Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพจิต

อาการสติแตกคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,428,564 คน

อาการสติแตกคืออะไร?

อาการสติแตกนั้นเป็นคำที่ใช้เรียกช่วงเวลาที่มีความเครียดทางจิตใจอย่างรุนแรง ในระหว่างนี้ คุณจะไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ในอดีตเคยมีการใช้คำนี้เพื่อหมายถึงอาการของโรคจิตเวชหลายอย่างเช่นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลและโรคเครียดฉับพลัน ถึงแม้ว่าคำนี้นั้นจะไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์อีกต่อไป แต่ก็ยังมีการใช้อธิบายอาการที่มีความเครียดรุนแรงและการที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหาในชีวิตได้ ซึ่งอาจจะเป็นอาการของโรคทางจิตเวชที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย

ภาวะนี้นั้นไม่มีคำนิยามที่เป็นมาตรฐาน แต่มักจะมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจนั้นเกิดความเครียดอย่างรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

โฆษณาจาก HonestDocs
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

อาการ

คุณอาจจะมีอาการทั้งทางกาย จิตใจ และพฤติกรรมได้ในระหว่างที่อยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว อาการนั้นจะขึ้นกับแต่ละบุคคล และโรคประจำตัวนั้นก็ส่งผลต่ออาการที่เกิดขึ้นเช่นกัน

อาการที่พบบ่อยในช่วงที่สติแตกนั้นประกอบด้วย

  • อาการเศร้า เช่นหมดหวังและความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย
  • อาการวิตกกังวลร่วมกับความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อเกร็ง มือเปียก มึนหัว มวนท้อง และตัวสั่น
  • นอนไม่หลับ
  • เห็นภาพหลอน

อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงหรือมีอาการหวาดระแวงโดยไม่ทราบสาเหตุซึ่งรวมถึงอาการเจ็บหน้าอก ไม่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความกลัวอย่างรุนแรงและหายใจลำบาก

Paranoia เช่นเชื่อว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองคุณอยู่

เห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เกิดความทรงจำที่ไม่ดี ซึ่งอาจจะแสดงว่าเป็นโรค post-traumatic stress disorder (PTSD) ที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย

ผู้ที่มีอาการสติแตกนั้นยังอาจจะแยกตัวออกจากครอบครัว เพื่อนและผู้ร่วมงาน โดยมีอาการเช่น

  • หลีกเลี่ยงการเข้าสังคมและกิจกรรมกับผู้อื่น
  • รับประทานอาหารและนอนหลับได้ไม่ดี
  • มีสุขอนามัยที่ไม่ดี
  • ลาป่วยติดต่อกันหลายวันหรือไม่มาทำงานเลย
  • แยกตัวออกจากคนอื่นในบ้าน

ปัจจัยเสี่ยง

ผู้ป่วยอาจจะบอกว่ามีภาวะสติแตกเวลาที่มีความเครียดสูงเกินกว่าที่จะรับไหว และความเครียดนั้นเกิดจากปัจจัยภายนอก ตัวอย่างเช่น

  • ความเครียดในที่ทำงานเรื้อรัง
  • เพิ่งมีเหตุการณ์ที่สะเทือนจิตใจเช่นการเสียชีวิตของคนในครอบครัว
  • ปัญหาทางด้านการเงินที่รุนแรง เช่นการกำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย
  • การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตเช่นการหย่า
  • นอนและพักผ่อนได้น้อย
  • มีประวัติเป็นโรควิตกกังวล
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรควิตกกังวล
  • เพิ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีการเจ็บป่วยที่ทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ยาก

การรักษา

คุณสามารถหยุดวงจรความเครียดทั้งทางใจหรือทางพฤติกรรมได้โดย

โฆษณาจาก HonestDocs
ตรวจตับวันนี้ เริ่มที่ 637 บาท พร้อมจองคิวรพ.ให้ ไม่ต้องรอ

เซลล์ตับเสียแล้วซ่อมไม่ได้ ดื่มเหล้าบ่อย อ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง หรือมีโรคตับ ควรตรวจอยู่เสมอ

Istock 1037536402
  • เข้ารับการบำบัดด้วยการพูดคุยหรือการทำ cognitive behavioral therapy
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งเช่นยาต้านเศร้าหรือยาลดอาการวิตกกังวลเพื่อรักษาสมดุลทางเคมีที่ผิดปกติ
  • เลือกรับการรักษาด้วยวิธีอื่นเช่นการฝังเข็ม การนวดหรือการเล่นโยคะ
  • หากคุณรู้สึกว่าเครียดหรือกำลังจะสติแตกให้ลองใช้วิธีต่อไปนี้ในการจัดการกับอาการของตัวเอง
  • หายใจเข้าออกลึกๆ และนับถอยหลังจาก 10 เวลาที่รู้สึกวิตกกังวลหรือเครียด
  • ลดการดื่มคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
  • วางแผนตารางการนอนที่จะทำให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น เช่นการแช่น้ำ การปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือการอ่านหนังสือก่อนเข้านอน

เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์

มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่สามารถจัดการกับความเครียดในชีวิตได้ คุณกำลังไม่ได้จัดการกับความเครียดในวิธีที่ดีหากคุณเริ่มมีปัญหากับการใช้ชีวิตประจำวัน อาการสติแตกนั้นอาจจะเป็นสัญญาณของการเป็นโรคจิตเวชได้ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ทันที

แพทย์สามารถช่วยรักษาอาการทางกาย และส่งต่อเพื่อไปพบกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาซึ่งจะช่วยรักษาอาการทางด้านอารมณ์ จิตใจและพฤติกรรม ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยควรติดต่อแพทย์ทันทีหากกังวลว่าผู้ป่วยกำลังมีอาการทางจิตหรือมีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรม

เคล็ดลับในการดูแลตัวเอง

การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตนั้นสามารถช่วยป้องกันการเกิดภาวะสติแตกได้ และยังสามารถช่วยลดความรุนแรงและความถี่ในการเกิดอาการได้อีกด้วย เช่น

  • การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่นการเดินรอบๆ หมู่บ้านเป็นเวลา 30 นาที
  • ไปพบนักบำบัดหรือผู้ให้คำปรึกษาเพื่อจัดการกับความเครียด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยา แอลกอฮอล์ คาเฟอีนและสารอื่นๆ ที่จะทำให้ร่างกายเกิดความเครียด
  • นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อคืนเป็นประจำ
  • นำเทคนิคการผ่อนคลายเช่นการฝึกการหายใจมาใช้ชีวิตประจำวัน
  • ลดระดับความเครียดด้วยการออกไปเอง พัก จัดการกับสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมในแต่ละวันและจดรายการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน คุณสามารถเปลี่ยนสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง แต่การไปพบแพทย์อาจจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการรักษาที่ดีขึ้นได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
การคลายความเครียดสำหรับเด็ก
การคลายความเครียดสำหรับเด็ก

การคลายความเครียดสำหรับเด็ก : จะทำให้การผ่อนคลายความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเด็กได้อย่างไร