มะเร็งและโรคร้าย

รังสีรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 13 นาที
Istock 652842746

รังสีรักษาคือกระบวนการรักษาที่เกี่ยวข้องกับการใช้รังสีพลังงานสูงเข้ามา โดยนิยมใช้กับการรักษาโรคมะเร็งอย่างแพร่หลายทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเกือบครึ่งได้เข้าร่วมการรักษาด้วยรังสี

อีกทั้งการรักษาด้วยรังสียังสามารถใช้เพื่อรักษาเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็งและภาวะโรคอื่น ๆ ได้อีก อย่างเช่นโรคไทรอยด์ และภาวะความผิดปรกติของโลหิตบางประเภท เป็นต้น

เหตุใดจึงมีการใช้งานรังสีรักษา?

รังสีรักษาสามารถดำเนินการในการรักษามะเร็งเป็นการรักษาเดี่ยว ๆ หรือผสานร่วมกับการบำบัดเคมีก็ได้ โดยการทำรังสีรักษานี้มักจะมีประสิทธิภาพในการควบคุมอาการของผู้ที่เป็นมะเร็งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดมากที่สุด

รังสีรักษายังสามารถถูกใช้ร่วมกับการผ่าตัดย่อขนาดเนื้องอกเพื่อทำให้ง่ายต่อการตัดออก (เรียกว่าการให้เคมีบำบัดเบื้องต้นก่อนผ่าตัด) หรือหลังจากการผ่าตัดเพื่อกำจัดเนื้องอกตกค้างที่มีขนาดเล็กออก (เรียกว่าการรักษาหลังผ่าตัด)

วิธีการดำเนินการ

รังสีรักษาสามารถถูกดำเนินการได้ 2 วิธี คือจากภายนอกร่างกาย และจากภายในร่างกาย

การรักษาด้วยรังสีจากภายนอกมักมีการใช้เครื่องจักรที่เรียกว่าเครื่องเร่งอนุภาคซึ่งจะปล่อยคลื่นรังสีพลังงานสูงออกสู่ตำแหน่งที่ต้องการรักษา ซึ่งคลื่นดังกล่าวจะไม่สร้างความเจ็บปวดใด ๆ แก่ผู้เข้ารับการบำบัด

การรักษารังสีจากภายนอกยังต้องดำเนินการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย และต้องทำการรักษาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์อีกด้วย

สำหรับการรักษาด้วยรังสีจากภายในมักจะมีการใช้วัสดุที่สามารถแผ่รังสีออกมาได้เข้าไปในร่างกายในตำแหน่งที่ใกล้กับเซลล์มะเร็งชั่วคราว (เรียกว่าการฝังแร่กัมมันตรังสี) หรือให้ผู้รับการบำบัดกลืนหรือฉีดของเหลวที่แผ่รังสีเข้าไปในร่างกาย แม้ว่ากระบวนการรักษาด้วยรังสีประเภทนี้จะไม่สร้างความเจ็บปวดใด ๆ แต่การนำวัสดุกัมมันตรังสีเข้าร่างกายอาจสร้างความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวได้บ้างอยู่ดี

หลักการทำงาน

รังสีรักษาจะใช้ตัวแผ่รังสีที่มีพลังงานสูงออกมาเพื่อทำลาย DNA เซลล์มะเร็งให้หายไปถาวร

เนื้อเยื่อสุขภาพดีใกล้ ๆ ย่อมได้รับผลเสียจากการแผ่รังสีดังกล่าว แต่แพทย์จะสามารถเยียวยาเซลล์เหล่านั้นให้เติบโตกลับมาดีเหมือนเดิมได้

ผลข้างเคียง

ความเสียหายชั่วคราวของเนื้อเยื่อสุขภาพดีจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อมนุษย์ซึ่งส่วนใหญ่มีระยะเวลาสั้น ๆ

สำหรับผลข้างเคียงทั่วไปก็คืออาการปวดผิวหนัง เหนื่อยล้า และผมร่วง ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์หลังเสร็จสิ้นกระบวนการรักษา

ผลลัพธ์

แม้ว่าจะมีความเสี่ยงในเรื่องของผลข้างเคียง การใช้รังสีรักษามะเร็งก็ยังถูกนับว่ามีประสิทธิภาพที่สุด โดยผู้ป่วยโรคมะเร็ง 4 ใน 10 คนที่มีการรักษาด้วยรังสีเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาจะหายจากมะเร็งที่เป็น

อย่างไรก็ตาม การใช้รังสีรักษาก็ไม่ได้ทำให้เซลล์เนื้อร้ายหดลงทันที มันต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่ผลการฉายรังสีจะแสดงผลอยู่ดี ซึ่งผลดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับชนิดและระยะการลุกลามของมะเร็งนั้น ๆ กอปรกับการรักษาอื่น ๆ ที่บูรณาการร่วมด้วย (อย่างเช่นการบำบัดเคมี หรือผ่าตัด)

การรักษาด้วยรังสีจะทำให้คุณมีสารกัมมันตรังสีในร่างกายหรือไม่?

การรักษาด้วยรังสีจากภายนอกไม่ทำให้คุณมีสารกัมมันตรังสีตกค้างเนื่องจากรังสีจะสามารถผ่านทะลุร่างกายของคุณไป แต่สำหรับการฝังสารกัมมันตรังสีในการรักษาภายในนั้นอาจทำให้ตัวคุณเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างได้

คุณควรปรึกษาทำความเข้าใจในประเด็นความปลอดภัยนี้กับทีมรักษาของคุณก่อน

การรักษาด้วยรังสีดำเนินการอย่างไร?

รังสีรักษาสามารถดำเนินการได้หลายวิธี โดยการรักษาที่ใช้จะขึ้นกับกรณีรายบุคคลไป

หากต้องมีการใช้รังสีรักษา คุณจะถูกส่งให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดรังสีเพื่อรับไปรักษาต่อ

ทีมแพทย์รักษาของคุณจะทำการชี้แจงผลข้างเคียงทั้งหมดของการรักษาด้วยรังสี และคุณต้องทำการลงชื่อยินยอมข้อตกลงการรักษาและเพื่อเป็นหลักฐานว่าคุณน้อมรับความเสี่ยงทุกประการที่เกี่ยวข้อง

การวางแผนการรักษา

แผนการรักษาของคุณจะถูกจัดทำขึ้นเพื่อคำนวณหาโดสของรังสีที่สูงที่สุดที่จะทำให้เนื้องอกสลายไป (เพื่อประสิทธิผลที่ดีที่สุดในการรักษา) และเพื่อการคำนวณหาโดสต่ำที่สุดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ

แผนการรักษาของคุณจะขึ้นอยู่กับ:

  • ตำแหน่งมะเร็งในร่างกายของคุณ
  • ชนิดและขนาดของมะเร็งนั้น ๆ
  • สถานะสุขภาพโดยรวมของคุณ

สำหรับการวางแผนการรักษาคุณ ทีมแพทย์ (นักรังสีวิทยา หรือแพทย์รังสีรักษา) จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการวินิจฉัยร่างกายคุณ โดยอาจมีการทดสอบอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อหาขนาดและตำแหน่งของเซลล์มะเร็ง และเพื่อสร้างความเข้าใจพื้นที่ในร่างกายของคุณให้มากขึ้น

เมื่อแพทย์ได้ข้อมูลตามที่ต้องการแล้ว พวกเขาจะทำการคำนวณโดสรังสีทั้งหมดที่จำเป็นต้นใช้ในการรักษา

การหาตำแหน่ง

หากคุณต้องเข้ารับการรักษาด้วยรังสีจากภายนอก อาจมีการใช้เครื่องจำลองภาพในการรักษา โดยเครื่องจักรดังกล่าวจะมีการทำงานคล้ายกับเครื่องจักรที่ใช้ในการรักษาจริง เครื่องจำลองจะใช้รังสีเอกซเรย์เพื่อร่างภาพร่างกายของคุณให้ทีมรักษาหาตำแหน่งที่ต้องได้รับการรักษา

ผู้ป่วยส่วนมากมักใช้วิธีการซีทีสแกนเพื่อหาตำแหน่งเนื้องอก โดยหลังการสแกน นักฉายรังสีอาจสร้างเครื่องหมายบนผิวหนังของคุณด้วยปากกาหมึกซึมเพื่อทำให้แพทย์ที่ดูแลการรักษาในวันต่อ ๆ ไปหาตำแหน่งของเนื้องอกได้อย่างแม่นยำขึ้น

ถ้าคุณต้องทำการรักษาด้วยรังสีที่ลำคอหรือศีรษะของคุณ หรือส่วนใดก็ตามของร่างกายคุณที่ทำการสแกนเป็นไปได้ยาก จะมีการใช้รูปหล่อพลาสติกแทน โดยในกรณีนี้จะมีการแต้มหมึกซึมบนตำแหน่งของเซลล์เนื้อร้ายบนรูปหล่อแทนผิวหนังของคุณ

คอร์สรักษา

การรักษาด้วยรังสีมักจะดำเนินการด้วยการให้รังสีขนาดโดสเล็ก ๆ ต่อกันเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์

คนไข้ส่วนมากมักเข้ารับการรักษา 5 ครั้งต่อสัปดาห์ (หรือจากวันจันทร์ถึงวันศุกร์) โดยจะเว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เอาไว้ และบางกรณีอาจมีการให้การรักษามากกว่าหนึ่งครั้งต่อวันหรือรวมวันหยุดสุดสัปดาห์ไปด้วย

คอร์สการรักษารังสีส่วนมากมักมีระยะเวลาประมาณ 1 ถึง 7 สัปดาห์

การรักษาด้วยรังสีในแต่ละครั้งมักถูกเรียกว่า “ครั้ง/ย่อย” (fractions) สำหรับการใช้คำว่า “เข้าร่วม” (attendances) มักใช้แสดงถึงการที่ผู้รับการบำบัดมารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยคำว่า ”ย่อย” มักถูกใช้มากกว่า เนื่องจากว่าบางการรักษาบางวันอาจมีมากกว่าหนึ่งครั้งก็เป็นได้

จำนวนครั้งหรือการมารับการรักษาที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทของมะเร็งและเป้าหมายของการรักษา หากมีการรักษาด้วยรังสีเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น จะมีจำนวนครั้งที่ต้องทำการรักษาน้อยกว่า

การรักษาด้วยรังสีจากภายนอก

การรักษาด้วยรังสีจากภายนอกสามารถดำเนินการด้วยการใช้เทคนิคดังต่อไปนี้:

การรักษาด้วยรังสีจากภายนอกแบบมาตรฐาน

ผู้ป่วยส่วนมากที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยรังสีมักได้รับการฉายรังสีจากภายนอก

การรักษารังสีลักษณะนี้มักดำเนินการกับผู้ป่วยนอก ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องค้างที่โรงพยาบาล แต่หากว่าคุณต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีต่อจากการฉายรังสีรักษา หรือรู้สึกไม่สู้ดี คุณต้องพักที่โรงพยาบาลเผื่อเอาไว้

ระหว่างการดำเนินการ คุณจะถูกจัดให้นอนอยู่บนโต๊ะรักษา แพทย์จะนำเครื่องเร่งอนุภาคเข้ามายิงลำแสงพลังงานสูง ณ ตำแหน่งร่างกายที่ต้องรับการรักษา

คุณต้องนอนให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ตลอดการรักษา ซึ่งคุณสามารถหายใจได้ตามปรกติ กระบวนการนี้จะใช้เวลาไม่กี่นาทีต่อวัน และไม่สร้างความเจ็บปวดใด ๆ

ขณะที่คุณรับการรักษา คุณจะถูกปล่อยให้อยู่ในห้องเพียงลำพัง โดยแพทย์ทางรังสีจะเป็นผู้ควบคุมเครื่องจักรจากนอกห้องและพวกเขาสามารถมองสอดส่องคุณได้จากทางกระจกหรือหน้าจอโทรทัศน์ และบางแห่งอาจเตรียมวิทยุสื่อสารไว้ให้คุณสื่อสารกับแพทย์ข้างนอกไว้อีกด้วย

การฉายรังสีสามมิติแบบปรับความเข้ม (IMRT)

การฉายรังสีสามมิติแบบปรับความเข้ม (IMRT) เป็นการบำบัดรังสีที่ก้าวหน้าประเภทหนึ่งที่ใช้รักษาโรคมะเร็งและเนื้องอก IMRT จะใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อควบคุมลำแสงขนาดเล็ก ๆ หลายตัวที่มีความเข้มข้นแตกต่างกันเพื่อปรับรูปร่างลำแสงให้มีลักษณะเดียวกับเนื้องอกอย่างแม่นยำ ความเข้มข้นทางรังสีของลำแสงแต่ละเส้นจะถูกควบคุมและมีการเปลี่ยนรูปร่างลำแสงตลอดการรักษา

เป้าหมายของ IMRT คือเพื่อกระจายโดสรังสีจนถึงปริมาณโดสสูงที่สุดกับเนื้องอก โดยก่อผลกระทบต่อเนื้อเยื่อสุขภาพดีให้น้อยที่สุดเพื่อจำกัดผลข้างเคียงหลังการรักษา

รังสีรักษาภาพนำวิถี (IGRT)

การฉายรังสีรักษาภาพนำวิถี (IGRT) เป็นกระบวนการที่ใช้เทคนิคร่างภาพกับการรักษาด้วยรังสีทำให้แพทย์สามารถชี้จุด ระบุ และสอดส่องการเปลี่ยนแปลงของเนื้องอกภายในร่างกายผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ ด้วยวิธี IGRT แพทย์จะสามารถปรับลำแสงที่ใช้รักษาได้ตลอดทำให้เพิ่มประสิทธิผลของการรักษามากขึ้น

รังสีศัลยกรรม (SRS)

การฉายรังสีศัลยกรรม (SRS) หรืออีกชื่อคือรังสีศัลยกรรมแกมม่าไนฟ์ เป็นการบำบัดรังสีความแม่นยำสูงที่ใช้รักษาเนื้องอกและความผิดปรกติต่าง ๆ ในสมอง

จะมีการใช้เครื่องมือเฉพาะที่สามารถปล่อยสำแสงรังสีได้มากถึง 200 ตัวเพื่อส่งโดสรังสีความเข้มข้นสูงไปยังตำแหน่งที่ต้องรักษา โดยกระบวนการนี้มักดำเนินการเพียงหนึ่งครั้งต่อวัน ระหว่างดำเนินการรักษารูปแบบนี้ ศีรษะของคุณจะถูกวงไว้ในกรอบเพื่อจำกัดความเคลื่อนไหว เพื่อให้สามารถใช้งาน SRS ได้อย่างแม่นยำและไม่สร้างความเสียหายแต่เนื้อเยื่อสุขภาพดีโดยรอบ

การฉายรังสีร่วมพิกัดบนลำตัว (SBRT)

การฉายรังสีร่วมพิกัดบนลำตัว (SBRT) สามารถดำเนินการได้จากเครื่องเร่งอนุภาพหรือเครื่อง CyberKnife รุ่นใหม่

การรักษา CyberKnife จะเกี่ยวข้องกันการใช้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดเล็กที่ติดอยู่บนแขนกล ซึ่งช่วยให้มีการยิงลำแสงความเข้มข้นสูงหลายตัวไปยังส่วนใดก็ได้บนร่างกายเพื่อกำจัดเนื้องอกและในขณะเดียวกันก็ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อที่ยังดีอยู่

การรักษาด้วยรังสีจากภายใน

ในบางกรณี แพทย์จำต้องใช้วิธีการฝังวัสดุแผ่รังสีเข้าไปในร่างกายแทน

การรักษาด้วยรังสีจากภายในเกี่ยวข้องกับการฝัง ดื่ม หรือฉีดสารแผ่กัมมันตรังสีเข้าไปในร่างกาย ซึ่งตัวเลือกการให้สารก็ขึ้นอยู่กับชนิดของการรักษาที่ต้องดำเนินการ โดยคุณอาจต้องนอนพักที่โรงพยาบาลเป็นเวลาสั้น ๆ รังสีที่แผ่ออกจากภายในไม่สร้างความเจ็บปวดใด ๆ แต่กระบวนการใส่สารดังกล่าวเข้าร่างกายอาจสร้างความรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยบ้าง

การฝังแหล่งกำเนิดกัมมันตรังสี

การฝังแร่กัมมันตรังสีมักหมายถึงการสอดใส่สายโลหะ เม็ดโลหะ หรือท่อเข้าไปใกล้กับตำแหน่งของเซลล์มะเร็ง

สิ่งที่ฝังเข้าไปจะช่วยรักษาพื้นที่ของร่างกายส่วนนั้นโดยไม่ต้องพึ่งกระบวนการผ่าตัด ยกตัวอย่างเช่นการฝังแร่กัมมันตรังสีนี้สามารถฝังที่ช่องคลอดเพื่อรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกได้ แต่ในบางกรณีก็ต้องใช้วิธีผ่าตัดเพื่อฝังสารดังกล่าวใกล้กับเซลล์มะเร็งแทน

ระยะเวลาที่แพทย์จะปล่อยให้สารกัมมันตรังสีอยู่ในร่างกายจะขึ้นอยู่กับชนิดและธรรมชาติของมะเร็งที่เป็น โดยอาจเป็นเวลาไม่กี่นาทีหรือไม่กี่วันก็ได้ หรือในกรณี แร่ที่ฝังเข้าร่างกายอาจถูกคาไว้ในนั้นถาวรไปเลย

