แผลในทางเดินอาหาร (Peptic Ulcer) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 13, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

จริงหรือไม่กับความเชื่อที่ว่า แผลเพปติกเกิดจากการกินอาหารรสจัดและความเครียด

แผลเพปติก (peptic ulcer) หรือที่เรารูจักกันในชื่อ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร คำว่า "เพปติก" (peptic) แปลว่า "กรด" ดังนั้น "แผลเพปติก" (peptic ulcer) จึงมีความหมายตรงตัวว่า "แผลที่เกิดจากกรด" นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ชื่อของแผลดังกล่าวได้ถูกตั้งขึ้นภายใต้ความเชื่อเดิมที่ว่า กรดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร แต่วิทยาการปัจจุบันทำให้เราทราบถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของแผลชนิดนี้ ดังนั้น การใช้ชื่อว่า "แผลที่เกิดจากกรด" จึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้

ชนิดของแผลในทางเดินอาหาร

แผลในทางเดินอาหาร ชนิดที่พบบ่อยที่สุด คือ

  • แผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcers) : เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นที่ผนังภายในของกระเพาะอาหาร
  • แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal Ulcers) : เกิดขึ้นที่ผนังภายในของลำไส้เล็กส่วนต้นที่ต่อออกมาจากกระเพาะอาหาร 
  • แผลในหลอดอาหาร (Esophageal Ulcers) : เป็นแผลชนิดที่เกิดภายในหลอดอาหาร ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างคอและกระเพาะอาหาร

ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถมีแผลได้มากกว่า 1 ชนิดในเวลาเดียวกัน

สาเหตุของแผลในทางเดินอาหาร

ในอดีตเราเชื่อกันว่าแผลเพปติกมีสาเหตุมาจากการกินอาหารรสจัดหรือความเครียด แต่วงการแพทย์ในปัจจุบันไม่ได้เชื่อเช่นนั้น สาเหตุหลักของแผลเพปติก มีดังต่อไปนี้

  • เชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไลน์ (Helicobacter pylori) เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร
  • ยาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ เอ็นเสด (Non-steroidal anti-inflammatory drugs หรือ NSAIDs) เช่น ยาแอสไพริน (aspirin), ไอบูโพรเฟน (ibuprofen), นาพร็อกเชน (naproxen)

ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคแผลเพปติกควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยากลุ่มนี้และเลือกใช้ยาแก้ปวดที่มีตัวยาอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) หรือที่เรียกกันว่า ยาพาราเซตามอล (paracetamol) เพื่อบรรเทาอาการปวดแทน เพราะไม่ใช่ยาในกลุ่ม NSAIDs และไม่มีส่วนผสมของยาแอสไพริน

อาการแสดงของภาวะแผลในทางเดินหาร

มีคนจำนวนมากที่ไม่แสดงอาการของการมีแผลในกระเพาะอาหารนี้ อย่างไรก็ตาม อาการแสดงที่มักพบได้บ่อยที่สุด คือ อาการปวดท้องส่วนบน โดยอาการปวดนี้อาจจะ

  • ร้าวจากสะดือขึ้นมาถึงใต้ลิ้นปี่
  • อาการปวดแย่ลงเมื่อท้องว่าง
  • อาการดีขึ้นชั่วคราวเมื่อได้ทานอาหารบางชนิด หรือการทานยาเคลือบกระเพาะหรือยาลดกรด
  • อาการเป็นมากขึ้นตอนกลางคืน
  • อาการเป็นๆ หายๆ เป็นวันหรือเป็นสัปดาห์

อาการแสดงอื่นๆ ประกอบไปด้วย

  • คลื่นไส้
  • อาเจียนเป็นเลือดสดหรือเลือดสีแดงคล้ำ
  • แน่นท้องหรือท้องอืด
  • ถ่ายเป็นเลือดสด สีดำ หรือเป็นยางมะตอย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เบื่ออาหาร

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

แผลเหล่านี้อาจทำให้เกิดเลือดออกอย่างช้าๆ หรือรวดเร็วมากจนทำให้เกิดภาวะช็อกที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ บางครั้งผู้ป่วยอาจไม่ทันสังเกตภาวะเลือดออกที่เกิดขึ้นจนกระทั่งเริ่มมีภาวะซีด ซึ่งเกิดจากการขาดเหล็ก นำไปสู่การขาดเม็ดเลือดแดง โดยภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเสียเลือดที่ละน้อย แต่เป็นระยะเวลานาน เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีภาวะซีด อาจมีอาการอ่อนเพลีย หายใจลำบาก และมีสีผิวซีดลงได้

การเสียเลือดอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดอาการ ดังต่อไปนี้

  • ถ่ายเป็นสีดำ เหนียว หรือเป็นเลือดสด
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • เวียนศีรษะ

หากคุณรู้สึกว่ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ควรรีบพบแพทย์ทันที

การรักษาแผลในทางเดินอาหาร

แนวทางการรักษาแผลเพปติกขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดแผล การรักษาที่นิยมใช้คือการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไลน์ (Helicobacter pylori) ร่วมกับการให้ยาลดกรดเพื่อลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารและช่วยลดปวด ยาลดกรดกลุ่มยับยั้งโปรตอน หรือ พีพีไอ (Proton pump inhibitors หรือ PPIs) เป็นยาที่ช่วยยับยั้งการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้แผลเพปติกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ยาในกลุ่มนี้ ประกอบด้วย

  • Omeprazole (Prilosec, Zegerid)
  • Lansoprazole (Prevacid)
  • Rabeprazole (Aciphex)
  • Pantoprazole (Protonix)
  • Esomeprazole (Nexium)

ยาลดกรด หรือยาในกลุ่ม H2-Blockers เป็นยาช่วยลดกรดและช่วยลดอาการปวด ประกอบด้วย

  • Cimetidine (Tagamet)
  • Ranitidine (Zantac)
  • Famotidine (Pepcid)
  • Nizatidine (Axid)

นอกจากนั้น ยาในกลุ่มนี้ยังเป็นยาในกลุ่ม Cytoprotective Agents หรือยาที่ช่วยป้องกันผนังของกระพาะและลำไส้ทำให้ช่วยลดอาการแสดงของแผลได้

ภาวะฉุกเฉินของแผลในทางเดินอาหาร

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากแผลเพปติค มักเป็นภาวะรุนแรงและอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ โดยผลข้างเคียงที่พบได้ คือ

  • การที่แผลในทางเดินอาหารทำให้เกิดการฉีกขาดของหลอดเลือดและทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หลอดอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น
  • การที่แผลในทางดินอาหารทะลุกระเพาะอาหารหรือลำไส้ออกมา
  • การเกิดแผลเป็นจากแผลในทางเดินอาหารที่ทำให้การย่อยอาหารแย่ลง

อาการแสดงที่บ่งบอกถึงภาวะฉุกเฉินเหล่านี้ คือ

  • มีเลือดสีแดงหรือดำคล้ำปนในอุจจาระ
  • อาเจียนเป็นเลือดสดหรือเป็นสีดำคล้ายกาแฟ
  • อาการปวดเป็นมากขึ้น
  • อ่อนแรง
  • ซึมสับสน
  • ท้องอืดมาก

หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักมีอาการดังกล่าว ควรรีบพาไปพบแพย์ทันที

อาหารและการดูแลรักษาแผลในทางเดินอาหารเมื่ออยู่ที่บ้าน

ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเอง และเปลี่ยนการดำเนินชีวิตเพื่อช่วยให้แผลในกระเพาะอาหานดีขึ้นได้ ดังนี้

