การกินเพื่อสุขภาพ

อยากกินเค้ก แต่กลัวอ้วน แนะนำเทคนิคกินเค้กไม่ให้อ้วน

กินเค้กให้ถูกวิธีด้วย 5 เทคนิคกินเค้กแบบหมดกังวลเริ่องอ้วน
เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 27 มี.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
อยากกินเค้ก แต่กลัวอ้วน แนะนำเทคนิคกินเค้กไม่ให้อ้วน

เค้ก เป็นเมนูที่หลายคนชื่นชอบ แต่กินทีไรก็รู้สึกผิดทุกครั้ง เพราะเป็นของหวานที่มีแคลอรี่สูงมาก หากกินมากเกินไป จะทำให้เกิดโรคอ้วนได้ จากข้อมูลของกรมอนามัย บอกไว้ชัดเจนว่า เค้ก 1 ชิ้นเล็ก ประมาณ 35 กรัม จะให้พลังงานถึง 140 กิโลแคลอรี่ ซึ่งหากกิน 1 ปอนด์ต่อวัน จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานถึง 1,600 กิโลแคลอรี่ แค่ร่างกายได้รับพลังงานจากเค้กอย่างเดียวก็เกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการพลังงานจากแหล่งอาหารอื่นๆ ทั้งวันเลยก็ว่าได้ ดังนั้น การกินเค้กจึงต้องมีเทคนิคกันบ้าง เพื่อสุขภาพที่ดีและโรคอ้วนจะได้ไม่ถามหา

5 เทคนิคกินเค้กไม่ให้อ้วน

1. กินเค้กตอนเช้า

คนส่วนใหญ่มักกินเค้กช่วงกลางวันหรือเย็น เนื่องจากตอนเช้าเป็นเวลาเร่งรีบ ต้องเตรียมตัวไปทำงานหรือดูแลงานบ้าน การกินอาหารเช้าง่ายๆ น่าจะเหมาะสมมากกว่า แต่รู้ไหมว่าการกินเค้กในช่วงเช้านั้น จะทำให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานจากเค้กตั้งแต่เช้าไปจนตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ช่วงเช้าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอยู่แล้ว หากเพิ่มน้ำตาลสักหน่อย ก็จะทำให้ร่างกายสดชื่น มีชีวิตชีวาและมีพลังงานใช้ทำกิจกรรมได้ตลอดทั้งวัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 424 บาท ลดสูงสุด 57%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H27

แต่ถ้าตอนเช้าไม่สะดวกจริงๆ ก็ควรกินในช่วงบ่าย 2 โมง - 6 โมงเย็น เพราะเป็นเวลาที่อุณหภูมิของร่างกายสูงที่สุด จึงเป็นช่วงที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แต่ห้ามกินหลัง 6 โมงเย็น เพราะร่างกายจะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว พลังงานจะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน สะสมตามร่างกายแทน

2. กินเค้ก กับ ชารสจืด

เนื่องจากขนมเค้กมีทั้งไขมันและน้ำตาลมาก จึงไม่ควรเพิ่มความหวานอีก เช่น กินคู่กับกาแฟเย็น นมเย็น หรือโกโก้ปั่น ทางที่ดีควรดื่มเป็นชาอุ่นๆ สักแก้ว เช่น ชาเขียว ชาคาโมมายด์ ชาเออร์เกรย์ หรือชาอะไรก็ได้ที่คุณชอบ ขอเพียงชานั้นไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม เพียงเท่านี้คุณก็สามารถกินเค้กได้อย่างมีความสุขแล้ว

3. หันมากินเค้กที่มีประโยชน์

ไม่ว่าจะเป็นเค้กประเภทชีสเค้กหรือทาร์ต ที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ ไม่ใส่ครีมสด หรืออาจเป็นพุดดิ้ง หรือคัสตาร์ดที่ไม่ใส่นมสดก็ได้ แต่ควรระมัดระวังประเภทที่มีเนย ครีม ช็อคโกแลต คาราเมล หรือที่ใส่น้ำตาลเป็นจำนวนมาก

ตัวอย่างที่แนะนำ คือ เค้กญี่ปุ่น เพราะส่วนใหญ่แบบญี่ปุ่นแท้ๆ เนื้อจะเบาๆ มีน้ำตาลไม่มาก รสชาติจึงไม่ค่อยหวาน ส่วนท็อปปิ้งเป็นพวกผลไม้สด แทนที่จะเป็นผลไม้เชื่อม หรือเป็นผลไม้แช่แข็ง จึงทำให้ได้วิตามินดีๆ จากผลไม้สดร่วมด้วย

4. กินเค้กไม่เกิน 200 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน

ในแต่ละวันเราไม่ควรกินเค้กเกิน 200 กิโลแคลอรี่ หรือประมาณ 1 ชิ้นต่อวัน อีกทั้งไม่ควรกินในเวลาท้องว่างให้อิ่มไปเลยในครั้งเดียว เพราะจะทำให้เกิดไขมันสะสมได้ง่าย

5. ออกกำลังกายด้วย

หากคุณชอบกินเค้ก ก็ต้องชอบออกกำลังกายด้วย เพื่อนำพลังงานที่ได้ออกไปจากร่างกาย เช่น หากกิน 1 ชิ้น ก็ควรจะเลือกเต้นแอโรบิค 1 ชั่วโมง ซิทอัพ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ยกเวท ฯลฯ ถึงแม้จะไม่สามารถเอาพลังงานที่ได้จากเค้กออกได้หมดก็ตาม แต่ก็ทำให้พลังงานเหล่านั้นไม่สะสมเป็นไขมัน

สรุป เคล็ดลับที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้คุณกินเค้กได้อย่างมีความสุขมากขึ้น แต่ทางที่ดีไม่ควรกินบ่อยจนเกินไป อาจเลือกกินเฉพาะโอกาสพิเศษหรือ 2 - 3 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว ที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Jessica Taylor, Can You Eat Cake and Lose Weight? (https://www.livestrong.com/art...)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป