การตั้งครรภ์

เลือดออกทางช่องคลอดขณะตั้งครรภ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 311,473 คน

เลือดออกทางช่องคลอดขณะตั้งครรภ์

เลือดออกทางช่องคลอดระหว่างการตั้งครรภ์เป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยทั่วไปไม่ใช่สัญญาณอันตราย แต่บางครั้งอาการเลือดออกอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะร้ายแรงบางอย่างได้ ดังนั้นจึงมีความสำคัญที่คุณควรรู้ว่าอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุของการเกิดเลือดออก และไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าคุณและทารกในครรภ์ยังแข็งแรงดีอยู่

เลือดออกทางช่องคลอดในไตรมาสที่ 1 ของการตั้งครรภ์

ประมาณ 20% ของหญิงตั้งครรภ์จะมีเลือดออกบ้างในช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ สาเหตุของการเกิดเลือดออกในช่วงไตรมาสที่ 1 มีดังนี้

เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation bleeding): คุณอาจพบเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณไม่มากในช่วง 6 – 12 วันแรกหลังจากที่คุณตั้งครรภ์ ซึ่งเกิดจากไข่ที่ผสมกับอสุจิฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูก ผู้หญิงบางรายอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเลือดที่ออกมานี้เป็นเลือดประจำเดือน แต่โดยทั่วไปเลือดล้างหน้าเด็กเป็นเลือดจะออกมาในปริมาณน้อยกว่าประจำเดือนมากและจะเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วันก็จะหายไป

แท้งบุตร (Miscarriage): การแท้งบุตรสามารถพบได้บ่อยในช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับการมีเลือดออกในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงนี้จะหมายความว่าคุณจะแท้งเสมอไป ในความเป็นจริงแล้ว หากตรวจพบอัตราการเต้นของหัวใจผ่านการตรวจอัลตราซาวน์ นั่นหมายความว่ามากกว่า 90% ของหญิงตั้งครรภ์ที่พบเลือดออกในไตรมาสที่หนึ่งจะไม่แท้ง

อาการอื่นๆ ของการแท้งบุตร ได้แก่ การปวดเกร็งที่ท้องส่วนล่างอย่างรุนแรง และพบเนื้อเยื่อหลุดออกมาทางช่องคลอด

การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic pregnancy): การตั้งครรภ์นอกมดลูกหมายถึง ตัวอ่อนฝังตัวนอกบริเวณมดลูก โดยทั่วไปพบว่าจะฝังตัวที่ท่อนำไข่ (fallopian tube) หากตัวอ่อนยังคงเจริญเติบโตต่อ จะทำให้ท่อนำไข่แตกออกได้ ซึ่งเป็นภาวะร้ายแรงเป็นอันตรายต่อมารดา แม้ว่าการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะเป็นภาวะอันตราย แต่ก็พบได้เพียงประมาณ 2% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด

อาการอื่นๆ ของการตั้งครรภ์นอกมดลูก คือ ปวดท้องเกร็งมาก หรือมีอาการปวดที่ท้องส่วนล่าง และเวียนศีรษะ

ครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar pregnancy หรือ gestational trophoblastic disease): ภาวะนี้เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก เป็นเนื้อเยื่อผิดปกติที่เจริญอยู่ภายในมดลูกแทนที่จะเป็นตัวทารก ส่วนน้อยเท่านั้นที่เนื้อเยื่อนี้จะพัฒนาเป็นมะเร็งและแพร่กระจายไปที่บริเวณอื่นๆ ของร่างกาย

อาการอื่นๆ ของครรภ์ไข่ปลาอุกก็คือ คลื่นไส้และอาเจียนอย่างรุนแรง และมดลูกขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

สาเหตุอื่นๆ ของการเกิดเลือดออกในช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์ ได้แก่:

  • การเปลี่ยนแปลงของปากมดลูก (Cervical changes): ระหว่างการตั้งครรภ์จะมีเลือดไปเลี้ยงที่ปากมดลูกเพิ่มมากขึ้น การมีเพศสัมพันธ์หรือการตรวจแป๊บ (Pap test) ทำให้เกิดการสัมผัสที่บริเวณปากมดลูก ทำให้เกิดเลือดออกได้ การเกิดเลือดออกจากสาเหตุนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล
  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อใดๆ ก็ตามที่ปากมดลูก, ช่องคลอด, หรือการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในเทียม, หนองใน หรือเริม เป็นสาเหตุของการเกิดเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงไตรมาสแรกได้

เลือดออกทางช่องคลอดในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของการตั้งครรภ์

เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดในช่วงหลังๆ ของการตั้งครรภ์อาจมีความรุนแรงมากกว่า เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาที่เกิดขึ้นกับมารดาหรือทารกในครรภ์ได้ หากเกิดเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

สาเหตุของการเกิดเลือดออกในระยะหลังๆ ของการตั้งครรภ์ ได้แก่:

ภาวะรกเกาะต่ำ (Placenta previa): ภาวะนี้ภาวะที่รกมาเกาะตัวที่บริเวณส่วนล่างของมดลูก หรืออาจคลุมมาปิดปากมดลูกบางส่วนหรือทั้งหมด ภาวะรกเกาะต่ำเป็นภาวะที่พบได้น้อยในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ พบในหญิงตั้งครรภ์ประมาณ 1 ใน 200 คน อาการคือจะพบเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งจะไม่มีอาการเจ็บครรภ์ แต่เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์

ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental abruption): พบได้ประมาณ 1% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด ซึ่งเป็นภาวะที่รกลอกตัวจากผนังมดลูกก่อนที่จะมีการคลอดทารก ทำให้เกิดเลือดออกระหว่างรกและมดลูก ภาวะนี้เป็นภาวะที่อันตรายมากทั้งต่อมารดาและทารกในครรภ์

อาการและอาการแสดงอื่นๆ ของภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดคือ ปวดท้อง, มดลูกหดรัดตัวแข็ง และปวดหลัง

มดลูกแตก (Uterine rupture): ในกรณีที่พบได้น้อย แผลจากการผ่าตัดคลอดในครรภ์ก่อนหน้านี้อาจปริแตกระหว่างการตั้งครรภ์ได้ ภาวะดมลูกแตกเป็นภาวะฉุกเฉินร้ายแรง และต้องได้รับการผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน

อาการอื่นๆ ของภาวะมดลูกแตก คือ อาการปวดท้องน้อยและกดเจ็บที่ท้อง

ภาวะเส้นเลือดสายสะดือทอดผ่านปากมดลูก (Vasa previa):  ภาวะนี้เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก คือเส้นเลือดของสายสะดือหรือรกทอดผ่านบริเวณปากมดลูก ซึ่งสามารถทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อทารกได้ เพราะเส้นเลือดนี้สามารถฉีกขาดได้ ทำให้ทารกเสียเลือดอย่างรุนแรงและขาดออกซิเจน

อาการแสดงอื่นๆ ที่พบได้ของภาวะนี้คือ อัตราการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ และมีเลือดออกมาผิดปกติ

คลอดก่อนกำหนด (Premature labor): เลือดออกทางช่องคลอดในช่วงท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณของร่างกายที่เตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ก่อนการคลอดจะเริ่มต้นขึ้น มูกที่ปิดบริเวณปากมดลูกจะหลุดออกทางช่องคลอด ซึ่งมักจะมีเลือดปริมาณเล็กน้อยปนอยู่ในมูกนั้น ทำให้เห็นว่ามีเลือดปน แต่ถ้าการเกิดเลือดออกร่วมกับมีอาการของการคลอดเกิดขึ้นก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจหมายถึงการคลอดก่อนกำหนดได้

อาการอื่นๆ ของการคลอดก่อนกำหนด ได้แก่ การหดตัวของมดลูก, มีของเหลวไหลจากช่องคลอด, ปวดท้อง, ปวดหลังส่วนล่าง

สาเหตุอื่นๆ ของการเกิดเลือดออกทางช่องคลอดในการตั้งครรภ์ระยะหลังๆ

  • การบาดเจ็บที่ปากมดลูกหรือช่องคลอด
  • ติ่งเนื้อโพรงมดลูก (Polyps)
  • มะเร็ง

ฉันต้องทำอย่างไรเมื่อมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดระหว่างการตั้งครรภ์

การมีเลือดออกทางช่องคลอดไม่ว่าจะเป็นไตรมาสใดก็ตามอาจเป็นสัญญาณของการเกิดปัญหาใดๆ ระหว่างการตั้งครรภ์ ดังนั้นหากมีอาการเกิดขึ้น ให้ไปพบแพทย์ คุณสามารถสวมใส่ผ้าอนามัยเพื่อดูได้ว่าเลือดที่ออกมามีปริมาณมากแค่ไหน และจดบันทึกถึงลักษณะของเลือดที่ออกมาได้ (เช่น มีสีชมพู น้ำตาล หรือสีแดง และหลังเลือดเหลว หรือเป็นลิ่มเลือด เป็นต้น) หากมีเนื้อเยื่อใดๆ หลุดออกมาทางช่องคลอด ให้นำไปให้แพทย์ดูด้วย อย่าใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือมีเพศสัมพันธ์ขณะที่คุณกำลังมีเลือดออกนี้

คุณควรคาดหวังว่าจะได้รับการตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูว่ามีอะไรที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเลือดออกในครั้งนี้หรือไม่ การอัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอดและผ่านหน้าท้องมักถูกทำไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจติดตามแบบเต็มรูปแบบ

ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลหรือโทรเรียกรถพยาบาลทันที ถ้าคุณมีอาการดังต่อไปนี้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการแท้งบุตรหรือปัญหาร้ายแรงอื่นๆ:

  • ปวดท้องส่วนล่าง หรือหดเกร็งอย่างรุนแรง
  • เลือดออกทางช่องคลอดอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะมีอาการปวดหรือไม่ก็ตาม
  • มีของเหลวไหลจากช่องคลอดปนกับเนื้อเยื่อบางอย่าง
  • เวียนศีรษะ หรือหน้ามืดจะเป็นลม
  • มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส และ/หรือ หนาวสั่น

https://www.webmd.com/baby/guide/bleeding-during-pregnancy#1

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด