การตั้งครรภ์

ไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สาม นับว่าเป็นช่วงเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น คุณก็จะให้กำเนิดทารกตัวน้อยๆ ของคุณ แต่ช่วงนี้ก็ถือเป็นช่วงหนึ่งของการตั้งครรภ์ที่ท้าทายที่สุดเช่นกัน

 ในบทความนี้จะกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ ทั้งอาการที่ถือว่าปกติ และอาการที่อาจจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ 

การเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

ปวดหลัง

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เกิดแรงกดไปที่หลัง ทำให้รู้สึกเจ็บและปวดได้ คุณยังอาจรู้สึกถึงความสบายตัวที่บริเวณกระดูกเชิงกรานและสะโพกของคุณ เพราะว่าเส้นเอ็นบริเวณนั้นมีการคลายตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดลูก ในการลดแรงกดไปที่หลังของคุณ แนะนำให้ฝึกท่าทางของร่างกายให้เหมาะสม โดยการนั่งหลังตรงและนั่งบนเก้าอี้ที่รองรับส่วนหลังได้เป็นอย่างดี การนอนหลับตอนกลางคืน ให้นอนตะแคงข้างโดยให้วางหมอนไว้ระหว่างขา สวมรองเท้าส้นเตี้ย สวมใส่สบาย และรองรับน้ำหนักตัวได้เป็นอย่างดี ในการบรรเทาอาการปวดหลัง ให้ใช้การประคบร้อน และให้สอบถามแพทย์ก่อนว่าคุณสามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้หรือไม่

เลือดออกทางช่องคลอด

เลือดออกทางช่องคลอด บางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะร้ายแรง ได้แก่ ภาวะรกเกาะต่ำ (placenta previa), ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (placental abruption) คือรกแยกตัวออกจากผนังมดลูก หรือ การคลอดก่อนกำหนด (preterm labor) ดังนั้นให้ไปพบแพทย์ทันทีที่พบว่ามีเลือดออกทางช่องคลอด

เจ็บครรภ์หลอก (Braxton-Hicks Contractions)

คุณอาจรู้สึกถึงอาการบีบตัวเล็กน้อย ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมของมดลูกสำหรับการคลอดจริงที่กำลังจะมาถึงในอนาคต อาการเจ็บครรภ์หลอก หรือ Braxton-Hicks Contractions มักจะไม่แรงเท่ากับการบีบตัวของมดลูกขณะคลอดจริง เพียงแต่อาจจะรู้สึกหลายครั้ง สิ่งที่แตกต่างที่สำคัญคือ การคลอดจริงจะรู้สึกถึงแรงบีบตัวที่มากกว่า และมากถึงเรื่อยๆ  หากคุณมีอาการหน้าแดง และหายใจไม่ออกภายหลังอาการบีบตัวนี้ หรือเป็นอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำ แนะนำให้ไปพบแพทย์  

หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น

เมื่อสิ้นสุดการตั้งครรภ์ หน้าอกจะใหญ่ขึ้นประมาณ 0.90 กิโลกรัม โดยในช่วงนี้ให้สวมใส่ยกทรงที่รองรับหน้าอกได้เป็นอย่างดี หากใกล้วันครบกำหนดคลอด คุณอาจเริ่มสังเกตเห็นของเหลวสีเหลืองออกมาจากหัวนมของคุณ เราเรียกของเหลวนี้ว่า น้ำนมเหลือง (colostrum) ซึ่งเป็นแหล่งของสารอาหารสำหรับทารกในช่วงไม่กี่วันแรกหลังคลอด

ตกขาว

คุณอาจเห็นตกขาวทางช่องคลอดในช่วงไตรมาสที่สามนี้ หากตกขาวที่เกิดขึ้นที่ช่วงนี้มีมากเกินไปจนซึมผ่านกางเกงในของคุณ แนะนำให้ไปพบแพทย์ เมื่อใกล้วันครบกำหนดคลอด คุณอาจเห็นตกขาวเหนียว, ใส, หรือมีเลือดปนมากับตกขาว ซึ่งสิ่งที่เห็นนี่คือมูกปากมดลูกที่หลุดออกมา ซึ่งเป็นสัญญาณของปากมดลูกที่คลายตัวเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด หากคุณพบน้ำคร่ำไหลอย่างกะทันหัน นั่นหมายความว่าน้ำคร่ำแตกแล้ว (ประมาณ 8 % ของหญิงตั้งครรภ์จะมีน้ำคร่ำแตกก่อนที่มีจะมีการบีบตัวเกิดขึ้น) หากพบว่าน้ำคร่ำแตก ให้ไปพบแพทย์ทันทีให้ไวที่สุด

อาการอ่อนเพลีย

แม้ว่าในช่วงไตรมาสที่สองคุณจะรู้สึกดีขึ้น รู้สึกมีเรี่ยวแรง แต่อาการอ่อนเพลียจะกลับมาอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่สามนี้เอง น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น การตื่นกลางดึกหลายครั้งเพื่อไปเข้าห้องน้ำ และการจัดการกับความวิตกกังวลในการเตรียมตัวสำหรับทารกที่กำลังจะเกิด สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อระดับพลังงานของหญิงตั้งครรภ์ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย แนะนำให้รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกมีพละกำลังมากขึ้น หากคุณรู้สึกอ่อนเพลีย แนะนำให้ลองงีบหลักสักครู่หนึ่ง หรืออย่างน้อยให้นั่งลง และผ่อนคลายซักครู่หนึ่ง

ปัสสาวะบ่อย

ในตอนนี้ทารกของคุณจะตัวใหญ่ขึ้นมาก โดยทารกอาจจะมีการกลับหัวลงมาที่บริเวณกระเพาะปัสสาวะของคุณ แรงกดที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้คุณรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำบ่อยครั้งขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน คุณอาจพบปัสสาวะเล็ดราดขณะไอ จาม หัวเราะ หรือออกกำลังกายได้ สำหรับการลดแรงกดที่เกิดขึ้นและป้องกันไม่ให้ปัสสาวะเล็ดราด แนะนำให้เข้าห้องน้ำทุกครั้งที่รู้สึกปวดปัสสาวะและปัสสาวะให้สุดในแต่ละครั้งที่ปัสสาวะ ให้หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำทันทีก่อนนอน เพื่อลดโอกาสการเข้าห้องน้ำกลางดึก สวมใส่ผ้าอนามัยเพื่อดูดซับปัสสาวะเล็ดราดที่อาจเกิดขึ้น หากคุณรู้สึกเจ็บ แสบขณะปัสสาวะ แนะนำให้ไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ 

แสบร้อนกลางอก และ ท้องผูก

อาการทั้งสองนี้เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน โดยฮอร์โมนนี้จะไปคลายกล้ามเนื้อบางส่วนของร่างกาย ได้แก่ กล้ามเนื้อหูรูดที่หลอดอาหาร ซึ่งปกติหูรูดจะหดตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาหารและกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร และไปคลายกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร ในการบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก แนะนำให้รับประทานอาหารให้บ่อยครั้ง แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ และหลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด และอาหารรสจัด สำหรับอาการท้องผูก แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีใยอาหารมาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น  ถ้าอาการแสบร้อนกลางอกหรืออาการท้องผูกรบกวนคุณมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ว่ามียาใดบ้างที่สามารถใช้บรรเทาอาการได้อย่างปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์

ริดสีดวงทวารหนัก

ริดสีดวงทวารหนักคือเส้นเลือดขอดชนิดหนึ่ง คือมีการบวมของเส้นเลือดรอบๆ ทวารหนัก เส้นเลือดดำนี้จะใหญ่ขึ้นระหว่างตั้งครรภ์เพราะว่ามีเลือดจำนวนมากไหลผ่าน และเกิดจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มแรงกดที่บริเวณนี้ ในการบรรเทาอาการคันและอาการเจ็บปวด ไม่สบายตัวที่เกิดขึ้น แนะนำให้ลองนั่งแช่ในน้ำอุ่น สำหรับการใช้ยารักษาให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเกี่ยวกับการใช้ยาทาชนิดขี้ผึ้ง หรือการใช้ยาระบายชนิด stool softener

หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก

เมื่อมดลูกขยายตัวขึ้น จะขยายขึ้นด้านบน จนกว่าจะอยู่ใต้ต่อกระดูกซี่โครง ทำให้พื้นที่ว่างสำหรับปอดนั้นลดลง ทำให้เกิดความดันเพิ่มขึ้นที่ปอด ทำให้หายใจลำบาก การออกกำลังกายสามารถช่วยเรื่องการหายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบากได้ คุณยังสามารถทดลองนอนหนุนหัวและหัวไหล่ไว้ใต้หมอนขณะนอนหลับเพื่อช่วยเรื่องนี้ได้

มองเห็นเส้นเลือดฝอย spider vein และเส้นเลือดขอด

ระหว่างการตั้งครรภ์ ระบบไหลเวียนเลือดจะส่งเลือดไปยังทารกที่กำลังเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเลือดส่วนเกินจะทำให้เห็นเป็นเส้นเลือดฝอยรวมกันเป็นกลุ่มสีแดง มองเห็นที่ผิวหนัง หรือเรียกว่า spider veins โดย spider veins อาจมีอาการแย่ลงในไตรมาสที่สามได้แต่จะค่อยๆ หายไปเมื่อคลอดลูกแล้ว

แรงกดที่ขาที่มาจากการเติบโตของทารกอาจทำให้เส้นเลือดที่ขาบวมและมองเห็นเป็นสีน้ำเงินหรือสีม่วงที่เส้นเลือด เราเรียกว่า เส้นเลือดขอด แม้ว่าคุณจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดเส้นเลือดขอดได้ แต่คุณสามารถป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงได้ โดยการ

  • เคลื่อนไหวร่างกายตลอดวัน
  • สวมถุงน่องชนิดพิเศษเพื่อประคองเส้นเลือดดำ
  • ยกขาวางไว้บนเก้าอี้เมื่อต้องนั่งเป็นเวลานาน

เส้นเลือดขอดควรจะมีอาการดีขึ้นภายในไม่กี่เดือนหลังคลอดลูกแล้ว

บวม

ในช่วงเวลานี้ คุณอาจรู้สึกว่าแหวนของคุณคับแน่นขึ้น และอาจสังเกตเห็นข้อเท้าและใบหน้าของคุณบวมขึ้น อาการบวมเล็กน้อยนี้เป็นผลมาจากของเหลวส่วนเกินคั่งในร่างกาย (บวม) ในการลดอาการบวม ให้วางเท้าบนเก้าอี้ หรือกล่อง ตลอดเวลาที่คุณนั่ง และนอนยกขาสูงขณะนอนหลับ ถ้าคุณมีอาการบวมอย่างกะทันหัน ให้ไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนอันตรายขณะตั้งครรภ์

น้ำหนักขึ้น

น้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มในช่วงไตรมาสที่สามคือ 0.2 – 0.45 กิโลกรัม ต่อสัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดการตั้งครรภ์ ควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 11.3 – 15.8 กิโลกรัม  (แพทย์อาจแนะนำปริมาณน้ำหนักที่ควรเพิ่มระหว่างตั้งครรภ์มากหรือน้อยกว่านี้ ถ้าก่อนหน้าตั้งครรภ์คุณมีน้ำหนักตัวน้อยหรือมากกว่ามาตรฐาน) น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์จะมาจากน้ำหนักทารก, น้ำหนักรก, น้ำหนักของน้ำคร่ำ, เลือดและของเหลวในร่างกายที่เพิ่มมากขึ้น, และเนื้อเยื่อเต้านมที่เพิ่มขึ้น หากดูเหมือนว่าทารกจะมีขนาดตัวที่เล็กหรือใหญ่เกินไป โดยการสังเกตจากหน้าท้องของคุณ แพทย์จะตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูว่าการเติบโตของทารกในครรภ์เป็นไปอย่างเหมาะสมหรือไม่

สัญญาณเตือนที่ต้องไปพบแพทย์ทันที

อาการต่อไปนี้อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติขณะตั้งครรภ์ได้ อย่ารอที่จะไปพบแพทย์ตามที่นัด แต่ให้ไปพบแพทย์ทันทีถ้าคุณมีอาการดังต่อไปนี้:

  • ปวดท้อง หรือเป็นตะคริวอย่างรุนแรง
  • คลื่นไส้หรืออาเจียนรุนแรง
  • เลือดออก
  • เวียนศีรษะอย่างรุนแรง
  • เจ็บ แสบ ขณะปัสสาวะ
  • น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็วเกินไป (มากกว่า 2.9 กิโลกรัมต่อเดือน) หรือน้ำหนักตัวเพิ่มน้อยเกินไป

 https://www.webmd.com/baby/guide/third-trimester-of-pregnancy#1  

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด