การกินเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของขิงไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 14, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,109,256 คน

ประโยชน์ของขิงไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

ขิง เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีความโดดเด่นในเรื่องของรสชาติและกลิ่น ไม่ว่าจะนำขิงมาแปรรูปทำเป็นเครื่องดื่ม หรือเป็นเมนูของหวานอะไรก็ตาม ต่างก็ล้วนให้สรรพคุณที่ดีต่อร่างกายทั้งสิ้น บางคนอาจทราบแค่ว่า ขิง ช่วยแก้ท้องอืดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ขิงยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีก  แต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลย 

ข้อมูลทั่วไปของขิง

ชื่อ: ขิง

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad

ชื่อวิทยาศาสตร์:  Zingiber officinale Roscoe.

ชื่อวงศ์:  ZINGIBERACEAE

ชื่อพ้อง:   Ginger

ชื่ออังกฤษ:  Banana, Cultivated banana

ชื่อท้องถิ่น:  ขิงแกลง, ขิงแดง, ขิงเผือก, สะเอ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

พืชล้มลุก ขึ้นเป็นกอ มีเหง้าใต้ดินเป็นข้อๆ เนื้อในสีขาวหรือเหลืองอ่อน ปลายสุดของข้อจะเป็นที่แทงยอดหรือลำต้นเทียม ลำต้นสูงพ้นพื้นดินขึ้นมา 50-100 เซนติเมตร มีกาบหรือโคนใบหุ้ม ลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันเป็นสองแถว ใบรูปหอก ปลายใบสอบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบและจะเป็นกาบหุ้มลำต้นเทียม 

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad

ดอกช่อ ทรงกระบอก แทงขึ้นมาจากเหง้า กลีบดอกสีเหลืองอมเขียว อุ้มน้ำและหลุดร่วงไว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ส่วนปลายกลีบผายกว้างออก ใบประดับสีเขียว มีแต้มแดงตรงโคน ดอกเกสรผู้มี 6 อัน ผลแห้ง แข็ง มี 3 พู

ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

  • เหง้า สรรพคุณ  รักษาอาการแน่นจุกเสียดและอาการอาเจียน

สารสำคัญที่ออกฤทธิ์

  • อนุพันธ์ของ gingerol, shogaol และ diarylheptanoids  มีฤทธิ์ต้านการอาเจียนและช่วยขับลม 
  • สารในน้ำมันหอมระเหย เช่น menthol, cineole มีผลลดอาการจุกเสียดได้ 

รู้จักสมุนไพรขิง

ขิง(ginger) สมุนไพรที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู อีกทั้งยังมากไปด้วยสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการรักษาโรคได้เป็นอย่างดี รสชาติของขิงจะเผ็ดร้อน แต่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย 

ประกอบไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต เส้นใย และโปรตีน ซึ่งทุกส่วนของขิง เช่น ราก เหง้า ต้น แก่น ดอก ใบ และผล กล้วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด

คุณค่าทางโภชนาการของขิง

ขิง 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการดังนี้

พลังงาน 25 กิโลแคลอรี่, โปรตีน 0.4 กรัม, คาร์โบไฮเดรท 4.4 กรัม, ไขมัน 0.6 กรัม, เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม, ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม, แคลเซียม 18 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม, เบต้า-คาโรทีน 10 ไมโครกรัม, วิตามินซี 1 มิลลิกรัม, ไธอะมีน 0.02 มิลลิกรัม, ไนอะซีน 1 มิลลิกรัม,ไลโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของขิง

ขิงไม่เพียงแต่จะมีประโยชน์เฉพาะทางด้านการประกอบอาหาร หรือทำให้รสชาติอาหารดีขึ้นเท่านั้น แต่ขิงยังมีประโยชน์ทางด้านอื่นๆ รวมถึงมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายหลายด้าน ซึ่งประโยชน์เหล่านั้นก็มีดังนี้