หากคุณเข้ารับการรักษาด้วยการฝังสารกัมมันตรังสี คุณต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลาไม่กี่วันหรือจนกว่าแพทย์จะทำการนำสารดังกล่าวออก ซึ่งหากสารดังกล่าวออกจากร่างกายของคุณแล้ว ตัวคุณก็จะไม่เป็นอันตรายต่อผู้คนรอบข้างอีก

การฝังแร่กัมมันตรังสีในร่างกายแบบถาวรจะไม่ส่งผลต่อผู้อื่น เนื่องจากสารที่ใช้มีขนาดที่เล็กมา ๆ อีกทั้งปริมาณรังสีที่สารแผ่ออกมาจะค่อย ๆ ลดลงเองตามกาลเวลา

รังสีรักษาด้วยของเหลว

การรักษาด้วยของเหลวที่มีรังสีแผ่ออกมาจะถูกใช้เพื่อการรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ ซึ่งสามารถมาในรูปแบบของเครื่องดื่ม ฉีดเข้าเส้นเลือด หรือฉีดลงบริเวณที่เป็นมะเร็งโดยตรงก็ได้

หลังจากการรักษารังสีด้วยของเหลว ตัวคุณจะมีการแผ่รังสีออกมาเป็นเวลาไม่กี่วัน ซึ่งไม่ควรส่งผลอันตรายในระยะยาวแต่อย่างใด แต่กระนั้นระหว่างที่ร่างกายของคุณมีรังสีแผ่ออกมาอยู่ก็ควรพักอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ไว้ก่อนจะเป็นการดีที่สุด

ความเข้มข้นของรังสีจากร่างกายจะถูกตรวจสอบอย่างระมัดระวังตลอดเวลา และคุณก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้หลังจากที่ระดับรังสีตกลงจนอยู่ในระดับปลอดภัยแล้ว ทีมรักษาของคุณจะแนะนำข้อควรปฏิบัติหลังจากนั้นให้แก่คุณโดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านั้นเป็นเวลาไม่กี่วัน

หากคุณไม่เข้าใจอะไรหรือมีบางอย่างไม่แน่ใจ คุณก็สามารถปรึกษาทีมแพทย์หรือขอคำอธิบายจากพวกเขาได้ตลอดเวลา

การนัดหมายติดตามผลการรักษา

หลังจากคอร์สการรักษาด้วยรังสีเสร็จสิ้น คุณจะถูกนัดให้มาพบแพทย์อีกทีเพื่อตรวจดูความคืบหน้าต่าง ๆ การนัดพบครั้งแรกมักจะเกิดขึ้นประมาณ 4 และ 6 สัปดาห์หลังการรักษาหยุดลง

คุณอาจถูกนัดให้มาพบแพทย์เพื่อติดตามผลติดต่อไปหลายปี ซึ่งจะค่อย ๆ มีความถี่น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป

อีกทั้งแพทย์เจ้าของไข้คุณจะมอบรายงานการรักษาแก่คุณ หากมีข้อสงสัยใด ๆ หลังการรักษาด้วยรังสีคุณก็สามารถติดต่อทีมรักษาได้ตลอดเวลา

ผลข้างเคียง

หลังการรักษาด้วยรังสี มักจะเกิดผลข้างเคียงขึ้นบ้าง โดยมักจะเกิดขึ้นเนื่องจากความเสียหายที่เซลล์สุขภาพดี กับการกำจัดเซลล์เนื้อร้ายนั่นเอง

ผลข้างเคียงที่เกิดจะขึ้นอยู่กับ:

  • ส่วนของร่างกายที่รับการรักษา
  • โดสของรังสีที่ถูกใช้
  • ความเร็วในการฟื้นตัวของเซลล์สุขภาพดี

อีกนัยหนึ่งคือการรักษาด้วยรังสีจะส่งผลต่อผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกันออกไป ให้เป็นการยากที่จะบอกได้ว่าคุณจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหลังการรักษาบ้าง บางคนอาจเจอผลข้างเคียงที่อ่อน แต่ในขณะที่อีกคนอาจประสบกับผลข้างเคียงในระดับรุนแรงมากก็เป็นได้

ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยรังสีส่วนมากจะคงอยู่ประมาณไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ แต่สำหรับภาวะข้างเคียงบางอย่าง อาทิเช่นอาการเหนื่อยล้าอาจกินเวลามากเป็นเดือน ๆ

ก่อนที่จะตัดสินใจทำการรักษานี้ คุณควรพูดคุยกับทีมแพทย์ถึงความเสี่ยงต่าง ๆ เสียก่อน

ผลข้างเคียงทั่วไป

ผลข้างเคียงที่พบเห็นได้ทั่วไปหลังการรักษาด้วยรังสีมักกินระยะเวลาสั้น ๆ และไม่ได้ส่งภาวะรุนแรงมากอะไรกบร่างกาย ซึ่งมีดังต่อไปนี้:

ปวดผิวหนัง

ผิวหนังบริเวณที่ได้รับการรักษาด้วยรังสีจะมีอาการแดงและปวดเมื่อย ซึ่งอาจกินเวลายาวนานได้ถึงสองสามสัปดาห์

บางคนอาจมีผิวหนังลอก (คล้ายกับโดนแดดเผา) ซึ่งอาการนี้มักจะหายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์

ทีมรักษาของคุณจะแนะนำวิธีดูแลผิวของคุณระหว่างช่วงที่ต้องรับการรักษาด้วยรังสีไว้ดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการโกนหรือใช้น้ำหอมกลิ่นแรงกับบริเวณที่มีอาการ
  • ป้องกันผิวหนังจากลมเย็น และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ (ประมาณ 15 หรือมากกว่า)
  • ใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าแทนการใช้มีดโกน
  • สวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ สบาย ๆ ที่ทำมาจากผ้าธรรมชาติ พยายามอย่าสวมใส่สร้อยคอ เน็คไท หรือกระเป๋าพาดไหล่แน่นเกินไป
  • ให้ปรึกษาทีมรักษาก่อนลงไปว่ายน้ำในสระน้ำที่มีคลอรีน

เหนื่อยล้า

คุณจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยทั้งระหว่างการรักษาและหลังการรักษาด้วยรังสี คุณต้องพยายามนอนหลับพักผ่อนมาก ๆ ในช่วงนี้

ความเหน็ดเหนื่อยเป็นอาการหลังรับการรักษาด้วยรังสีที่พบได้ทั่วไป ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นระหว่างเข้ารับการรักษาด้วยรังสีอีกเช่นกัน ทำให้ระหว่างการบำบัดด้วยรังสี แพทย์จะทำการเจาะตรวจเลือดของคุณ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่เป็นภาวะโลหิตจาง ซึ่งหากเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น คุณต้องทำการถ่ายเลือดในทันที

รู้สึกคลื่นไส้

ผู้คนส่วนมากที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีมักจะไม่เกิดอาการคลื่นไส้หรือรู้สึกไม่สบาย แต่หากคุณรู้สึกเช่นนั้น หรือหลังจากการรักษา แพทย์ก็สามารถจ่ายยาบรรเทาอาการให้คุณได้

การรักษาด้วยรังสีที่พื้นที่ช่องท้องหรือเชิงกรานของคุณอาจทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้ได้ ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นไม่กี่วันหลังจากเสร็จการรักษา การรับประทานยาแก้คลื่นไส้จะช่วยบรรเทาอาการนี้ได้

ไม่อยากอาหาร

มีคุณมีอาการคลื่นไส้และเหนื่อยล้ารวมกัน จะทำให้คุณรู้สึกไม่อยากอาหารตามมา

หากคุณรู้สึกฝืนรับประทานอาหาร คุณก็สามารถเปลี่ยนไปทานอาหารมื้อเล็ก ๆ แต่หลายมื้อแทนได้ คุณสามารถขอคำปรึกษากับทีมแพทย์ของคุณให้พวกเขาส่งคุณไปพบกับนักโภชนาการก็ได้

ท้องเสีย

อาการท้องเสียเป็นภาวะข้างเคียงจากการบำบัดด้วยรังสีบริเวณช่วงท้องหรือเชิงกรานที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยมักจะมีอาการหลังการรักษาไม่กี่วัน และจะค่อย ๆ แย่ลงหากมีการรักษาต่อ ๆ ไป อาการเหล่านี้สามารถรักษาหรือบรรเทาได้ด้วยการใช้ยา

หลังจากการรักษาเสร็จสิ้นลง อาการท้องเสียควรต้องหายไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือมีเลือดปนอุจจาระ ให้รีบปรึกษาแพทย์ในทันที

ผมร่วง

อาการท้องเสียเป็นภาวะข้างเคียงจากการบำบัดด้วยรังสีบริเวณศีรษะและลำคอที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่เหมือนกับการบำบัดเคมีกับบริเวณส่วนศีรษะ การรักษาด้วยรังสีจะทำให้คุณแค่มีอาการผมร่วงเท่านั้น

คนไข้หลายคนที่ประสบกับปัญหาผมร่วงมักเกิดความกังวลใจและทำใจลำบาก ให้คุณปรึกษาแพทย์หรือครอบครัวของคุณเพื่อระบายความอัดอั้น เพื่อให้พวกเขาคอยส่งกำลังใจให้แก่คุณ

ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังการรักษาด้วยรังสี ผมของคุณจะเริ่มงอกกลับมา ในบางกรณีผมที่งอกใหม่จะมีลักษณะหรือสีที่ต่างไปจากเดิม

กลืนลำบาก

การรักษาด้วยรังสีที่ทรวงอกจะทำให้หลอดอาหารเกิดการอักเสบชั่วคราว และทำให้เกิดความลำบากในการกลืนอาหารขึ้น แพทย์สามารถออกยาที่ช่วยบรรเทาให้แก่คุณได้หากจำเป็น

คุณควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสเผ็ดร้อนหรือการดื่มน้ำที่มีความเป็นกรดในช่วงนี้ เนื่องจากจะยิ่งไปทำให้ภาวะนี้แย่ลงไป

ผลกระทบที่มีต่อการมีเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ของผู้หญิง

การรักษาด้วยรังสีจะทำให้คุณหมดอารมณ์ทางเพศไป โดยมักเป็นผลมาจากภาวะข้างเคียงอื่น ๆ อย่างความรู้สึกคลื่นไส้ เหน็ดเหนื่อย หรือความกังวลที่รบกวนจิตใจของคุณมากกว่า

สำหรับการรักษาด้วยรังสีที่ปากช่องคลอดจะทำให้พื้นที่ดังกล่าวปวดเมื่อยและตีบแคบขึ้น ทางแพทย์ที่จัดการเรื่องการรักษาด้วยรังสีจะแนะนำวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้ด้วยการใช้เครื่องขยายช่องคลอด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สอดเข้าช่องคลอดเพื่อป้องกันไม่ให้ช่องคลอดตีบ การมีเพศสัมพันธ์บ่อย ๆ ในช่วงที่ต้องเข้ารับการรักษาจะช่วยป้องกันปัญหาช่องคลอดตีบได้อีกเช่นกัน

หากคุณมีอาการช่องคลอดแห้งหรือรู้สึกเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ คุณสามารถใช้สารหล่อลื่นหรือใช้ยาที่ทางแพทย์แนะนำได้

สำหรับการรักษาด้วยรังสีที่บริเวณเชิงกราน จะมีโอกาสทำให้เป็นหมันได้

ผลกระทบที่มีต่อการมีเพศสัมพันธ์และการมีลูกของผู้ชาย

สำหรับผู้ชายจะมีภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัวชั่วคราว และหมดอารมณ์ทางเพศไป ซึ่งเป็นผลข้างเคียงหลังการรักษารังสีกับบริเวณเชิงกรานที่พบได้ทั่วไป

ข้อและกล้ามเนื้อแข็ง

การรักษาด้วยรังสีบางครั้งอาจทำให้กล้ามเนื้อของคุณรัดตัว และทำให้ข้อต่อต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณที่รับการรักษาเกิดแข็งตัว โดยจะก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัวและมีอาการบวมในบริเวณดังกล่าว

การออกกำลังกายบ่อย ๆ จะช่วยป้องกันผลข้างเคียงนี้ได้ หากคุณมีอาการดังกล่าว แพทย์ที่ดูแลอาจส่งคุณไปหานักกายภาพบำบัดช่วยแทน

ภาวะข้างเคียงมีระยะเวลานาน

การรักษาด้วยรังสีมีโอกาสทำให้คุณประสบกับภาวะข้างเคียงรุนแรงที่มักมีระยะเวลานานกว่าปรกติ (ซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก) ซึ่งอาการดังกล่าวมีดังนี้:

ภาวะเป็นหมันและหมดประจำเดือนเร็วกว่าวัยอันควรในผู้หญิง

การรักษาด้วยรังสีบริเวณเชิงกรานของผู้หญิงอาจทำให้รังไข่สัมผัสกับรังสีได้ สำหรับผู้หญิงนั้น อาจทำให้หมดประจำเดือนเร็วกว่ากำหนดหรือไม่สามารถมีบุตรได้อีก ซึ่งมักเป็นความเสี่ยงสำหรับผู้หญิงที่ต้องการมีครอบครัวกลัวที่สุด

ก่อนเข้ารับการรักษา แพทย์จะชี้แจงทางเลือกและการช่วยเหลือทั้งหมดที่มี ยกตัวอย่างเช่นคุณอาจใช้วิธีผ่าตัดเก็บไข่และแช่แข็งไข่ไว้เผื่อกรณีที่คุณอยากมีบุตร

ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจไม่สามารถทำได้หากคุณต้องเข้ารับการรักษาด้วยรังสีทันที

ภาวะเป็นหมันในผู้ชาย

การรักษาด้วยรังสีบริเวณเชิงกรานหรือบริเวณอัณฑะของผู้ชายอาจก่อให้เกิดภาวะเป็นหมันได้ ซึ่งมีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว

หากมีความเสี่ยงเช่นนี้ ทางแพทย์จะทำการชี้แจงความเสี่ยงให้คุณทราบก่อน และหากถ้าทำได้ คุณก็สามารถเลือกเก็บน้ำเชื้อไว้เผื่อกรณีที่คุณต้องการมีบุตรก็ได้

ผิวเปลี่ยนแปลง

เป็นภาวะข้างเคียงหลังการรักษาด้วยรังสีที่มีระยะเวลาฟื้นตัวนาน บางคนอาจมีผิวหนังหนาขึ้น มีสีเข้มขึ้น และอาจมีบางคนที่มีกระเกิดขึ้น (คล้ายกับผิวส้ม)

ภาวะกลั้นอุจจาระไม่ได้

เป็นภาวะข้างเคียงที่หายากที่มาจากการรักษาด้วยรังที่บริเวณเชิงกราน โดยผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวบริเวณลำไส้ได้จนทำให้อุจจาระเล็ดออกมาจากทวารหนัก

ภาวะกลั้นอุจจาระไม่ได้สามารถรักษาได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงโภชนาการ การใช้ยา หรือกระบวนการผ่าตัดต่าง ๆ

ภาวะบวมน้ำเหลือง

การรักษาด้วยรังสีสามารถสร้างความเสียหายไปยังระบบเครือข่ายของต่อมและท่อน้ำเหลืองภายในร่างกายของคุณได้ โดยหน้าที่หลักของระบบน้ำเหลืองคือการดูดของเหลวส่วนเกินออกจากเนื้อเยื่อ

และการล้มเหลวของระบบน้ำเหลืองดังกล่าวจะทำให้ของเหลวสะสมกันจนสร้างความเจ็บปวดและบวมออกมา ซึ่งเรียกว่าภาวะบวมน้ำเหลืองนั่นเอง

ภาวะดังกล่าวมักจะเกิดกับแขนขามากที่สุด แต่ก็สามารถส่งผลไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้อย่างหน้าอก เป็นต้น ภาวะแขนบวมน้ำเหลืองมักพบในผู้หญิงที่ผ่านการผ่าตัดรักแร้หรือรังสีรักษามะเร็งเต้านมมา

สำหรับการป้องกันภาวะบวมน้ำเหลืองไม่ให้เกิดขึ้นนั้น มักจะใช้วิธีออกกำลังกายและเทคนิคประโคมผิว หากเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น ผู้ป่วยก็สามารถควบคุมอาการได้จากการรักษาตามคลินิกที่เชี่ยวชาญในการจัดการกับภาวะน้ำเหลืองนี้ได้

มะเร็งชนิดที่สอง

การรักษาด้วยรังสีมีความเสี่ยงที่จะก่อโรคมะเร็งบางชนิดขึ้นภายหลังการรักษาครั้งแรกหลายปี ซึ่งมักจะเรียกการกลับมาของมะเร็งนี้ว่ามะเร็งชนิดที่สอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ฉันสามารถทำ CPR ได้หรือไม่หากฉันยังไม่ได้รับประกาศนียบัตรผ่านการอบรม
ฉันสามารถทำ CPR ได้หรือไม่หากฉันยังไม่ได้รับประกาศนียบัตรผ่านการอบรม

มันไม่เหมือนการขับรถหรอกนะ : คุณไม่จำเป็นต้องได้รับใบรับรองหรอก