การรักษาอาการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 4, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 530,214 คน

การดูแลรักษาตัวที่บ้านเป็นวิธีที่ช่วยรักษาผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส   

ไม่มียาชนิดใดที่จะช่วยรักษาการติกเชื้อเอนเทอโรไวรัสโดยเฉพาะได้  ดังนั้นผู้ป่วยที่ติดเชื้อส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองด้วยการรักษาตัวตามอาการที่บ้าน เช่น พักผ่อน ดื่มน้ำเยอะ ๆ และทานยาเพื่อรักษาอาการที่เป็น เช่น การใช้ยาอิบูโพรเฟน (Advil/Motrin) หรืออะเซตามิโนเฟน (Tylenol) เพื่อรักษาอาการปวด แต่ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเพราะยาชนิดนี้ไม่มีฤทธิ์ต้านการติดเชื้อไวรัส รวมทั้งเชื้อเอนเทอโรไวรัสด้วย  

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

ควรพบแพทย์เมื่ออาการป่วยมีความรุนแรงขึ้น เคสผู้ป่วยที่รุนแรงส่วนใหญ่จะเป็นเด็กทารก ผู้ใหญ่ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอด เช่นโรคหอบหืด ซึ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกล่าวว่า แม้จะมียาที่อาจใช้เพื่อต้านเชื้อไวรัสต่าง ๆ รวมถึงเอนเทอโรไวรัสได้ แต่ก็ไม่มียาชนิดใดเลยที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถต้านเชื้อไวรัส EV-D68 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในปี 2014ได้

การป้องกัน

เชื้อเอนเทอโรไวรัสมักจะแพร่เชื้อจากคนไปสู่คน โดยจะแพร่เวลาที่ผู้ติดเชื้อไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ แล้วคนอื่น ๆ มาสัมผัสสิ่ง ๆ นั้นต่อ การติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสเริ่มขึ้นเมื่อคุณกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส จากนั้นถ้าไวรัสที่ก่อตัวขึ้นในทางเดินอาหารไม่ถูกระบบภูมิคุ้มกันทำลายเสียก่อนจะเข้าไปสู่กระแสเลือดและเริ่มแสดงอาการติดเชื้อให้เห็นสิ่งของที่ติดเชื้อเพียงน้อยนิดหรือแม้แต่น้ำลายหยดเล็ก ๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นด้วยซ้ำก็สามารถแพร่เชื้อไปยังที่อื่นได้

กิจวัตรที่ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อเอนเทอโรไวรัสระบาดเช่นเดียวกับที่ป้องกันการแพร่ไข้หวัด ได้แก่

  • ล้างมือบ่อย ๆ ให้ทั่วมือ และให้ลูกๆของคุณล้างมือด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะก่อนทานอาหารและให้ล้างมือทันทีหลังเข้าบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือที่ยังไม่ล้างสัมผัสดวงตา จมูก หรือปาก
  • พักอยู่ที่บ้านหากมีอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน
  • ให้ลูกของคุณอยู่บ้านหากมีอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน อย่าส่งเด็ก ๆ ไปโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กโดยเด็ดขาด  
  • สอนให้เด็ก ๆ ไอหรือจามเข้าที่ไหล่หรือข้อศอกของตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังคนอื่น และหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำลายที่มีเชื้อติดอยู่ที่มือ  
  • ไม่รับประทานอาหารโดยใช้ช้อนส้อม ถ้วย แก้วหรือขวดร่วมกับผู้ป่วย
  • ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวสิ่งของที่ผู้ป่วยอาจสัมผัส เช่น ของเล่น คีย์บอร์ด โทรศัพท์ และลูกบิดประตู ก๊อกน้ำและชักโครก

ไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส วัคซีนป้องกันไข้หวัดจำเป็นต่อการป้องกันไวรัสที่ทำให้เป็นไข้ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อเอนเทอโรไวรัสได้  

เชื้อเอนเทอโรไวรัสและเด็กที่เป็นโรคหอบหืด  

คนที่เป็นโรคหอบหืด (อาการที่มีสิ่งมากระตุ้นให้ระบบทางเดินหายใจเกิดการอักเสบและเล็กลง) มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะช่วงที่เชื้อ EV-D68 ระบาดในปี 2014 ที่ส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินอย่างรุนแรงในเด็กที่เป็นโรคหอบหืด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคมีคำแนะนำพิเศษให้แก่ผู้ปกครองของเด็กที่เป็นโรคหอบหืดให้เตรียมการไว้เผื่อเด็กติดเชื้อไวรัส EV-D68

คุณจำเป็นต้องรู้ข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้ถึงแม้จะอยู่ในช่วงที่เชื้อเอนเทอโรไวรัสไม่ระบาดรุนแรงก็ตาม

  • พูดคุยและปรับแผนการรักษาโรคหอบหืดของลูกกับแพทย์ที่รักษา
  • ติดตามการใช้ยาที่รักษาโรคหอบหืดตามแพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาที่ต้องใช้ในระยายาว
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ สามารถเข้าถึงการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการหอบหืดได้ (หรือที่เรียกว่า rescue medication เช่น ยาสูดพ่น Albuterol )
  • ติดตามแผนการรักษาลูกของคุณเมื่อมีอาการใหม่ๆ หรืออาการหอบหืดแย่ลง  
  • ให้ลูกฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัด
  • ติดต่อแพทย์หากไม่หายป่วยหรือมีอาการแย่ลง  

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่