มะเร็งและโรคร้าย

โรคกลากและการติดเชื้อราอื่น ๆ

โรคกลาก โรคติดต่อได้ง่ายๆ จากการสัมผัส มีสาเหตุจากเชื้อรา สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มีการอับชื้น ซึ่งควรดูแลตนเองอย่างไรบ้างนั้น บทความนี้มีคำตอบ
เผยแพร่ครั้งแรก 29 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 25 เม.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 9 นาที
โรคกลากและการติดเชื้อราอื่น ๆ

โรคกลาก (Ringworm) คือ โรคติดเชื้อราที่ทำให้เกิดผื่นรูปวงแหวนสีแดงหรือสีเงินบนผิวหนัง ซึ่งโรคกลากมักจะเกิดขึ้นบริเวณแขนหรือขาเป็นส่วนมาก อย่างไรก็ตาม กลากก็สามารถเกิดได้กับแทบทุกส่วนของร่างกาย เช่น ศีรษะ เล็บ เท้า ขาหนีบ เป็นต้น และแม้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของโรคกลากคือ Ringworm แต่ภาวะนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวหนอนแต่อย่างใด

ภาวะติดเชื้อราอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกันที่ปรากฏกับหนังศีรษะ ขาหนีบ เท้า และเล็บจะเรียกว่า “ขี้กลาก” ซึ่งเป็นภาวะไม่รุนแรง สามารถรักษาให้หายได้ง่ายๆ แต่สามารถติดต่อและแพร่เชื้อได้ง่ายมาก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
Flash Sale! เลเซอร์ลดรอยสิวที่หลัง เพียง 499 บาท 100 แพ็กเกจเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย!

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

219

การติดเชื้อราขี้กลาก

การติดเชื้อราขี้กลากมีอยู่หลายประเภท ขึ้นอยู่กับส่วนของร่างกายที่ปรากฏกลากขึ้นมา

โรคกลากมักจะมีลักษณะเป็นปื้นกลมแดงหรือเงิน บนผิวหนังที่อาจดูเป็นสะเก็ดๆ มีการอักเสบและคันอย่างมาก แต่สำหรับการติดเชื้อราประเภทอื่นๆ อาจมีความแตกต่างจากกลากเล็กน้อย

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

คุณควรไปพบแพทย์หากว่าตัวคุณหรือลูกของคุณเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งสามารถรักษาด้วยการใช้ยาต้านเชื้อราที่ต้องให้แพทย์จัดจ่ายให้เท่านั้น อาการของการติดเชื้อที่หนังศีรษะ คือ เกิดปื้นสะเก็ดขนาดเล็กขึ้นบนหนังศีรษะ (อาจมีอาการปวดร่วมด้วย) 

ปื้นกลาก ทำให้ผมร่วงและคัน ส่วนการติดเชื้อราประเภทอื่นๆ  (รวมไปถึงกลาก) ก็สามารถรักษาได้ด้วยครีมต้านเชื้อราที่หาซื้อได้จากร้านขายยา แปลว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์นอกจากว่าจะมีอาการเรื้อรัง อีกทั้งทางเภสัชกรต่างแนะนำให้คุณไปพบกับแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยก่อนจะดีที่สุด

ดังนั้น คุณควรไปพบแพทย์เมื่อโรคกลากไม่ดีขึ้นหลังจากดำเนินการรักษาด้วยครีมต้านเชื้อราไปแล้วสองสัปดาห์ หรือคุณกำลังมีภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง เช่นกำลังเข้ารับการบำบัดเคมี หรือใช้ยาสเตียรอยด์แบบเม็ด เป็นต้น

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดกลาก?

ผู้คนสามารถส่งต่อสปอร์เชื้อราได้จากการสัมผัสกันทางผิวหนังโดยตรง และจากการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น การใช้ผ้าเช็ดตัว แปรงหวีผม และผ้าปูที่นอนเดียวกัน ส่วนภาวะน้ำกัดเท้าจะแพร่กระจายได้ง่ายในโรงยิมและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าประจำสระว่ายน้ำ ซึ่งคุณสามารถติดเชื้อราโรคกลากได้จากการลูบสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวได้เช่นกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
Flash Sale! เลเซอร์ลดรอยสิวที่หลัง เพียง 499 บาท 100 แพ็กเกจเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย!

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

219

ใครได้รับผลกระทบจากกลากได้บ้าง?

คาดกันว่ามนุษย์ประมาณ 20 - 30% จะประสบกับโรคกลากสักช่วงหนึ่งในชีวิต แม้โรคกลากจะสามารถเกิดกับใครก็ได้ แต่จะจะพบได้บ่อยในเด็กที่สุด ซึ่งการติดเชื้อราบริเวณขาหนีบจะพบได้มากในผู้ชายอายุน้อย และการติดเชื้อราบนหนังศีรษะจะพบได้บ่อยในเด็กที่ยังไม่เข้าสู่ช่วงเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ในแถบชนบท

การรักษาโรคกลาก

การติดเชื้อราโรคกลากส่วนมากจะไม่รุนแรงและสามารถรักษาได้ด้วยครีมต้านเชื้อราที่หาซื้อได้จากร้านขายยา สำหรับการติดเชื้อราบนหนังศีรษะสามารถรักษาได้ด้วยยาต้านเชื้อราแบบเม็ด หรืออาจใช้ร่วมกับแชมพูต้านเชื้อรา หากมีผิวหนังใกล้เคียงแตกหัก จะทำให้นำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่ต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

การหยุดการแพร่กระจายเชื้อรา

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อให้กับผู้อื่น คุณควรเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูเตียง หรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น หากคุณคาดว่าสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นกลาก ให้พาสัตว์ไปพบสัตวแพทย์ทันที ซึ่งหากคุณทำการรักษาสัตว์เลี้ยงได้เร็ว คุณก็จะมีโอกาสติดเชื้อน้อยลงเท่านั้น 

หากว่าลูกของคุณติดเชื้อรา พวกเขายังคงสามารถไปโรงเรียนได้ แต่คุณควรแจ้งครูผู้ดูแลไว้เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไว้ก่อน นอกจากการรักษาจากแพทย์แล้ว  คุณควรดูแลเรื่องสุขอนามัยของตนเองและลูกตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อรา

อาการของโรคกลาก

อาการของการติดเชื้อกลากจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ติดเชื้อ ดังนี้

โรคกลากบนผิวหนัง

อาการของโรคกลาก มีดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
Flash Sale! เลเซอร์ลดรอยสิวที่หลัง เพียง 499 บาท 100 แพ็กเกจเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย!

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

219
  • ผื่นรูปวงแหวนสีแดงหรือสีเงินบนผิวหนัง: ผิวหนังของคุณจะดูแดงขึ้นและมีอาการระคายเคืองรอบๆ วงแหวน แต่ผิวภายในวงแหวนจะมีสุขภาพดี ผิวหนังแตกสะเก็ด คัน และอักเสบ ซึ่งผื่นวงแหวนจะแพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ คุณอาจเกิดปื้นจากโรคกลากขึ้นมาหนึ่งจุดขึ้นไป และในกรณีที่เป็นรุนแรงอาจทำให้ผิวหนังของคุณเห่อและมีตุ่มหนองเกิดขึ้นมา
  • สำหรับกรณีที่เป็นรุนแรง: วงแหวนจะเพิ่มจำนวนขึ้น และมีขนาดใหญ่ขึ้นจนรวมเข้าด้วยกัน วงแหวนอาจจะเห่อขึ้นมาเล็กน้อยและทำให้ผิวหนังข้างใต้คันอย่างมาก เกิดตุ่มหนองที่เจ็บปวดรอบวงแหวน

กลากบนใบหน้าและคอ

โรคกลากบนใบหน้าและคออาจไม่ปรากฏออกมาในรูปแหวน แต่อาจมีอาการคันและบวม หรืออาจเกิดสะเก็ดและแห้งเท่านั้น หากคุณมีหนวดเคราคุณอาจสังเกตว่าขนของคุณแตกออก

กลากบนมือ

โรคกลากบนมือ มักจะทำให้ผิวหนังบนฝ่ามือและง่ามนิ้วหนาตัวขึ้น ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นบนมือข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ และโดยปกติมักจะปรากฏบนมือด้านเดียว

การติดเชื้อราที่เล็บ 

อาการของภาวะเชื้อราที่เล็บ มีดังนี้ เล็บหนาตัว เล็บเปลี่ยนสี (เล็บเปลี่ยนเป็นสีขาว ดำ เหลือง หรือเขียว) เล็บเปราะและเริ่มหลุดลอกออก ผิวหนังรอบเล็บปวดและระคายเคือง

โรคน้ำกัดเท้า

อาการทั่วไปของโรคน้ำกัดเท้า คือ อาการคัน ผิวแดง ผื่นสะเก็ด และมักปรากฏตามช่องว่างระหว่างนิ้วเท้า สำหรับกรณีที่เป็นรุนแรงคุณอาจมีผิวหนังแตก ณ ตำแหน่งผิวหนังที่ติดเชื้อ มีตุ่มหนอง ผิวหนังบวม อาการแสบร้อนหรือเจ็บแปลบที่ผิวหนัง เกิดลายสะเก็ดบนฝ่าเท้า ระหว่างนิ้วเท้า และด้านข้างของเท้า

โรคสังคัง

อาการของสังคัง มีดังนี้ ผิวหนังมีสีแดงหรือน้ำตาล มีอาการปวด อาจมีตุ่มหนองเกิดขึ้นรอบๆ ผิวหนังที่มีอาการ คันและแดงรอบขาหนีบ รอบก้น หรือต้นขาด้านใน  มีผิวหนังบนต้นขาด้านในแตกสะเก็ด ซึ่งการออกกำลังกาย การเดิน และการสวมใส่เสื้อผ้าหรือชั้นในคับเกินไปจะทำให้อาการของการติดเชื้อราที่ขาหนีบรุนแรงขึ้น

การติดเชื้อราบนหนังศีรษะ

อาการของการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ มีดังนี้ ปื้นผิวหนังขนาดเล็กบนหนังศีรษะ อาจมีอาการปวดร่วมด้วย ปื้นผมร่วง คันหนังศีรษะ

ในกรณีที่เป็นรุนแรง อาจเกิดตุ่มหนองปวดบนหนังศีรษะ หนังศีรษะแตกสะเก็ด หัวล้าน (หากผมของคุณได้รับผลกระทบไปด้วย)

สำหรับกรณีที่เป็นรุนแรงมากๆ จะเกิดอาการอักเสบจนปวดขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ชันนะตุบนหนังศีรษะ ภาวะนี้อาจทำให้เกิดหนองขึ้นได้ และอาจทำให้คุณมีไข้และต่อมน้ำเหลืองบวมได้

สาเหตุของโรคกลาก

การติดเชื้อรากลากเกิดมาจากเชื้อราชนิดหนึ่งที่เรียกว่า dermatophytes ที่อาศัยอยู่บนเคราติน เคราติน คือ เนื้อเยื่อกันน้ำแข็งๆ ที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมไปถึงผิวหนัง เส้นผม และเล็บมือ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การติดเชื้อรามักเกิดกับบริเวณเหล่านี้ (หนังศีรษะ ผิวหนัง หรือเล็บของคุณ)

กลากแพร่กระจายได้อย่างไร?

เชื้อรา คือ สปอร์ขนาดเล็กมากที่สามารถรอดชีวิตบนผิวหนังของคุณ บนดิน หรือตามสิ่งของในบ้านเรือนได้เป็นเดือนๆ เชื้อราเหล่านี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นในที่อบอุ่นและชื้น จึงเป็นเหตุให้เชื้อราสามารถแพร่กระจายในสระว่ายน้ำหรือห้องเปลี่ยนเสื้อสาธารณะได้ง่ายมาก ซึ่งสปอร์สามารถแพร่กระจายได้ 4 วิธีการ ดังนี้

  1. การสัมผัสกันทางร่างกายของมนุษย์กับมนุษย์
  2. การสัมผัสกันทางร่างกายของมนุษย์กับสัตว์ เช่น การลูบขนสุนัขหรือแมวที่ติดเชื้อ
  3. การสัมผัสกันของมนุษย์กับสิ่งของ ทั้งสัตว์และมนุษย์สามารถทิ้งสปอร์เชื้อราบนสิ่งของต่างๆ ได้ เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูเตียง เสื้อผ้า หรือแปรง เป็นต้น
  4. การสัมผัสกันของมนุษย์กับดิน  มักพบได้ไม่บ่อยนัก โดยการติดเชื้อรูปแบบนี้จะเกิดหลังจากสัมผัสกับดินที่ติดเชื้อเป็นระยะเวลาหนึ่ง

