แพ้สัตว์เลี้ยง (Pet Allergies)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 190,463 คน

แพ้สัตว์เลี้ยง (Pet Allergies)

ถ้าคุณมีน้ำมูกไหล น้ำตาไหล หรือเริ่มจาม และหายใจมีเสียงวี๊ด หลังจากเล่นกับสัตว์เลี้ยง สุนัข หรือแมว คุณมีแนวโน้มที่จะมีอาการแพ้สัตว์เลี้ยง การแพ้สัตว์เลี้ยงสามารถทำให้เกิดอาการแพ้อย่างต่อเนื่องได้ เนื่องจากการสัมผัสอาจเกิดขึ้นในที่ทำงาน โรงเรียน หรือในสถานที่ในร่มอื่นๆ แม้ว่าจะไม่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ในขณะนั้นก็ได้

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ภาพรวม

อาการของการแพ้สัตว์เลี้ยง

  • จาม
  • น้ำมูกไหล หรือคัดจมูก
  • ปวดที่ใบหน้า (ปวดจากการคัดจมูก)
  • ไอ แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี๊ด
  • น้ำตาไหล ตาแดง หรือคันตา
  • ผื่นที่ผิวหนัง หรือลมพิษ

การจัดการเกี่ยวกับการแพ้สัตว์เลี้ยงและการรักษา

  • ไม่อยู่ใกล้สุนัขและแมว ถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้าน พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัส
  • สเปรย์พ่นจมูก ยาแก้แพ้ และยาขยายหลอดลม ช่วยบรรเทาอาการได้
  • พิจารณารักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy)

แพ้แมว

ถ้าคุณมีอาการน้ำมูกไหล น้ำตาไหล หรือเริ่มมีอาการจามและหายใจมีเสียงวี๊ดหลังจากลูบคลำหรือเล่นกับแมว คุณอาจมีการแพ้แมวได้ อาการแพ้แมวสามารถทำให้เกิดอาการภูมิแพ้อย่างต่อเนื่อง เพราะการสัมผัสอาจเกิดขึ้นที่ทำงาน ที่โรงเรียน หรือสถานที่ในร่มอื่นๆ แม้ว่าจะไม่มีแมวอยู่ก็ตาม

แมวจะผลิตสารก่อภูมิแพ้ได้หลายชนิด สารก่อภูมิแพ้จะพบในขนแมว ผิวหนังของแมว และในน้ำลาย แมวทุกตัวสามารถผลิตสารก่อภูมิแพ้ได้ ไม่มีการศึกษาใดบอกว่าจะมีแมวตัวไหนมีโอกาสแพ้น้อย ในบ้านที่มีแมวมากกว่า 1 ตัว จะยิ่งมีสารก่อภูมิแพ้จากแมวในปริมาณสูง ลักษณะเฉพาะตัวของแมว เช่น ความยาวของขนแมว เพศของแมว และระยะเวลาที่แมวอยู่ในบ้าน ไม่สัมพันธ์กับระดับของสารก่อภูมิแพ้ที่แมวสร้างขึ้น

ฝุ่นละลองหรือเกสรพืชที่อยู่ที่เสื้อที่แมวสวมใส่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ในกรณีนี้หมายถึงคุณแพ้ฝุ่นหรือเกสรพืชที่อยู่บนนั้น แต่ไม่ได้แพ้แมว

แพ้แมวมีอาการอย่างไร

อาการของการแพ้แมวมีตั้งแต่อาการระดับรุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก ขึ้นอยู่กับความไวในการตอบสนองของแต่ละบุคคล และขึ้นกับระดับของสารก่อภูมิแพ้ที่สัมผัส ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับความเร็วในการเกิดอาการหลังสัมผัสด้วย ในคนที่มีความไวสูงจะเกิดอาการ ได้แก่ ปัญหาในระบบหายใจ หรือเกิดผื่น ภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีหลังสัมผัสแมว หรือเข้าไปในบ้านที่มีแมวอาศัยอยู่

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

อาการของการแพ้แมวมีดังนี้:

  • จาม หรือมีน้ำมูกไหล หรือคัดจมูก
  • ปวดบริเวณใบหน้า (จากการคัดจมูก)
  • ไอ แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี๊ด
  • น้ำตาไหล ตาแดง หรือคันตา
  • มีผื่น หรือลมพิษ

บางคนอาจมีผื่นหรือลมพิษเกิดขึ้นหลังจากถูกแมวข่วน

การวินิจฉัยการแพ้แมว

ถ้าคุณสงสัยว่าคุณมีอาการของการแพ้แมว ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

การตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง (skin-prick test) เป็นการทดสอบที่ทำบ่อยในการวินิจฉัยการแพ้แมว ในการทดสอบนี้จะทำการหยดสารก่อภูมิแพ้จากแมวลงบนผิวหนัง และใช้เข็มปราศจากเชื้อขนาดเล็กสะกิด เพื่อให้ของเหลวนั้นซึมเข้าสู่ผิวหนัง หลังจากนั้นจะสังเกตอาการเพื่อดูการบวม แดง หรืออาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของการแพ้ โดยอาการจะเกิดขึ้นภายใน 15-20 นาที

แม้ว่าคุณจะแน่ใจว่าอาการของคุณมีสาเหตุจากการแพ้แมว แต่ก็แนะนำให้เข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพราะอาการที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้

การจัดการและการรักษาอาการแพ้แมว

การหลีกเลี่ยงการสัมผัสแมวคือวิธีที่ดีที่สุด ถ้าคุณมีแมวที่บ้านและแพ้แมว ให้พิจารณาให้แมวอยู่นอกบริเวณบ้าน หรือหยุดการเลี้ยงแมว

ถ้าคุณมีแมว แต่ไม่ต้องการหาบ้านใหม่ หรือครอบครัวของคุณยังต้องการเลี้ยงแมวอยู่แม้ว่าจะมีคนในบ้านแพ้แมว เรามีวิธีแนะนำซึ่งอาจช่วยควบคุมอาการของคุณได้:

  • ให้แมวอยู่นอกห้องนอนคุณ และจำกัดให้แมวอยู่เพียงบางห้องของบ้านเท่านั้น
  • ไม่ลูบตัวแมว กอด หรือจูบแมว ถ้าคุณทำ ให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด
  • การใช้เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA) โดยเปิดตลอดเวลาในห้องนอน หรือในห้องนั่งเล่น จะช่วยลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ได้
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นประจำเพื่อลดระดับสารก่อภูมิแพ้
  • อาบน้ำให้แมวอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเพื่อลดสารก่อภูมิแพ้จากแมว

การรักษาอาการแพ้แมวมีความหลากหลาย ขึ้นกับอาการที่เป็น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ จะช่วยพิจารณาว่าการรักษาใดเหมาะสมสำหรับคุณ อาการทางจมูกมักจะรักษาด้วยยาสเตียรอยด์แบบพ่นจมูก ยาแก้แพ้ และยารับประทานอื่นๆ อาการที่ตามักจะรักษาด้วยยาแก้แพ้หยอดตา อาการทางระบบหายใจหรือหอบหืดสามารถรักษาด้วยยาสเตียรอยด์สูดพ่นหรือยาขยายหลอดลมเพื่อช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการทางระบบทางเดินหายใจ

การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษา โดยการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของคุณ โดยการฉีดสารก่อภูมิแพ้ทีละน้อยให้กับร่างกาย

มีแมวที่ไม่ทำให้เกิดภูมิแพ้หรือไม่?

แมวจะผลิตสารก่อภูมิแพ้หลายชนิด ซึ่งสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้จะเจอในขนแมว ผิวหนังแมว และน้ำลายแมว แมวทุกตัวสามารถผลิตสารก่อภูมิแพ้ได้ ไม่มีงานวิจัยใดบอกว่ามีแมวตัวไหนจะมีโอกาสแพ้น้อยกว่าตัวอื่น บ้านที่มีแมวมากกว่า 1 ตัวจะยิ่งมีสารก่อภูมิแพ้จากแมวในปริมาณสูง ลักษณะเฉพาะตัวของแมว เช่น ความยาวของขนแมว เพศแมว และปริมาณเวลาที่แมวอยู่ในบ้าน ไม่สัมพันธ์กับปริมาณสารก่อภูมิแพ้

แพ้สุนัข

ถ้าคุณมีอาการน้ำมูกไหล หรือมีอาการจาม และหายใจมีเสียงวี๊ดหลังจากลูบคลำสุนัข หรือเล่นกับสุนัข คุณอาจมีอาการแพ้สุนัข

สุนัขผลิตสารก่อภูมิแพ้หลายชนิด หรือโปรตีนบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการแพ้ สารก่อภูมิแพ้ในสุนัขเจอในขน รังแค น้ำลาย และปัสสาวะ สุนัขทุกตัวผลิตสารก่อภูมิแพ้ ไม่มีการศึกษาใดที่บอกว่าจะมีสุนัขตัวไหนที่แพ้น้อย ปริมาณสารก่อภูมิแพ้จากสุนัขจะเพิ่มสูงขึ้นถ้าสุนัขอาศัยอยู่ภายในบ้านหรือในห้องที่อนุญาตให้สุนัขเข้าไปได้จะมีปริมาณสารก่อภูมิแพ้มากกว่าบริเวณอื่นๆ ของบ้าน

ฝุ่นและเกสรพืชที่อยู่ที่เสื้อผ้าที่สุนัขสวมใส่อาจเป็นสาเหตุของอาการแพ้ได้ ในกรณีนี้คุณแพ้ฝุ่นหรือเกสรของพืช ไม่ใช่แพ้สุนัข

แพ้สุนัขมีอาการอย่างไร

การแพ้สุนัขจะมีอาการตั้งแต่ระดับรุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก ซึ่งขึ้นอยู่กับความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ของแต่ละคน และขึ้นกับปริมาณสารก่อภูมิแพ้ที่สัมผัสด้วย ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อความเร็วในการเกิดอาการหลังสัมผัสด้วย ผู้ที่มีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้จะมีอาการเกิดขึ้น ได้แก่ มีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ หรือมีผื่น ภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังสัมผัสกับสุนัขหรือเมื่อเข้าไปในบ้านที่มีสุนัขอยู่

อาการมีดังนี้:

  • จาม หรือ มีน้ำมูกไหล หรือ คัดจมูก
  • ปวดบริเวณใบหน้า (จากอาการคัดจมูก)
  • ไอ แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี๊ด
  • น้ำตาไหล ตาแดง หรือคันตา
  • มีผื่น หรือ ลมพิษ

ผู้ป่วยบางรายอาจมีผื่นหรือลมพิษเกิดขึ้นหลังจากโดนสุนัขข่วนหรือเลีย

การวินิจฉัยการแพ้สุนัข

ถ้าคุณสงสัยว่าคุณเป็นภูมิแพ้สุนัข ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังเป็นการทดสอบที่ทำบ่อยเพื่อวินิจฉัยการแพ้สุนัข โดยจะทำการหยดน้ำยาที่มีสารก่อภูมิแพ้จากสุนัขลงบนผิวหนัง จากนั้นจะนำเข็มปราศจากเชื้อขนาดเล็กสะกิดที่บริเวณนั้นเพื่อให้ของเหลวซึมเข้าสู่ผิวหนัง และสังเกตอาการบวม แดง ซึ่งเป็นสัญญาณของการแพ้ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดภายในเวลา 15-20 นาที

แม้ว่าคุณจะมั่นใจว่าอาการที่เกิดขึ้นกับคุณมีสาเหตุจากการแพ้สุนัข แต่ก็แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ เพราะบางครั้งอาการอาจมีสาเหตุมาจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ก็ได้

การจัดการเกี่ยวกับการแพ้สุนัขและการรักษา

การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสุนัขคือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ ถ้าคุณเลี้ยงสุนัขแต่มีอาการแพ้สุนัข แนะนำให้หยุดเลี้ยงสุนัขหรือให้สุนัขอยู่นอกบ้าน

ถ้าคุณเลี้ยงสุนัขและไม่ต้องการหาบ้านใหม่ หรือครอบครัวของคุณยังต้องการเลี้ยงสุนัขอยู่แม้ว่าจะมีคนในบ้านแพ้สุนัข เรามีคำแนะนำเพื่อช่วยควบคุมอาการของคุณ ดังนี้:

  • ไม่ให้สุนัขเข้ามาในห้องนอนของคุณ และจำกัดให้สุนัขเข้าได้เพียงบางห้องเท่านั้น
  • ไม่ลูบคลำ กอด จูบ สุนัข ถ้าคุณทำ ให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด
  • การใช้เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA) เพื่อฟอกอากาศอย่างต่อเนื่องในห้องนอนหรือในห้องนั่งเล่นจะช่วยลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ลงได้
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นประจำ เพื่อกำจัดปริมาณสารก่อภูมิแพ้
  • อาบน้ำให้สุนัขอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ในสุนัข

การรักษาอาการแพ้สุนัขมีหลายวิธี ขึ้นกับอาการที่เป็น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้จะช่วยแนะนำว่าการรักษาใดเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ อาการทางจมูกมักรักษาด้วยยาสเตียรอยด์พ่นจมูก, ยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน, และยารับประทานอื่นๆ อาการทางตามักรักษาด้วยยาแก้แพ้ชนิดหยอดตา อาการทางระบบทางเดินหายใจหรือหอบหืดจะรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่น หรือยาขยายหลอดลม เพื่อช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น

การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) เป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยจะมีการฉีดสารก่อภูมิแพ้ทีละน้อยเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ร่างกายทนต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ

มีสุนัขชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือไม่?

ในปัจจุบันยังไม่มีสุนัขสายพันธุ์ไหนที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างแท้จริง มีข้อมูลจากการศึกษาเมื่อปี ค.ศ.2011 โดยการเก็บตัวอย่างฝุ่นจากบ้านที่มีการเลี้ยงสุนัขที่มีรายงานว่าทำให้เกิดอาการแพ้ได้น้อย เทียบกับบ้านที่เลี้ยงสุนัขอื่นๆ ก็พบว่าระดับของสารก่อภูมิแพ้ทั้งสองบ้านนี้ไม่แตกต่างกัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
แพ้แมลงกัดต่อย (Insect Sting Allergy)
แพ้แมลงกัดต่อย (Insect Sting Allergy)
บทความต่อไป
ภูมิแพ้ที่ดวงตา (Eye Allergy)
ภูมิแพ้ที่ดวงตา (Eye Allergy)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เปนภูมิแพ้ทั้งแม่ละลูกควรทำยังไงดีค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ภูมิแพ้เกิดจากอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคภูมิแพ้มีสิทธ์หายได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
น้ำมูกไหลตลอดต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หายขาด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่