1. แก้อาการเมารถเมาเรือ

กลิ่นของขิงถือเป็นกลิ่นที่แรง บวกกับการมีรสชาติที่เผ็ดอมเปรี้ยว จึงทำให้สามารถแก้อาการเมารถเมาเรือได้ ไม่เพียงเท่านั้น ขิงยังช่วยแก้อาการแพ้ท้องสำหรับสตรีตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี แต่ในกรณีของคนตั้งครรภ์ หากรับประทานขิงเข้าไปอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานดีกว่าเพื่อความปลอดภัย

2. แก้ปัญหาผมขาดร่วง 

สำหรับใครที่มีปัญหาผมขาดร่วง แนะนำให้นำเหง้าขิงสดไปผิงไฟจนอุ่น แล้วนำมาตำให้แหลก จากนั้นนำมาพอกบริเวณที่มีผมขาดร่วง พอกวันละ 2 ครั้ง ทำจนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือจะลองอีกวิธีหนึ่ง คือ นำน้ำขิงสดคั้นผสมกับน้ำมันมะกอก จากนั้นนำมาหมักผม นวดให้ทั่วศีรษะแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีจึงล้างออก วิธีเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาผมขาดร่วงได้ดี พร้อมทั้งช่วยให้สุขภาพผมแข็งแรง นุ่มลื่น และไม่ขาดง่าย

3. ช่วยลดอาการท้องอืด 

สำหรับใครที่มีอาการท้องอืดหรือรู้สึกว่าอาหารไม่ย่อย ขอบอกเลยว่าขิงช่วยได้ เพียงแค่จิบน้ำขิงหรือจะรับประทานขิงสดๆ ก็จะช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้ เพราะขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการขับลมและช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนไม่ทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ง่าย

4. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน

เมื่อมีอาการวิงเวียนศีรษะ หรือเกิดอาการเมารถเมาเรือ มักจะใช้ขิงช่วยบรรเทาอาการเหล่านั้น ซึ่งได้มีการศึกษาวิจัยค้นพบว่า ขิงมีส่วนช่วยในการป้องกันและบรรเทาอาการอาเจียนหลังจากผ่าตัดได้ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับเคมีบำบัดได้ด้วยเช่นกัน

5. บรรเทาอาการไมเกรน 

หลายๆ คนที่ประสบปัญหาอาการปวดหัวไมเกรน สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการรับประทานขิง เพราะจากการศึกษาค้นพบว่าการทานขิงในช่วงที่อาการปวดไมเกรนกำลังเข้าสู่ช่วงกำเริบนั้น ทำให้อาการปวดลดลง เพราะขิงจะช่วยสกัดฮอร์โมนที่เกี่ยวกับอาการอักเสบได้ นอกจากนี้ขิงยังช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีการค้นพบว่าผู้ที่มีอาการโรคข้อเข่าเสื่อมหรือเป็นโรครูมาตอยด์ อาการจะลดลงเมื่อรับประทานขิงผงเป็นประจำทุกวัน 

6. ลดความเสี่ยงของการเกิดความดันโลหิตสูง 

อย่างที่ทราบกันดีว่าขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีรสจัด แต่ก็จัดเป็นสมุนไพรที่มีโซเดียมที่ต่ำมาก เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับอาหารดองชนิดอื่นๆ ดังนั้น อาหารที่มีโซเดียมต่ำจะช่วยลดความดันโลหิตสูงได้

7. ลดระดับน้ำตาลในเลือด 

ทราบหรือไม่ว่าสมุนไพรขิงนั้น มีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่2 แต่ก็ควรบริโภคตามคำแนะนำของคุณหมอด้วยเช่นกัน เพื่อที่คุณหมอสามารถให้คำแนะนำในเรื่องของการรับประทานขิงร่วมกับยา เนื่องจากขิงอาจไปทำปฏิกิริยากับยาที่ผู้ป่วยทานอยู่ได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยยังต้องติดตามผลของระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด หากรับประทานขิงมากจนเกินไปก็จะทำให้ระดับอินซูลินลดลงไปมากด้วย และนั่นอาจทำให้ร่างกายอยู่ในขีดอันตรายได้ 

