Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

​Anti-aging ปรับสมดุลร่างกาย ด้วยการตรวจฮอร์โมน

ตรวจฮอร์โมนสำคัญอย่างไร ทำไมต้องตรวจ ใครควรตรวจ สัญญาณที่บ่งบอกว่าควรตรวจฮอร์โมนคืออะไร?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 652,863 คน

​Anti-aging ปรับสมดุลร่างกาย ด้วยการตรวจฮอร์โมน

ในร่างกายของเรา มีสารเคมีที่เรียกว่า “ฮอร์โมน” ซึ่งสร้างโดยต่อมไร้ท่อ โดยฮอร์โมนมีส่วนช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตฮอร์โมนได้ลดลง หากฮอร์โมนเสียสมดุล อาจส่งผลต่ออารมณ์ สุขภาพ ผิวพรรณ หรืออาจทำให้เกิดความผิดปกติหรือโรคร้ายต่างๆ ตามมาได้ การตรวจระดับฮอร์โมนต่างๆ จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อใช้ประเมินอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายว่าเป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนหรือไม่ เพื่อจะได้วางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อระดับฮอร์โมนไม่ปกติ

  • อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายลดลง ปริมาณไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดโรคอ้วน อาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจขาดเลือดได้อีกด้วย
  • มวลกล้ามเนื้อลดลง
  • ผิวแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย แลดูแก่กว่าวัย
  • การนอนหลับที่ผิดปกติ ทำให้นอนหลับยากขึ้นหรือนอนหลับไม่สนิท
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย อาจเกิดภาวะซึมเศร้า ความจำเสื่อม
  • ความต้องการทางเพศลดลง

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าควรตรวจฮอร์โมน

  • ประจำเดือนมาผิดปกติ โดยทั่วไปประจำเดือนจะมาทุก 21 -35 วัน แต่หากประจำเดือนของคุณมาไม่ตรงกันทุกเดือนหรือข้ามเดือน อาจเป็นผลมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือโปสเจสเตอโรนผิดปกติ อย่างไรก็ตามหากคุณอายุ 40-50 ปี อาจเป็นเพราะว่าคุณกำลังเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน
  • นอนไม่หลับ ตามปกติฮอร์โมนเมลาโทนินจะมีส่วนช่วยในการนอนหลับ ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายลง ส่งผลให้ร่างกายสามารถนอนหลับได้ดี ถ้าระดับของฮอร์โมนชนิดนี้ต่ำเกินไป อาจเกิดอาการร้อนวูบวาบ และมีเหงื่อออกตอนกลางคืน ซึ่งทำให้นอนหลับยากขึ้น
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เครียด ซึมเศร้า เมื่อฮอร์โมนลดลงหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด หรือมีอารมณ์แปรปรวนได้ โดยฮอร์โมนเอสโตรเจน นับว่าเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ส่งผลต่อสารเคมีในสมองอย่างเซโรโทนิน โดพามีน และนอร์อิพิเนฟริน ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ของเรา
  • น้ำหนักเพิ่ม เนื่องจากฮอร์โมนไทรอยด์ หรือต่อมไทรอยด์ ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย อุณหภูมิของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือด ดังนั้นหากระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง ก็อาจส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติได้
  • เป็นสิวมากกว่าปกติ ตามปกติผิวหนังของคนเราจะมีความชุ่มชื้น เนื่องจากต่อมใต้ผิวหนังผลิตซีบัม ซึ่งเป็นของเหลวที่มีน้ำมันและขี้ผึ้งปนกัน ส่งผ่านท่อเล็กๆ ขึ้นมาหล่อเลี้ยง สิวเกิดขึ้นเมื่อท่อเล็กๆ เหล่านี้อุดตัน โดยฮอร์โมนที่ผิดปกติจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ผลิตไขมันมากขึ้น โอกาสที่ท่อส่งไขมันจะอุดตันจนทำให้เกิดสิวก็เพิ่มขึ้นด้วย
  • ผิวพรรณแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยก่อนวัย ฮอร์โมนเอสโทรเจน เป็นฮอร์โมนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณและริ้วรอยต่างๆ หากฮอร์โมนชนิดนี้ลดลง จะส่งผลต่อผิวพรรณ ทำให้ไม่เปล่งปลั่งเช่นเดิม หรือมีริ้วรอยก่อนวัย

ใครควรตรวจฮอร์โมน

ระดับฮอร์โมนจะเริ่มเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยรุ่น แต่ถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ฮอร์โมนจึงอยู่ในภาวะสมดุล กระทั่งเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป ร่างกายจะเริ่มลดปริมาณการหลั่งฮอร์โมนลงถึง 40% และทุกๆ 10 ปี จะลดลงเฉลี่ย 14% ทำให้เกิดความผิดปกติดังที่กล่าวมา ดังนั้นการตรวจฮอร์โมนสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 30 ปี หรือในผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุล เช่น ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสมลพิษจากสิ่งแวดล้อม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น

ตรวจฮอร์โมน พื้นฐานมีอะไรบ้าง

  • ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ ( TSH , Triiodothyronine Free (Free T3) , Thyroxine Free (Free T4) )
  • ตรวจเพื่อติดตามการควบคุมเบาหวาน (HbA1c)
  • ตรวจระดับฮอร์โมนเพศหญิง (Estradiol)
  • ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)
  • ตรวจสารตั้งต้นของฮอร์โมนเพศ (Dehydroepiandrosterone Sulphate)
  • ตรวจหาระดับโปรตีนที่จับกับฮอร์โมนเพศ (Sex Hormone Binding Globulin)

แนวทางการรักษาหาก ตรวจฮอร์โมน แล้วไม่สมดุล

หากตรวจพบว่าระดับฮอร์โมนไม่สมดุล เราสามารถปรับระดับฮอร์โมนได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการรับประทานแป้ง น้ำตาล หรืออาหารที่มีไขมันสูง จำพวกไขมันทรานส์ แต่ควรเน้นบริโภคไขมันกลุ่มโอเมก้า 3-6-9 เน้นบริโภคธัญพืช ผัก ผลไม้ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

แต่หากระดับฮอร์โมนผิดปกติค่อนข้างมาก แพทย์อาจวินิจฉัยให้รับประทานฮอร์โมน หรือยาอื่นๆ เพื่อปรับสมดุลร่างกาย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

การตรวจฮอร์โมนนับว่ามีความสำคัญ เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคให้แม่นยำมากขึ้น และหาทางรักษาได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ได้มีความผิดปกติทางร่างกายใดๆ หรือไม่ได้มีสัญญาณเตือนดังที่กล่าวมา อาจไม่จำเป็นต้องตรวจระดับฮอร์โมนเลยก็ได้ เพียงแค่รักษาสุขภาพให้แข็งแรง และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้คุณห่างไกลโรคได้แล้ว

ที่มาของข้อมูล

Nhealth, 12 สัญญาณเตือน ฮอร์โมนไม่สมดุล, https://nhealth.nspaceshop.com/12-hormone-imbalance/, 2560

พญ.หทัยรัตน์ ทองปลั่ง, แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ, โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา, คุณหมอยืนยัน “การตรวจฮอร์โมน” เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพโดยตรง, http://tiny.cc/t2bo6y, 21 September 2017.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่