การตั้งครรภ์

ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

ในบางครั้งมารดาหรือทารกในครรภ์อาจประสบกับปัญหาสุขภาพระหว่างการตั้งครรภ์ วิธีที่ดีในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ก็คือ การได้รับการดูแลก่อนคลอดอย่างเหมาะสม การเข้ารับการตรวจต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อป้องกัน ค้นหาปัญหา และควบคุมภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์

โลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์

เมื่อคุณกำลังตั้งครรภ์ อาจพบว่าคุณเป็นโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ร่วมด้วย ซึ่งหมายถึงร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอในการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายและตัวทารก

ระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายจะผลิตเลือดมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ แต่ถ้าคุณได้รับธาตุเหล็กหรือสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอ อาจทำให้ร่างกายไม่สามารผลิตเม็ดเลือดแดงได้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์

มันเป็นเรื่องปกติที่หญิงตั้งครรภ์จะพบภาวะโลหิตจางในระดับรุนแรงน้อย แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้งโลหิตจางอาจเป็นในระดับรุนแรงมาก อันเนื่องจากการขาดธาตุเหล็ก หรือวิตามิน หรือจากสาเหตุอื่นๆ

โลหิตจางจะทำให้คุณมีอาการอ่อนเพลีย อ่อนแรง หากโลหิตจางมีอาการรุนแรงและไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การคลอดก่อนกำหนด

ข้อมูลต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และการรักษาโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์

ชนิดของโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์

มีโลหิตจางหลายชนิดที่สามารถเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ได้ ได้แก่

  • โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก  (Iron-deficiency anemia)
  • โลหิตจางจากการขาดโฟเลต (Folate-deficiency anemia)
  • โลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 (Vitamin B12 deficiency)

โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron-deficiency anemia)

โลหิตจางประเภทนี้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีปริมาณธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ภายในเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนจากปอดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ในผู้ที่เป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เลือดจะไม่สามารถขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายได้อย่างเพียงพอ

โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก คือโลหิตจางระหว่างการตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อยที่สุด

โลหิตจางจากการขาดโฟเลต (Folate-deficiency anemia)

โฟเลตเป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่พบได้ในธรรมชาติจากอาหารบางชนิด เช่น ผักใบเขียว ซึ่งจัดเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่ง ร่างกายต้องการโฟเลตเพื่อสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย ซึ่งรวมถึงการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงด้วย

ระหว่างการตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์จะต้องการปริมาณโฟเลตมากกว่าปกติ แต่บางครั้งผู้หญิงก็ได้รับโฟเลตจากอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงปกติได้เพียงพอสำหรับการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ เนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกาย

สำหรับโฟเลตที่มนุษย์ผลิตขึ้นเพื่อใช้รับประทานจะอยู่ในรูปของ กรดโฟลิก (folic acid)

การขาดโฟเลตสามารถส่งผลให้เกิดความผิดปกติในทารกได้ เช่น หลอดประสาทไม่ปิด หรือ spina bifida และน้ำหนักตัวแรกคลอดต่ำ

โลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12

ร่างกายของเราจำเป็นต้องใช้วิตามินบี 12 ในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีสุขภาพดี ขณะกำลังตั้งครรภ์ หากได้รับวิตามินบี 12 จากอาหารไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงได้เพียงพอกับความต้องการ ผู้หญิงที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ จะมีความเสี่ยงสูงต่อการขาดวิตามินบี 12 ซึ่งส่งผลให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ เช่น ความผิดปกติของหลอดประสาท และทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้

การสูญเสียเลือดขณะคลอดและหลังคลอดบุตรสามารถเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลหิตจางได้

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์

หญิงตั้งครรภ์ทุกรายมีความเสี่ยงต่อการเป็นโลหิตจาง เป็นเพราะว่าหญิงตั้งครรภ์ต้องการปริมาณของธาตุเหล็กและกรดโฟลิกที่มากกว่าปกติ แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น ถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงดังนี้:

  • ตั้งครรภ์แฝด (ตั้งครรภ์ทารกมากกว่า 1 คน)
  • ตั้งครรภ์ 2 ครรภ์ติดกันเกินไป (คลอดแล้ว และตั้งครรภ์อีกครั้งติดกันเกินไป)
  • อาเจียนมากจากอาการแพ้ท้อง (morning sickness)
  • เป็นหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น (อายุน้อย)
  • ไม่รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างเพียงพอ
  • เป็นโลหิตจางตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

อาการของโลหิตจางขณะตั้งครรภ์

อาการของโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ที่พบบ่อย มีดังนี้:

ในระยะแรกของโลหิตจาง คุณอาจไม่มีอาการที่สังเกตเห็นได้เด่นชัด และอาการหลายอาการอาจเป็นอาการที่พบได้ขณะตั้งครรภ์แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นโลหิตจางก็ตาม ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจ จึงแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจเลือดเป็นประจำตามแพทย์นัดระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อตรวจว่าคุณมีภาวะโลหิตจางระหว่างการตั้งครรภ์หรือไม่

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเป็นโลหิตจางขณะตั้งครรภ์

โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรงระหว่างตั้งครรภ์ หรือไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงดังนี้:

  • คลอดก่อนกำหนด หรือ น้ำหนักทารกแรกคลอดต่ำ
  • ต้องได้รับการให้เลือด (ถ้าคุณสูญเสียเลือดปริมาณมากระหว่างการคลอด)
  • เป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression)
  • ให้กำเนิดทารกที่เป็นโลหิตจาง
  • พัฒนาการของทารกช้ากว่าที่ควรจะเป็น

