พญ. สุชาดา สมศักดิ์ แพทย์เวชกรรมทั่วไป
เขียนโดย
พญ. สุชาดา สมศักดิ์ แพทย์เวชกรรมทั่วไป
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD
ความรู้สุขภาพ

ทำไมผู้สูงอายุจึงหกล้มบ่อย?

ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของการหกล้มง่ายในผู้สูงอายุ อาการแทรกซ้อน และข้อปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงของการหกล้ม
เผยแพร่ครั้งแรก 22 มี.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 22 มี.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ทำไมผู้สูงอายุจึงหกล้มบ่อย?

โดยปกติ คนหนุ่มสาวจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและยืดหยุ่นสูง สามารถทรงตัวและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหลังจากการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงหลากหลายอย่าง กล้ามเนื้อที่แข็งแรงกลับอ่อนแอลง แม้ผู้สูงอายุบางคนจะมีไม้เท้าเป็นตัวช่วยพยุงร่างกาย แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการหกล้มได้

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Center for Disease Control and Prevention - CDC) ในสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้มีอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป มีโอกาสหกล้มได้มากถึง 25% หรือเท่ากับ 1 ใน 4 ของประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด และหากเคยหกล้มมาแล้ว 1 ครั้ง โอกาสที่จะหกล้มซ้ำเป็นครั้งที่ 2 มีความน่าจะเป็นเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า คือ 50% เลยทีเดียว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

สิ่งที่น่ากลัวคือ การหกล้มนำไปสู่ความพิการและภาวะทุพพลภาพตามมา

อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้จากการหกล้ม

อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้จากการหกล้ม ได้แก่

  • ภาวะเลือดออกในสมองจากศีรษะกระแทก (Traumatic Brain Injury - TBI) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ความรู้สึกตัวลดลง ทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด สิ่งที่ต้องระวังในผู้ป่วยสูงอายุที่หกล้มศีรษะกระแทกคือ หลังจากล้มแล้วผู้ป่วยมีอาการหมดสติ จำเหตุการณ์ไม่ได้ ซึมลง มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่แขนขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 60 ปี จำเป็นต้องใช้ภาพถ่ายทางรังสีช่วยวินิจฉัยเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในสมองได้สูง
  • กระดูกหัก ข้อต่อและเอ็นได้รับบาดเจ็บ (Bone Fracture) ได้แก่ สะโพกหัก (Hip Fracture) มีผลต่อการเคลื่อนไหวและการพยุงสมดุลของร่างกาย หากมีอาการปวดบริเวณกระดูกมากหรือกระดูกผิดรูป แม้ว่าจะมีบาดแผลภายนอกหรือไม่ก็ตาม จำเป็นต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อเอกซเรย์ดูความผิดปกติของกระดูกหลังจากล้มกระแทก เพราะผู้สูงอายุมักมีภาะกระดูกพรุน ทำให้กระดูกแตกหักง่ายกว่าวัยอื่นๆ
  • ภาวะซีดหรือโลหิตจาง (Anemia) เป็นภาวะที่จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลงภายหลังจากการเสียเลือดหรือได้รับบาดเจ็บ จำเป็นต้องได้รับการห้ามเลือดโดยด่วนเพื่อไม่ให้เลือดออกมากเกินไป มิฉะนั้นความดันจะตก จนอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ สาเหตุหลักที่ทำให้เสียเลือดมากหลังการหกล้มของผู้สูงอายุ ได้แก่ ภาวะเลือดออกในอวัยวะภายใน กระดูกหัก บาดแผลฉีกขาดตามร่างกาย ซึ่งจำเป็นต้องเย็บแผลเพื่อห้ามเลือด นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้จากรอยฟกช้ำจากการบาดเจ็บ อาการซีด แต่บางภาวะก็ไม่สามารถประเมินได้จากการสังเกตภายนอก เช่น เลือดออกในอวัยวะภายใน เพราะฉะนั้นหากมีผู้สูงอายุในบ้านหกล้ม ต้องรีบพาไปพบแพทย์ให้ประเมินอาการทุกครั้ง
  • ภาวะติดเชื้อ (Infection) ได้แก่ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract infection) ปอดอักเสบ (Pneumonia) เป็นผลมาจากการที่ผู้ป่วยนอนติดเตียงหรือไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะร่างกายเช่นนี้ ร่วมกับภูมิคุ้มกันที่แย่ลงตามวัยของผู้สูงอายุ จำเป็นต้องอาศัยการกายภาพโดยเร็วหากสามารถทำได้ ก็จะลดภาวะติดเชื้อลงได้

สิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการหกล้มได้บ่อย

  1. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง จากปริมาณกล้ามเนื้อที่จะค่อยๆ ทยอยลดลงตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ร่วมกับการสึกหรอของกระดูกที่เพิ่มสูงขึ้น การทำกิจกรรมต่างๆ ที่เคยใช้แรงเท่าเดิมจึงทำได้ยากลำบากมากขึ้น
  2. ความสามารถการทรงตัวถดถอย โดยทั่วไประบบต่างๆ สามารถทำงานประสานกันเพื่อให้ร่างกายมีความสมดุล ตั้งตรงอยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวช่วยพยุงหรือไม้เท้า แต่ในผู้สูงอายุจะทำได้ยาก นอกจากนี้ยาบางชนิดยังมีผลข้างเคียงต่อการทรงตัวอีกด้วย
  3. สายตาที่แย่ลง สายตามีผลต่อการทรงตัวและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง สายตาที่พร่ามัวหรือการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน จึงเป็นอุปสรรคต่อการปรับสมดุลให้ร่างกายสามารถตั้งตรง และเดินได้ไม่สะดุดหกล้ม
  4. ขาดความยืดหยุ่นของข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือข้อสะโพกและข้อเท้า การที่มีข้อติด ไม่ยืดหยุ่น ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูกไม่สัมพันธ์กัน เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ
  5. ความอึดหรือความทนของกล้ามเนื้อลดลง การทำงานของกล้ามเนื้อโดยการหดตัว ทำให้ทำกิจกรรมต่างๆ เข่น ยืน เดิน ไม่สามารถทำได้นาน นำไปสู่ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ และหกล้มลงได้ง่าย
  6. ความสามารถและความต้องการในการเดินลดลง ผู้สูงอายุมักปฏิเสธที่จะต้องยืนหรือเดินนานๆ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่ความเสื่อมถอยของกล้ามเนื้อและการทรงตัวที่แย่ลงเป็นวงจรตามไปเรื่อยๆ

อาการที่ต้องสังเกตเป็นพิเศษ

หากผู้สูงอายุหกล้มแล้วมีอาการต่อไปนี้ ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน

  • ระดับความรู้สึกตัวลดลง เช่น ซึมลง ไม่ค่อยรู้สึกตัว หรือมีอาการเอะอะโวยวาย ไม่ทำตามสั่ง ไม่โต้ตอบ จำไม่ได้ สับสน
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียนพุ่ง
  • มือและแขนขาอ่อนแรง มีการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อ ชัก
  • ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด พูดช้า ติดขัด
  • เลือดออก เกิดบาดแผลหรือรอยฟกช้ำตามร่างกาย กระดูกผิดรูป
  • หายใจติดขัด เหนื่อย จุกแน่นหน้าอก
  • ปวดท้อง อาเจียนเป็นเลือด หรืออาเจียนเป็นน้ำสีดำ

วิธีลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุหกล้มในผู้สูงอายุ

วิธีลดความเสี่ยงของการหกล้มในผู้สูงอายุ มีดังนี้

  • จัดบริเวณภายในบ้านให้ปลอดภัย ไม่มีสิ่งกีดขวาง แสงสว่างส่องถึง มีราวสำหรับจับเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถพยุงตัวเองได้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความยืดหยุ่นของข้อ
  • ไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจและรักษาปัญหาสายตา ลดความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้ม
  • ตรวจร่างกายเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดกรองความผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และต้องรับประทานยาเป็นประจำอย่างเคร่งครัด
  • ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง อาจเป็นแบบขาเดียวหรือสี่ขาที่เหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละคน เพื่อให้สามารถทรงตัวได้อย่างสมดุล

3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Stevens JA, Ballesteros MF, Mack KA, Rudd RA, DeCaro E, Adler G. Gender differences in seeking care for falls in the aged Medicare Population. Am J Prev Med 2012;43:59–62.
O’Loughlin J et al. Incidence of and risk factors for falls and injurious falls among the community-dwelling elderly. American journal of epidemiology, 1993, 137:342-54.
Bergen G, Stevens MR, Burns ER. Falls and Fall Injuries Among Adults Aged ≥65 Years — United States, 2014. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2016;65:993–998. DOI: http://dx.doi.org/10.15585/mmwr.mm6537a2

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป