การกินเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของข่า และไอเดียการกินการใช้ข่าเพื่อสุขภาพ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 16, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ประโยชน์ของข่า และไอเดียการกินการใช้ข่าเพื่อสุขภาพ

ข่า เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจไม่แพ้สมุนไพรชนิดอื่นๆ เลยก็ว่าได้ เพราะมีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการรักษาโรค มากมายไปด้วยคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย และยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทำให้รสชาติของอาหารมีความหอมอร่อยมากยิ่งขึ้น เราไปทำความรู้จักสมุนไพรชนิดนี้เพิ่มเติมกันเลยดีกว่า

รู้จักสมุนไพรข่า

ข่าคือสมุนไพรและเป็นเครื่องเทศที่ถือว่าคนไทยเรานิยมนำมาใช้มากกว่าขิง เนื่องด้วยเหตุผลหลายอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการปลูก ข่าจะปลูกง่ายกว่าขิง และยังดูแลง่าย มีอายุยืนยาว ไม่มีการลงหัว แถมยังสามารถเอามากินและใช้ได้ตลอดปีอีกด้วย

สำหรับการนำข่ามาใช้ในการรักษาโรคนั้น เป็นเพราะข่าเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดปร่า และมีน้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นที่หอมฉุน ซึ่งจุดนี้คนไทยเราจึงมักใช้ข่ามาเป็นยารักษาอาการป่วยในทุกระบบของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการนำข่ามาใช้ในการประกอบอาหารหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้มข่า ต้มยำ ต้มแซ่บ ก๋วยเตี๋ยว น้ำพริก รวมทั้งนำมาทำเป็นเครื่องแกงต่างๆ และที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ คนไทยเรานิยมนำหน่อข่าและดอกข่ามาทำเป็นผักแกล้มอีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของข่า

ในส่วนของข่า 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการดังนี้

พลังงาน 20 กิโลแคลอรี่, กากใยอาหาร 1.1 กรัม, แคลเซียม 5 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 0.1 มิลลิกรัม, วิตามินบี 1 0.13 มิลลิกรัม, วิตามินบี 2 0.15 กรัม, วิตามินซี 23 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของข่า

ข่าก็เหมือนกับสมุนไพรทั่วไปที่มาพร้อมประโยชน์และสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายหลายอย่าง ซึ่งก็มีดังนี้

1.แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ

นำเหง้าข่าแก่สดที่มีความยาวประมาณ 1 นิ้วฟุต ตำให้ละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส ดื่มครั้งละครึ่งแก้วหลังอาหาร วันละ 3 เวลา ก็ช่วยรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดิน และอาการจุกเสียดแน่นท้องได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกันนั้นวิธีนี้ยังสามารถขับลมในลำไส้ แก้บิด ปวดมวนท้อง และลมป่วงได้อีกด้วย

2.รักษาโรคน้ำกัดเท้า

สำหรับใครที่เผชิญกับโรคน้ำกัดเท้าและไม่รู้ว่าจะต้องรักษาด้วยวิธีไหนถึงจะดีและปลอดภัย แนะนำให้ใช้เหง้าแก่สดขนาดเท่าหัวแม่มือ ตำให้ละเอียดผสมเข้ากับเหล้าโรงพอท่วม หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ชุบด้วยสำลีแล้วทาบริเวณที่เป็นน้ำกัดเท้าวันละ 3 รอบ จะช่วยให้โรคดังกล่าวหายไป

3.แก้ลมพิษ

นำเหง้าข่าแก่สด 1 แง่ง ตำให้ละเอียดแล้วนำเหล้าโรงมาผสมให้พอแฉะ นำส่วนผสมที่ได้ทั้งเนื้อและน้ำมาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ ทาบ่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดลมพิษตามผิวหนังไปพร้อมๆ กัน

4.รักษาอาการเท้าบวม

นอกจากข่าจะมีสรรพคุณทางยาช่วยลดอาการปวดตามข้อและปวดเมื่อยตามร่างกายแล้วนั้น ยังมีส่วนช่วยในการรักษาอาการเท้าบวมและเคล็ดขัดยอกได้อีกด้วย โดยนำข่ามาตำให้ละเอียด พอกบริเวณที่มีอาการปวดหรือบวม วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำมากินหรือประคบเพื่อช่วยแก้อาการปวดต่างๆ พร้อมทั้งลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี

5.แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย

เนื่องจากข่ามีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคกลากเกลื้อน ผื่นคัน ลมพิษ เป็นต้น ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยในการแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ให้เอาข่ามาฝนกับน้ำมะนาว นำไปทาตรงที่ถูกแมลงกัดต่อย จะช่วยแก้พิษได้ ทั้งนี้ควรระมัดระวังสำหรับผู้ที่แพ้ข่าด้วย หากรู้สึกมีอาการแสบร้อนตอนทาให้หยุดใช้ทันที เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียอื่นๆ ตามมานั่นเอง

6.ช่วยให้ระบบหลอดเลือดทำงานได้ดี

ข่าเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยในการทำงานของระบบหลอดเลือดให้สามารถทำงานได้ดี อีกทั้งยังช่วยขับเลือดสำหรับสตรีที่มีประจำเดือน และที่สำคัญยังช่วยขับเหงื่อได้ดี ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

7.บรรเทาอาการในระบบทางเดินหายใจ

เนื่องจากข่าเป็นสมุนไพรที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับแก้อาการหวัดในช่วงหน้าหนาว และที่สำคัญยังช่วยแก้อาการหอบหืดได้เป็นอย่างดี เพราะในสมัยโบราณนั้นได้มีการนิยมนำข่ามาต้มกินเพื่อบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก อีกหนึ่งวิธีคือนำเอาข่ามาฝน ผสมเข้ากับน้ำผึ้งแท้ น้ำมะนาวสด และเติมเกลือลงไปเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำมากิน จะช่วยสกัดเสลด เสมหะ และยังช่วยขยายหลอดลม ให้สามารถหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งบรรเทาอาการหอบหืดได้อีกทาง

8.ช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย

เนื่องจากข่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการช่วยขับลมในระบบย่อยอาหาร พร้อมทั้งช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อีกหนึ่งอาการที่สำคัญซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยข่าก็คือ อาการอาหารไม่ย่อย โดยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ด้วยการนำเหง้าข่าสดประมาณ 5 กรัม ต้มในน้ำสะอาดจนเดือดแล้วนำมาดื่ม วิธีนี้จะช่วยแก้อาการแน่นจุกเสียดจากอาการอาหารไม่ย่อยได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้ด้วย โดยควรใช้ข่าในปริมาณที่พอดีและไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้

ไอเดียการกินข่าเพื่อสุขภาพ

เมื่อไรก็ตามที่พูดถึงอาหารที่มี "ข่า" เป็นส่วนประกอบ แน่นอนเลยว่าสิ่งแรก ๆ ที่ทุกคนมักจะนึกถึงก็คือเมนู "ต้มข่าไก่" นั่นเอง และนอกเหนือจากต้มข่าไก่แล้ว จะนำข่ามาทำอะไรอีกได้บ้าง มาดูกันเลย

ต้มยำปลานอกจากต้มข่าแล้ว อีกเมนูที่มักจะเห็นข่าเป็นส่วนประกอบอยู่บ่อย ๆ ก็คือเมนูต้มยำนั่นเอง เนื่องจากข่า ถือเป็นเครื่องต้มยำ (ใบมะกรูด ตะไคร้ ข่า) ที่ขาดไม่ได้เลย วิธีทำก็แค่โขลกพริก กระเทียม และบุบเครื่องต้มยำไว้หยาบ ๆ เมื่อน้ำเดือดก็ใส่พริกและเครื่องต้มยำลงไปก่อน หลังจากนั้นก็ใส่ปลาลงไป (เนื้อสัตว์อื่น ๆ ก็ใส่ในขั้นตอนนี้เช่นกัน) รอจนเนื้อปลาสุก แล้วค่อยปรุงรสตามชอบ โรยด้วยผักซอย ยกเสิร์ฟได้ทันที

มาม่าต้มยำแห้งเป็นเมนูที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ ด้วยรสชาติที่จัดจ้านของเครื่องต้มยำ และเนื้อสัตว์ที่คลุกเคล้าจนเข้ากันดี ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องเยอะไปสักหน่อยก็ตาม สำหรับเมนูนี้ประกอบไปด้วย มาม่า เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด) ผักชีฝรั่ง เครื่องปรุงรสต่าง ๆ เช่น พริก มะนาว น้ำปลา และเนื้อสัตว์ตามที่ต้องการ ส่วนวิธีทำก็เริ่มจากการต้มเส้นมาม่าให้นิ่มก่อน แล้วสะเด็ดขึ้นมาจากน้ำรอไว้ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันแล้วเอาเนื้อสัตว์ลงไปผัดให้พอสุก ใส่เส้นมาม่าลงไป แล้วเติมด้วยเครื่องต้มยำและเครื่องปรุงต่าง ๆ ชิมรสให้ออกเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม ตักใส่จาน โรยด้วยผักชีฝรั่งและไข่ออนเซ็นสักลูก ก็ได้เมนูสุดฟินแล้ว

กุ้งอบวุ้นเส้นต้มยำกุ้งอบวุ้นเส้นธรรมดาที่มีรสชาติออกเค็ม ๆ อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อ ลองเปลี่ยนเป็นกุ้งอบวุ้นเส้นต้มยำกันดูบ้าง ด้วยการใส่เครื่องต้มยำลงไปในซอส แล้วเติมพริกเผาลงไปสักหน่อย ชิมให้รสชาติจัดจ้านกว่าปกติสักนิด เพื่อที่เวลาเอาวุ้นเส้นมาอบ จะได้เข้าเนื้อมากยิ่งขึ้น และยังทำให้รสชาติเข้มข้นอยู่เหมือนเดิม

หอยแมลงภู่อบหม้อดินต้มยำเป็นอีกเมนูที่สามารถเพิ่มความจัดจ้านให้กับหอยแมลงภู่ตัวใหญ่ ๆ ได้เช่นกัน วิธีที่ทำก็เหมือนทำหอยแมลงภู่อบหม้อดินตามปกติ แต่เปลี่ยนขั้นตอนเล็กน้อย คือในการตั้งน้ำเดือดสำหรับนึ่งหอยนั้น ให้ใส่เครื่องต้มยำลงไป เมื่อนำหอยมานึ่งแล้ว ก็ให้เอาเครื่องต้มยำ และข่าโรยไว้บนหอยอีกครั้ง เพื่อให้กลิ่นหอมซึมเข้าไปในตัวหอยเพิ่มมากขึ้น ก่อนจะจัดใส่จาน ให้เขย่าหอยให้เข้ากันกันดีกับเครื่องต้มยำอีกครั้ง ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด

ไอเดียการใช้ข่าเพื่อสุขภาพ

ข่า สามารถนำมาใช้เพื่อการรักษาโรคได้หลายประเภท รวมถึงใช้ได้หลายวิธี ทั้งกิน ทั้งทา มาดูกันเลยว่ามีโรคอะไรบ้าง ที่ข่าสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องไปพบแพทย์

รักษาอาการคลื่นไส้ที่เกิดจากการเมารถใช้เหง้าสดของข่าแก่ที่ยาวประมาณ 30 เซนติเมตรขึ้นไป เอามาทุบหรือตำจนละเอียด เติมน้ำปูนใสลงไปให้ได้ประมาณ 1 ครึ่งแก้ว ทาน เช้า กลางวัน และเย็น หรือจนกว่าจะหาย สูตรนี้สามารถใช้สำหรับขับลม รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยเช่นกัน

ขับน้ำคาวปลา สำหรับหญิงที่เพิ่งคลอดลูกนอกจากขับน้ำคาวปลาแล้ว ยังสามารถขับเลือด และขับรกที่ตกค้างอยู่ภายในได้อีกด้วย เพียงแค่นำเหง้าข่าสด มาตำให้ละเอียดผสมกับมะขาม และเกลือ

รักษาโรคผิวหนัง (กลาก เกลื้อน)นำเหง้าข่าแก่มาตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงลงไปผสมให้เข้ากันดี เอามาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน กรณีที่จะใช้รักษาอาการแพ้ หรือผื่นคันจากลมพิษ ให้ตำผสมกันทิ้งไว้ 1-2 คืน แล้วนำมาทาเช้า-เย็น

รักษาอาการปวดเมื่อยข่า สามารถนำมาใช้รักษาและบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ โดยการนำต้นข่าแก่ ตำผสมกับน้ำมันมะพร้าวให้เข้ากันดี แล้วนำไปทาหรือนวดบริเวณที่ปวดวันละ 1 ครั้ง รับรองว่าอาการปวดเมื่อย จะค่อยๆทุเลาลงและหายไปอย่างแน่นอน

ไล่ยุงและแมลงอื่นๆข่า สามารถนำมาใช้ไล่ยุงและแมลงได้ด้วย เพียงแค่ทุบเหง้าข่าให้แหลก หรือให้มีน้ำมันในข่าซึมออกมา นำไปวางในที่ต้องการ ก็จะช่วยไล่ยุงและแมลงไม่ให้มากวนใจ ง่ายๆ แบบนี้ลองทำตามกันดู รับรองว่าได้ผลลัพธ์โดนใจสุดๆ

ข่า ยังมีสรรพคุณดี ๆ อีกมากมาย ดังจะเห็นได้จากการนำไปแปรรูปเป็นแชมพู ครีมนวด สเปรย์ ลูกประคบ นอกจากนี้ ข่ายังช่วยดับกลิ่นกายได้เช่นกันเพียงนำข่ามาต้มแล้วกรองเอาน้ำมาผสมอาบ ส่วนใครที่ชอบวิธีการรักษาสุขภาพด้วยสมุนไพรดังกล่าว ต้องไม่พลาดที่จะซื้อข่าติดบ้านไว้ เพราะถึงไม่ได้ใช้ ก็ยังนำมาประกอบอาหารอร่อย ๆ ได้หลายเมนูแน่นอน รับรองว่าคุ้ม !

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่