โลหิตจางจากการขาดโฟเลตที่ไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงดังนี้:

  • คลอดก่อนกำหนด หรือ น้ำหนักทารกแรกคลอดต่ำ
  • ทารกพิการร้ายแรงแต่กำเนิด คือมีความพิการที่กระดูกสันหลังและสมอง (หลอดประสาทไม่ปิด หรือ neural tube defects)

โลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 ที่ไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการให้กำเนิดทารกมีความผิดปกติของหลอดประสาท

การตรวจภาวะโลหิตจาง

ในการพบแพทย์ครั้งแรกระหว่างตั้งครรภ์ คุณจะได้รับการตรวจเลือดเพื่อหาภาวะโลหิตจาง โดยจะทำการตรวจดังนี้:

  • ตรวจฮีโมโกลบิน (hemoglobin test): เป็นการตรวจวัดปริมาณฮีโมโกลบินในเลือด ซึ่งเป็นโปรตีนในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ ทำหน้าที่ในการขนส่งออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย
  • ตรวจฮีมาโตคริต (hematocrit test): เป็นการตรวจวัดปริมาณ % ของเซลล์เม็ดเลือดแดงที่อยู่ในเลือดที่เจาะออกมาตรวจ

หากผลการตรวจพบว่าระดับของฮีโมโกลบิน หรือ ฮีมาโตคริต ต่ำกว่าปกติ หมายความว่า คุณอาจเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งแพทย์อาจทำการตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าคุณเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจริงหรือไม่ หรือเป็นโลหิตจางจากสาเหตุอื่นๆ

แม้ว่าในตอนต้นของการตั้งครรภ์คุณจะไม่เป็นโลหิตจาง แต่ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำให้คุณตรวจเลือดซ้ำในไตรมาสที่ 2 และ 3 เพื่อดูว่าคุณเป็นโลหิตจางระหว่างนี้หรือไม่

การรักษาโลหิตจาง

หากพบว่าคุณเป็นโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ คุณอาจจำเป็นต้องรับประทานธาตุเหล็กเสริม และ/หรือ กรดโฟลิกเสริม เพิ่มเติมไปจากวิตามินบำรุงครรภ์ที่รับประทานอยู่ โดยแพทย์อาจแนะนำให้คุณรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของธาตุเหล็กและกรดโฟลิกเพิ่มกว่าปกติ

เมื่อทำการรักษาโลหิตจางไปได้ระยะเวลาหนึ่ง แพทย์จะให้คุณกลับมาตรวจเลือดซ้ำเพื่อดูว่าระดับฮีโมโกลบินและฮีมาโตคริตดีขึ้นหรือไม่

ในการรักษาโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 แพทย์อาจแนะนำให้คุณรับประทานวิตามินบี 12 เสริม

แพทย์อาจแนะนำให้คุณรับประทานอาหารจากสัตว์มากขึ้น เช่น

  • เนื้อสัตว์
  • ไข่
  • ผลิตภัณฑ์จากนม

ในบางกรณี สูติแพทย์ที่ดูแลคุณอาจส่งต่อคุณไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา (hematologist) ซึ่งเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรคโลหิตจางและโรคเลือดอื่นๆ โดยแพทย์โลหิตวิทยานี้จะช่วยสูติแพทย์ในการดูแลและจัดการภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ได้

การป้องกันไม่ให้เห็นโลหิตจาง

ในการป้องกันไม่ให้เป็นโลหิตจางขณะตั้งครรภ์คือต้องแน่ใจว่าได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ โดยรับประทานอาหารให้หลากหลาย และเพิ่มการรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของธาตุเหล็ก

โดยแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างน้อย 3 หน่วยต่อวัน เช่น:

  • เนื้อสัตว์แดงไม่ติดมัน, สัตว์ปีก และปลา
  • ผักใบเขียวเข้ม
  • ซีเรียลหรือธัญพืชเสริมธาตุเหล็ก
  • ถั่ว และเต้าหู้
  • ไข่

อาหารที่มีวิตามินซีสูง จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้มากขึ้น เช่น :

  • ส้ม
  • มะนาว
  • สตรอเบอร์รี่
  • กีวี่
  • มะเขือเทศ

แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงไปพร้อมกับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เพื่อเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ตัวอย่างเช่น คุณสามารถดื่มน้ำส้มร่วมกับอาหารเช้าซีเรียลเสริมธาตุเหล็ก เป็นต้น

นอกจากนี้ คุณยังต้องรับประทานอาหารที่มีโฟเลตสูงเพื่อป้องกันการขาดโฟเลตด้วย อาหารที่มีโฟเลตสูง ได้แก่

  • ผักใบเขียว
  • ถั่วแห้ง
  • ส้ม และน้ำส้ม
  • ขนมปังและซีเรียลที่เสริมกรดโฟลิก

ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการรับประทานวิตามินบำรุงขณะตั้งครรภ์ที่ประกอบไปด้วยธาตุเหล็กและกรดโฟลิกที่เพียงพอ

ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ หรือรับประทานอาหารเจ ควรพูดคุยกับแพทย์ว่าคุณจำเป็นต้องรับประทานวิตามินบี 12 เสริมขณะตั้งครรภ์และให้นมบุตรหรือไม่

 https://www.webmd.com/baby/guide/anemia-in-pregnancy#1

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่