    เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้เป็นโรคตากระตุกสามารถทำได้ด้วยตนเองโดยใช้การนวดกดจุด วิธีนวดเริ่มจากนวดเป็นวงกลมไปบริเวณรอบดวงตาโดยใช้แค่หัวแม่มือในการนวดเท่านั้น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาได้มากขึ้นแล้ว

วิธีป้องกันโรคตากระตุก

ไม่มีวิธีป้องกันอาการตากระตุกที่ได้ผลแบบแน่นอน เพราะหลายครั้งอาการตากระตุกมักเกิดขึ้นเองโดยที่เราไม่ทันตัวและส่วนมากก็มักจะหายไปได้เองอีกด้วย นอกจากผู้ที่เป็นแบบเรื้อรังที่มักจะเป็นระยะยาว 

ทางที่ดีที่สุดแนะนำให้หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เพื่อช่วยลดการกระตุ้นความเครียดให้เกิดขึ้น

วิธีดูแลตนเอง เมื่อเป็นโรคตากระตุก

โรคตากระตุกสามารถที่จะดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถนำมาใช้ โดยทำได้ดังนี้

  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ โดยควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้ 7 - 8 ชั่วโมงต่อวัน
  • จำกัดระยะเวลาในการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ และก่อนเข้านอนก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว
  • จำกัดปริมาณคาเฟอีน และแอลกอฮอล์
  • พยายามกำจัดความเครียด โดยใช้กิจกรรมผ่อนคลาย เช่น เล่นโยคะ นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย 

ตากระตุกแม้เป็นอาการที่ไม่อันตราย แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่เป็นได้มากพอสมควร แนะนำให้พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดอาการตากระตุก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการดังกล่าวได้มากขึ้นแล้ว

ที่มาของข้อมูล

Alana Biggers, MD, MPH, Everything you need to know about eyelid twitch

Burt Dubow, OD, Eye twitching: 8 causes and remedies


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป