การรักษา

ใบบัวบก เครื่องดื่มสีเขียว สรรพคุณแก้ช้ำใน (ความรักก็เช่นกัน)


Istock 672305132 m

ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เราต่างรู้จักกันดีในฐานะของผักพื้นบ้าน นิยมนำมารับประทานกับน้ำพริกหรือเมนูอาหารต่างๆ แบบสดๆ และยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำใบบัวบกเพื่อดับกระหาย แก้ช้ำใน และเพื่อช่วยบำรุงร่างกาย ซึ่งจัดว่าเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในแถบเอเชียเรานี้เอง ด้วยคุณประโยชน์ที่หลากหลาย จึงทำให้มันเป็นทั้งยารักษาโรคและตัวช่วยดูแลสุขภาพ ในปัจจุบันเริ่มมีการทำวิจัย สกัดสารสำคัญในใบบัวบกนำมาใช้ในการรักษาในรูปของยาแคปซูล และบัวบกผงสำหรับชงดื่มอีกด้วย

ลักษณะของใบบัวบก

บัวบก มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica อยู่ในวงศ์ Umbelliferae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกันกับผักชี ส่วนชื่อท้องถิ่นถูกเรียกในชื่อที่หลากหลาย เช่น ผักแว่น ผักหนอก และกะโต่ เป็นต้น  ลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นพืชล้มลุก มีกอติดอยู่กับพื้นดิน ลำต้นจะเลื้อยแพร่กิ่งก้านไปตามพื้นดินในแนวราบ มีอายุยืนยาวได้นานหลายปี การแตกรากและใบจะเกิดขึ้นตามข้อ ลักษณะเป็นใบเดี่ยว มีรูปร่างเหมือนไต จะออกเป็นกลุ่มตามข้อ ขอบใบหยัก มีก้านใบยื่นยาวออกมา ดอกเป็นสีม่วงปนแดง ผลแบน ออกเป็นดอกเดี่ยวหรือช่อขนาดเล็กประมาณ 3-4 ดอก มีเอกลักษณะเฉพาะในเรื่องของกลิ่น และรสชาติที่ขมปนหวาน

ประโยชน์ของใบบัวบักที่นิยมนำมารับประทาน

เราอาจคุ้นชินว่าบัวบกเป็นพืชสมุนไพรแก้ช้ำในเป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วสมุนไพรชนิดนี้มีประโยชน์ในการรักษาอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย รักษาโรคในกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงสมอง และช่วยเพิ่มความจำ เป็นต้น การรับประทานใบบัวบกแบบสดๆ จะทำให้ร่างกายได้สารสำคัญหลายชนิด ที่พบได้มากคือ "สารไกลโคไซด์" (Glycosides) ซึ่งจัดว่าเป็นสารที่ผลเข้าไปขัดขวางการเกิดสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมสภาพของเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ภายในร่างกาย มีส่วนช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนที่ผิว กระดูก และเส้นเอ็น ทำให้แผลสมานตัวเข้าหากันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

สรรพคุณของใบบัวบก ไม่ว่าจะเป็นการทานเป็นต้นดิบๆ หรือนำมาคั้นเป็นน้ำดื่ม ล้วนมีสรรพคุณทางยาที่ไม่แตกต่างกัน

เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาเย็น จะช่วยลดการเกิดอาการร้อนใน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม ในกลุ่มสตรีที่อยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน คนที่ต้องใช้สมองในการทำงานมากๆ ใบบัวบกจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความจำได้ดี ช่วยลดความตึงเครียด ลดการอักเสบที่ผิวหนัง อาการฟกช้ำและร่องรอยผิดปกติที่เกิดบนผิวหนัง นอกจากนี้ผู้ที่บริโภคใบบัวบกหลังการผ่าตัด จะช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น และลดการติดเชื้อได้

สรรพคุณของบัวบกกับผลการวิจัย

งานวิจัยได้กล่าวถึงบัวบกเอาไว้ว่า เป็นพืชที่มีสรรพคุณโดดเด่นในด้านการบำรุงสมองเช่นเดียวกันกับแปะก๊วย ช่วยกระตุ้นสมองในการจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น และช่วยพัฒนาการเรียนรู้ทางสมอง และด้วยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ทำให้มันกลายเป็นพืชที่ถูกจดสิทธิบัตรสารสกัดจากบัวบกที่มีหน้าที่่ช่วยเพิ่มความจำ

จากการทดลองในลูกหนู พบว่ามีความจำและการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ส่วนในคน มีการทดลองในเด็กพิเศษ ด้วยการกินบัวบกวันละ 500 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 3 เดือน เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่ามีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีกว่า ส่วนในผู้สูงอายุให้ทดลองกินสารสกัดบัวบก 750 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 2 เดือน พบว่า ทั้งความจำและการเรียนรู้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอารมณ์แปรปรวน ทำให้ผู้สูงอายุมีอารมณ์ดีมากขึ้นด้วย ในรายที่เป็นวัยทำงาน ได้ทำการทดลองกับผู้หญิงอายุประมาณ 33 ปี กินสารสกัดบัวบก 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พบว่าช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าลงได้

เมื่อเจาะลึกลงไปถึงระดับเซลล์ พบการทำงานของสารสกัดบัวบกที่ตรงเข้าออกฤทธิ์กับสมอง ช่วยทำให้การหายใจระดับเซลล์ภายในสมองทำงานได้ดีขึ้น มีสารต้านอนุมลอิสระ ช่วยสร้างสมดุลสารสื่อประสาท และต้านการเสื่อมสภาพของเซลล์สมองได้

[caption id="" align="aligncenter" width="640"] น้ำใบบัวบก[/caption]

การนำใบบัวบกมาใช้บริโภคเพื่อเป็นยา

  1. บัวบกสามารถนำมาใช้เป็นยาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้นสด เมล็ด หรือใบ ซึ่งเป็นที่นิยมนำมาใช้มากที่สุด การเลือกใบบัวบกที่ดี ควรเลือกใบที่โตเต็มที่และสมบูรณ์ นำมาใช้ตากแห้งป่นเป็นผงบรรจุลงในแคปซูลประมาณ 500 มิลลิกรัม รับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย
  2. นำเอาใบบัวบกสด 1 กำมือ มาคั้นให้ได้น้ำ หรือตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากันจากนั้นกรองให้เหลือแต่น้ำ ผสมน้ำตาลหรือเกลือก็ได้ตามชอบ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหารทั้ง 3 มื้อ ประมาณ 5-7 วัน จะช่วยลดอาการร้อนในและแก้ช้ำในได้
  3. กรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ให้สามารถดื่มน้ำใบบัวบกทุกวัน ติดต่อกันประมาณ 7 วัน จะช่วยลดความดันให้อยู่ในระดับปกติ
  4. เมล็ดของบัวบกที่มีรสขมและเย็น นิยมนำมาใช้แก้ไข้ ลดอาการปวดศีรษะ และแก้บิด

ข้อควรระวังในการใช้ใบบัวบก

  1. ก่อนรับประทานใบบัวบกเพื่อเป็นยา จะต้องตรวจสอบสุขภาพร่างกายของตนเองก่อนว่าพื้นฐานแล้วมีโรคประจำตัวอะไรที่มีความเสี่ยงหรือไม่ เพราะสารบางชนิดในใบบัวบก จะเข้าไปทำให้อาการของโรคกำเริบมากขึ้นได้
  2. เนื่องจากบัวบกเป็นยาที่มีฤทธิ์เย็น การรับประทานมากเกินไปจะทำให้สะสมในร่างกายจนรู้สึกหนาวมากขึ้นได้
  3. หลีกเลี่ยงการกินใบบัวบกติดต่อกันทุกวัน หรือกินครั้งละมากๆ เมื่อกินติดต่อกันประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว ก็ควรหยุดพัก 1 อาทิตย์ แล้วค่อยกลับมากินใหม่
  4. สำหรับคนที่กินใบบัวบกสดๆ ติดต่อกันทุกวัน ควรกินในสัดส่วนประมาณวันละ 3-6 ใบ ไม่ควรเกินไปกว่านี้
  5. หากร่างกายมีอาการอ่อนเพลีย เวียนหัว ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดปกติ รู้สึกคันตามผิวหนัง ท้องร่วง ภายหลังจากการกิน ควรหยุดกินทันทีและรีบเข้าพบแพทย์อย่างเร่งด่วน
  6. ในกลุ่มคนที่ต้องกินยาแก้แพ้ ยานอนหลับ หรือยากันชัก ไม่ควรกินใบบัวบก เนื่องจากจะยิ่งไปเพิ่มฤทธิ์ให้รู้สึกง่วงซึมมากขึ้น

ใบบัวบกคือพืชสมุนไพรไทยที่หาได้ง่ายทั่วไปตามท้องตลาด มีราคาถูก แต่มากมายด้วยสรรพคุณทางยา ที่จะเป็นทางเลือกสำหรับการรักษาโรคต่างๆ และใช้สำหรับบำรุงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่