8. ช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง 

อย่างที่ทราบกันดีว่าขิงนั้นมีคุณสมบัติในการต่อสู้กับโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากการศึกษาได้ค้นพบว่า ขิง คือสมุนไพรที่ช่วยทำให้เซลล์มะเร็งภายในรังไข่ตายได้ เพราะสารเคมีในขิงจะไปกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส ซึ่งเอนไซม์ชนิดนี้ คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ 

9. รักษากรดไหลย้อน

กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่เกิดจากกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมายังหลอดอาหาร ส่งผลทำให้หลอดอาหารอักเสบได้ แต่ขิงสามารถช่วยรักษากรดไหลย้อนได้เช่นกัน โดยนำขิงแก่สดมาทุบให้ละเอียดในปริมาณ 2-3 แง่ง จากนั้นต้มลงในน้ำเดือด รอให้น้ำอุ่น แล้วกรองมาดื่มหรืออาจจะนำมาจิบในระหว่างวันบ่อยๆ ก็ได้ อาการกรดไหลย้อนก็จะดีขึ้น

10. ช่วยรักษาโรคต่างๆ อีกมากมาย

นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น ขิงยังมีสรรพคุณช่วยในการรักษาโรคต่างๆ ได้อีกมากมาย เช่น รักษาแผลน้ำร้อนลวก ป้องกันอาการแพ้อาหารทะเลจนขึ้นผื่นคัน รักษาลมพิษ รักษาแผลเริมบริเวณแผ่นผลัง รักษาอาการปวดข้อตามร่างกาย มีส่วนช่วยในการฆ่าพยาธิ รักษาโรคนิ่ว เป็นต้น ที่สำคัญยังเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย

ไอเดียการกินขิงเพื่อสุขภาพ

ขิง สามารถนำมาประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน และเครื่องดื่ม เพราะถึงแม้จะมีฤทธิ์เผ็ดร้อน แต่ขิงก็ช่วยให้อาหารมีรสอร่อยขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญ คือ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี มาดูกันว่ามีเมนูอะไรบ้างที่สามารถมีขิงเป็นส่วนประกอบ ที่เราพบเห็นได้บ่อย

1. มันต้มขิง

เป็นเมนูของหวานที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหน้าหนาว เนื่องจากมันต้มขิงจะช่วยให้อิ่มท้องและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายไปพร้อมๆ กัน วิธีทำก็ไม่ยาก เพียงแค่นำมันมาปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้น (สามารถใช้มันม่วงได้) นำมันไปต้มให้สุก แล้วนำมาต้มกับน้ำเปล่าที่ทุบขิงใส่ไว้ หากใช้ขิงแก่จะเผ็ดมากกว่าการใช้ขิงอ่อน เมื่อน้ำเดือดก็สามารถใส่น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมได้ตามใจชอบ

2. เมนูผัดพริกขิง

วัตถุดิบที่เป็นเนื้อสัตว์ สามารถนำมาผัดพริกขิงได้หมด ไม่เว้นแม้กระทั่งโปรตีนเกษตรที่ใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ในผู้ที่รับประทานมังสวิรัติและอาหารเจ เพียงแค่เตรียมพริกแกงที่โขลกพร้อมกับขิงไว้แล้ว มาใช้ผัดให้เข้ากันดี โรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย และขิงซอยอีกครั้ง ก็ตักเสิร์ฟได้ 

3. หมู/ไก่ ผัดขิง

เป็นเมนูสุดโปรดของใครหลายๆ คนที่ชื่นชอบความเผ็ดร้อนของขิง เนื่องจากเมนูนี้จะออกรสชาติของขิงมากเป็นพิเศษ วิธีทำก็คือ หั่นหมู/ไก่ที่เตรียมไว้ เป็นชิ้นเล็กๆ ตั้งกระทะแล้วเจียวกระเทียมก่อน จากนั้นให้ใส่เนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไป ใส่ขิงซอย เห็ดหอม เห็ดหูหนู ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสตามที่ต้องการ ผัดต่อไปให้เนื้อสัตว์สุก และขิงนิ่มลง ก็ปิดไฟตักใส่จาน

4. ไข่ต้มขิง

 เปลี่ยนเมนูไข่ต้มธรรมดา ให้เป็นไข่ต้มสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยการต้มไข่ให้สุก พร้อมกับปอกเปลือกให้เรียบร้อย แช่ไว้ในน้ำเย็นก่อน จากนั้นให้ต้มน้ำจนเดือด ใส่ซุปก้อนลงไป เตรียมหม้ออีกใบเพื่อต้มน้ำเช่นกัน แต่หม้อนี้จะใส่น้ำตาลปี๊บลงไปเพื่อเคี่ยวให้เป็นคาราเมล เมื่อเหนียวและสีเปลี่ยนแล้ว ก็ให้ใส่น้ำซุปลงไป เติมโชยุเล็กน้อย เอาไข่ต้มลงมาคลุกกับซอสนี้เพื่อให้เปลี่ยนสีสวยงาม เมื่อไข่ต้มเปลี่ยนสีหมดแล้ว ก็ให้เอาน้ำซุปทั้งหมดเทลงไป เติมขิงซอย แล้วเคี่ยวจนกว่าน้ำจะลดลงเหลือแค่ 1/4 ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 

5. แปรรูปเป็นเมนูต่างๆ

เรายังสามารถนำขิงมาใช้ในการแปรรูปเป็นเมนูอร่อยได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นบัวลอยน้ำขิง ขิงเชื่อม ขิงกระป๋อง ขิงแช่อิ่ม และน้ำขิงมะนาว เป็นต้น นอกจากจะให้ความอร่อยในแบบฉบับของมันแล้ว ยังให้ความสดชื่นแก่ร่างกายอย่างมากอีกด้วย

ไอเดียการใช้ขิงเพื่อสุขภาพ

ขิง เป็นสมุนไพรไทยที่สามารถใช้ในการรักษาโรคได้อย่างหลายหลายดังต่อไปนี

1. ลดระดับความดันโลหิตในร่างกาย

ความดันโลหิตสูง สามารถลดได้ด้วยการทานขิง เพียงแค่ฝานขิงสดบาง ๆ ต้มกับน้ำดื่มพอประมาณ ดื่มทุกวัน วันละ 1 แก้ว จะช่วยรักษาอาการความดันโลหิตสูงได้

2. บรรเทาอาการไข้สูง

เมื่อมีไข้สูงก็สามารถบรรเทาอาการไข้ด้วยขิงได้เช่นกัน โดยให้นำขิงสดมาคั้นให้ได้น้ำ 1/2 ถ้วย ผสมกับน้ำอุ่น และน้ำผึ้งเพื่อลดความเผ็ดร้อนลง จิบบ่อย ๆ หรือดื่มวันละ 3 ครั้ง ไข้จะค่อย ๆ ลดลง

3. รักษาโรคหวัด

ขิง สามารถนำมาใช้เพื่อรักษาอาการไข้หวัด มีเสมหะได้ โดยให้นำขิงสดมาฝนกับน้ำมะนาวให้ได้น้ำข้น ๆ ผสมเกลือลงไปเล็กน้อย ทานครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง

4. รักษาอาการหัวล้าน

นำเหง้าขิงสดไปผิงไฟให้อุ่นจัด แล้วนำมาตำให้แหลกก่อนจะนำไปพอกบริเวณที่ผมร่วง หรือผมบางเป็นพิเศษ ควรพอกปอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งติดต่อกัน 1 สัปดาห์จึงจะเห็นผล ถ้าหากไม่สะดวกจะใช้วิธีนี้ ก็ให้คั้นน้ำขิงนำมาผสมกับน้ำมันมะกอกในอัตราเท่า ๆ กัน แล้วนำมาใช้นวดศีรษะทิ้งไว้ 30 นาที นอกจากจะช่วยลดปัญหาผมร่วงและหัวล้านแล้ว ยังทำให้เส้นผมมีความแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย

5. บำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียน

อยากมีผิวที่สวยเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำขิงสดมาขูดให้เป็นฝอย จากนั้นนำมานวดที่บริเวณต้นขา ก้น รวมทั้งบริเวณที่มีเซลลูไลท์ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความขรุขระของผิว ทำให้ผิวกลับมาสวยเรียบเนียนเหมือนเดิม 

6. ใช้ล้างปากหลังรับประทานอาหาร

จะเห็นได้ว่าอาหารญี่ปุ่นจะมีจานสำหรับใส่ขิงดอง นั่นเพราะคนญี่ปุ่นทานขิงดองสำหรับล้างปากหลังทานอาหารเสร็จ หรือทานขิงดองหลังจากทานเมนูหนึ่งหมดไป ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้รสชาติอาหารจานเดิมติดอยู่ในปากจนทำให้เกิดความรู้สึกเลี่ยนจนไม่สามารถทานเมนูต่อไปได้ ที่สำคัญขิงดองยังช่วยทำให้คนเราสามารถลิ้มรสอาหารจานต่อไปได้เต็มที่โดยไม่รู้สึกเลี่ยนได้อย่างน่าสนใจ 

7. ดับกลิ่นในช่องปาก

อีกหนึ่งคุณประโยชน์ของขิงคือช่วยลดกลิ่นปาก และแก้ปากเหม็นได้ โดยการนำขิงมาคั้นแล้วผสมกับน้ำอุ่น ผสมเกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำมาบ้วนปาก แค่นี้ก็ช่วยลดกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยฆ่าเชื้อโรคในปากได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยรักษาภาวะน้ำลายมาก และอาเจียนเป็นน้ำใสได้เช่นกัน 

8. รักษาอาการปวดฟัน

การรักษาอาการปวดฟันด้วยขิงนั้น ทำได้ง่าย  โดยการนำขิงแก่มาทุบละเอียด จากนั้นนำไปคั่วกับสารส้มจนเกรียม บดให้เป็นผง แล้วพอกบริเวณฟันที่มีอาการปวด วิธีนี้ช่วยรักษาอาการปวดให้หายได้เป็นปกติ

9. แก้อาการสะอึก

เมื่อมีอาการสะอึก แนะนำให้นำขิงสดมาตำให้จนแหลก เพื่อคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำมาผสมกับน้ำผึ้งแท้เพียงเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วนำมาดื่ม สักพักอาการสะอึกจะหายไป

ข้อควรระวังในการกินและการใช้ขิงที่ควรรู้

  • ถึงแม้ว่าขิงจะมีประโยชน์ที่หลากหลาย แต่อย่าลืมว่าขิงมีฤทธิ์เผ็ดร้อน หากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดแผลในปาก ที่เกิดจากการเป็นร้อนในจากความร้อนของขิงนั่นเอง
  • มีการค้นพบว่า ขิงมีสรรพคุณในการต้านการแข็งตัวของเลือด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าคุณมีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบไหลเวียนของเลือด รวมถึงรับประทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ไม่ควรรับประทานขิงเป็นอันขาด และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานจะดีที่สุด
  • เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์ ในคนท้องจึงไม่ควรรับประทานขิง อย่างไรก็ตามบางการศึกษาก็ให้ข้อมูลว่าไม่พบว่าการรับประทานขิงจะส่งผลเสียแต่อย่างใด ดังนั้น เพื่อความมั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนตัดสินใจรับประทานจะดีกว่า

สรุป   ใครที่ชอบรับประทานขิงเป็นชีวิตจิตใจ หรือใช้เพื่อการรักษาโรคบางอย่างด้วยวิธีทางธรรมชาติอยู่ ก็ควรระวังในเรื่องของผลข้างเคียงให้ดี ถ้าหากไม่ค่อยมั่นใจว่า ความผิดปกติที่เกิดขึ้นบางประการนั้นเกิดจากการรับประทางขิงหรือเปล่า ก็สามารถปรึกษาแพทย์ในเรื่องนี้ได้


ที่มาของข้อมูล

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร, ขิง(http://www.medplant.mahidol.ac...).

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่