สำหรับผู้ใหญ่ คุณอาจเป็นตัวพาหะการติดเชื้อราบนหนังศีรษะได้โดยไม่รู้ตัว เนื่องมาจากร่างกายเริ่มมีภูมิต้านทานการติดเชื้อตามกาลเวลา หากคุณเป็นพาหะเชื้อรา คุณสามารถส่งต่อเชื้อราให้แก่ผู้อื่นได้ง่ายมาก ซึ่งหากผู้ติดเชื้อเป็นเด็ก พวกเขาจะมีอาการขึ้นมา

กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดโรคกลาก

คุณจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราได้หากคุณมีความเสี่ยงต่อไปนี้

  • มีอายุน้อยหรือมีอายุมาก
  • เป็นแอฟริกา-แคริปเปียน (ในกรณีของการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ)
  • เป็นเบาหวานประเภทที่ 1
  • มีน้ำหนักมาก (ภาวะอ้วน)
  • กำลังมีภาวะทางการแพทย์ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น เอดส์หรือ HIV
  • กำลังเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น การบำบัดเคมี หรือการใช้ยาสเตียรอยด์
  • เคยประสบกับภาวะติดเชื้อรามาก่อนในอดีต
  • ป่วยเป็นภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
  • มีระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี (โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดดำบกพร่องที่ทำให้เส้นเลือดดำที่ขาทำการดันเลือดกลับไปยังหัวใจลำบาก)

การวินิจฉัยโรคกลาก

โรคกลากและการติดเชื้อกลากอื่นๆ มักจะวินิจฉัยได้ง่ายๆ จากการสังเกตลักษณะและตำแหน่งของกลาก

การวินิจฉัยแยกโรค ระหว่างโรคกลากและการติดเชื้อราอื่นๆ

แพทย์มักจะสามารถวินิจฉัยการติดเชื้อราส่วนมากได้จากการสังเกตผิวหนังและสอบถามอาการที่เกี่ยวข้องกับคุณ อาจมีการทดสอบเพิ่มเติมตามความจำเป็นหากว่าอาการของคุณรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อยาต้านเชื้อราที่ใช้ หากเกิดเช่นนี้ขึ้น แพทย์อาจทำการขูดตัวอย่างผิวหนังไปตรวจวิเคราะห์ในระดับจุลทรรศน์เพื่อหาชนิดของรานั้นๆ

การวินิจฉัยการติดเชี้อราบนหนังศีรษะ

แพทย์สามารถวินิจฉัยการติดเชื้อราบนหนังศีรษะได้จากการสังเกตหนังศีรษะของคุณ การมองหาตำแหน่งของเชื้อรานั้นเป็นเรื่องสำคัญมากเนื่องจากครีมต้านเชื้อราบางชนิดจะออกฤทธิ์ได้ดีกับราบางประเภท 

แพทย์อาจทำการขูดตัวอย่างราจากหนังศีรษะของคุณไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อหาว่าเชื้อราที่คุณประสบจะสามารถรักษาได้ด้วยยาประเภทไหน แพทย์อาจจัดยาต้านเชื้อราให้คุณใช้ไปกว่าผลการตรวจจะออก และเมื่อผลออกมาแสดงให้เห็นว่ากรณีของคุณควรใช้ยาอีกประเภท แพทย์จะจัดจ่ายยาตัวใหม่ให้แก่คุณอีกที

การรักษาโรคกลาก

การติดเชื้อรากลากส่วนมากรวมไปถึงโรคกลากนั้นจะสามารถรักษาได้ด้วยยาต้านเชื้อรารูปแบบต่างๆ คุณยังสามารถหยุดการลุกลามและป้องกันการแพร่เชื้อราแก่ผู้อื่นได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • การล้างบริเวณผิวหนังที่มีอาการทุกวันและเช็ดให้แห้งสนิท โดยใช้ความระมัดระวังอย่างมากกับบริเวณที่เป็นรอยพับและระหว่างนิ้วเท้า
  • ในกรณีที่เป็นการติดเชื้อที่ขาหนีบหรือเท้า ควรเปลี่ยนกางเกงชั้นในหรือถุงเท้าทุกวันเพื่อป้องกันเชื้อราที่อยู่บนเศษหนัง
  • กรณีการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ ไม่ควรใช้แปรงหวีผมร่วมกับผู้อื่น
  • ซักเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และผ้าปูที่นอนบ่อยๆ
  • สวมเสื้อผ้าหลวมๆ ที่ทอจากวัสดุจากธรรมชาติ