  • ระมัดระวังการกินอาหาร : ในอดีต ผู้ป่วยที่มีแผลในระบบทางเดินอาหารจะถูกสอนให้ทานอาหารจืดทีละน้อย และดื่มนมให้มากๆ เพื่อช่วยในการรักษาแผล ในปัจจุบัน การแนะนำของแพทย์จะเปลี่ยนไปจากเดิม หากคุณรู้ว่ามีอาหารบางชนิดที่ทำให้อาการปวดเป็นมากขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงจนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้น ในอดีตที่การรับประทานอาหารรสจัดนั้นเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผล เราเชื่อว่าการดื่มนมจะสามารถช่วยรักษาแผลเหล่านี้ได้ ในความเป็นจริงแล้วนมอาจจะช่วยลดอาการของแผลที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถรักษาแผลเหล่านี้ให้หายไปได้ และที่น่าสนใจกว่านั้น คืออาหารรสจัดอาจมีผลในการป้องกันการเกิดแผลในทางเดินอาหารได้ มีการศึกษาหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ ที่พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารจีนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีส่วนประกอบของพริกหรือสาร Capsaicin น้อย เกิดแผลในทางเดินอาหารได้มากกว่ากลุ่มที่ทานอาหารมาเลย์หรืออาหารอินเดีย
     
  • หยุดสูบบุหรี่ : หากคุณสูบบุหรี่ นั่นหมายความว่าคุณได้ทำการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลในทางเดินอาหารเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นยังมีข้อมูลที่แสดงว่าแผลในทางเดินอาหารเหล่านี้จะหายช้ากว่าในกลุ่มผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ และยาที่ใช้ในการรักษาอาจได้ผลน้อยกว่า โดยที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนว่าทำไมการสูบบุหรี่จึงทำให้เกิดผลดังกล่าว
     
  • ระมัดระวังการใช้ NSAIDs : การใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น aspirin, ibuprofen และอื่นๆ เพื่อช่วยลดอาการปวดและลดไข้ อาจทำให้เกิดแผลในทางเดินอาหารได้หากใช้บ่อยเกินไป NSAIDs ยังขัดขวางการซ่อมแซมแผลอีกด้วย ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยาแก้ปวดระหว่างที่รอให้แผลในทางเดินอาหารเหล่านี้หายดี นอกจากนั้น อย่าลืมอ่านฉลากยาก่อนรับประทานทุกครั้ง เนื่องจากยาบางตัว เช่น ยาแก้ไอและยาลดไข้อาจมีส่วนผสมของ NSAIDs ร่วมด้วยได้ ซึ่งควรจะหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มนี้เช่นกัน Paracetamol เป็นยาที่ไม่ทำให้เกิดแผลในทางเดินอาหาร ดังนั้นจึงอาจพิจารณาใช้เป็นยาแก้ปวดทดแทนได้
     
  • ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : หยุดดื่มเหล้าและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเพิ่มเติมและช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมแผลให้หายได้ดีขึ้น
     
  • รับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยผักและผลไม้ : มีการศึกษาที่ทำการทบทวนงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดแผลในทางเดินอาหารที่แสดงว่าการกินอาหารที่มีเส้นใยมากจากผลไม้และผักจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลดังกล่าว นอกจากนั้น วิตามิน A ซึ่งพบได้ในผักจำนวนมากอาจมีประโยชน์ด้วยเช่นกัน
     
  • จัดการกับความเครียดของคุณ : ส่วนมากแผลในทางเดินอาหารเกิดการการติดเชื้อ H.pylori หรือการใช้ยา NSAIDs แต่มีผู้ป่วยบางส่วนที่การเกิดแผลเหล่านี้สัมพันธ์กับความเครียด แพทย์จำนวนมากจึงได้แนะนำวิธีคลายความเครียดให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ เช่นการทำโยคะ การออกกำลังกาย หรือการนวด

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ลูก5เดือนไม่ค่อยถ่าย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดท้องบ่อยๆๆ ตรงกระเพาะอาหาร ลำใส้
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แพ้ยาพาราทานไรได้บ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่