การกินเพื่อสุขภาพ

ไขมันเกิดจากอะไร กระบวนการสลายไขมันในร่างกายทำได้อย่างไรบ้าง?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ไขมันเกิดจากอะไร กระบวนการสลายไขมันในร่างกายทำได้อย่างไรบ้าง?

ในร่างกายของมนุษย์ มีกระบวนการและกลไกต่าง ๆ ที่ทำงานประสานกันได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารไปเป็นพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อวันใดก็ตามที่เราทานอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องการ ก็จะมีการเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายก็มีกระบวนการสลายไขมันออกไปได้อีกเช่นกัน โดยวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือ การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า กระบวนการนี้มีการทำงานอย่างไร และมีเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะช่วยเพิ่มการสลายไขมันให้กับร่างกายได้ดียิ่งขึ้น

ไขมันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

การเกิดไขมันสะสมในร่างกายนั้น เกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารเป็นหลักนั่นเอง หากอาหารที่ทานเข้าไป เป็นอาหารที่ให้พลังงานและมีไขมันสูง ย่อมทำให้ระบบย่อยอาหารไม่สามารถย่อยได้ทั้งหมด และจะทำให้สารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาล มีการเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันที่จะเข้าไปเกาะตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย โดยจุดที่มักจะมีการสะสมไขมันมากที่สุด ก็คือบริเวณช่องท้อง บริเวณใต้ผิวหนัง บริเวณใกล้เคียงกับอวัยวะภายใน หากมีปริมาณไขมันมากเกิน อาจถึงขั้นไปพอกบนอวัยวะได้ เช่น ไขมันพอกตับ เป็นต้น และอาจจะพบได้ในกล้ามเนื้อบางส่วน ความสำคัญของกระบวนการสร้างไขมันในส่วนนี้ ก็เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานสำรอง ในกรณีที่ร่างกายไม่ได้รับพลังงานหลัก หรือใช้พลังงานหลักหมดไปแล้ว เช่น การออกกำลังกายต่อเนื่องกันเป็นเวลามากกว่า 45 นาทีขึ้นไป และแน่นอนว่าหากไม่ได้ทำกิจกรรมจนถึงขั้นต้องเอาพลังงานสำรองออกมาใช้ ก็เป็นอันมั่นใจได้ว่าไขมันเหล่านี้จะส่งผลให้เรากลายเป็นคน “อ้วน” ในอนาคต

ไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจะส่งผลอะไรได้บ้าง?

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า จุดสำคัญที่มักจะมีเกิดการสะสมของไขมัน มีด้วยกัน 4 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะส่งผลต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป คือ

บริเวณช่องท้อง การเกิดการสะสมของไขมันในบริเวณนี้ จะส่งผลให้เกิดภาวะ “อ้วนลงพุง” และอาจทำให้เกิดการเบียดบังอวัยวะภายในที่อยู่ในช่องท้องจนทำให้เกิดความผิดปกติตามมา ถ้าหากมีการสะสมไขมันในช่องท้องมาก อาจนำไปสู่การเป็นโรคร้ายหลายชนิด การสลายไขมันในส่วนนี้สามารถทำได้ยากที่สุด

บริเวณใต้ผิวหนัง สามารถพบการสะสมไขมันในส่วนนี้ได้มากตาม ท้อง เอว สะโพก ต้นขาส่วนบนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เซลลูไลท์” การสลายไขมันในส่วนนี้สามารถทำได้ยากเช่นกัน แต่ถ้าเปรียบเทียบกับในช่องท้อง ก็ถือว่าง่ายกว่าพอสมควร

บริเวณกล้ามเนื้อ มักจะพบกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคอ้วนมาก ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน ถ้าหากจะให้เปรียบเทียบ ก็เปรียบได้กับเนื้อโกเบ เนื้อวัวจากญี่ปุ่นที่มีความนุ่มมากกว่าเนื้อวัวทั่วไป

บริเวณใกล้เคียงกับอวัยวะภายใน อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า หากมีการสะสมของไขมันใกล้กับอวัยวะมาก ก็มีโอกาสที่ไขมันจะเคลื่อนที่ไปพอกบนอวัยวะได้ ซึ่งก็จะส่งผลทั้งในเรื่องของระบบไหลเวียนเลือด และการทำงานของอวัยวะชนิดนั้น ๆ ที่ผิดไปจากเดิม

กระบวนการสลายไขมันในร่างกาย เกิดขึ้นได้อย่างไร?

กระบวนการที่ช่วยในการสลายไขมันของร่างกายก็คือ กระบวนการ "เมตาบอลิซึม" ซึ่งจะทำหน้าที่ในการสลายอาหารที่รับประทานมาเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน และจะทำหน้าที่ในการเสริมสร้าง โดยนำอาหารที่เปลี่ยนเป็นพลังงานไปซ่อมแซมอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ กระบวนการเมตาบอลิซึม ยังสามารถช่วยในการเผาผลาญพลังงาน หรือไขมันให้สลายออกจากร่างกายได้ การที่ร่างกายจะสลายไขมันได้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการ คือ

1.อาหารที่รับประทานเข้าไป ตามปกติแล้ว ร่างกายจำเป็นต้องรับพลังงานจากอาหารที่ 2,000 กิโลแคลอรี่ ถ้าหากได้รับพลังงานน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการสลายไขมันได้ในปริมาณมาก เนื่องจากเมื่อร่างกายเผาผลาญพลังงานหลัก (อาหารแคลอรี่น้อย) ไปจนหมดแล้ว ก็จะดึงไขมันสะสมออกมาเผาผลาญต่อนั่นเอง แต่เมื่อไรก็ตามที่ได้รับพลังงานเกินกว่าความจำเป็นของร่างกาย ก็จะทำให้พลังงานเหล่านั้นสะสมอยู่ในรูปของไขมันต่อไป

2.การทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อร่างกายมีการเคลื่อนไหว ก็จะต้องมีการดึงพลังงานที่สะสมไว้ออกมาใช้ ถ้าหากเคลื่อนไหวบ่อย หรือเคลื่อนไหวต่อเนื่องมากกว่า 30 นาที ก็จะยิ่งทำให้เกิดการดึงพลังงานออกมาใช้มากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น (คิดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง)

  • ซักผ้าด้วยมือ เผาผลาญ 240 แคลอรี่
  • เดินช้อปปิ้ง เผาผลาญ 210 แคลอรี่
  • นั่งทำงาน เผาผลาญ 110 แคลอรี่
  • วิ่งเหยาะๆ เผาผลาญ 600 แคลอรี่
  • ขี่จักรยาน เผาผลาญ 450 แคลอรี่

3.อัตราการเผาผลาญของร่างกาย ในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับมวลกล้ามเนื้อที่มีโดยตรงในร่างกาย ในผู้ชายจะมีอัตราการเผาผลาญ (ในกรณีที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ) มากกว่าผู้หญิง เพราะฉะนั้นหากมีการเพิ่มกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง ก็จะสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญในส่วนนี้เพิ่มขึ้นได้ ขณะเดียวกัน หากมวลกล้ามเนื้อเกิดการสลายไปจากการลดน้ำหนักที่ผิดปกติ ก็จะทำให้อัตราการเผผาผลาญของร่างกายลดน้อยลงด้วยเหตุผลเดียวกัน

ไม่มีวิธีใดที่จะช่วยให้ร่างกายมีการสลายไขมันได้เท่ากับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายไปพร้อมกัน ถึงแม้ว่าวิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลานาน แต่ก็จะส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาวมากกว่า รวมถึงช่วยให้การสลายไขมันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่