Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของข่า คุณค่าที่มาพร้อมกับความเผ็ดร้อน

ข่า นอกจากจะเพิ่มความจัดจ้านและกลิ่นหอมให้อาหารได้ดีแล้ว เรื่องคุณประโยชน์ต่อสุขภาพก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกัน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,037,089 คน

ประโยชน์ของข่า คุณค่าที่มาพร้อมกับความเผ็ดร้อน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 21/03/2562

ข่า สมุนไพรรสชาติเผ็ดร้อนยอดนิยมประจำครัวไทย เพราะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารให้จัดจ้าน หอมอร่อยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของการรักษาโรค และมากไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับข่า

ข่าจัดเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ลักษณะเหง้าจะมีข้อหรือปล้องอย่างเห็นได้ชัด ใบของต้นข่าเป็นใบเดี่ยว เรียวใหญ่ ปลายแหลม และถือเป็นสมุนไพรและเครื่องเทศที่คนไทยนิยมนำมาใช้ปรุงอาหาร เนื่องด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการปลูก ข่าปลูกง่าย ดูแลง่าย มีอายุยืนยาว แถมยังขุดมากินมาใช้ได้ตลอดปีอีกด้วย

เหง้าข่า หรือส่วนที่เรานำมากินกันนั้นมีรสเผ็ดปร่า และประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย ให้กลิ่นหอมฉุน จึงนิยมนำมาใช้ประกอบอาหารหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้มยำ ต้มแซ่บ น้ำพริก รวมทั้งนำมาทำเป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนและความหอม นอกจากนี้คนไทยยังนิยมนำหน่อและดอกของข่ามาทำเป็นผักแกล้มน้ำพริกอีกด้วย ส่วนด้านคุณประโยชน์ในการรักษาโรคนั้นก็ไม่แพ้สมุนไพรอื่นๆ เพราะมักนำมาใช้เป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยในแทบทุกระบบของร่างกาย

คุณค่าทางโภชนาการของข่า

ข่า 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการดังนี้

  • พลังงาน 20 กิโลแคลอรี่
  • กากใยอาหาร 1.1 กรัม
  • แคลเซียม 5 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.1 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 1 0.13 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.15 กรัม
  • วิตามินซี 23 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของข่า

ข่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางยามากมาย ทำให้สามารถนำมาใช้เพื่อการบำรุงสุขภาพและบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้หลายอย่าง ดังนี้

1. ดีต่อระบบทางเดินอาหาร

เนื่องจากมีสารออกฤทธิ์อย่างซิเนออล (Cineole) การบูร และยูจีนอล ที่ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากเหง้าข่าก็ช่วยขับลมได้ดี นอกจากนี้สารบางชนิดในข่ายังช่วยยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร รวมถึงมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อจุลชีพที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงได้

2. ช่วยในการย่อยอาหาร

สารยูจีนอล (Eugenol) จากเหง้าข่ามีฤทธิ์ขับน้ำดี จึงช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ลดอาการแน่นจุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไป โดยกระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ใช้เหง้าข่าสด 5 กรัม หรือเหง้าแห้ง 2 กรัม ไปต้มกับน้ำจนเดือด แล้วนำน้ำที่ได้มาดื่ม อีกวิธีหนึ่งคือใช้เหง้าแก่สดๆ ที่มีความยาวประมาณ 1 นิ้ว ตำให้ละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส 2 แก้ว นำมาดื่มครั้งละครึ่งแก้วหลังอาหาร วันละ 3 เวลา วิธีนี้ยังช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการปวดบิด ปวดมวนท้อง และท้องเดินได้อีกด้วย

3. รักษาโรคกลาก เกลื้อน

จากการวิจัยพบว่าสารสกัดจากสมุนไพรชนิดนี้สามารถรักษาโรคกลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับการใช้ยารักษากลากอย่างโทลนาฟเตท (Tolnaftate) โดยนำสารสกัดข่าด้วยน้ำกลั่น เมทานอล ไดคลอโรมีเทน เฮกเซน หรือแอลกอฮอล์มาใช้ พบว่าล้วนสามารถฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคกลากเกลื้อนได้ 

การรักษากลากเกลื้อน ให้นำเหง้าข่าแก่มาตำให้ละเอียด เติมเหล้าขาวลงไปผสมให้เข้ากันดี นำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน

4. แก้ลมพิษ

ให้นำเหง้าแก่สดๆ 1 แง่ง ตำให้ละเอียด แล้วนำเหล้าขาวมาผสมให้พอแฉะ ผสมกันทิ้งไว้ 1-2 คืน แล้วนำส่วนผสมที่ได้ (ทั้งเนื้อและน้ำ) มาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ ทาบ่อยๆ ทุกเช้าเย็น จนกว่าอาการจะดีขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดลมพิษตามผิวหนังไปพร้อมๆ กัน

5. แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย

ข่ามีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคกลากเกลื้อน ผื่นคัน หรือลมพิษ ซึ่งก็รวมไปถึงสรรพคุณในการลดอาการปวดบวมจากแมลงกัดต่อย โดยให้นำเหง้ามาฝนกับน้ำมะนาว แล้วนำไปทาบริเวณที่ถูกกัดต่อย แต่หากรู้สึกแสบร้อนตอนทาให้หยุดใช้ทันที แล้วรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพราะนั่นอาจเป็นอาการแพ้ข่า หากยังใช้ต่อไปจะทำให้เกิดผื่นแพ้หรืออาการอื่นๆ ตามมาได้

6. รักษาโรคน้ำกัดเท้า

สำหรับใครที่เป็นโรคน้ำกัดเท้าและไม่รู้ว่าควรรักษาด้วยวิธีไหนถึงจะปลอดภัยและได้ผลดี แนะนำให้ใช้เหง้าแก่สดขนาดเท่าหัวแม่มือ ตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าโรงพอท่วม หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จากนั้นนำสำลีมาชุบ แล้วทาบริเวณที่เป็นน้ำกัดเท้าวันละ 3 รอบ จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้

7. บรรเทาอาการปวดบวม เคล็ดขัดยอก

นำข่ามาตำให้ละเอียด พอกบริเวณที่มีอาการ นอกจากนี้ยังสามารถนำมากินหรือประคบเพื่อช่วยแก้อาการปวดต่างๆ ทั้งยังช่วยลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี

8. รักษาอาการปวดเมื่อย 

นำต้นข่าแก่มาตำผสมกับน้ำมันมะพร้าวให้เข้ากันดี แล้วนำไปทาหรือนวดบริเวณที่ปวดวันละครั้ง จะช่วยให้อาการปวดเมื่อยค่อยๆ ทุเลาลงได้

9. บรรเทาอาการในระบบทางเดินหายใจ

เนื่องจากข่าเป็นสมุนไพรที่มีรสชาติเผ็ดร้อน จึงเหมาะสำหรับแก้อาการหวัดในช่วงหน้าหนาว ที่สำคัญยังช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้ดี โดยในสมัยโบราณนิยมนำข่ามาต้มกินเพื่อบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือนำมาฝน ผสมกับน้ำผึ้งแท้ น้ำมะนาวสด และเติมเกลือลงไปเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำมากิน จะช่วยขับเสลด เสมหะ และขยายหลอดลม ช่วยให้หายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น

10. รักษาอาการคลื่นไส้จากการเมารถ

ใช้เหง้าสดแก่ๆ ยาวประมาณ 30 เซนติเมตรขึ้นไป นำมาทุบหรือตำจนละเอียด เติมน้ำปูนใสลงไปประมาณ 1 ครึ่งแก้ว และดื่มครั้งละ 1 แก้วหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น จนกว่าจะหาย

11. ขับน้ำคาวปลา

ข่ามีสรรพคุณในการขับน้ำคาวปลาหลังคลอดลูก รวมไปถึงการขับเลือดและขับรกที่ตกค้างอยู่ภายใน เพียงนำเหง้าสดมาตำให้ละเอียด แล้วผสมกับมะขามและเกลือเพื่อรับประทาน

นอกจากคุณประโยชน์ในการบำรุงรักษาสุขภาพแล้ว ข่ายังมีคุณสมบัติช่วยไล่ยุงและแมลงได้ด้วย มีวิธีง่ายๆ คือทุบเหง้าให้แหลก หรือจนกระทั่งน้ำมันในข่าซึมออกมา จากนั้นนำไปวางในที่ที่ต้องการ จะช่วยไล่ยุงและแมลงไม่ให้มากวนใจ 

เมนูข่าเพื่อสุขภาพ

เมื่อไรก็ตามที่พูดถึงอาหารที่มี "ข่า" เป็นส่วนประกอบ เมนูแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงก็คือ "ต้มข่าไก่" นั่นเอง แต่ที่จริงแล้วยังมีเมนูเพื่อสุขภาพอีกหลายเมนูให้คุณได้ลองทำตามดู เช่นเมนูต่อไปนี้

ต้มยำปลา 

เมนูที่จะขาดส่วนประกอบอย่างข่าไม่ได้เลยก็คือเมนูต้มยำนั่นเอง เพราะเป็นหนึ่งในเครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด) เพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติจัดจ้าน มีขั้นตอนการทำโดยเริ่มจากโขลกพริก กระเทียม และเครื่องต้มยำหยาบๆ เตรียมไว้ ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่พริก กระเทียม และเครื่องต้มยำลงไปก่อน หลังจากนั้นใส่ปลา หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ ที่ต้องการตามไป รอจนเนื้อปลาสุก ค่อยปรุงรสตามใจชอบ โรยด้วยผักชีซอย พร้อมรับประทาน

มาม่าต้มยำแห้ง

เป็นอีกหนึ่งเมนูที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรสชาติที่จัดจ้านของน้ำต้มยำและเนื้อสัตว์ที่คลุกเคล้าจนเข้ากันดี แถมเติมผักต่างๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์ต่อสุขภาพได้ตามใจชอบ เมนูนี้ประกอบไปด้วยมาม่า เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด) ผักชีฝรั่ง เครื่องปรุงรสต่าง ๆ เช่น พริก มะนาว น้ำปลา และเนื้อสัตว์ตามที่ต้องการ ส่วนวิธีทำก็เริ่มจากการต้มเส้นมาม่าให้นิ่ม แล้วสะเด็ดน้ำรอไว้ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน แล้วใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดให้พอสุก ใส่เส้นมาม่าตามลงไป เติมเครื่องต้มยำและเครื่องปรุงต่างๆ ชิมรสให้ออกเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เรียบร้อยแล้วตักใส่จาน โรยด้วยผักชีฝรั่งและไข่ออนเซ็นสักลูก ก็ได้เมนูสุดฟินแล้ว

กุ้งอบวุ้นเส้นต้มยำ

กุ้งอบวุ้นเส้นธรรมดาที่มีรสชาติออกเค็มๆ อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อ ลองเปลี่ยนเป็นกุ้งอบวุ้นเส้นต้มยำกันดูบ้าง ด้วยการใส่เครื่องต้มยำลงไปในซอส แล้วเติมพริกเผาลงไปสักหน่อย ชิมให้รสชาติจัดจ้านกว่าปกติสักนิด เพื่อเวลาที่นำวุ้นเส้นมาอบ จะได้เข้าเนื้อและเข้มข้นยิ่งขึ้น 

หอยแมลงภู่อบหม้อดินต้มยำ

เป็นเมนูที่จะเพิ่มความรสชาติให้กับหอยแมลงภู่ตัวใหญ่ๆ วิธีทำก็เหมือนทำหอยแมลงภู่อบหม้อดินตามปกติ เพียงแต่เปลี่ยนขั้นตอนเล็กน้อย คือในระหว่างการตั้งน้ำเดือดสำหรับนึ่งหอยนั้น ให้ใส่เครื่องต้มยำลงไป เมื่อนำหอยมานึ่งแล้วก็ให้นำเครื่องต้มยำมาโรยไว้บนหอยอีกครั้ง เพื่อให้กลิ่นหอมซึมเข้าไปในตัวหอยมากขึ้น และก่อนจัดใส่จาน ให้เขย่าหอยกับเครื่องต้มยำอีกครั้งให้เข้ากันดี รับประทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด

ข่ามีโทษหรือไม่?

การรับประทานข่าในอาหารทั่วไปนั้นปลอดภัยต่อสุขภาพ ส่วนการรับประทานหรือการนำมาใช้เพื่อบำรุงหรือรักษาโรคก็สามารถใช้ได้ แต่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้ด้วย โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดีและไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยารักษาโรคชนิดใดอยู่ก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ข่า อาหารเสริม และสมุนไพรอื่นๆ ทุกครั้ง

ข่ายังมีสรรพคุณดีๆ อีกมากมาย ทำให้ถูกนำไปแปรรูปเป็นแชมพู ครีมนวด สเปรย์ ลูกประคบ และผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพหลากหลายอย่าง ใครที่สนใจก็สามารถลองหาซื้อมาทดสอบผลลัพธ์ด้วยตนเองดูได้ หรือจะลองบำรุงสุขภาพด้วยเมนูข่าที่กล่าวไปข้างต้นก็ดีไม่น้อย

ที่มาของข้อมูล

  1. Haginiwa J, Harada M, Morishita I. Properties of essential oil components of aromatics and their pharmacological effect on mouse intestine. Pharmacological studies on crud drugs. VII. Yakugaku Zasshi 1963;83:624.
  2. Evans BK, James KC, Luscombe DK. Quantitative structure-activity relationships and carminative activity. J Pharm Sci 1978;6:227.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่