สุขภาพตา

โรคตากุ้งยิงคืออะไร ป้องกันรักษาอย่างไรให้ถูกวิธี

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 10 นาที
โรคตากุ้งยิงคืออะไร ป้องกันรักษาอย่างไรให้ถูกวิธี

โรคตากุ้งยิง (Stye หรือ hordeolum) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง บางรายอาจจะเกิดจากการอุดตันของต่อมบริเวณเปลือกตา ไม่ได้เกิดจากการแอบดูหรือการถ้ำมองสาว ๆ ดังที่เป็นคำกล่าวอ้างแต่อย่างใด

การเกิดตากุ้งยิงนั้นสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย ซึ่งเกิดจากการอักเสบของหนังตา โดยอาจเกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณฐานของขนตาใต้เปลือกตา มีอาการบวมแดง ร้อน หรือปวด แต่ไม่เป็นอันตรายต่อสายตา ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดด้วยยาหยอดตา หรือป้ายขี้ผึ้งใต้ตา หรือแม้แต่การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

โฆษณาจาก HonestDocs
หายา แต่ไม่มีเวลาไปร้านขายยา?

บริการจัดส่งยาจาก HonestDocs คลิก

เลือกซื้อ

สาเหตุที่ทำให้เกิดตากุ้งยิง

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดตากุ้งยิงนั้น เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันบริเวณโคนขนตา แล้วทำให้มีเชื้อโรคแทรกซ้อนเข้าไป ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากภูมิต้านทานของร่างกายลดน้อยลง พักผ่อนน้อย รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา หรือออกกำลังกายน้อย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานต่ำลง ทำให้ร่างกายอ่อนแอ รวมไปถึงคนที่ใช้สายตามากหรือคนที่มีสายตาผิดปกติแล้วไม่ได้รับการแก้ไข ในบางรายอาจจะเกิดจากการขยี้ตาบ่อยจนเกินไป ทำให้เปลือกตาไม่สะอาดจนเกิดการติดเชื้อได้ หรือเกิดจากการใช้เครื่องสำอางแล้วล้างออกไม่หมด หรือล้างไม่สะอาด ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค หรือแม้แต่การใส่หรือถอดคอนแทกเลนส์ด้วยมือที่ไม่สะอาดก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ ตากุ้งยิงนั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นเชื้อหนอง Staphylococcus aureus ในบางรายเป็นโรคตากุ้งยิงแล้วไม่รักษา หนองอาจจะหายเองได้ หรืออาจจะแตกออก หรืออาจจะทำให้เกิดเป็นก้อนขนาดใหญ่รบกวนการมองเห็น

ตากุ้งยิงแบ่งเป็น 2 ชนิด

  1. ตากุ้งยิงชนิดหัวผุด ตากุ้งยิงชนิดนี้เป็นการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณผิวหนังตรงโคนขนตา มีลักษณะเป็นหัวฝีผุดให้เห็นได้อย่างชัดเจนตรงบริเวณขอบตา อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นสีเหลือง ตรงกลางรอบ ๆ นูนแดง เวลากดจะรู้สึกเจ็บ
  2. ตากุ้งยิงชนิดหัวหลบใน เป็นการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณเยื่อบุเปลือกตาบริเวณเนื้อเยื่อสีชมพูที่อยู่ลึกจากขอบตาเข้าไป ต้องปลิ้นเปลือกตาออกมาจึงจะเห็น โดยหัวฝีจะหลบซ่อนอยู่ด้านในของเปลือกตา และมีอาการปวดที่บริเวณดวงตา เมื่อใช้นิ้วคลำดูจะพบตุ่มแข็งและเจ็บ หากปลิ้นเปลือกตาด้านในออกมาจึงจะเห็นหัวฝีสีเหลือง บางครั้งอาจเกิดการอุดตันของต่อมไขมันบริเวณเยื่อบุเปลือกตานี้ อาจมีการอุดตันของรูเปิดเล็ก ๆ นี้ทำให้มีเนื้อเยื่อรวมกันอยู่ภายในต่อมกลายเป็นตุ่มนูน ไม่มีการเจ็บปวดใด ๆ ภาษาทางการแพทย์เรียกว่าคาลาเซียน ภาษาชาวบ้านเรียกว่าตาเป็นซีสต์

อาการของตากุ้งยิง

ผู้ป่วยที่เป็นตากุ้งยิงจะมีอาการปวดหนังตา เวลาที่กลอกตาหรือหลับตาจะทำให้รู้สึกปวด ในบางรายนั้นจะมีอาการบวมที่เปลือกตา สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นก้อนที่เปลือกตา มีน้ำตาไหล รู้สึกคันที่ตาเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา และแพ้แสงแดด ในผู้ป่วยบางรายนั้นอาจเกิดอาการบวมมากจนตาปิด หรือบางรายอาจร้ายแรงมากกว่านั้นคือ มีหนองไหลออกมาจากเปลือกตา และในกรณีที่หนองแตกในตาจะทำให้ขี้ตาเป็นสีเขียว

ตากุ้งยิงเป็นโรคที่เกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ชายและหญิงก็มีโอกาสเกิดใกล้เคียงกัน เกิดได้ทั้งเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง อาการที่พบโดยทั่วไปได้แก่

  • มีอาการเคืองตาหรือคันตาคล้ายมีผงอยู่ในตา  ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นที่ส่งสัญญาณว่าอาจเป็นตากุ้งยิง
  • อาการคันตาจะไม่หายไป มักจะคันมากขึ้นทำให้รู้สึกอยากขยี้ตาอยู่เสมอ และจะรู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ต่อมา 1-2 วันจะเริ่มเป็นตุ่มนูนบวมแดง และพัฒนาเป็นตุ่มฝีซึ่งอาจเกิดได้ทั้งตาบนหรือตาล่าง และอาจมีหัวฝีโผล่ออกมาหรืออาจซ่อนข้างในก็ได้
  • อาจมีน้ำตาไหลร่วมด้วย เกิดการระคายเคืองมาก มองไม่ถนัด อาการปวดเพิ่มมากขึ้น
  • บางครั้งปวดมากจนปวดแบบตุบ ๆ แตะก็เจ็บ การก้มศีรษะต่ำกว่าระดับเอวจะทำให้มีอาการปวดมากขึ้น
  • ผ่านไป 3-4 วัน ตุ่มฝีมีขนาดใหญ่ขึ้น มีโอกาสที่หนองจะแตกได้

สำหรับคนที่รู้สึกว่าระคายเคืองมาก และกลัวว่าฝีจะแตกเองทำให้กระทบต่อดวงตา ควรไปพบแพทย์ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่สงสัยว่าจะเป็นตากุ้งยิง โดยมากตากุ้งยิงมักจะขึ้นเพียงตุ่มเดียว ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาแต่จะทำให้ระคายเคือง เกิดความรำคาญเพราะใช้ชีวิตไม่สะดวก

โดยปกติโรคตากุ้งยิงจะหายได้เองภายในระยะเวลา  1 สัปดาห์ แต่อาจมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน อาจจะมีอาการกำเริบแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยอาจจะเป็นตรงจุดเดิม หรือย้ายที่ หรือสลับข้างไปมาก็ได้ หากสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นเช่นเดิม

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคตากุ้งยิงอาจเกิดจากความผิดปกติของภูมิต้านทาน รวมไปถึงการที่ผู้ป่วยไม่ได้รักษาความสะอาดเมื่อเป็นตากุ้งยิง โดยภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้คือ

  • มีการอักเสบลุกลามไปทั่วเปลือกตา
  • เบ้าตาติดเชื้อ
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด

เพราะฉะนั้นแล้ว ทางที่ดีผู้ป่วยที่เป็นโรคตากุ้งยิงจึงไม่ควรปล่อยนิ่งเฉยจนเกิดภาวะแทรกซ้อน ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที

การวินิจฉัย

ตากุ้งยิงพบบ่อยในวัยรุ่นถึงผู้ใหญ่ ในผู้สูงอายุนั้นพบได้น้อยกว่า หากพบในผู้สูงอายุต้องตรวจร่างกาย ซึ่งอาจตรวจพบ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคต่าง ๆ ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลง และนอกจากนั้นตากุ้งยิงจะพบบ่อยในผู้ที่ชอบขยี้ตา ไม่ค่อยรักษาความสะอาดของใบหน้า ผู้ที่มีโรคผิวหนังบริเวณใบหน้าและใบหน้ามัน สำหรับการวินิจฉัยโรคตากุ้งยิง แพทย์จะตรวจโดยการตรวจพบก้อนนูนที่บริเวณหนังตา ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บเวลากดและมีอาการตาแดง มีขี้ตาชัดเจน ถ้าเป็นไตแข็งก็จะเป็นเพียงก้อนนูน ไม่เจ็บ ตาไม่แดง เพียงแต่อาจสร้างความรำคาญหรือการระคายเคืองเหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ในดวงตา และถือว่าเป็นโรคไม่ร้ายแรง 

วิธีการรักษาตากุ้งยิง

เมื่อมีอาการของตากุ้งยิง ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์โดยเร็ว เพราะในระยะเริ่มแรกนั้นอาการของโรคจะยังไม่เป็นตากุ้งยิง จะมีลักษณะเป็นแบบเปลือกตาอักเสบ ยังไม่มีหนองถ้าหากใช้ยาได้ทันท่วงที มีข้อแนะนำว่าให้ใช้น้ำอุ่นประคบจะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดการรวมตัวเป็นฝี ซึ่งตากุ้งยิงนั้นสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาเท่านั้น และไม่ควรซื้อยามาใช้เอง

การรักษานั้น ควรเข้ารับการตรวจตา และสั่งยาโดยแพทย์เท่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วมักใช้กลุ่มยาปฏิชีวนะหยอดตาป้ายตา และในบางรายแพทย์อาจต้องสั่งยาปฏิชีวนะแบบรับประทานร่วมด้วย แต่ในบางราย หากเป็นฝีเป็นตุ่มขึ้นมา ก็จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าฝีและขูดบริเวณนั้นออกให้สะอาดจริง ๆ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ในผู้ป่วยบางรายสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ถ้าหนองยังออกไม่หมด หรืออาการอักเสบยังไม่หายดี สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นตากุ้งยิงนั้นได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ผู้ที่มีหนังตาอักเสบเรื้อรัง ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง

ยารับประทาน

Erythromycin ให้ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร ข้อควรระวังในการใช้ยาชนิดนี้คือ ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ ไม่ควรใช้ร่วมกับยา theophyllin, digoxin, carbamazepine, cyclosporine warfarine, lovastatin, และ simvastatin ยานี้อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องได้

  • Dicloxacillin ให้ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร
  • Tetracycline ให้ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง แต่มีข้อควรระวังคือ หากใช้ยานี้ร่วมกับยารักษาโรคกระเพาะอาหารหรือยาระบาย จะทำให้การดูดซึมของยานี้ลดลง และมีผลทำให้ระดับยาคุมกำเนิดลดลง อาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ และห้ามใช้ในคนท้อง

การใช้ยาหยอดตา

  • Bacitracin ophthalmic ointment ในรายที่เป็นมาก ให้ป้ายแผลวันละ 4-6 ครั้งเป็นเวลา 7 วัน ในรายที่เป็นน้อยให้ป้ายวันละ 2-3 ครั้ง
  • Tobramycin ophthalmic solution หยอดตาวันละ 3-4 ครั้ง

การผ่าตัดระบายหนอง

วิธีการนี้จักษุแพทย์จะทำความสะอาดบริเวณที่ต้องผ่าตัด จากนั้นใช้ยาชาหยอดตา เช่น proparacain eye drop แล้วจึงฉีดยาชาบริเวณที่จะลงมีด โดยใช้ 1 – 2 % lidocain with adrenarine โดยฉีดเข้าไปที่บริเวณใต้ผิวหนัง ใกล้บริเวณที่จะลงมีด ไม่ควรฉีดเข้าไปในตุ่มนั้นโดยตรง เพราะจะทำให้รู้สึกชา

การลงมีดแพทย์จะลงมีดผ่านตำแหน่งของตากุ้งยิง โดยกรณีตุ่มเห็นชัดเจนทางด้านนอกของเปลือกตาในแนวนอน ส่วนในกรณีที่สามารถมองเห็นตุ่มด้านในเปลือกตาได้ ให้ลงมีดตั้งฉากในด้านเยื่อบุตาขาว ผ่านไปยังแผ่น tarsal plate ในเปลือกตาซึ่งมี meibomain glands อยู่ โดยให้มีความยาวประมาณ 3 มม. หรือตามความเหมาะสมโดยประมาณ ให้ขนานตามทิศทางของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา meibomian glands แต่ไม่ควรลงมีดผ่านไปถึงขอบเปลือกตา (lid margin) เนื่องจากเมื่อแผลหายแล้วอาจทำให้ขอบเปลือกตาผิดรูปไปจากเดิม ภายหลังจากการรักษา แพทย์มักจะปิดตาข้างนั้นไว้เพื่อไม่ให้เลือดออก และช่วยลดอาการบวมประมาณ 4-5 ชั่วโมง ในระหว่างนี้ควรลดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการใช้สายตา เช่น ไม่ควรขับรถเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ หากมีอาการปวดบริเวณที่เป็น ให้รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมงหรือเมื่อมีอาการ

ผลข้างเคียง

โรคตากุ้งยิงนั้นถือเป็นโรคที่นับว่าสามารถหายเองได้ หากมีการรักษาความสะอาดที่ดี ร่วมกับการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง หรือการใช้ยาปฏิชีวนะ ก็จะหายได้ใน 1 – 2 สัปดาห์เป็นส่วนใหญ่ แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือมีเชื้อโรคเป็นจำนวนมาก หรือไม่มีการรักษาความสะอาดของใบหน้า อาจทำให้เกิดการอักเสบและลุกลามไปทั่วหนังตาได้ และในบางกรณีอาจเกิดการติดเชื้อลึกเข้าไปในเบ้าตา ซึ่งในบางคนอาจเกิดการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดกันเลยทีเดียว และโรคอาจลุกลามเข้าไปถึงบริเวณด้านหลังของลูกตา ลามไปถึงสมอง ถ้าปล่อยไว้ถึงระยะนี้ การอักเสบจะรุนแรงมาก จำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด

การดูแลตัวเองของผู้ป่วยตากุ้งยิง

ประคบบริเวณที่เป็นด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น วันละ 3 – 4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15 – 20 นาที ทำติดต่อกัน 3 – 4 วัน เพื่อช่วยบรรเทาอาการบวมและเจ็บ อีกทั้งวิธีการนี้จะช่วยทำให้รูของต่อมใต้เปลือกตาเปิด ทำให้ไม่เกิดการอุดตัน และควรหลับตาในเวลาที่ประคบด้วย ในช่วงนี้ควรล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ งดใช้เครื่องสำอาง หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทกเลนส์ และไม่ควรบีบหนองที่เปลือกตาเอง เพราะอาจก่อให้เกิดอาการอักเสบมากขึ้นและเป็นอันตรายต่อดวงตา

การป้องกันโรคตากุ้งยิง

วิธีง่าย ๆ สำหรับการป้องกันคือ การรักษาความสะอาด โดยการล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ไม่นำมือที่สกปรกไปขยี้ตา รักษาความสะอาดของใบหน้าและเส้นผม ควรสระผมบ่อย ๆ และอย่าให้ผมแยงตา เพราะอาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้ง่าย เมื่อเริ่มมีอาการก็ควรปรึกษาจักษุแพทย์โดยด่วน

โรคแทรกซ้อน

หากไม่รักษาอาจทำให้เกิด chalazion ซึ่งจะทำให้เกิดแผลที่บริเวณแก้วตา หรือเกิดความผิดปกติที่หนังตา และถ้าหากไม่รักษาจะทำให้ตาอักเสบ และเป็นอันตรายต่อดวงตาได้

ควรรีบปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • สายตาผิดปกติ
  • อาการแย่ลงหรือไม่ดีภายใน 1-2 สัปดาห์
  • ก้อนมีขนาดใหญ่มากและเจ็บ
  • พบตุ่มน้ำเกิดขึ้นที่เปลือกตา
  • เปลือกตามีแผลตกสะเก็ด
  • เปลือกตาแดง หรือตาแดงทั่วไปหมด
  • มีอาการแพ้แสงแดด
  • กลับมาเป็นซ้ำหลังจากรักษาจนหายดีแล้ว
  • พบเลือดออกบริเวณก้อนที่เปลือกตา

ตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บคืออะไร ?

โรคตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บเป็นการเกิดก้อนในตาที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ แต่อาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้หากไม่ได้รักษา

ตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บ (Chalazion) หรือถุงน้ำ Meibomian เป็นก้อนถุงน้ำชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้บนเปลือกตาด้านบนและด้านล่าง ถุงน้ำชนิดนี้อาจทำให้สับสนกับตากุ้งยิงอีกชนิดหนึ่งได้ แต่ทั้ง 2 อย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดย chalazion จะมีลักษณะเป็นก้อนนูนนิ่มและมักไม่เจ็บที่เกิดขึ้นภายในเปลือกตาเมื่อมีการอุดตันของทางเดินต่อมไขมัน โรคนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยแต่ไม่มีข้อมูลทางสถิติที่แน่ชัด สมาคมโรคตาแห่งสหรัฐอเมริกากล่าวว่าส่วนมากพบในผู้ใหญ่อายุระหว่าง 30-50 ปี

ตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บกับตากุ้งยิงด้านใน 

ตากุ้งยิงด้านใน (hordeolum) เป็นก้อนแดงและเจ็บที่บริเวณฐานของขนตา ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะกลุ่ม Staphylococcus ในต่อมน้ำมันของเปลือกตา ตากุ้งยิงด้านในนี้สามารถกลายเป็นตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บ (chalazion) ได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม และตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บ (Chalazion) ก็อาจเกิดการติดเชื้อและกลายเป็นตากุ้งยิงได้

สาเหตุของตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บ 

ต่อม meibomian หรือต่อม tarsal เป็นต่อมไขมันที่อยู่ในเปลือกตาใกล้กับขนตา ทำหน้าที่สร้างสารหล่อลื่นที่เป็นน้ำมันเบาบาง ทำหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำตา หากสารหล่อลื่นนี้ไม่สามารถไหลออกไปจากต่อมไขมันได้ก็จะเกิดการอุดตันและกลายเป็นก้อนภายในเปลือกตา และเมื่อมีการสะสมขึ้นเรื่อย ๆ อาจแตกออกสู่เนื้อเยื่อข้างเคียง ทำให้มีการอักเสบบริเวณเปลือกตา ภาวะนี้มักเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้จากการอักเสบของเปลือกตาเรื้อรังเช่นเดียวกับตากุ้งยิง นอกจากนี้ภาวะที่ทำให้ต่อม meibomian หลั่งสารที่หนาขึ้นและไม่สามารถออกจากต่อมได้ เช่น ต่อมทำงานผิดปกติ (meibomian gland dysfunction) และ acne rosacea อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บได้

ความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดโรคนี้ประกอบด้วย

  • มีการอักเสบของผิวหนังที่ทำให้เกิดผื่นแดงและขุยสีขาว (การเกิดภาวะนี้ที่หนังศีรษะเรียกว่ารังแค)
  • วัณโรค
  • การติดเชื้อไวรัส

อาการและภาวะแทรกซ้อนของตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บ

อาการแสดงอย่างแรกของโรคนี้ คือ การมีก้อนไม่เจ็บขึ้นด้านในของเปลือกตาบน โรคนี้สามารถเจอได้ในเปลือกตาล่างเช่นกันแต่พบได้น้อยกว่า นอกจากนั้นยังอาจทำให้มีน้ำตามากกว่าปกติได้ ซึ่งหากโรคมีการดำเนินไปจนเกิดการอักเสบ จะทำให้บริเวณรอบ ๆ ถุงน้ำแดง บวม และเจ็บ และหากเป็นก้อนขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางอาจทำให้มีการกดกระจกตาและทำให้มองเห็นไม่ชัดชั่วคราวได้ นอกจากนี้ในรายงานของวารสารการผ่าตัดตา (Ophthalmic Surgery, Lasers and Imaging Retina) ปี ค.ศ. 1997 ยังอาจทำให้เกิดสายตายาวได้และอาจทำให้เกิดความผิดปกติทางสายตาในผู้ที่เคยทำเลสิกมาก่อน เนื่องจากการทำเลสิกทำให้กระจกตาบางลง บทความในวารสาร Clinical pediatrics ปี ค.ศ. 2009 ยังระบุว่า การอักเสบเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ คือ

  • เปลือกตาผิดรูป
  • การที่ผิวหนังเจริญเติบโตในลักษณะคล้ายเนื้อในแฮมเบอร์เกอร์ (Pyogenic granuloma)
  • การติดเชื้อในเปลือกตาที่เรียกว่า preseptal หรือ periorbital cellulitis

การรักษาและการวินิจฉัยภาวะตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บ

การวินิจฉัยสามารถทำได้โดยการตรวจตาอย่างละเอียด นักทัศนมาตรศาสตร์จะเริ่มซักประวัติเพื่อทำความเข้าใจกับอาการและปัญหาทางสุขภาพที่คุณเป็น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเกิดความผิดปกติของหนังตา หลังจากนั้นแพทย์จะตรวจวินิจฉัยตา โดยดูโครงสร้างเปลือกตา ลักษณะผิวหนัง และขนตา ก่อนที่จะใช้ไฟและเครื่องขยายตรวจบริเวณขอบเปลือกตาใกล้กับฐานของขนตาและดูรูเปิดของต่อม meibomian ถึงแม้ว่าภาวะนี้อาจคล้ายคลึงกับโรคของเปลือกตาอื่น ๆ เช่น ตากุ้งยิงหรือมะเร็ง แต่แพทย์มักสามารถให้การวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างถูกต้อง

โดยส่วนใหญ่แล้วโรคนี้สามารถหายได้เองในเวลาหนึ่งเดือนโดยไม่ต้องการการรักษา คุณสามารถใช้การประคบอุ่นบริเวณเปลือกตาที่เป็นครั้งละ 10-15 นาที 4 ครั้งต่อวันเพื่อช่วยในการฟื้นตัวของถุงน้ำ เนื่องจากจะช่วยทำให้น้ำมันที่อยู่ภายในถุงมีการอ่อนตัวลงและทำให้ไหลออกมานอกต่อมได้ดีขึ้น และอาจใช้การนวดเบา ๆ บริเวณเปลือกตาหลาย ๆ นาทีต่อวันเพื่อช่วยให้สามารถขับไขมันออกมาได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรดัน บีบ หรือเจาะถุงน้ำนั้น แพทย์อาจสั่งยาหยอดตาที่เป็นสเตียรอยด์ให้เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ หากอาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 1 เดือนหรือก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น (หรืออาจกระทบต่อการมองเห็น) คุณควรกลับมาพบแพทย์ แพทย์อาจฉีดยาสเตียรอยด์เข้าในถุงน้ำเพื่อช่วยลดอาการในผู้ที่ไม่มีการอักเสบได้

การผ่าตัดถุงน้ำ

หากก้อนถุงน้ำมีการติดเชื้อจะต้องผ่าตัดเพื่อนำก้อนถุงน้ำออก โดยจะตัดก้อนออกจากด้านในของเปลือกตาเพื่อลดการเกิดแผลเป็นบริเวณผิวหนังร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการติดเชื้อ





ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่