แผลในทางเดินอาหาร (Peptic Ulcer) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 425,913 คน

จริงหรือไม่กับความเชื่อที่ว่า แผลเพปติกเกิดจากการกินอาหารรสจัดและความเครียด

แผลเพปติก (peptic ulcer) หรือที่เรารูจักกันในชื่อ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร คำว่า "เพปติก" (peptic) แปลว่า "กรด" ดังนั้น "แผลเพปติก" (peptic ulcer) จึงมีความหมายตรงตัวว่า "แผลที่เกิดจากกรด" นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ชื่อของแผลดังกล่าวได้ถูกตั้งขึ้นภายใต้ความเชื่อเดิมที่ว่า กรดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร แต่วิทยาการปัจจุบันทำให้เราทราบถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของแผลชนิดนี้ ดังนั้น การใช้ชื่อว่า "แผลที่เกิดจากกรด" จึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

ชนิดของแผลในทางเดินอาหาร

แผลในทางเดินอาหาร ชนิดที่พบบ่อยที่สุด คือ

  • แผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcers) : เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นที่ผนังภายในของกระเพาะอาหาร
  • แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal Ulcers) : เกิดขึ้นที่ผนังภายในของลำไส้เล็กส่วนต้นที่ต่อออกมาจากกระเพาะอาหาร 
  • แผลในหลอดอาหาร (Esophageal Ulcers) : เป็นแผลชนิดที่เกิดภายในหลอดอาหาร ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างคอและกระเพาะอาหาร

ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถมีแผลได้มากกว่า 1 ชนิดในเวลาเดียวกัน

สาเหตุของแผลในทางเดินอาหาร

ในอดีตเราเชื่อกันว่าแผลเพปติกมีสาเหตุมาจากการกินอาหารรสจัดหรือความเครียด แต่วงการแพทย์ในปัจจุบันไม่ได้เชื่อเช่นนั้น สาเหตุหลักของแผลเพปติก มีดังต่อไปนี้

  • เชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไลน์ (Helicobacter pylori) เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร
  • ยาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ เอ็นเสด (Non-steroidal anti-inflammatory drugs หรือ NSAIDs) เช่น ยาแอสไพริน (aspirin), ไอบูโพรเฟน (ibuprofen), นาพร็อกเชน (naproxen)

ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคแผลเพปติกควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยากลุ่มนี้และเลือกใช้ยาแก้ปวดที่มีตัวยาอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) หรือที่เรียกกันว่า ยาพาราเซตามอล (paracetamol) เพื่อบรรเทาอาการปวดแทน เพราะไม่ใช่ยาในกลุ่ม NSAIDs และไม่มีส่วนผสมของยาแอสไพริน

อาการแสดงของภาวะแผลในทางเดินหาร

มีคนจำนวนมากที่ไม่แสดงอาการของการมีแผลในกระเพาะอาหารนี้ อย่างไรก็ตาม อาการแสดงที่มักพบได้บ่อยที่สุด คือ อาการปวดท้องส่วนบน โดยอาการปวดนี้อาจจะ

  • ร้าวจากสะดือขึ้นมาถึงใต้ลิ้นปี่
  • อาการปวดแย่ลงเมื่อท้องว่าง
  • อาการดีขึ้นชั่วคราวเมื่อได้ทานอาหารบางชนิด หรือการทานยาเคลือบกระเพาะหรือยาลดกรด
  • อาการเป็นมากขึ้นตอนกลางคืน
  • อาการเป็นๆ หายๆ เป็นวันหรือเป็นสัปดาห์

อาการแสดงอื่นๆ ประกอบไปด้วย

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01
  • คลื่นไส้
  • อาเจียนเป็นเลือดสดหรือเลือดสีแดงคล้ำ
  • แน่นท้องหรือท้องอืด
  • ถ่ายเป็นเลือดสด สีดำ หรือเป็นยางมะตอย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เบื่ออาหาร

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

แผลเหล่านี้อาจทำให้เกิดเลือดออกอย่างช้าๆ หรือรวดเร็วมากจนทำให้เกิดภาวะช็อกที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ บางครั้งผู้ป่วยอาจไม่ทันสังเกตภาวะเลือดออกที่เกิดขึ้นจนกระทั่งเริ่มมีภาวะซีด ซึ่งเกิดจากการขาดเหล็ก นำไปสู่การขาดเม็ดเลือดแดง โดยภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเสียเลือดที่ละน้อย แต่เป็นระยะเวลานาน เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีภาวะซีด อาจมีอาการอ่อนเพลีย หายใจลำบาก และมีสีผิวซีดลงได้

การเสียเลือดอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดอาการ ดังต่อไปนี้

  • ถ่ายเป็นสีดำ เหนียว หรือเป็นเลือดสด
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • เวียนศีรษะ

หากคุณรู้สึกว่ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ควรรีบพบแพทย์ทันที

การรักษาแผลในทางเดินอาหาร

แนวทางการรักษาแผลเพปติกขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดแผล การรักษาที่นิยมใช้คือการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไลน์ (Helicobacter pylori) ร่วมกับการให้ยาลดกรดเพื่อลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารและช่วยลดปวด ยาลดกรดกลุ่มยับยั้งโปรตอน หรือ พีพีไอ (Proton pump inhibitors หรือ PPIs) เป็นยาที่ช่วยยับยั้งการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้แผลเพปติกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ยาในกลุ่มนี้ ประกอบด้วย

  • Omeprazole (Prilosec, Zegerid)
  • Lansoprazole (Prevacid)
  • Rabeprazole (Aciphex)
  • Pantoprazole (Protonix)
  • Esomeprazole (Nexium)

ยาลดกรด หรือยาในกลุ่ม H2-Blockers เป็นยาช่วยลดกรดและช่วยลดอาการปวด ประกอบด้วย

  • Cimetidine (Tagamet)
  • Ranitidine (Zantac)
  • Famotidine (Pepcid)
  • Nizatidine (Axid)

นอกจากนั้น ยาในกลุ่มนี้ยังเป็นยาในกลุ่ม Cytoprotective Agents หรือยาที่ช่วยป้องกันผนังของกระพาะและลำไส้ทำให้ช่วยลดอาการแสดงของแผลได้

ภาวะฉุกเฉินของแผลในทางเดินอาหาร

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากแผลเพปติค มักเป็นภาวะรุนแรงและอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ โดยผลข้างเคียงที่พบได้ คือ

  • การที่แผลในทางเดินอาหารทำให้เกิดการฉีกขาดของหลอดเลือดและทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หลอดอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น
  • การที่แผลในทางดินอาหารทะลุกระเพาะอาหารหรือลำไส้ออกมา
  • การเกิดแผลเป็นจากแผลในทางเดินอาหารที่ทำให้การย่อยอาหารแย่ลง

อาการแสดงที่บ่งบอกถึงภาวะฉุกเฉินเหล่านี้ คือ

  • มีเลือดสีแดงหรือดำคล้ำปนในอุจจาระ
  • อาเจียนเป็นเลือดสดหรือเป็นสีดำคล้ายกาแฟ
  • อาการปวดเป็นมากขึ้น
  • อ่อนแรง
  • ซึมสับสน
  • ท้องอืดมาก

หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักมีอาการดังกล่าว ควรรีบพาไปพบแพย์ทันที

อาหารและการดูแลรักษาแผลในทางเดินอาหารเมื่ออยู่ที่บ้าน

ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเอง และเปลี่ยนการดำเนินชีวิตเพื่อช่วยให้แผลในกระเพาะอาหานดีขึ้นได้ ดังนี้

  • ระมัดระวังการกินอาหาร : ในอดีต ผู้ป่วยที่มีแผลในระบบทางเดินอาหารจะถูกสอนให้ทานอาหารจืดทีละน้อย และดื่มนมให้มากๆ เพื่อช่วยในการรักษาแผล ในปัจจุบัน การแนะนำของแพทย์จะเปลี่ยนไปจากเดิม หากคุณรู้ว่ามีอาหารบางชนิดที่ทำให้อาการปวดเป็นมากขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงจนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้น ในอดีตที่การรับประทานอาหารรสจัดนั้นเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผล เราเชื่อว่าการดื่มนมจะสามารถช่วยรักษาแผลเหล่านี้ได้ ในความเป็นจริงแล้วนมอาจจะช่วยลดอาการของแผลที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถรักษาแผลเหล่านี้ให้หายไปได้ และที่น่าสนใจกว่านั้น คืออาหารรสจัดอาจมีผลในการป้องกันการเกิดแผลในทางเดินอาหารได้ มีการศึกษาหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ ที่พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารจีนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีส่วนประกอบของพริกหรือสาร Capsaicin น้อย เกิดแผลในทางเดินอาหารได้มากกว่ากลุ่มที่ทานอาหารมาเลย์หรืออาหารอินเดีย
     
  • หยุดสูบบุหรี่ : หากคุณสูบบุหรี่ นั่นหมายความว่าคุณได้ทำการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลในทางเดินอาหารเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นยังมีข้อมูลที่แสดงว่าแผลในทางเดินอาหารเหล่านี้จะหายช้ากว่าในกลุ่มผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ และยาที่ใช้ในการรักษาอาจได้ผลน้อยกว่า โดยที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนว่าทำไมการสูบบุหรี่จึงทำให้เกิดผลดังกล่าว
     
  • ระมัดระวังการใช้ NSAIDs : การใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น aspirin, ibuprofen และอื่นๆ เพื่อช่วยลดอาการปวดและลดไข้ อาจทำให้เกิดแผลในทางเดินอาหารได้หากใช้บ่อยเกินไป NSAIDs ยังขัดขวางการซ่อมแซมแผลอีกด้วย ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยาแก้ปวดระหว่างที่รอให้แผลในทางเดินอาหารเหล่านี้หายดี นอกจากนั้น อย่าลืมอ่านฉลากยาก่อนรับประทานทุกครั้ง เนื่องจากยาบางตัว เช่น ยาแก้ไอและยาลดไข้อาจมีส่วนผสมของ NSAIDs ร่วมด้วยได้ ซึ่งควรจะหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มนี้เช่นกัน Paracetamol เป็นยาที่ไม่ทำให้เกิดแผลในทางเดินอาหาร ดังนั้นจึงอาจพิจารณาใช้เป็นยาแก้ปวดทดแทนได้
     
  • ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : หยุดดื่มเหล้าและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเพิ่มเติมและช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมแผลให้หายได้ดีขึ้น
     
  • รับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยผักและผลไม้ : มีการศึกษาที่ทำการทบทวนงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดแผลในทางเดินอาหารที่แสดงว่าการกินอาหารที่มีเส้นใยมากจากผลไม้และผักจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลดังกล่าว นอกจากนั้น วิตามิน A ซึ่งพบได้ในผักจำนวนมากอาจมีประโยชน์ด้วยเช่นกัน
     
  • จัดการกับความเครียดของคุณ : ส่วนมากแผลในทางเดินอาหารเกิดการการติดเชื้อ H.pylori หรือการใช้ยา NSAIDs แต่มีผู้ป่วยบางส่วนที่การเกิดแผลเหล่านี้สัมพันธ์กับความเครียด แพทย์จำนวนมากจึงได้แนะนำวิธีคลายความเครียดให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ เช่นการทำโยคะ การออกกำลังกาย หรือการนวด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ลูก5เดือนไม่ค่อยถ่าย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดท้องบ่อยๆๆ ตรงกระเพาะอาหาร ลำใส้
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แพ้ยาพาราทานไรได้บ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่