ความรู้สุขภาพ

ตรวจเลือดบอกประโยชน์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
Blood test tubes with multicolored lids standing on medical documents picture id668185506

Ovalocyte

วัตถุประสงค์

                เพื่อจะทราบว่าเม็ดเลือดแดงมีรูปร่างผิดปกติเป็น รูปทรงวงกลมรี บ้างหรือไม่

                                                                Oval                       =             วงรี

                                                                Cyte                       =             เซลล์

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. เม็ดเลือดแดงที่เป็นปกติจะต้องมีลักษณะกลมเหมือนจานกลมแบนๆ ส่วนตรงกลางเว้าทั้งสองหน้า (biconcave disk) แต่สำหรับเม็ดเลือดแดงของบางท่านที่มีรูปร่างผิดปกติซึ่งอาจมีลักษณะไม่กลมแต่กลายเป็นรูปทรงรี (ผิดไปจากทรงกลม) และอาจผิดมากไปจนกลายเป็นคล้าน ลูกรักบี้หรือลูกหนำเลี้ยบ เซลล์เม็ดเลือดแดงชนิดนี้จึงถูกอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "elliptocyte" (ellipt = โค้งวงรี, cyte = เซลล์)

                2. Ovalocyte มากเกิดจากเหตุกรรมพันธุ์และอาจนำไปสู่โอกาสที่จะเกิดโรคโลหิตจาง

Tear drop cell

วัตถุประสงค์

                เพื่อจะทราบว่าเม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่างเหมือน หยดน้ำตา ออกมาปะปนกับเม็ดเลือดแดงปกติบ้างหรือไม่

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. บางตำราหรือบางคลินิกก็เรียกว่า "Dacryocyte"

                                                                Dacry                    =             [กรีก] น้ำตา

                                                                Cyte                       =             เซลล์

                2. Tear drop cell มักจะออกมาปะปนกับ Ovalocyte กล่าวคือเป็นกลุ่มเม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่างค่อนข้างไปทางยาวออกทางนี้ยากที่จะกลับคืนมาเป็นเม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่างกลมแบนตามปกติได้อีก

                3. การตรวจพบ Tear drop cell ทำให้สันนิษฐานได้ว่าอาจกำลังเกิดโรคหรือเหตุสำคัญบางประการเช่น

                                ก. อาจเกิดสภาวะพังผืดเกาะไขกระดูก (bone marrow fibrosis)

                                ข. อาจเกิดโรคโลหิตจางเพราะเม็ดเลือดโต (megaloblastic anemia)

                                ค. อาจขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือกรดฟอลิก

                ง. อาจเกิดโรคโลหิตจางชนิดธาราสซีเมีย (thalassemia)

Burr cell

วัตถุประสงค์

                เพื่อจะทราบว่าจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มี ผิวขรุขระเป็นหนามแหลม ว่ามีมากน้อยเพียงใด?

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. มีศัพท์อย่างอื่นที่เรียกแทนกันได้ เช่น "echinocyte" หรือ "crenated cell" ทุกคำมีความหมายว่ามีหนามแหลมตามผิวด้วยรอบเซลล์เม็ดเลือดแดง

                2. หากตรวจพบว่าในจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงมี Burr cell เป็น จำนวนมากกว่าสันนิษฐานว่าอาจกำลังเกิดสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งเช่น

                                ก. เลือดอาจเป็นพิษเพราะเกิดโรคไตบกพร่อง (uremia)

                                ข. ร่างกายอาจถูกไฟลวกอย่างรุนแรง

                                ค. อาจมีโรคตับร้ายแรง

Schistocyte

วัตถุประสงค์

                เพื่อจะทราบว่าเม็ดเลือดที่ แตกหัก หรือ ฉีกขาด มีจำนวนมากน้อยเพียงใด?

                                                                Schisto (กรีก)      =             divided (แบ่ง)

                                                                                             =             split (แยก)

                                                                Cyte                       =             เซลล์

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. ในกรณีหลอดเลือดแดงมีขนาดเล็กเพราะความชำรุดจนผนังมีความขรุขระอันเป็นเหตุให้อาจทำลายต่อเม็ดเลือดแดงให้ต้องถูกตัด หรือถูกเฉือน ให้แยกจากกันเกิดเป็นเศษของเม็ดเลือดแดงอย่างนี้ท่านผู้รู้บางท่านก็เรียกว่า "bite cell" (เซลล์ที่ถูกกัด)

                2. เศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย (fragments) ของเม็ดเลือดแดงนอกจากจะไม่มีประโยชน์เพราะขาดคุณสมบัติในการขนส่งออกซิเจนแล้วก็ยังอาจไปจับตัวกันเองทำให้มีสภาวะลิ่มเลือดกระจายทั่วไปภายในหลอดเลือดที่เรียกว่าสภาวะ DIC (disseminated intravascular coagulation) จนทำให้หลอดเลือดอาจเกิดการอุดตันขึ้นได้

Spherocyte

วัตถุประสงค์

                เพื่อจะทราบว่าในกระแสเลือดมีเม็ดเลือดแดงที่มีรูปพรรณสัณฐานเป็น ทรงกลม อยู่บ้างหรือไม่?

                                                                Sphere                   =             ทรงกลม

                                                                Cyte                       =             เซลล์

คำอธิบายยังสรุป

                1. ลักษณะรูปร่างของเม็ดเลือดแดงที่ปกตินั้น จะมีลักษณะเป็นจานกลมแบน ตรงกลางจานจะเว้าเข้าข้างในทั้งสองด้าน (biconcave disk) ทั้งนี้เพื่อให้มีอัตราส่วนของพื้นที่ผิวต่อปริมาตรของเม็ดเลือดแดงมีค่าสูงสุด

แต่ในกรณีของผู้ที่มีเม็ดเลือดแดงซึ่งมีรูปร่างเป็นทรงกลม (sphereocyte) เหมือนลูกปิงปองจึงย่อมทำให้อัตราส่วนของพื้นที่ผิวต่อปริมาตรของเม็ดเลือดแดงตารางเมตรมีค่าน้อยกว่าค่าของเม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่างปกติโดยเหตุนี้จึงย่อมลำเลียงออกซิเจนได้น้อยกว่านั้นคือการแสดงสภาวะโรคโลหิตจาง

                2. ในกรณีของผู้ที่มีเม็ดเลือดแดงเป็นรูปทรงกลมนั้น มันจะมีสภาวะที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้นตรงที่เม็ดเลือดแดงทรงกลมนั้นก็ยังอาจมีหลายขนาด จึงยิ่งทำให้เซลล์ทั่วไปของอวัยวะอื่นในตัวเจ้าของร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอมากยิ่งขึ้นจึงอาจเกิดอาการตัวซีด ตาเหลือง

                3. สาเหตุสำคัญเท่าที่ทราบกันในปัจจุบันว่า เม็ดเลือดแดง ที่มีรูปร่างผิดปกติกลายเป็นทรงกลมไปได้นั้นก็เพราะ

                                ก. อาจสืบเนื่องมาจากกรรมพันธุ์

                                ข. อาจเกิดในคนที่เคยดื่มเหล้าอย่างหนักติดต่อกันมานานจนติดถึงระดับที่นับได้ว่าเป็นสภาวะติดแอลกอฮอล์คล้ายยาเสพติด (alcohol abuse) ติดต่อมาจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามหากหยุดการดื่มเหล้าได้โดยเด็ดขาดอย่างกะทันหันแล้วก็ยอมอาจจะเกิดอาการอย่างหนึ่งที่ทางการแพทย์ท่านจะเรียกว่า "Zieve's syndrome" คงจะตรงกับคำในภาษาไทยในทำนองคล้ายๆกับคำว่า "ลงแดง" ก็เห็นจะได้

                4. สภาวะ "ซีพส์ ซินโดรม" อาจจะก่อให้เกิดสถานการณ์ที่เป็นอันตรายดังนี้

                                ก. อาจทำให้ไขมันในหลอดเลือดเพิ่มค่าสูงขึ้นมากทุกตัว (hyperlipoproteinaemia) ทั้งนี้ย่อมเป็นอันตรายต่อหัวใจและสมองอย่างร้ายแรงได้

                                ข. อาจเกิดสภาวะดีซ่าน (jaundice) จากเหตุเพราะตับชำรุดบกพร่อง

                                ค. อาจเกิดการปวดช่องท้อง (abdominal pain)

                                ง. โดยประการสำคัญที่สุดก็คืออาจเกิดสภาวะเม็ดเลือดแดงถูกแปลรูปร่างไปเป็นทรงกลมนั่นคือ "spherocyte" อันเป็นโรคโลหิตจางที่มีชื่อเรียกในทางการแพทย์ว่า "hemolytic anemia" (โรคโลหิตจาง ชนิดเม็ดเลือดแดงแตกโดยง่าย)

                5. ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสภาวะซีพส์ ซินโดรม จึงควร 1) ไม่ดื่มเหล้าเลย หรือ ไม่ดื่มประจำหรือ 2) หากดื่มจนติด ก็ไม่ควรหยุดอย่างกะทันหันแต่ควรค่อยๆ ลดปริมาณลงเพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ทัน

วัตถุประสงค์

                เพื่อทราบจำนวน เกล็ดเลือด (บางตำราก็เรียก แผ่นเลือด) ว่ามีจำนวนกี่เซลล์ต่อ 1 ลิตร (L) ของน้ำเลือด เนื่องจากมากไปก็อาจเกิดโทษ แต่น้อยไปก็อันตราย

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. เกล็ดเลือด (platelet) เป็นเซลล์เลือดที่มีศัพท์แพทย์เรียกเป็นทางการอีกชื่อหนึ่งว่า “thrombocyte” มีต้นกำเนิดมาจากไขกระดูกเช่นเดียวกับเซลล์เม็ดเลือดชนิดอื่น ขณะเมื่อยังเป็นวัยรุ่นจะถูดกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “megakaryocyte” ซึ่งควรอยู่แต่ในไขกระดูก ไม่ควรพบในกระแสเลือด

                                                Thrombos (กรีก)                       =             clump, clot

                                                                                              =             อุดกั้น

                                                Cyte                                       =             เซลล์

                2. เกล็ดเลือดเมื่อโตเต็มที่และออกมาสู่หลอดเลือดแล้วจะมีรูปร่างเป็นแผ่นกลมหรือรีมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-4 ไมครอน (แต่ขนาดเม็ดเลือดแดงประมาณ 6.7 ไมครอน) นับว่ามีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของเม็ดเลือดแดงเท่านั้น

                3. เกล็ดเลือดจะไหลวนเวียนอยู่ในกระแสเลือดโดยมีอายุขัยประมาณ 6-11 วัน ภายหลังจากนั้นเกล็ดเลือดรุ่นเก่าก็จะถูกทำลายส่วนใหญ่โดยม้ามและส่วนน้อยโดยตับ

                4. หน้าที่โดยทั่วไปของเกร็ดเลือดได้แก่

                                ก. เมื่อเกิดบาดแผลจะช่วยให้เลือดที่ไหลออกมาเกิดการแข็งตัวอันเป็นการห้ามเลือดไม่ให้ไหลพ้นออกนอกร่างกายมากเกินไป

                                ข. มีหน้าที่กลืนกินสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัสบางชนิด

                                ค. มีหน้าที่เก็บสะสมสารชีวเคมีบางอย่างเช่นฮอร์โมน epinephrine, serotonin และเอนไซม์บางตัว

ค่าปกติ Platelet Count

                1. ให้ยึดถือตามข้าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)

                2. ค่าปกติทั่วไป

หน่วย SI : 150 - 400 x 109 /L

 

หน่วยทั่วไป : 150,000 - 400,000 cells/mm.3

 

ค่า ผิดปกติที่ถือว่าวิกฤติ

<50,000/mm.3 หรือ >1 ล้าน/mm.3

ค่าปกติ

                1. ในทางน้อย ย่อมทำให้เมื่อเกิดบาดแผลเลือดอาจจะหยุดช้ากว่าปกติในการนี้ย่อมอาจแสดงผลว่า

                                ก. ได้เกิดสภาวะที่มีศัพท์แพทย์เรียกว่า "thrombocytopenia" หมายถึงสภาวะการมีเกล็ดเลือดน้อยกว่าปกติข้อสันนิษฐานชั้นต้นอาจเกิดจากโรคของไขกระดูก

                                                Throm (กรีก)                      =             clump (จับตัวเป็นก้อน)

                                                Cyte                                      =             เซลล์

                                                Penia                                     =             น้อย

                                ข. อาจเกิดสภาวะม้ามโตกว่าปกติจึงดักจับเก็บทำลายเกล็ดเลือดมากผิดปกติ

                                ค. อาจเกิดการเสียเลือด ณ จุดหนึ่งจุดใดของร่างกาย

                                ง. อาจมีการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีเคโมหรือวิธีเคมีบำบัด (cancer chemotherapy) ย่อมมีผลเสียหายทำลายต่อไขกระดูกซึ่งมีบทบาทในการผลิตเกล็ดเลือด

                2. ในทางมากอาจแสดงผลว่า

                                ก. อาจเกิดโรคมะเร็งเกี่ยวกับไขกระดูกเช่น leukemia, lymphoma

                                ข. อาจเกิดโรคภาวะเม็ดเลือดแดงมากทำให้เกล็ดเลือดต้องพลอยมากไปด้วย

                                ค. อาจขาดธาตุเหล็กทำให้ไขกระดูกต้องเร่งผลิตเม็ดเลือดแดงเพื่อให้การจับออกซิเจนของเลือดมีความพอเพียงแม้เกล็ดเลือดจะมิได้ใช้เหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญแต่เกร็ดเลือดก็ต้องพลอยถูกผลิตออกมามากต่ำเม็ดเลือดแดงไปด้วย

                หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง (พลเอกประสาร เปรมะสกุล) ได้โดยการซื้อหนังสือ (คู่มือแปลผลการตรวจเลือด)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่