Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของคะน้า ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพและข้อควรระวัง

ผักสีเขียวเข้ม กรุบกรอบ ที่กินได้ทั้งต้น และได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,385,355 คน

ประโยชน์ของคะน้า ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพและข้อควรระวัง

คะน้า เป็นผักใบเขียวอีกชนิดที่เราคุ้นเคย ไม่ว่าจะกินแบบสดๆ ในเมนูยำคะน้ากุ้งสด   เป็นเครื่องจิ้ม เครื่องเคียงในน้ำพริก - หมูมะนาว  หรือจะกินแบบสุกๆ ในเมนูสารพัดผัดผักยอดฮิต เช่น คะน้าหมูกรอบ  คะน้าปลาเค็ม  คะน้าน้ำมันหอย   แม้แต่อาหารจานด่วน เช่น ราดหน้า  ผัดซีอิ๊ว  ข้าวผัดต่างๆ  ก็นิยมใช้คะน้าเป็นวัตถุดิบด้วยเช่นกัน  นอกจากจะเป็นผักที่หาซื้อได้ง่ายแล้วยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมายที่รู้แล้วต้องร้อง "อู้หู"    

รู้จักคะน้า

คะน้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica oleracea L. จัดอยู่ในวงศ์ผักกาด  คะน้าเป็นผักที่มีต้นกำเนิดในทวีปเอเชีย นิยมปลูกมากในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย และไทย  ลักษณะทั่วไปลำต้นตั้งตรง แข็งแรง อวบใหญ่สีเขียวนวล สูง 20-30 เซนติเมตร  ใบจะแตกออกจากลำต้นเรียงสลับกัน  ผิวใบมีลักษณะเป็นคลื่น ผิวมัน สีเขียวอ่อนถึงเขียวแก่ ยอดมีลักษณะเป็นใบอ่อนขนาดเล็ก 2-3 ใบ  นอกจากนี้ใบะน้ายังมีหลายลักษณะแตกต่างไปตามสายพันธุ์  สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกได้แก่ พันธุ์ใบกลม พันธุ์ใบแหลม และพันธุ์ยอด หรือก้าน  

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
คุณมีวิตามินไหนมากไปหรือน้อยไป ตรวจวิตามินได้วันนี้

น้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็ส่งผลเสีย แถมเปลือง รู้กันไปเลยดีกว่าว่าต้องการตัวไหนเท่าไหร่ เพื่อสุขภาพดีเต็ม 100

Istock 989108042

การใช้ประโยชน์ของคะน้ามักจะนำส่วนของลำต้น ก้านใบ และใบมาประกอบอาหาร สามารถกินได้ตั้งแต่ต้นยังมีขนาดเล็กจนกระทั่งออกดอก สารสีเขียวในผักคะน้ามีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดมะเร็ง ช่วยให้เซลล์ทำงานดีขึ้น ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย กำจัดสารพิษตกค้าง และช่วยลดอาการภูมิแพ้ต่างๆ นอกจากสารสีเขียวแล้ว ผักคะน้ายังมีคุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย  

คุณค่าทางโภชนาการ

คะน้าดิบปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 31 กิโลแคลอรี และประกอบด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

น้ำ 92.1 กรัม  โปรตีน 2.7 กรัม  ไขมัน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 3.8 กรัม  เส้นใย 1.6 กรัม  

แคลเซียม 245 มิลลิกรัม  ฟอสฟอรัส 80 มิลลิกรัม  ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม  เบต้า-แคโรทีน 2512 ไมโครกรัม วิตามินเอ 419 iu.  

วิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม   วิตามินบี 2 0.08 มิลลิกรัม ไนอะซิน 1.0 มิลลิกรัม วิตามินซี 147 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของคะน้า

คะน้าเป็นแหล่งรวมแร่ธาตุ วิตามิน และสารอาหารมากมายโดยเฉพาะส่วนยอดของคะน้าสดที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและเกลือแร่  คะน้ายังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกหลายอย่าง 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
คุณมีวิตามินไหนมากไปหรือน้อยไป ตรวจวิตามินได้วันนี้

น้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็ส่งผลเสีย แถมเปลือง รู้กันไปเลยดีกว่าว่าต้องการตัวไหนเท่าไหร่ เพื่อสุขภาพดีเต็ม 100

Istock 989108042

1. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

คะน้าอุดมไปด้วยวิตามินเอซึ่งมีคุณสมบัติต้านการเกิดเซลล์มะเร็งและยังช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย  ลดโอกาสเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ และช่วยลดความเสี่ยงอาการเจ็บป่วยโดยรวมได้  การกินคะน้าเป็นประจำจะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร ปอด และเต้านม

2ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง

คะน้าช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง เนื่องจากเป็นผักที่มีธาตุเหล็กและฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างการสร้างเม็ดเลือดแดงจึงมีส่วนสำคัญในการบำรุงเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังเป็นสารอาหารที่เป็นส่วนประกอบของการสร้างกล้ามเนื้อและบำรุงเนื้อเยื่อต่างๆ

3ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก

คะน้ามีสารลูทีน (Lutein) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในเลนส์ตา การกินคะน้าจึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจกลงได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับคนไม่ได้กิน

4ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

คะน้ามีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงให้กระดูกและฟันแข็งแรง จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนหรือเสื่อมในผู้สูงอายุ และยังมีสารอิเล็กโทรไลต์ที่ช่วยเสริมการทำงานขฮงแคลเซียมให้ทำงานเป็นปกติขึ้น พบว่า การกินคะน้า 1 ถ้วย = ดื่มนม 1 แก้ว  ดังนั้นถ้าไม่ดื่มนมก็มากินคะน้ากันเถอะ

5ช่วยบำรุงผิวพรรณ

คะน้ามีวิตามินซีช่วยบำรุงผิวพรรณและมีส่วนช่วยเสริมสร้างให้เนื้อเยื่อมีความชุ่มชื้นมากขึ้น

6. ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์

คะน้ามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานในกับร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อต่างๆ และทำให้มีสุขภาพแข็งแรง

7. ลดอาการไมเกรน

ผักคะน้ามีแมกนีเซียมสูง ซึ่งช่วยลดความถี่ของการเกิดอาการไมเกรนลงได้

8. ปรับสมดุลของฮอร์โมน

ช่วยรักษาสมดุลของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยลดอาการหงุดหงิด และอารมณ์แปรปรวนในสตรีช่วงมีประจำเดือนได้

ไอเดียการกินการใช้คะน้าเพื่อสุขภาพ

1.สามารถทำอาหารเป็นเมนูได้หลากหลายเมนู เช่น

  • ผัดคะน้าหมูกรอบ
  • ผัดผักคะน้า
  • ยำก้านคะน้า
  • ต้มจับฉ่าย
  • คะน้าไก่กรอบ
  • คะน้าปลาเค็ม
  • คะน้าเห็ดหอม
  • คะน้าปลากระป๋อง
  • ข้าวผัดคะน้า เป็นต้น

2. ทำน้ำคะน้าเพื่อสุขภาพ

วิธีทำ ล้างใบคะน้าให้สะอาด นำใบคะน้ามาหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดพอเหมาะแล้วใส่ในเครื่องปั่น เติมน้ำต้มสุกลงไปครึ่งหนึ่งแล้วปั่นจนละเอียด นำผ้าขาวบางมากรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อม เกลือ และมะนาวลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติตามใจชอบ 

ข้อควรระวัง

1. ไม่ควรรับประทานคะน้าแบบดิบ เพราะคะน้ามี สารกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งอยู่ในกลุ่มสารที่ขัดขวางการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนไปใช้สร้างฮอร์โมนธัยรอกซินได้น้อยกว่าปกติ หรือทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำยิ่งขึ้น การได้รับคะน้าในปริมาณมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ร่างกายขาดแร่ธาตุไอโอดีน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคคอพอก และยังไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์อีกด้วย  ควรนำปรุงคะน้าให้สุกก่อนรับประทานเพื่อลดปริมาณสารกอยโตรเจนลง 

2. การปลูกคะน้า นิยมมีการใช้สารเคมี หรือยาฆ่าแมลง และโลหะหนัก เช่น แคดเมียม  ยิ่งถ้าเป็นต้นอ่อน ยิ่งมีโอกาสปนเปื้อนได้มาก ซึ่งจะเป็นพิษต่อตับในไตได้ ดังนั้นก่อนนำคะน้ามาประกอบอาหารให้เด็ดผักออกเป็นใบๆ ใส่ตะแกรงโปร่งเปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ใช้มือช่วยคลี่ใบผักและถูไปมาบนผิวใบของคะน้านานประมาณ 2 นาที หรือจะใช้สารละลายอื่นๆ ช่วยล้างก็จะดีมาก เช่น น้ำยาล้างผัก น้ำส้มสายชู เกลือละลายน้ำ เป็นต้น 
     


ที่มาของข้อมูล

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร, CRUCIFERAE (BRASSICACEAE) Brassicaalboglabra (http://www.medplant.mahidol.ac.th/pharm/botanic.asp?bc=1064&kw=%BC%D1%A1%A4%D0%B9%E9%D2*)

Antioxidant and anticancer activities of Brassica rapa : a review (https://medcraveonline.com/MOJBM/MOJBM-03-00094)

Composition and antioxidant activity of kale (ฺBrassica L.varacephala) raw and cooked. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22744944)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป