Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ระบบทางเดินปัสสาวะ

เข้าใจการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบปัสสาวะมีอะไรบ้าง?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,926,125 คน

ระบบทางเดินปัสสาวะ

ระบบทางเดินปัสสาวะสำคัญอย่างไร

ระบบทางเดินปัสสาวะมีหน้าที่สำคัญคือ ขับถ่ายของเสียและสารต่างๆ ที่เกินจากความต้องการออกไปจากร่างกาย เพื่อรักษาสมดุลของสารและกระบวนการเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของร่างกายให้เป็นปกติ เปรียบเสมือนกับโรงบำบัดน้ำเสียของร่างกาย

ระบบทางเดินปัสสาวะประกอบด้วยอวัยวะสำคัญต่างๆ ได้แก่ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย เริ่มต้นที่ 1,010 บาท 🚨ถึง 26 พ.ย. นี้

🩺 ใกล้สิ้นปีแล้ว มาจูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปีกันดีกว่า

Healthcheckupinternal ad
  • ไต มีลักษณะเหมือนเม็ดถั่วแดง อยู่ 2 ข้างของเอว เป็นส่วนที่มีเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงใหญ่ ซึ่งไตจะนำเลือดของร่างกายทั้งหมดมาคัดกรองเอาส่วนที่ต้องใช้เก็บไว้ และเอาส่วนเกินหรือส่วนที่ไม่ใช้ออกจากร่างกาย 
  • ท่อไต 
  • กระเพาะปัสสาวะ สามารถเก็บน้ำปัสสาวะได้ประมาณ 1 ลิตร
  • ท่อปัสสาวะ เป็นทางผ่านของปัสสาวะที่จะถูกขับออกภายนอกร่างกาย

กระบวนการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ

  1. เลือดทั้งหมดจะไหลผ่านเข้าสู่ไต แล้วไปที่เนื้อไต ซึ่งประกอบด้วยหน่วยกรองเล็กๆ มากมายภายในไต เรียกว่า “เนฟรอน” (Nephron) 
  2. หน่วยกรองเนฟรอนจะทำหน้าที่แยกน้ำ เกลือแร่ และสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกลับเข้าไปในร่างกายต่อไป ส่วนน้ำ และสารที่เป็นของเสีย รวมถึงสารต่างๆ ที่เกินจากที่ร่างกายต้องการใช้ จะถูกขับออกมาในรูปของปัสสาวะ 
  3. ปัสสาวะจากถูกรวบรวมเข้าสู่กรวยไตซึ่งอยู่ในเนื้อไตเช่นกัน โดยลักษณะของกรวยไตจะเป็นสามเหลี่ยม ภายในประกอบด้วยหน่วยกรองเนฟรอนข้างละประมาณ 1 ล้านหน่วย
  4. น้ำปัสสาวะที่ผ่านจากหน่วยกรองเนฟรอนมาที่กรวยไตนี้จะไหลลงสู่ท่อไตที่อยู่ 2 ข้างของเอว แล้วไปเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องน้อย
  5. เมื่อน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะเต็มแล้ว กระเพาะปัสสาวะก็จะกระตุ้นให้เราถ่ายปัสสาวะออกมา โดยผ่านทางท่อปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย

ความแตกต่างของระบบทางเดินปัสสาวะระหว่างผู้หญิง และผู้ชาย 

ระบบทางเดินปัสสาวะของผู้หญิงและผู้ชายมีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 จุด คือ

  1. บริเวณรอยต่อของกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะของผู้ชาย จะมีต่อมชนิดหนึ่งโอบรอบท่อปัสสาวะเรียกว่า "ต่อมลูกหมาก" ในขณะที่ระบบทางเดินปัสสาวะของผู้หญิงจะไม่มีต่อมนี้ ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่สร้างน้ำเลี้ยงอสุจิและเป็นที่พักของอสุจิ
  2. ท่อปัสสาวะของผู้ชายจะมีความยาวมากกว่าท่อปัสสาวะของผู้หญิง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายอั้นปัสสาวะได้นานกว่าผู้หญิง และมีโอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อน้อยกว่าผู้หญิงด้วย

ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ

ความผิดปกติที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ เกิดการอุตตันและการติดเชื้อ ซึ่งสาเหตุทั้ง 2 ประการนี้จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ

อาการของความผิดปกติเป็นอย่างไรบ้าง

ความผิดปกติที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะ มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะที่เรียกว่า “ขัดเบา” เช่น 

  • ถ่ายปัสสาวะลำบาก 
  • ปัสสาวะออกมาทีละน้อยแต่บ่อย 
  • บางครั้งถ่ายปัสสาวะไม่ออก 
  • ปวดบริเวณท่อปัสสาวะทั้งขณะถ่ายปัสสาวะ และแม้ขณะไม่ได้ถ่ายปัสสาวะ 
  • ลักษณะการถ่ายปัสสาวะผิดปกติไปจากเดิม เช่น ในผู้ชายจะปัสสาวะออกมาเป็นหยด ลำปัสสาวะไม่พุ่ง เป็นต้น ส่วนในผู้หญิง ปัสสาวะจะออกเป็นหยดทีละนิด ปริมาณปัสสาวะอาจมากหรือน้อยผิดปกติ 
  • มีความผิดปกติของน้ำปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะขุ่นขาวมีสีคล้ายน้ำนมที่เจือจาง 
  • มีความรู้สึกอ่อนเพลีย
  • ปัสสาวะเป็นเลือด มีอาการปวดหลัง และมีไข้ตามมา ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่บริเวณไต 

ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะเกิดจากอะไร

สาเหตุหลักของความผิดปกติที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะ มี 2 ประการ ดังนี้

1. เกิดการอุดกั้นบริเวณทางเดินปัสสาวะ

ความผิดปกตินี้เกิดจากมีสิ่งกีดขวางการไหลของปัสสาวะ หรือน้ำปัสสาวะไหลออกสู่ภายนอกร่างกายไม่ได้ตามปกติ ในกรณีที่ทางเดินปัสสาวะถูกอุดกั้นเรื้อรังอย่างรุนแรง ปัสสาวะจะขังอยู่ในร่างกายนานแล้วนำไปสู่การติดเชื้อที่ไตในที่สุด ทำให้การทำงานของไตเริ่มผิดปกติและเกิดภาวะไตเสีย ไม่สามารถคัดกรองของเสียออกจากร่างกายได้ จนส่งผลทำให้มีของเสียจำนวนมากค้างอยู่ในเลือด และนำไปสู่การสูญเสียในที่สุด

2. เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

นิ่ว เป็นก้อนของสารในร่างกายซึ่งมาจากการสะสมพอกพูนของสารบางอย่างในน้ำปัสสาวะ เช่น กรดยูริก (Uric acid) สารออกซาเลต (Oxalate) แคลเซียม และไปอุดตันอยู่ตามส่วนต่างๆ ของระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะบริเวณกระเพาะปัสสาวะ เนื้อไต และท่อไต ทำให้เกิดการกีดขวางทางเดินของน้ำปัสสาวะ มักพบในผู้ชายมากกว่าในผู้หญิง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย เริ่มต้นที่ 1,010 บาท 🚨ถึง 26 พ.ย. นี้

🩺 ใกล้สิ้นปีแล้ว มาจูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปีกันดีกว่า

Healthcheckupinternal ad

สาเหตุของการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ 

สาเหตุของการเกิดนิ่วยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้เกิดนิ่วได้ เช่น

  • มีการขับออกของเกลือหลายชนิดจากเลือดเข้าสู่น้ำปัสสาวะมากเกินไป เช่น แคลเซียม สารออกซาเลต ฟอสเฟต (Phosphate) และกรดยูริก
  • ดื่มน้ำน้อย ทำให้ปัสสาวะข้นจนมีการตกผลึกรวมกันของสารแคลเซียม สารออกซาเลตและเปลี่ยนจากน้ำเป็นก้อนนิ่ว
  • รับประทานอาหารประเภทผักหรือผลไม้ที่มีสารออกซาเลตสูง เช่น ผักโขมน้อย ผักโขมใหญ่ ใยชะพลู ผักติ้ว ผักกระโดน ผักเม็ก เป็นประจำร่วมกับมีภาวะขาดโปรตีน ทำให้น้ำปัสสาวะเกิดการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดและด่าง จนเกิดการตกผลึก และเกิดการรวมตัวกันของสารต่างๆ จนกลายเป็นก้อนนิ่ว
  • ขาดสารยับยั้งการจับตัวของผลึกของสารต่างๆ ในน้ำปัสสาวะ ซึ่งในคนปกติจะมีสารนี้อยู่
  • มีแกนในน้ำปัสสาวะ เช่น ลิ่มเลือด ตะกอนแคลเซียมจับตัวเป็นก้อนนิ่ว หรือการอักเสบของไตทำให้มีการรวมตัวของแบคทีเรีย จนเป็นแกนให้ผลึกเกาะรวมตัวเป็นก้อนนิ่วได้ เป็นต้น

อาการแสดงของผู้ที่เป็นนิ่ว

  1. อาการปวด: ถ้ามีนิ่วอุดตันที่ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน เช่น ไต ท่อไต จะมีอาการปวดบริเวณบั้นเอว ปวดหลังและสีข้างที่มีการอุดตันของนิ่วเกิดขึ้น แต่ถ้านิ่วอุดตันอยู่บริเวณระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เช่น กระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ จะทำให้มีอาการปวดร้าวมาถึงขาหนีบและหน้าขา และถ้านิ่วลงมาอุดตันที่ท่อปัสสาวะ อาการปวดอาจถึงร้าวไปถึงปลายท่อปัสสาวะ
  2. ปัสสาวะเป็นเลือด: ผู้ป่วยอาจปัสสาวะออกมาเป็นเลือด หากก้อนนิ่วครูดกับเยื่อบุบริเวณทางเดินปัสสาวะ จนทำให้เกิดแผลที่บริเวณเยื่อบุนั้นและมีเลือดออก และกรณีที่ผู้ป่วยมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ก็อาจทำให้ปัสสาวะขุ่นได้ด้วยเพราะมีหนองปนออกมาร่วมกับเม็ดเลือดขาว หรือเป็นขุ่นจากตะกอนของนิ่วขนาดเล็กๆ ที่ปะปนออกมา
  3. มีไข้สูง: เป็นอาการที่เกิดขึ้น เนื่องจากนิ่วทำให้มีการปิดกั้นทางเดินปัสสาวะจนเกิดการอักเสบติดเชื้อร่วมด้วย
  4. คลื่นไส้ อาเจียน: 2 อาการนี้มักเป็นอาการที่เกิดร่วมกับอาการปวดอย่างรุนแรง

การรักษาและคำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

กรณีที่สงสัยว่าเป็นนิ่ว คุณสามารถไปที่ร้านขายยาเพื่อขอให้เภสัชกรจ่ายยารักษาในเบื้องต้นก่อน ซึ่งอาจเป็นยาแก้ปวดกลุ่มคลายการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ เช่น ฟลาโวเซต (Flavoxate) แต่ถ้ามีอาการที่แสดงว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วย ก็อาจมีการจ่ายยาปฏิชีวนะเพิ่มพร้อมกับแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำวันละ 2–3 ลิตร ถ้าก้อนนิ่วมีขนาดเล็ก อาจหลุดออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะได้ 

และควรให้ผู้ป่วยงดอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น ผักต่างๆ ที่รับประทานทั้งยอดอ่อน หรือเนื้อสัตว์ปีกต่างๆ โดยเฉพาะปีกไก่ หรือหนังไก่ เครื่องในสัตว์ ถ้ารักษาเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาเพิ่ม

คำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

  • ดื่มน้ำมากๆ วันละประมาณ 2-3 ลิตรทุกวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายมีการปัสสาวะ ซึ่งเป็นการขับเอาของเสียต่างๆ ในเลือดออกมา นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยลดความเข้มข้นของเกลือในน้ำปัสสาวะให้เจือจางลงด้วย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ จะทำให้ก้อนนิ่วเคลื่อนและหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น
  • รับประทานอาหารแต่พอดีอิ่ม ไม่มากหรือน้อยเกินไป 
  • ไม่รับประทานอาหารรสเค็มจัด หรืออาหารที่มีไขมันและโปรตีนจากเนื้อสัตว์สูง หลีกเลี่ยงการรับประทานผักใบเขียวที่รับประทานทั้งยอด 
  • ถ้ามีนิ่วหลุดปนออกมากับน้ำปัสสาวะ ควรส่งให้แพทย์ตรวจวิเคราะห์

ต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมากคืออะไร

ต่อมลูกหมาก เป็นต่อมที่โอบรอบท่อปัสสาวะบริเวณที่ต่อกับกระเพาะปัสสาวะในผู้ชาย ไม่มีในผู้หญิง ซึ่งผู้ชายเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ต่อมนี้มักจะโตแล้วไปบีบท่อปัสสาวะให้แคบลงจนทำให้ปัสสาวะลำบาก มีอาการขัดเบา และทำให้เกิดการอุดกั้นของระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงมีการติดเชื้อร่วมด้วยเสมอ

สาเหตุของโรคต่อมลูกหมากโต

สาเหตุที่ทำให้ต่อมลูกหมากโตนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าอาจมาจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน (Androgen) และฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (Estrogen) ในร่างกายของผู้ชาย

อาการเป็นอย่างไรบ้าง

ในระยะแรก ผู้ป่วยจะถ่ายปัสสาวะไม่ค่อยออก ถ่ายลำบาก ต้องใช้แรงเบ่งนาน ลำปัสสาวะจะพุ่งอ่อนแรงหรือไม่พุ่งเลย ในระยะต่อมา ผู้ป่วยจะถ่ายปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ปัสสาวะจะไหลออกมาเป็นหยดๆ และรู้สึกว่าถ่ายไม่หมด จนเมื่อปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน เชื้อโรคที่อยู่ในปัสสาวะจะทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการอักเสบและบวม จากนั้นท่อปัสสาวะจะเริ่มอุดตันมากขึ้น ท่อไตและไตเริ่มบวม นำไปสู่ภาวะไตวาย และเกิดของเสียคั่งอยู่ในร่างกายจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด

การจ่ายยาเพื่อรักษา

ร้านยาอาจจ่ายยากลุ่มคลายการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ เพื่อบรรเทาอาการปวดของผู้ป่วยเป็นการเฉพาะหน้า และแนะนำผู้ป่วยให้ไปพบแพทย์เพื่อการรักษาชั้นถัดไป นอกจากนั้น ควรแนะนำผู้ป่วยให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ควรทำงานหนักหรือเดินทางไกลที่จะทำให้กระทบกระเทือนต่อมลูกหมาก ไม่ควรอั้นปัสสาวะ รวมทั้งดื่มน้ำไม่ต่ำกว่าวันละ 2–3 ลิตร และระวังไม่ให้ท้องผูก


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ระบบทางเดินปัสสาวะ
ระบบทางเดินปัสสาวะ

ระบบทางเดินปัสสาวะมีกระบวนการทำงานอย่างไร และสาเหตุความผิดปกติประกอบด้วยอะไรบ้าง

ดูในแอป