ความรู้สุขภาพ

ระบบทางเดินปัสสาวะ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ระบบทางเดินปัสสาวะ

Title: ระบบทางเดินปัสสาวะ

Sidebar title: สรีรวิทยาระบบทางเดินปัสสาวะ

ระบบทางเดินปัสสาวะมีหน้าที่สำคัญ คือ ขับถ่ายขของเสียและสารต่าง ๆ ที่เกินจากความต้องการออกไปจากร่างกาย เพื่อรักษาสมดุลของสารและกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกายให้เป็นปกติ เปรียบเสมือนกับโรงบำบัดน้ำเสียของร่างกาย

ระบบทางเดินปัสสาวะประกอบด้วย อวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อ ปัสสาวะ

ไตมีลักษณะเม็ดถั่วแดง อยู่สองข้างของเอว เป็นส่วนที่มีเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงใหญ่ที่นำเลือดของร่างกายทั้งหมดมาคัดกรองเอาส่วนที่ต้องใช้เก็บไว้และเอาส่วนเกินหรือส่วนที่ไม่ใช้ออกจากร่างกาย โดยเลือดทั้งหมดจะไหลผ่านเข้าสู่ไต ไปที่เนื้อไต ซึ่งประกอบด้วยหน่วยกรองเล็ก ๆ มากมายภายในไต เรียกว่า “เนฟรอน” เนฟรอนจะทำหน้าที่แยกน้ำ เกลือแร่และสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกยกลับเข้าไปในร่างกายต่อไป ส่วนน้ำ สารที่เป็นของเสียและสารต่าง ๆ ที่เกินจากที่ร่างกายต้องการใช้จะถูกขับออกมาในรูปของปัสสาวะ แล้วรวบรวมเข้าสู่กรวยไต ซึ่งอยู่ในเนื้อไตเช่นกัน

กรวยไตมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ภายในประกอบด้วยหน่วยกรองภายในไตหรือ “เนฟรอน” จำนวนข้างละประมาณ 1 ล้านหน่วย น้ำปัสสาวะที่ผ่านจากเนฟรอนมาที่กรวยไตนี้จะไหลลงสู่ท่อไตที่อยู่สองข้างของเอวไปเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องน้อย

กระเพาะปัสสาวะจะสามารถเก็บน้ำปัสสาวะได้ประมาณ 1 ลิตร เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มก็จะกระตุ้นให้เราถ่ายปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย

อนึ่งระบบทางเดินปัสสาวะของหญิงและชายมีข้อแตกต่างกันสองจุด คือ

  1. บริเวณรอยต่อของกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะของชายจะมีต่อมชนิดหนึ่งโอบรอบท่อปัสสาวะเรียกว่าต่อมลูกหมาก ในขณะที่ระบบทางเดินปัสสาวะของหญิงจะไม่มีต่อมนี้ ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่สร้างน้ำเลี้ยงอสุจิและเป็นที่พักของอสุจิ
  2. ท่อปัสสาวะของชายจะมีความยาวมากกว่าท่อปัสสาวะของหญิง ซึ่งนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชายอั้นปัสสาวะได้นานกว่าหญิงและโอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อน้อยกว่าหญิง

โรคทางเดินปัสสาวะ

ความผิดปกติที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ เกิดอุตตันและการติดเชื้อสาเหตุทั้งสองประการส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ

อาการของโรคระบบทางเดินปัสสาวะ

ความผิดปกติที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะ มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะที่เรียกว่า “ขัดเบา” คือถ่ายปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะออกมาทีละน้อยแต่บ่อย บางครั้งอาจถ่ายปัสสาวะไม่ออก ปวดบริเวณท่อปัสสาวะทั้งขณะถ่ายปัสสาวะ และแม้ขณะไม่ได้ถ่ายปัสสาวะ ละกษณะการถ่ายปัสสาวะจะผิดปกติ เช่น ในชายปัสสาวะจะออกมาเป็นหยด ลำปัสสาวะไม่พุ่ง เป็นต้น ในหญิงปัสสาวะจะออกเป็นหยด ทีละนิด ปริมาณปัสสาวะอาจมากหรือน้อยผิดปกติ ตลอดจนถึงมีความผิดปกติจองน้ำปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะขุ่นขาวมีสีคล้ายน้ำนมที่เจือจาง มีความรู้สึกอ่อนเพลียบางรายปัสสาวะเป็นเลือด ปวดหลัง มีไข้ ซึ่งอาการที่ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดหลังหรือมีไข้นี้เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่าได้มีการติดเชื้อที่บริเวณไตแล้ว

สาเหตุความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ

สาเหตุหลักของความผิดปกติที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะ มี 2 ประการ ดังนี้

1.เกิดการอุดกั้นบริเวณทางเดินปัสสาวะ

หมายความว่ามีสิ่งกีดขวางการไหลของปัสสาวะ หรือน้ำปัสสาวะไหลออกสู่ภายนอกร่างกายไม่ได้ตามปกติ ในกรณีทที่ทางร่างเดินปัสสาวะถูกอุดกันเรื้อรังรุนแรง ปัสสาวะจะขันอยู่ในร่างกายนาน นำไปสู่การติดเชื้อที่ใด ทำให้การทำงานของไตเริ่มผิดปกติ เกิดภาวะไตเสียไ ไม่สามารถคัดกรองของเสียออกจากร่างกายได้ ทำให้มีของเสียจำนวนมากค้างอยู่ในเลือด และนำไปสู่การสูญเสียในที่สุด

การอุดกั้นระบบทางเดินปัสสาวะ มาจากสาเหตุหลักดังนี้

2.เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

นิ่ว เป็นก้อนของสารในร่วงกายซึ่งมาจากการสะสมพอกพูนของสารบางอย่างในน้ำปัสสาวะ เช่น กรดยูริกออกซาเลต แคลเซียม และไปอุดตันอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะบริเวณกระเพาะปัสสาวะ เนื้อไต และท่อไต ทำให้เกิดการกีดขวางทางเดินของน้ำปัสสาวะ มักพบในชายมากกว่าในหญิง

สาเหตุ ของการเกิดนิ่วยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เชื่อว่ามาจากหลายประการ เช่น

1.มีการขับออกของเกลือหลายชนิด เช่น แคลเซียม ออกซาเลต ฟอสเฟตยูริก จากเลือดเข้าสู่น้ำปัสสาวะมากเกินไป

2.มีการเปลี่ยนแปลงของส่วนประกอบ และปริมาณของน้ำปัสสาวะเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น

  • ดื่มน้ำน้อย ทำให้ปัสสาวะข้นจนมีการตกผลึกรวมกันของสารแคลเซียม ออกซาเลตและกลายเป็นน้ำเป็นก้อนนิ่ว
  • รับประทานอาหาร พวกผัก ผลไม้ ที่มีออกซาเลตสูง เช่น ผักโขมน้อย ผักโขมใหญ่ ใยชะพลู ผักติ้ว ผักกระโดน ผักเม็ก ฯลฯ เป็นประจำ ร่วมกับมีภาวะขาดโปรตีน ทำให้น้ำปัสสาวะเกิดการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรด - ด่าง จนเกิดการตกผลึกและรวมตัวกันของสารต่าง ๆ จนกลายเป็นก้อนนิ่ว
  • ขาดสารยับยั้งการจับตัวของผลึกของสารต่าง ๆ ในน้ำปัสสาวะ ซึ่งในคนปกติจะมีสารนี้อยู่
  • มีแกนในน้ำปัสสาวะ เช่น ลิ่มเลือด ตะกอนแคลเซียม จับตัวเป็นก้อนนิ่ว หรือสายยองที่ส่วนคาในกระเพาะปัสสาวะ หรือการอักเสบของไตทำให้มีการรวมตัวของแบคทีเรียเป็นแกนให้ผลึกเกาะรวมตัวเป็นก้อนนิ่วได้ เป็นต้น

อาการแสดงของผู้ที่เป็นนิ่ว

1.อาการปวด

ถ้ามีนิ่วอุดตันที่ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน เช่น ไต ท่อไต จะมีอาการปวดบริเวณบั้นเอว ปวดหลังและสีข้างที่มีการอุดตันของนิ่วเกิดขึ้น

ถ้านิ่วอุดตันบริเวณระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เช่น กระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ จะทำให้มีอาการปวดร้าวมาถึงขาหนีบและหน้าขา และถ้านิ่วลงมาอุดตันที่ท่อปัสสาวะอาการปวดอาจถึงร้าวไปถึงปลายท่อปัสสาวะ

2.ปัสสาวะเป็นเลือด

ผู้ป่าวอาจปัสสาวะออกมาเป็นเลือด เนื่องจากก้อนนิ่วครูดกับเยื่อบุบริเวณทางเดินปัสสาวะ จนทำให้เกิดแผลที่บริเวณเยื่อบุนั้นและมีเลือดออก กรณีที่ผู้ป่วยมีการติดเชื้อแทรกซ้อน อาจทำให้ปัสสาวะขุ่นเพราะมีหนองปนออกมาน่วมกับเม็ดเลือดขาว หรือขุ่นจากตะกอนของนิ่วขนาดเล็ก ๆ ที่ปะปนออกมา

3.มีไข้สูง

เป็นอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากนิ่ว ทำให้มีการปิดกั้นทางเดินปัสสาวะจนเกิดการอักเสบติดเชื้อร่วมด้วย

4.คลื่นไส้ อาเจียน

คลื่นไส้ อาเจียน มักเป็นอาการที่เกิดร่วมกับอาการปวดอย่างรุนแรง

การรักษาและคำแนะนำที่ควรให้ผู้ป่วย

กรณีที่สงสัยว่าเป็นนิ่ว ในเยื้องต้นอาจจ่ายยาแก้ปวดกลุ่มคลายการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ เช่น ฟลาโรเขต ถ้ามีอาการที่แสดงว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วยให้จ่ายยาปฏิชีวนะ พร้อมกับแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำวันละ 2 – 3 ลิตร ถ้าก้อนนิ่วมีขนาดเล็ก อาจหลุดออกมากับน้ำปัสสาวะได้

แนะนำให้ผู้ป่วยงดอาการที่มียูริกสูง เช่น ผักต่าง ๆ ที่รับประทานทั้งยอดอ่อน หรือสัตว์ปีกต่าง ๆ โดยเฉพาะปีกไก่ หรือหนังไก่ เครื่องในสัตว์ ถ้ารักษาเบื้องต้นแล้วไม่หาย ควรแนะนำให้ไปพบแพทย์

คำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

1.ดื่มน้ำมาก ๆ วันละประมาณ 2 ถึง 3 ลิตร ทุกวัน จะช่วยให้ปัสสาวะเป็นการเอาของเสียต่าง ๆ ในเลือดออกมาด้วย นอกจากนั้นยังลดความเข้มข้นของเกลือในน้ำปัสสาวะให้เจือจางลง

2.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ จะทำให้ก้อนนิ่วเคลื่อนและหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น

3.รับประทานอาหารแต่พอดีอิ่ม ไม่มากหรือน้อยเกินไป ไม่รับประทานเค็มจัด หรืออาหารที่มีไขมันและโปรตีนจากเนื้อสัตว์สูง เลี่ยงผักใบเขียวที่รับประทานทั้งยอดเพราะผักเหล่านี้มีออกซาเลตสูง

4.ถ้ามีนิ่วหลุดปนออกมากับน้ำปัสสาวะ ควรส่งให้แพทย์ตรวจวิเคราะห์

ต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมายเป็นต่อมที่โอบรอบท่อปัสสาวะบริเวณที่ต่อกับกระเพาะปัสสาวะในชาย ส่วนระบบทางเดินปัสสาวะในหญิงไม่มีต่อมลูกหมาก พบว่าชายเมื่ออายุ 50 ปี ขึ้นไป ต่อมนี้มักจะโตแล้วไปบีบท่อปัสสาวะให้แคบลงจนทำให้ปัสสาวะลำบาก มีอาการขัดเบา ซึ่งนับเป็นสาเหตุที่พบบ่อยมากในโรคที่ทำให้เกิดการอุดกั้นของระบบทางเดินปัสสาวะ สำหรับชายที่อายุ 50 ปีขึ้นไป และมักมีการติดเชื้อร่วมด้วยเสมอ

สาเหตุที่ทำให้ต่อมลูกหมากโตนั้นไม่ทราบนั้น แต่เชื่อว่าอาจมาจากความไม่สมดุลของฮอร์โทนเพศชายแอนโดรเจน และฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนในร่างกายของชาย

อาการแสดง

ระยะแรก ผู้ป่วยจะถ่ายปัสสาวะไม่ค่อยออก ถ่ายลำบาก ต้องใช้แรงเบ่งนาน ลำปัสสาวะจะพุ่งอ่อนแรงหรือไม่พุ่ง ระยะต่อมาจะถ่ายปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน ปัสสาวะไหลออกมาเป็นหยด ๆ และรู้สึกว่าถ่ายไม่หมด เมื่อปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน เชื้อโรคที่อยู่ในปัสสาวะจะทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการอักเสบและบวม ท่อปัสสาวะจะอุดตันมากขึ้น ท่อไตและไตบวม นำไปสู่ภาวะไตวายและเกิดของเสียคั่งอยู่ในร่างกายจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด

ร้านรักษา

ร้านยาอาจจ่ายยากลุ่มคลายการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ เพื่อบรรเทาอาการปวดของผู้ป่วยเป็นการเฉพาะหน้า และแนะนำผู้ป่วยให้ไปพบแพทย์เพื่อการรักษาชั้นถัดไปนอกจากนั้นยังควรแนะนำผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรทำงานหนักหรือเดินทางไกลที่จะทำให้กระทบกระเทือนต่อมลูกหมาก ไม่ควรอั้นปัสสาวะ ดื่มน้ำไม่ต่ำกว่าวันละ 2 – 3 ลิตร และระวังไม่ให้ท้องผูก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่