Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

แพ้ยุง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,729,755 คน

แพ้ยุง

เกือบทุกคนจะมีอาการไวต่อการถูกยุงกัด แต่ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงนั้นอาจจะมีอาการมากกว่าอาการทั่วไป และอาจทำให้เป็นอันตรายได้ ยุงกัดส่วนมากนั้นมักจะเกิดในช่วงใกล้ค่ำหรือย่ำรุ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่ยุงนั้นตื่นตัวมากที่สุด ยุงตัวผู้นั้นไม่เป็นอันตรายและกินเฉพาะน้ำค้างและน้ำเท่านั้นในขณะที่ยุงตัวเมียกินเลือดเป็นอาหาร

ยุงตัวมือจะหาเหยื่อด้วยการดมกลิ่น สัมผัสกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่หายใจออกมาและสารเคมีที่อยู่ในเหงื่อ เมื่อพบแล้ว ก็จะไปเกาะที่ผิวหนังนอกร่มผ้าและทำการดูดเลือด ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดแผลนูและคัน ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกัดโดยตรงแต่เกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อโปรตีนที่อยู่ในน้ำลายยุง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

ปัจจัยเสี่ยง

นักวิจัยนั้นยังไม่แน่ใจว่าเหตุผลใดที่ทำให้ยุงชื่นชอบการกัดคนหนึ่งมากกว่าอีกคนหนึ่งโดยเฉพาะในผู้ชาย ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปโอ และเนื่องจากยุงนั้นถูกดึงดูดโดยความร้อน การใส่เสื้อผ้าสีเข้ม ก็จะทำให้คนนั้นมีโอกาสในการถูกกัดที่มากขึ้นเช่นกัน ผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นนั้นจะมีความเสี่ยงสูงที่สุด

อาการที่พบ

ยิ่งถูกกัดบ่อยเท่าไหร ร่างกายของคนนั้นก็จะไวต่อยุงน้อยลงเรื่อยไ นั่นหมายความว่าผู้ใหญ่มักจะมีปฏิกิริยาต่อการถูกยุงกัดที่รุนแรงน้อยกว่าในเด็ก อาการที่พบบ่อยของการถูกยุงกัดนั้นประกอบไปด้วยตุ่มนูนที่ผิวหนังซึ่งอาจจะเป็นสีแดงและคัน อาการนั้นอาจจะเกิดได้ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากถูกกัด และต้องสัมผัสกับยุงนานกว่า 6 วินาทีถึงจะเกิดปฏิกิริยา

อาการของการแพ้ยุงที่รุนแรงนั้นอาจจะประกอบด้วย

  • คันเป็นบริเวณกว้าง
  • มีแผล
  • มีรอยช้ำใกล้กับบริเวณที่ถูกกัด
  • น้ำเหลืองอักเสบ
  • ผื่นลมพิษ
  • อาการแพ้รุงแรง (พบได้น้อยแต่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทำให้เกิดอาการบวมที่คอ หายใจมีเสียงวี๊ดและต้องได้รับการรักษาทันที)

การถูกยุงกัดนั้นไม่ได้ทำให้เกิดอาการแพ้เพียงอย่างเดียว แต่ยุงยังเป็นพาหะที่นำโรครุนแรงหลายโรคเช่น

อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจจะเป็นโรคเหล่านี้ประกอบด้วย

  • มีไข้
  • ปวดหัวรุนแรง
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • มีผื่น
  • อ่อนเพลีย
  • ไวต่อแสง
  • สับสน
  • มีความเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาทเช่นกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย

ควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการเหล่านี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

การป้องกัน

เช่นเดียวกับโรคภูมิแพ้จากสาเหตุอื่น การป้องกันนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุด ยุงนั้นต้องการน้ำที่นิ่งหรือน้ำขังในการแพร่พันธุ์ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำขังโดยเฉพาะในช่วยพลบค่ำและใกล้รุ่งซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยุงตื่นตัวมากที่สุดถ้าเป็นไปได้

วิธีอื่นๆ ในการป้องกันการถูกยุงกัดประกอบด้วย

  • ใส่เสื้อผ้าป้องกันที่มีสีอ่อนเช่นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงเท้า และหมวกปีกกว้าง
  • กำจัดแหล่งน้ำขังหรือน้ำนิ่งรอบๆ บ้าน เช่นทำความสะอาดท่อระบายน้ำ เก็บสระว่ายน้ำของเด็ก ทำความสะอาดที่อาบน้ำเด็ก และกำจัดแหล่งน้ำขังต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้เช่นกระถางต้นไม้
  • ซ่อมแซมรูตามผนังหรือหน้าต่าง
  • จุดเทียนไล่ยุงเวลาอยู่กลางแจ้งหรือไปตั้งแคมป์

นอกจากนั้นควรทายากันยุงที่มีสาร DEET แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร DEET ระหว่าง 6-25% ซึ่งจะช่วยป้องกันได้นาน 6 ชั่วโมง ทำตามคำแนะนำที่ฉลากผลิตภัณฑ์และทาซ้ำหลังจากการว่ายน้ำหรือเหงื่อออก เนื่องจากว่ายากันยุงนี้ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังได้เช่นกันดังนั้นควรทดสอบด้วยการทาที่บริเวณเล็กๆ ก่อนและรอ 24 ชั่วโมงเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย

การรักษา

แม้ว่าจะใช้วิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้วแต่คุณก็อาจจะยังถูกกัดได้ หากมีแผลยุงกัดธรรมดา การใช้คาลาไมน์โลชั่นหรือ hydrocortisone cream เพื่อบรรเทาอาการคันนั้นก็อาจจะเพียงพอ การประคบเย็นหรืออาบน้ำเย็นโดยไม่ใช้สบู่นั้นก็อาจจะช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน แต่ถ้าหากมีอาการแพ้รุนแรงอาจจะต้องรักษาด้วย

  • ยาแก้แพ้
  • ยาทาแก้คัน
  • อาบน้ำเย็นโดยไม่ใช้สบู่
  • ใช้ยา epinephrine แบบพกพาฉีดในกรณีที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง

ผลลัพธ์

การแพ้ยุงนั้นพบได้ค่อนข้างน้อยแต่ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นที่ต้องรับการรักษาในทันที หากคุณมีอาการแพ้รุนแรงอาจจะลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้โดยเฉพาะหากอาศัยอยู่ในบริเวณที่มียุงเยอะ การแพ้ยุงนั้นไม่ได้ทำให้เกิดผลต่อร่างกายระยะยาวหรือต้องเปลี่ยนพฤติกรรมหากมีการจัดการที่ถูกต้อง เพียงแค่ต้องระมัดระวังและมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมอยู่กับตัวหากถูกกัด


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
กล้วย และประโยชน์ของกล้วยแต่ละชนิด
กล้วย และประโยชน์ของกล้วยแต่ละชนิด

สรรพคุณของกล้วยแต่ละชนิด ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ประโยชน์ที่คุณไม่ควรพลาดในปริมาณแค่ 105 แคลอรี่

ดูในแอป