การกินเพื่อสุขภาพ

อยากกินเค้ก แต่กลัวอ้วน แนะนำเทคนิคกินเค้กไม่ให้อ้วน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 27, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,037,500 คน

อยากกินเค้ก แต่กลัวอ้วน แนะนำเทคนิคกินเค้กไม่ให้อ้วน

เมื่อพูดถึงเค้ก...เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนหลงใหล เห็นเป็นไม่ได้ต้องใช้ช้อนตักเพื่อลิ้มลองทุกที แต่เจ้าเค้กพวกนี้มักนำมาซึ่งความอ้วนเสมอ เนื่องจากเป็นของหวานที่มีแคลอรี่สูงมาก จากข้อมูลของกรมอนามัย บอกไว้ชัดเจนว่า ขนมเค้ก 1 ชิ้นเล็ก ประมาณ 35 กรัม จะให้พลังงานถึง 140 กิโลแคลอรี่ ซึ่งหากกินเค้กติดต่อกัน 1 ปอนด์ต่อวัน จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานถึง 1,600 กิโลแคลอรี่ แค่ร่างกายได้รับพลังงานจากเค้กอย่างเดียวก็เกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการพลังงานจากแหล่งอาหารอื่นๆ ทั้งวันเลยก็ว่าได้ ดังนั้น การรับประทานเค้กจึงต้องมีเทคนิคกันบ้าง เพื่อสุขภาพและโรคอ้วนจะได้ไม่ถามหาในอนาคต

เทคนิคกินเค้กไม่ให้อ้วน

1. กินเค้กตอนเช้า

หลายๆ คนอาจจะมองว่าแปลก เพราะคนส่วนใหญ่มักกินเค้กช่วงกลางวันหรือเย็น เนื่องจากตอนเช้าเป็นเวลาเร่งรีบ ต้องเตรียมตัวไปทำงานหรือดูแลลูก ดูแลงานบ้านจนดูวุ่นวายไปหมด การกินอาหารเช้าง่ายๆ น่าจะเหมาะสมมากกว่า แต่หารู้ไม่ว่าการกินเค้กในช่วงเช้านั้นจะทำให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานจากเค้กตั้งแต่เช้าไปจนตลอดทั้งวัน  คุณรู้หรือไม่ว่า ช่วงเช้าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอยู่แล้ว หากเพิ่มน้ำตาลสักหน่อย ก็จะทำให้ร่างกายสดชื่น มีชีวิตชีวาและมีพลังงานใช้ทำกิจกรรมได้ตลอดทั้งวัน

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad

แต่ถ้าหาซื้อเค้กตอนเช้าไม่ได้จริงๆ ก็ควรกินในช่วงบ่าย 2 โมง -6 โมงเย็น เพราะเป็นเวลาที่อุณหภูมิของร่างกายสูงที่สุด จึงเป็นช่วงที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แต่ห้ามกินช่วงหลังจากช่วงที่กล่าวมา เพราะร่างกายจะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว พลังงานก็จะถูกใช้ไม่หมด ถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน สะสมตามร่างกายแทน

2. กินเค้ก กับ ชารสจืด

เพราะขนมเค้กมีความหวานและน้ำตาลมากมาย จึงไม่ควรเพิ่มความหวานอีก โดยการกินเค้กคู่กับกาแฟเย็น นมเย็น หรือโกโก้ปั่น ทางที่ดีควรดื่มเป็นชาอุ่นๆ สักแก้ว เช่น ชาเขียว ชาคาโมมายด์ ชาเออร์เกรย์ หรือชาอะไรก็ได้ที่คุณชอบ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถกินเค้กได้อย่างมีความสุขแล้ว

3. หันมากินเค้กที่มีประโยชน์

เรากำลังกล่าวถึง เค้กประเภท ชีสเค้กหรือทาร์ต ที่มีส่วนผสมของผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ ไม่ใส่ครีมสด หรืออาจเป็นพุดดิ้ง คาสตาร์ด หรือเค้กชีฟองที่ไม่ใส่นมสดก็ได้ แต่ควรระมัดระวังเค้กประเภทที่มีเนย ครีม ช็อกโกแลต คาราเมล หรือเค้กที่ใส่น้ำตาลเป็นจำนวนมาก

ตัวอย่างเค้กที่แนะนำ คือ เค้กญี่ปุ่น เพราะส่วนใหญ่เค้กญี่ปุ่นแท้ๆ เนื้อเค้กจะเบาๆ มีน้ำตาลไม่มาก รสชาติจึงไม่ค่อยหวาน ส่วนท็อปปิ้งเป็นพวกผลไม้สด แทนที่จะเป็นผลไม้เชื่อม หรือเป็นผลไม้แช่แข็ง จึงทำให้ได้วิตามินดีๆ จากผลไม้สดร่วมด้วย

4. กินเค้กไม่เกิน 200 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน

ในแต่ละวันเราไม่ควรกินเค้กเกิน 200 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน อีกทั้งไม่ควรกินในเวลาท้องว่างให้อิ่มไปเลยในครั้งเดียว เพราะจะทำให้เกิดไขมันสะสมได้ง่าย

5. ออกกำลังกายด้วย

หากคุณชอบกินเค้ก ก็ต้องชอบออกกำลังกายด้วย เพื่อนำพลังงานที่ได้จากเค้กออกไปจากร่างกาย เช่น หากกินเค้ก 1 ชิ้น ก็ควรจะเลือกวิ่ง 1 กิโล เต้นแอโรบิค 1 ชั่วโมง ซิทอัพ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ยกเวท หรืออะไรก็ได้ตามถนัด ถึงแม้จะไม่สามารถเอาพลังงานที่ได้จากเค้กออกได้หมดก็ตาม แต่ก็ทำให้พลังงานเหล่านั้นไม่มากองอยู่ที่พุงของเราได้

สรุป   เคล็ดลับที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้คุณกินเค้กได้อย่างมีความสุขมากขึ้น แต่ทางที่ดีไม่ควรกินบ่อยจนเกินไป อาจเลือกกินเฉพาะวันพิเศษ เช่น วันเกิด วันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ เป็นต้น หรือ 2 - 3 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว แต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องยอมรับว่า เค้กเป็นขนมหวานให้พลังงานสูง ดังนั้น กินให้น้อย ออกกำลังกายให้มากจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่