ผู้สูงอายุ

ประเด็นทางสุขภาพที่ผู้สูงอายุข้ามเพศต้องเผชิญ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ประเด็นทางสุขภาพที่ผู้สูงอายุข้ามเพศต้องเผชิญ

1. ผู้สูงอายุข้ามเพศเป็นประชากรที่กำลังมีจำนวนมากขึ้น

อ้างอิงจากการลงทะเบียนผู้สูงอายุของสหรัฐอเมริกา มีการประมาณว่าจำนวนมีผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวเป็น 98 ล้านคนในปี ค.ศ. 2060 และแม้แต่เร็วกว่านั้นคือในปี ค.ศ. 2040 ก็ประมาณกันว่า 21.7% ของประชากรจะเป็นผู้สูงอายุ เทียบกับ 14.1% ในปี 2013

โชคร้ายที่เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และ/หรือกลุ่มข้ามเพศ (transgender) เป็นประชากรที่มักไม่ได้ถูกระบุในตัวเลขเหล่านี้ ถึงแม้ว่าการประมาณตัวเลขที่แท้จริงของกลุ่มนี้จะเป็นไปได้ยาก แต่ก็มีการประมาณว่ามีจำนวน LGBT ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีอยู่ระหว่าง 1.75 ถึง 4 ล้านคนในปัจจุบัน และยังมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าตัวเลขนี้อาจมากกว่า 6 ล้านคนในปี 2030 ซึ่งนั่นหมายความว่า เป็นเรื่องสำคัญที่กลุ่ม LGBT รุ่นที่ยังอายุไม่มาก และสังคม และผู้ดูแลจะต้องเรียนรู้ปัญหาที่พวกเขาต้องเผชิญ

ซึ่งอะไรเป็นประเด็นที่่กลุ่มผู้สูงอายุ LGBT ต้องเผชิญบ้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสุขภาพทางเพศ?

2. ประเด็นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ

 โดยรวมแล้ว มีประเด็นที่คาบเกี่ยวกันอยู่หลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องความไม่มั่นตงทางการเงิน การโดดเดี่ววทางสังคม และความลำบากในการดูแล แต่เราจะมุ่งประเด็นไปเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศ ซึ่งจากนิยามขององค์การสุขภาพแห่งสหประชาชาติแล้ว สุขภาพทางเพศ หมายถึงภาวะที่มีสภาวะที่ดีทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ในแง่ที่เกี่ยวข้องกับทางเพศ โดยยังเน้นประเด็นเรื่องของการมีความสุขจากประสบการณ์ทางเพศ และมีความปลอดภัย โดยปราศจากการข่มขู่บังคับ การแบ่งแยก และความรุนแรง นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาประเด็นเรื่องการทำร้ายร่างกาย การคาบเกี่ยวกับการเหยียดความเป็นตัวตน และการแสดงออกทางเพศอีกด้วย

ตรงกันข้ามกับแนวคิดหลักๆของผู้สูงอายุที่ไม่สนใจเรื่องเพศและความรัก งานวิจัยสนับสนุนว่าเรื่องเพศเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และความต้องการทางเพศก็ไม่ได้ลดลงไปตามอายุ แม้ว่าพฤติกรรมและความสามารถอาจจะเปลี่ยนไปก็ตาม

3. ความไม่มั่นคงทางการเงิน

โดยรวมแล้ว สังคมผู้สูงอายุชาว LGBTมักเผชิญปัญหาเรื่องอัตราความยากจนที่สูง ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการแต่งงานระยะยาวและการแบ่งแยกในการจ้างงาน ความไม่มั่นคงนี้ลดการเข้าถึงการบริการสุขภาพ ทำให้มีปัญหาในการอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยในสังคม และทำในเกิดความเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาเรื่องความยากจนในสังคมคนผิวสี และในแง่ที่ว่าความยากจนเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอย่างไรบ้างแล้ว ก็เป็นที่แน่ชัดว่าความไม่มั่นคงทางการเงินส่งผลในแง่ลบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุชาว LGBT โดยในสังคมของชาว LGBT นั้น กลุ่มคนข้ามเพศเป็นผู้ที่เปราะบางที่สุด อย่างไรก็ตาม สถานะทางสังคมและเมืองที่อาศัยอยู่ก็ส่งผลต่อความเข้มแข็งของแต่ละบุคคล ดังนั้นบุคคลข้ามเพศทุกคนจึงไม่ได้เผชิญปัญหาเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อมีความเป็นอภิสิทธิ์เช่นเรื่องเชื้อชาติและสถานะพลเมือง ซึ่งสำหรับคนส่วนใหญ่หลายๆคนที่มีปัญหาทางด้านการเงิน ปัญหานี้จะยิ่งบานปลายหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากสังคม

ดังนั้น บทบาทของสายสัมพันธ์ทางสังคมสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้คืออะไร?

4. การโดดเดี่ยวทางสังคมและแผลเป็นในใจ

ชาว LGBT รุ่นเก่าๆ เติบโตมาโดยถูกแพทย์พิจารณาว่ามีความเจ็บป่วย พวกนักบวชถือว่าผิดศีลธรรม ทางกองทัพถือว่าไม่มีสมรรถภาพ และตำรวจถือว่าเป็นบ้า “มีความไม่ไว้วางใจซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ หรือแม้แต่ความกลัวต่อองค์กร ซึ่งผสมกันไปกับความจริงที่ว่ายังคงต้องการความดูแล โดยเฉพาะในผู้ที่ห่างเหินจากครอบครัวแท้ๆ หรือผู้ที่อพยพมาอเมริกาเพื่อลี้ภัย ในความจริงแล้ว ผู้สูงอายุชาว LGBT “มีโอกาสเป็นสองเท่าที่จะอาศัยอยู่ตามลำพัง มีโอกาสเป็นสองเท่าที่จะเป็นโสด และมีโอกาสเป็นสามถึงสี่เท่าที่จะไม่มีลูก” ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อบ่งชี้ที่สัมพันธ์กับการโดดเดี่ยวทางสังคม โดยเฉพาะในผู้ที่อยู่ในสังคมเล็กๆ หรือสังคมชนบท ซึ่งแทบจะไม่มีการเข้าหาชาว LGBT เลย

ทั้งการโดดเดี่ยวทางสังคมและแผลเป็นในใจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตเป็นอย่างมากในสังคมที่มีอัตราการฆ่าตัวตายและการมีภาวะซึมเศร้าสูงอยู่แล้ว สิ่งนี้อาจจะยากเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่เสียคู่ชีวิตไปจากโรคภัยเช่นเอดส์ และต้องอยู่เป็นโสดต่อไปและรับมือกับความเศร้าโศก และหลังจากนั้นก็สงสัยว่าจะไปหาและจะติดต่อหาคู่ใหม่ได้อย่างไร สำหรับผู้ที่เข้าสู่บริการจับคู่เดท อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อพยายามแสดงออกถึงความต้องการทางเพศ?

5. การแสดงออกทางเพศและความท้าทายของมัน

โดยทั่วไปแล้ว ผู้สูงอายุจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหากถูกรู้ว่ามีความต้องการทางเพศ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน และผู้สูงอายุยังอาจสังเกตบางสิ่งเช่นมีสารคัดหลั่งหล่อลื่นที่ลดลง และใช้เวลานานขึ้นในการทำให้องคชาติแข็งตัว ยังไม่รวมเรื่องความเจ็บป่วย สูญเสียสมรรถภาพ และการรักษาหรือยา (รวมถึงฮอร์โมนที่ช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลง) ที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการและสมรรถภาพทางเพศอีก ผู้สูงอายุชาว LGBT ยังต้องเผชิญกับความแตกต่างเฉพาะทางสุขภาพในแง่ของโรคเบาหวาน HIV หรือเอดส์ โรคหัวใจ และอื่นๆ ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นการทำลายเส้นประสาทที่ทำให้การรับความรู้สึกลดลง ดังนั้นจึงต้องการการกระตุ้นที่มากกว่า หรือแตกต่างออกไปเพื่อให้ได้ความพึงพอใจ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสมรรถภาพเปลี่ยนไป ก็จะมีความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว การจับ และการล้มมากขึ้นอีก

ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งครรภ์แล้ว แต่ผู้สูงอายุ LGBT ก็ยังเผชิญกับความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่าจำนวนของผู้สูงอายุที่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และ HIV หรือเอดส์ กำลังเพิ่มขึ้น

ความท้าทายอีกอย่างคือการจัดการกับความคาบเกี่ยวกันระหว่าภาวะสมองเสื่อม (dementia) และเรื่องทางเพศ (ซึ่งจะทำให้การตกลงยินยอม การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และแม้แต่การรับรู้ตัวตนของตนเองเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น) และกรณีที่ผู้สูงอายุถูกทารุณกรรมทางเพศ รวมถึงกรณีที่ถูกกระทำโดยผู้ที่มีความสามารถในการทำงานของสมองผิดปกติ ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการศึกษาในหัวข้อเหล่านี้ แต่เงินทุนก็มีไม่มาก หรือไม่เป็นที่รู้จักกันนัก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเป็นโรคสมองเสื่อม ก็ต้องพึ่งพาผู้ดูแลมากขึ้น และถูกจำกัดทางพฤติกรรมและการแสดงออกมากขึ้น

ผู้สูงอายุ LGBT มีอัตราการเป็นเหยื่อมากกว่า และการที่มีทนายจำนวนน้อยยิ่งกว่าที่จะช่วยพวกเขานำเรื่องนี้ขึ้นศาลก็ทำให้เรื่องยากขึ้นไปอีก ซึ่งแม้ว่าสถานดูแลบางที่มีนโยบายเรื่องเพศที่ก้าวหน้า แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ ดังนั้นแล้ว ผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศของผู้สูงอายุเมื่อเข้าสู่สถานดูแล้วแล้วจะมีอะไรได้บ้าง?

6. เสรีภาพที่ถูกจำกัด และการแบ่งแยกในสถานดูแล

การขาดการสนับสนุนทางสังคมและความไม่มั่นคงทางการเงินเนื่องจากการห้ามการแต่งงานในเพศเดียวกันทำให้ผู้สูงอายุชาว LGBT มีแนวโน้มที่จะย้ายเข้าศูนย์ดูแลมากขึ้น ซึ่งนอกเหนือไปจากการเปลี่ยนที่อยู่แล้ว ก็ยังอาจเป็นการกลับไปปิดบังตัวตนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกแสดงให้เห็นในหนังเรื่อง Gensilent ซึ่งคำโปรยของหนังเรื่องนี้คือ “คนรุ่นที่ต่อสู้มาอย่างยากลำบากที่สุดเพื่อที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกำลังจะต้องดิ้นรนอีกครั้ง”

เมื่อผู้สูงอายุชาว LGBT ย้ายเข้าศูนย์ พวกเขาหลายคนประสบกับการแบ่งแยก ทั้งจากการกลั่นแกล้งให้อับอายจากเจ้าหน้าที่และผู้อาศัยคนอื่น เจ้าหน้าที่ไม่ยอมใช้คำเรียกให้เหมาะสม และปฏิเสธไม่ให้การดูแล ในศูนย์ดูแลหลายแห่งยังมีบันทึกเรื่องอคติต่อความสัมพันธ์และการแสดงความรักในเพศเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่เช่นศูนย์ดูแลยังไม่เหมาะสมต่อการสนับสนุนเรื่องสุขภาวะทางเพศตั้งแต่ต้น ดังนั้นการมีอคติเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้การบรรลุเป้าหลายทางสุขภาพโดยรวมยิ่งยากขึ้นอีก

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะเห็นการพัฒนาในเรื่องสิทธิของชาว LGBT ในหลายๆเรื่องแล้ว แต่ก็ยังมีอีกมากที่ต้องจัดการต่อ หากคุณหรือคนที่คุณรักสนใจเรื่องการดูแลระยะยาว link นี้จะให้ข้อมูลมากขึ้นเรื่องประเด็นที่ควรจะถูกหยิบยกขึ้นมาโดยเฉพาะ และสิ่งที่ต้องถามสำหรับการจอง คุณยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับองค์กรที่ทำเรื่องประเด็นเหล่านี้ได้จาก The LGBT Aging Project, SAGE USA, FORGE Forward และ  the National Resource on LGBT Aging สองสิ่งที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาชนะแผลเป็นในใจและผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ไม่ดีคือความรู้และระบบการสนับสนุน ซึ่งคุณจะทำให้แตกต่างได้อย่างไรล่ะ?

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่