การรักษาโรคกลาก การติดเชื้อที่ขาหนีบ และโรคน้ำกัดเท้า

กรณีโรคกลาก การติดเชื้อขาหนีบ และโรคน้ำกัดเท้าส่วนมากสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ครีม เจล หรือสเปรย์ต้านเชื้อราที่วางขายตามร้านขายยา ตามท้องตลาดจะมีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มากมาย ดังนั้น คุณควรปรึกษาสอบถามเภสัชกรก่อนเลือกซื้อสินค้า 

ส่วนมากมักเป็นครีมต้านเชื้อราที่ต้องทาหรือพ่นบนผิวหนังที่มีอาการทุกวันเป็นเวลาสองสัปดาห์ โดยควรใช้สารบนผื่นและบนผิวหนังโดยรอบขอบผื่นไปอีกหนึ่งนิ้ว ก่อนใช้ยาทุกครั้งคุณควรอ่านคำแนะนำที่ฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งาน 

อีกทั้งคุณควรดำเนินการรักษาต่อไปอีกสองสัปดาห์หลังอาการต่างๆ หายไปเพื่อป้องกันการกลับมาของโรค คุณควรไปพบแพทย์เมื่ออาการต่างๆ ไม่ดีขึ้นหลังดำเนินการรักษาสองสัปดาห์ เพราะว่าคุณอาจต้องเปลี่ยนไปรับประทานยาเม็ดต้านเชื้อราแทน โดยยาเม็ดเทอร์บินาฟีนกับกริเซโอฟูลวินมักจะถูกใช้ในการรักษาโรคกลาก เช่นเดียวกับยาต้านเชื้อราที่เรียกว่า อิทราโคนาโซล

การรักษากลากที่ขาหนีบร่วมกับเท้าพร้อมกัน

การติดเชื้อที่ขาหนีบบางครั้งก็เกิดขึ้นพร้อมกับโรคน้ำกัดเท้า หากเป็นเช่นนี้ก็ควรทำการรักษาการติดเชื้อทั้งสองตำแหน่งพร้อมกันเพื่อเลี่ยงการกลับมาติดเชื้อซ้ำ

การรักษาการติดเชื้อราที่หนังศีรษะ

การติดเชื้อราที่หนังศีรษะมักรักษาได้ด้วยการรับประทานยาต้านเชื้อราพร้อมกับการใช้แชมพูต้านเชื้อรา โดยยาเม็ดที่ใช้มี 2 ประเภท ดังนี้

  • เทอร์บินาฟีน
  • กริเซโอฟูลวิน

ยาต้านเชื้อราที่แพทย์จัดให้จะขึ้นอยู่กับประเภทของเชื้อราที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อขึ้น

ยาเม็ดเทอร์บินาฟีน

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อราบนหนังศีรษะส่วนมากจะได้รับยาเม็ดเทอร์บินาฟีนที่ต้องรับประทาน 1 ครั้งต่อวันเป็นเวลาต่อเนื่องนาน 4 สัปดาห์ โดยยาตัวนี้มักจะแสดงผลได้ดีกับกรณีส่วนมาก

ผลข้างเคียงของยาเทอร์บินาฟีน ดังนี้

ผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะไม่รุนแรงและมีระยะเวลาสั้น ผู้ป่วยบางรายรายงานว่าการใช้ยาเทอร์บินาฟีนจะทำให้ประสาทรับรสพวกเขาลดน้อยลงชั่วคราวอีกด้วย

ยาเทอร์บินาฟีนไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคตับหรือโรคพุ่มพวง (ภาวะที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้าโจมตีเนื้อเยื่อสุขภาพดี)

ยากริเซโอฟูลวิน

ยากริเซโอฟูลวินเป็นยาต้านเชื้อราที่ป้องกันไม่ให้เชื้อราเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้น ยานี้มักอยู่ในรูปแบบยาเม็ดและถูกกำหนดให้ใช้ทุกวันเป็นเวลา 8 - 10 สัปดาห์

ผลข้างเคียงของกริเซโอฟูลวิน ดังนี้

ผลข้างเคียงเหล่านี้ควรจะดีขึ้นตามความคุ้นชินของร่างกายที่มีต่อยา ยากริเซโอฟูลวินสามารถก่อให้เกิดความผิดปรกติของทารกได้ ดังนั้น คุณไม่ควรใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ หรือหากคุณตั้งใจว่าจะตั้งครรภ์หลังจากสิ้นสุดการรักษา 

สำหรับผู้ชาย ไม่ควรมีบุตรภายหลังการใช้ยาตัวนี้หกเดือน อีกทั้งยากริเซโอฟูลวินไม่เหมาะกับผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหาตับรุนแรงหรือเป็นโรคพุ่มพวง 

ยากริเซโอฟูลวินจะเข้าไปยับยั้งประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดกับยา progestogen-only pill ทำให้ผู้หญิงควรใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นแทน เช่น การใช้ถุงยางอนามัย เป็นต้น ในขณะที่ใช้ยากริเซโอฟูลวินความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะจะลดลงและยังไปเพิ่มผลจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ขึ้นอีกด้วย

แชมพูต้านเชื้อรา

แชมพูต้านเชื้อราไม่ได้มีเพื่อรักษาภาวะติดเชื้อราบนหนังศีรษะ แต่มีเพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อราและเร่งกระบวนการฟื้นตัวขึ้นเท่านั้น แชมพูต้านเชื้อราอย่าง selenium sulphide กับ ketoconazole จะวางขายตามร้านขายยา และควรใช้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงเริ่มการรักษา 2 อาทิตย์ และยังไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกว่าการโกนศีรษะของเด็กจะลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเร่งการฟื้นตัวได้จริง

อิทราโคนาโซล

อิทราโคนาโซลเป็นยาแคปซูลที่ต้องใช้เป็นเวลานาน 7 ถึง 15 วัน และไม่แนะนำกับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาตับร้ายแรง

ผลข้างเคียงของอิทราโคนาโซล ดังนี้

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • อาหารไม่ย่อย
  • ท้องร่วง
  • ปวดศีรษะ

การติดเชื้อราที่เล็บ

ภาวะเชื้อราที่เล็บสามารถรักษาได้ด้วยสีทาเล็บต้านเชื้อรา แต่ส่วนใหญ่แล้วต้องใช้ยาเม็ดต้านเชื้อราร่วมด้วยซึ่งอย่างหลังจะออกฤทธิ์ได้ดีกว่าสีทาเล็บแม้ว่าจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นบ้างก็ตาม เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และท้องร่วง

การป้องกันโรคกลาก

คำแนะนำต่อไปนี้ มีเพื่อช่วยหยุดการแพร่กระจายของเชื้อรา โดยเชื้อราที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อกลากนั้น สามารถมีชีวิตอยู่บนเครื่องเรือน เช่น แปรงหวีผม เสื้อผ้า และผ้าเช็ดตัวได้เป็นเวลานาน และสามารถแพร่กระจายได้ทันทีที่มนุษย์สัมผัสโดนสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ดังนั้น หากมีสมาชิกในครัวเรือนที่ติดเชื้อรา ควรปฏิบัติดังนี้

  • เลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย เช่น ืแปรงหวีผม ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า และผ้าปูเตียง เป็นต้น
  • เลี่ยงการเกาผิวหนังหรือหนังศีรษะที่มีอาการ เพราะจะทำให้เชื้อแพร่ไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้
  • สิ่งสำคัญคือ การตรวจสอบสมาชิกคนอื่นในบ้านและตนเองเพื่อมองหาสัญญาณของการติดเชื้อ และเพื่อไปรับการรักษาตามความจำเป็น หากคุณคาดการณ์ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นต้นตอของการติดเชื้อ ให้พาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ทันที กระจุกขนของสัตว์ตามพื้นบ้านอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อกลากได้
  • ควรล้างมือหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อทุกครั้ง หากสมาชิกในครอบครัวของคุณติดเชื้อรา คุณไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาลาเรียนหรือหยุดงาน แต่ควรเริ่มการรักษาในทันทีที่ทำได้ อีกทั้งการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลก็สามารถป้องกันการแพร่เชื้อไปยังเด็กอื่นได้
  • พยายามสวมรองเท้าหรือถุงเท้าป้องกันขณะอยู่ที่โรงยิมหรือห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสาธารณะเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคน้ำกัดเท้า

2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Phillip Rodgers, M.D., and Mary Bassler, M.D., Treating Onychomycosis (https://www.aafp.org/afp/2001/0215/p663.html), 15 Feb 2001

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป