ความรู้สุขภาพ

รักษาอาการเท้าบวมด้วยวิธีธรรมชาติ

เผยแพร่ครั้งแรก 17 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 27 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
รักษาอาการเท้าบวมด้วยวิธีธรรมชาติ

หากอาการเท้าหรือข้อเท้าบวมทำให้คุณเกิดความเมื่อยล้าในแต่ละวัน ลองดูวิธีการธรรมชาติที่จะแนะนำต่อไปนี้ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดบวมดังกล่าว

แช่เท้าในน้ำอุ่น

การบำบัดรักษาด้วยน้ำ หรือ Hydrotherapy เป็นวิธีการรักษาอาการต่างๆ ด้วยการใช้น้ำบำบัดภายนอกร่างกาย โดยเน้นการใช้น้ำร้อนและน้ำเย็นสลับกัน เนื่องจากน้ำอุ่นจะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ในขณะที่น้ำเย็นจะทำให้เลือดหดตัว วิธีการนี้จะช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะช่วยลดและป้องกันการสะสมของของเหลวบริเวณเท้าและข้อเท้า วิธีการคือ แช่เท้าในน้ำร้อนประมาณ 3-5 นาที จากนั้นแช่น้ำเย็นประมาณ 30-60 วินาที สลับกันไปมาเป็นเวลา 15-20 นาที ทำเช่นนี้ 2 ครั้งต่อวัน จะทำให้อาการเท้าบวมดีขึ้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ดีเกลือหรือแมกนีเซียมซัลเฟต

เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าจากการอาบน้ำด้วยการเติมดีเกลือหรือแมกนีเซียมซัลเฟตลงไปในน้ำ เนื่องจากแมกนีเซียมซัลเฟตมีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวมและปรับระบบการไหลเวียนโลหิตได้ นอกจากนี้มันยังสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย ทำให้เท้าของคุณผ่อนคลายและหายจากอาการปวดบวม วิธีการคือ ผสมดีเกลือครึ่งถ้วยตวงลงในกะละมังหรืออ่างน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น แล้วแช่เท้าไว้ประมาณ 10-20 นาที ทำซ้ำเช่นนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้อาการดีขึ้นและยังทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย

ออกกำลังกาย

เป็นสัญชาตญาณของร่างกายอย่างหนึ่งที่เมื่อเท้าหรือข้อเท้าของเรามีอาการบวม เราจะรู้สึกอยากจะขยับร่างกายโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก การขยับเยื้อนและใช้กล้ามเนื้อบริเวณเท้าและขาจะช่วยเคลื่อนย้ายของเหลวส่วนเกินไปยังบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย การออกกำลังกายเป็นประจำจึงช่วยป้องกันอาการเท้าบวมได้ แต่ถ้าการออกกำลังกายนั้นทำให้คุณรู้สึกปวดบริเวณที่บวม ลองออกกำลังแบบที่ไม่ต้องใช้เท้าพยุงน้ำหนักตัวมากเกินไป เช่น การว่ายน้ำ ซึ่งจะทำให้ร่างกายของคุณรู้สึกผ่อนคลายได้ด้วย

ผ้ายืดรัดเท้าหรือข้อเท้า

ผ้ายืดรัดเท้าหรือข้อเท้า มีลักษณะการทำงานคือช่วยกดและกระตุ้นเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้ของเหลวมารวมอยู่ในบริเวณนั้นมากเกินไป และยังช่วยลดการรั่วไหลของของเหลวจากเส้นเลือดฝอย คุณสามารถหาซื้อผ้ายืดรัดเท้าหรือข้อเท้าได้จากร้านขายยาทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากมีอาการบวมน้ำในระดับกลางถึงระดับรุนแรงร่วมด้วย คุณควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้และลักษณะของผ้ายืดรัดเท้าหรือข้อเท้าที่เหมาะสม

ยกเท้าสูง

การยกขาขึ้นให้อยู่เหนือระดับหัวใจในขณะที่คุณนั่งหรือนอนสามารถลดอาการบวมของเท้าได้ หรือลองนอนหงายแล้วยกขาของคุณพิงผนังไว้สัก 2-3 นาที สามารถทำได้หลายครั้งต่อวันตามที่ต้องการ  นอกจากนี้ การใช้หมอนรองใต้ขาเวลานอนหลับก็ช่วยได้เช่นกัน

แมกนีเซียม

การขาดธาตุแมกนีเซียมอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเท้าบวม ลองปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดระดับแมกนีเซียมในร่างกาย ถ้าคุณมีภาวะขาดแมกนีเซียม ลองทานอาหารเสริมที่มีแมกนีเซียมปริมาณ 200 – 400 มก. ต่อวัน แต่หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะไตหรือโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการใช้แมกนีเซียม อย่างไรก็ตาม แมกนีเซียมมีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติทั่วไป เช่น ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ เมล็ดธัญพืช ปลา ถั่วเหลือง กล้วย และช็อคโกแลต

ลดการทานอาหารรสเค็ม

การลดปริมาณการบริโภคเกลือจะช่วยลดการกักเก็บน้ำภายในร่างกาย อาการเท้าบวมอาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าคุณอาจทานเค็มมากเกินไป  อาหารที่มีส่วนผสมของเกลือจำนวนมาก ได้แก่ ขนมอบเพรสเซล มันฝรั่งกรอบ ขนมแพนเค้กที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต อาหารจานด่วนหรือฟาสฟู๊ด และอาหาร ผัก หรือผลไม้กระป๋องต่างๆ อย่างไรก็ตาม แพทย์สามารถให้คำแนะนำได้ว่าปริมาณเกลือเท่าไหร่ที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณ

การนวดผ่อนคลาย

การนวดเท้าจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต เป็นการกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำเหลืองในร่างกายซึ่งสามารถช่วยเคลื่อนย้ายของเหลวส่วนเกินไปยังบริเวณอื่นๆ ของร่างกายและช่วยลดอาการบวมลงได้ คุณสามารถนวดเท้าตัวเองได้โดยการบีดนวดหรือลูบด้วยน้ำมัน โดยนวดเข้าหาลำตัว ทำได้หลายครั้งต่อวันเท่าที่ต้องการ ระวังอย่านวดหนักจนคุณรู้สึกเจ็บ แต่ให้ใช้วิธีการกดจุดหรือลูบให้ผ่อนคลาย การนวดจะมีประสิทธิภาพมากหากทำระหว่างที่แช่ตัวในอ่างน้ำ ระหว่างอาบน้ำ หรือหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ

น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์

น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีส่วนประกอบของโพแทสเซียมสูงซึ่งจะช่วยลดการกักเก็บของเหลวที่เป็นสาเหตุของอาการเท้าบวมได้ วิธีการคือ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นที่ผสมน้ำส้มสายชูในปริมาณเท่ากัน แล้วพันเท้าไว้ อีกวิธีหนึ่งคือ หากคุณสามารถทนกลิ่นของน้ำส้มสายชูได้ ลองผสมน้ำส้มสายชู 2 ช็อนโต๊ะ กับน้ำดื่ม 1 แก้ว และน้ำผึ้งเล็กน้อย แล้วดื่ม 2 ครั้งต่อวัน จะช่วยให้อาการเท้าบวมดีขึ้นได้

ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

คุณคงแปลกใจว่าทำไมถึงยังต้องดื่มน้ำเยอะๆ ในเมื่ออาการเท้าบวมเกิดจากการสะสมของน้ำ แต่การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน หรือการดื่มชาสมุนไพร สามารถช่วยล้างสารพิษ ล้างโซเดียม และของเหลวส่วนเกินออกไปได้ หรืออาจลองดื่มชาขิงหรือชาดอกแดนดิไลออนเป็นประจำทุกวันก็ช่วยได้ เนื่องจากขิงและดอกแดนดิไลออนเป็นพืชธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยขับของเสียและขับปัสสาวะได้ จึงเป็นการชะล้างปริมาณโซเดียมในร่างกายด้วย


13 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
6 Best Fixes for Pain and Swelling in Your Feet and Ankles. Health Essentials from Cleveland Clinic. (https://health.clevelandclinic.org/6-best-ways-relieve-swollen-feet-ankles-home/)
Home Remedies for Swollen Feet: 10 Treatments That Work. Healthline. (https://www.healthline.com/health/home-remedies-for-swollen-feet)
Swollen feet: 15 causes, treatments, and home remedies. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/323265)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาการก่อนมีประจําเดือน (พีเอ็มเอส)
อาการก่อนมีประจําเดือน (พีเอ็มเอส)

อ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อาการก่อนมีประจําเดือน ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ไปจนถึงอาการปวดรุนแรง หงุดหงิด ก้าวร้าว ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ เราจะทำอย่างไรล่ะเพื่อรับมือกับอาการเหล่านี้