ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation หรือ A-Fib) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 15, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

มีชาวอเมริกันประมาณ 2.7 ล้านคนที่มีภาวะนี้

การมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation เป็นโรคหัวใจรูปแบบหนึ่งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุที่ทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจที่สร้างขึ้นจากหัวใจห้องบนผิดปกติได้มากที่สุด คำว่า fibrillation หมายถึง การที่หัวใจมีการเต้นแบบไม่สม่ำ เสมอและมีอาการสั่น นายแพทย์ Douglas C. Westveer หัวหน้าหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาล Beaumont ในเมือง Troy รัฐมิชิแกนได้ กล่าวว่า ภาวะนี้จัดเป็นความผิดปกติที่เกิดได้บ่อยที่สุดของการมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ข้อมูลจากสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่ามีชาวอเมริกันประมาณ 2.7 ล้านคนที่มีภาวะนี้ที่น่าตกใจก็คือพบว่ามีผู้ที่มีภาวะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอาจเข้าข่ายการระบาดในพื้นที่ได้เมื่อผู้ที่เกิดในยุค baby boomer มีอายุเพิ่มขึ้น

คลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrialfibrillation เกิดจากอะไร?

หัวใจมี 4 ห้อง มีหัวใจห้องล่างซ้านและขวา และหัวใจห้องบนซ้ายและขวา โดยทั่วไปแล้ว คลื่นสัญญาณไฟฟ้าที่ sinus node ที่หัวใจห้องบนขวาจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเต้นของหัวใจก่อนที่จะเดินทางไปสู่ห้องบนซ้ายและลงไปยังหัวใจห้องล่างทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัว ในคนส่วนใหญ่กระบวนการนี้เกิดขึ้น 60-100 ครั้งต่อนาทีทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอแต่ในผู้ที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation นั้น คลื่นไฟฟ้าจะเกขึ้นจากหัวใจห้องห้องบนส่วนอื่น (หรือจากเส้นเลือดดำข้างเคียง) ทำให้มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดจังหวะ

นายแพทย์ John Miller ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาคลื่นไฟฟ้าที่โรงพยาบาล Indiana University Health ใน Indianapolis กล่าวว่า การมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วถึง 400-600 ครั้งต่อนาทีได้ โดยตัวควบคุมสัญญาณไฟฟ้าที่เรียว่า atrioventricular node ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันการเต้นที่ผิดจังหวะไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ทำให้หัวใจห้องล่างมีการบีบตัวและเต้นผิดปกติ ทำให้เกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation และเนื่องจากหัวใจห้องล่างไม่สามารถบีบตัวได้อย่างเหมาะสม ทำให้เลือดไม่สามารถสูบฉีดออกจากหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพอาจเกิดการคั่งอยู่ภายในหัวใจซึ่งอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดได้

ภาวะแทรกซ้อนของการมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

ภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้มี 2 อย่างหลักๆ คือ การเกิดลิ่มเลือดและหัวใจวาย ลิ่มเลือดเกิดจากการที่มีเลือดไม่มีการเคลื่อนที่ จะมีแนวโน้มกลายเป็นลิ่มหัวใจวายเกิดจากการที่หัวใจไม่สามารถบีบตัวได้อ่างมีประสิทธิภาพและค่อยๆ อ่อนแอลงเรื่อยๆ อาการของการมีหัวใจวาย ประกอบด้วย อ่อนเพลีย หายใจลำบาก และบวม ซึ่งเกิดจากการที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นและอ่อนแอลง

โรคเส้นเลือดสมองอุดตันและคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

ผู้ที่เป็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation จะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตันได้และข้อมูลจากสมาคมโรคเส้นเลือดสมองอุดตันแห่งชาติพบว่าผู้ป่วยมากกว่า 70% ที่มี คลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation และเป็นเส้นเลือดสมองอุดตันจะเสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดสมองอุดตัน

การมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ทำให้หัวใจห้องบนมีการสั่นแทนที่จะบีบตัวสม่ำเสมอและไม่สามารถสูบฉีดเอาเลือดทั้งหมดเข้าสู่หัวใจห้องล่างได้ ทำให้เกิดการคั่งของเลือดในหัวใจห้องบน ซึ่งทำให้เกิดลิ่มเลือด โรคเส้นเลือดสมองอุดตันสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อลิ่มเลือดออกจากหัวใจและเข้าไปอุดตันในสมอง มีผู้ป่วยโรคเส้นเลือดสมองอุดตันประมาณ 15% ที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

ความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตันจะเพิ่มขึ้นหากมีความเสี่ยงอย่างน้อย 1 ข้อ ต่อไปนี้

  • หัวใจวาย
  • ความดันโลหิตสูง
  • อายุมากกว่า 75 ปี
  • เป็นเบาหวาน
  • เคยมีเส้นเลือดสมองอุดตันมาก่อน

เพศอาจเป็นปัจจัยหนึ่งได้แต่ถึงแม้ว่าจะพบว่ามีผู้ชายที่เป็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation มากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงมักจะเกิดเส้นเลือดสมองอุดตันมากกว่า หากคุณมีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตัน แพทย์อาจให้คุณรับประทานยาละลายลิ่มเลือดเช่น Coumadin (Warfarin) ซึ่งพบว่าสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตันได้ 80% อย่างไรก็ตามการรับประทานยาละลายลิ่มเลือดอาจทำให้มีเลือดออกได้โดยเฉพาะ ถ้าคุณมีปัญหาด้านเลือดออกอยู่เดิมดังนั้นผู้ป่วยที่รับประทานยา Coumadin จึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจติดตามด้วย การเจาะเลือดอย่างสม่ำเสมอและรับประทานยาในระดับที่เหมาะสมที่สามารถช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด และไม่ได้มากเกินไปจนทำให้เลือดออก

นายแพทย์ Saliba ได้กล่าวอีกว่ามียาในกลุ่มใหม่ เช่น Pradaxa (dabigatran) และ Xarelto (rivaroxaban) ที่สามารถป้องกันการเกินเส้นเลือดในสมองอุดตันได้พอๆ กับยา Coumadin และไม่จำเป็นต้องติดตามการรักษาควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่รับประทานอยู่ก่อนที่จะเริ่มใช้ยาและควรปรึกษาถึงความปลอดภัยในการใช้ยาละลายลิ่มเลือดกับตัวคุณ หากไม่ปลอดภัยอาจมีหัตถการอื่นที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดในสมองอุดตัน ซึ่งจะทำให้ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาต้านการแข็งตัวในระยะยาว

ภาวะแทรกซ้อนอื่นของการมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

มีงานวิจัยพบความสัมพันธ์ที่อาจเกี่ยวข้องกันระหว่างการมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation กับโรคสมองเสื่อม โดยงานวิจัยล่าสุดจาก Intermountain Medical Center ในเมือง Murray รัฐ Utah แสดงถึงความเกี่ยวข้องกันของการเกิดโรคสมองเสื่อมในผู้ป่วยที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation โดยเป็นการซึกษาผู้ป่วย 37,000 คนและพบว่าผู้ป่วยที่เป็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation มีแนวโน้มในการเกิดโรคสมองเสื่อมได้มากกว่าผู้ที่ไม่มีประมาณ 44% และในผู้ที่เป็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ที่อายุน้อยกว่า 70 ปี จะมีแนวโน้มที่จะเกิดโรค Alzheimer’s ได้มากกว่าปกติ 130% แต่นายแพทย์ Miller ได้แสดงความเห็นว่าการศึกษาดังกล่าวไม่ได้บอกว่าการเป็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation จะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคสมองเสื่อม เป็นเพียงแค่ว่ามีความสัมพันธ์กันเท่านั้น โดยเขาคิดว่าในผู้ป่วยที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation อาจมีเส้นเลือดในสมองอุดตันโดยไม่มีอาการได้ ซึ่งการมีเส้นเลือดในสมองอุดตันเหล่านี้อาจทำให้เกิดการทำลายสมองและมีลักษณะคล้ายโรค Alzheimer ได้

การหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนของการมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตันและวิธีในกรลดปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว รายละเอียดต่อไปนี้เป็นแนวทางการปรับพฤติกรรมที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตันและทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

  • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสมและออกกำลังกายสม่ำเสมอสามารถสอบถามแพทย์ได้ว่าการทำกิจกรรมแบบไหนที่เหมาะสมกับคุณ
  • ป้องกันการมีความดันโลหิตสูงและ cholesterol สูง
  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ
  • จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์และคาเฟอีนหาก 2 อย่างนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation
  • เลิกบุหรี่
  • รับประทานยาที่ใช้รักษาภาวะนี้สม่ำเสมอ

แม้ว่าจะเป็นช่วงที่ไม่มีอาการก็ตาม ไม่ควรจำกัดการทำกิจกรรมของร่างกาย แค่เพราะว่ามีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation และการรักษาคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ที่เหมาะสมจะสามารถทำให้ไม่มีอาการของโรคได้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อาการคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่