Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ และไอเดียการกินการใช้ว่านหางจระเข้เพื่อสุขภาพ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,209,673 คน

ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ และไอเดียการกินการใช้ว่านหางจระเข้เพื่อสุขภาพ

ว่านหางจระเข้ พืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นยา สามารถนำมาใช้ได้ทั้งภายในภายนอกเพื่อบำรุงสุขภาพ และบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาใช้ดูแลด้านความสวยความงามได้อีกด้วย ซึ่งการนำมาใช้สดๆ จากต้นก็ยังปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตราย เพียงแต่จะต้องล้างยางออกให้สะอาดก่อน ไม่เพียงเท่านั้น ว่านหางจระเข้ยังเป็นพืชที่สามารถดัดแปลงและแปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลายอย่าง ทั้งการใช้สำหรับรับประทานและดูแลร่างกายภายนอกเรียกว่าเป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ล้ำเลิศชนิดที่ใช้ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้ากันเลยทีเดียว

ทำความรู้จักว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) เป็นพืชเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนและบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นไม้ล้มลุก ความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ลำต้นเป็นปล้อง โคนใบใหญ่ ใบอวบน้ำหนา ค่อนข้างยาว สีเขียวลายจุดขาว มีหนาม รอบขอบใบ ภายในมีวุ้นใส ซึ่งในส่วนดังกล่าวนิยมนำมาใช้เพื่อบำรุงรักษาผิวพรรณ และยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ประโยชน์ของว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์และสรรพคุณทางยาในการบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยของทางร่างกายได้หลายด้าน โดยที่สมุนไพรชนิดอื่นๆ ก็ยังเทียบสรรพคุณอันเลอเลิศนี้แทบไม่ได้ นั่นเป็นเพราะว่านหางจระเข้สามารถช่วยให้กระบวนการเมตาโบลิซึมในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ จึงมีประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อฟื้นฟูสุขภาพร่างกายได้ดีนั่นเอง เราไปดูกันเพิ่มเติมว่า ประโยชน์และสรรพคุณของว่านหางจระเข้มีดีอย่างไรบ้าง

  • รักษาแผลนับเป็นสรรพคุณเด่นที่คุ้นกันมานาน สำหรับการใช้ว่านหางจระเข้ในการบำบัดรักษา นั่นก็คือ การช่วยบรรเทาอาการปวดแผล แผลที่แสบร้อนจากการโดนไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก นั่นเป็นเพราะว่านหางจระเข้มีสารที่ช่วยสมานแผลได้นั่นก็คือ Aloctin A นับเป็นสารที่มีมากในทุกส่วนของต้น นอกจากนี้ สารชนิดดังกล่าวยังช่วยแก้ปัญหาผิวหนังได้อีกหลายด้านด้วยกัน และยังช่วยดูแลปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ ได้อีกหลากหลายเลยทีเดียว
  • ช่วยลดการอักเสบของผิวเพราะในเนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้สามารถช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยป้องกันการเกิดฝ้าหรือสามารถทำให้ฝ้าจางลง ช่วยลดการอักเสบของผิว และยังใช้รักษาสิวได้ เพราะมีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ ลดอาการบวมแดง ทำให้สิวยุบตัวลงได้เร็วขึ้นและยังช่วยรักษาแผลจากสิวไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นเมื่อใช้เป็นประจำ
  • ฟื้นฟูผิวไหม้เสียจากแดดในวุ้นของว่านหางจระเข้มีฤทธิ์เย็นช่วยให้ผิวที่โดนความร้อนเป็นเวลานานเย็นลง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวพร้อมฟื้นฟูผิว โดยวุ้นจากใบสามารถลดความแห้งกร้านที่เกิดกับผิวให้ค่อยๆ กลับมาคืนสภาพนุ่มชุ่มชื้นขึ้นได้ เพียงนำเนื้อวุ้นมาทาบนผิวที่มีปัญหาไหม้แดดก็จะช่วยปลอบประโลมผิวให้ดีขึ้น
  • ลดความมันบนใบหน้าผิวหน้าที่มีความมัน สามารถใช้เนื้อว่านหางจระเข้ช่วยในการรักษาความมันได้ เพียงนำเนื้อวุ้นมาปั่นให้ละเอียดผสมกับน้ำมะนาว นำมาพอกหน้า ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็จะช่วยลดเลือนความมันบนผิว แถมทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสขึ้นได้ อีกทั้งสูตรนี้ยังช่วยรักษาสิวและลดเลือนรอยสิวให้จางลงได้ด้วยเช่นกัน หรือจะนำเนื้อวุ้นมาพอกหน้าเพียวๆ ก็ยังได้
  • ฆ่าเชื้อโรค รักษาแผลวุ้นว่านหางจระเข้มีสารที่มีประโยชน์คือ สารอะโลอิน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ นอกจากนี้ ยังช่วยในการห้ามเลือด รักษาโรคผิวหนัง เช่น ฝี สารดังกล่าวจะเข้าไปสลายเชื้อโรค ช่วยให้แผลเปียกสมานติดกัน และกระตุ้นการเกิดเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ดังนั้น จึงสามารถรักษาแผลได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแผลเรื้อรัง เริม แผลเป็นที่เกิดจากการคลอดบุตร แก้ผื่นคันต่างๆ แก้พิษแมงกะพรุน ตลอดจนแผลสดใหม่ สิว และโรคเรื้อนกวาง
  • รักษาโรคต่างๆว่านหางจระเข้สามารถรักษาโรคกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงร่างกาย ขับสารพิษ รักษาโรคเหงือก อาการปวดศีรษะ ปวดฟัน บรรเทาอาการริดสีดวงทวารและอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี
  • บำรุงเส้นผมว่านหางจระเข้สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะได้ พร้อมทำหน้าที่ช่วยบำรุงผมและหนังศีรษะได้ในเวลาเดียวกัน โดยจะช่วยขจัดรังแค รักษาแผล และช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรงมีสุขภาพดี
  • นำมาแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆว่านหางจระเข้ไม่ว่าจะนำมาใช้แบบสดก็ให้สรรพคุณที่ดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังได้รับความนิยมในการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลความงามในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเจลบำรุงผิว ครีมบำรุงผิวหน้า บำรุงผิวกาย ตลอดจนแชมพูสระผม

ไอเดียของการใช้ว่านหางจระเข้เพื่อสุขภาพ

เนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ เราสามารถนำมาใช้ได้ทั้งกินและทาภายนอกโดยไม่มีอันตรายใดๆ แต่ทั้งนี้ควรล้างยางออกให้สะอาดเสียก่อน เพื่อป้องกันเชื้อโรคและป้องกันการแพ้จากยางของว่านหางจระเข้นั่นเอง เมื่อเราเตรียมเนื้อวุ้นอย่างสะอาดดีแล้ว สำหรับการนำมาเพื่อใช้บำบัดรักษาปัญหาสุขภาพต่างๆ ก็สามารถทำตามได้ดังนี้

  • แก้อาการปวดศีรษะ วุ้นของว่านหางจระเข้สามารถบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ โดยนำปูนแดงมาทาที่เนื้อวุ้น แล้วนำมาป้ายลงบนขมับ การปวดศีรษะก็จะค่อยๆ บรรเทาลง
  • บำรุงเหงือกและบรรเทาอาการปวดฟัน ให้ปอกเปลือกเอาแต่วุ้นมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นแท่งเล็กๆ แล้วนำมาเหน็บตามซอกฟันทิ้งไว้สักพัก จะช่วยรักษาเหงือกและอาการปวดฟันจะค่อยๆ ดีขึ้น
  • รักษาแผล ให้ใช้น้ำเมือกของว่านหางจระเข้มาทาบริเวณแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก โดยหมั่นทาบ่อยๆ เพื่อให้เมือกของว่านหางจระเข้เคลือบอยู่เสมอ ไม่ให้แผลแห้ง ซึ่งจะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้นและไม่เกิดรอยแผลเป็น สำหรับแผลที่โดนความร้อน เช่น โดนน้ำร้อนลวกก็จะช่วยให้แผลไม่เกิดการพุพอง สมานแผลไม่ให้เกิดการลุกลาม เนื่องจากความเย็นของว่านหางจระเข้จะช่วยลดการอักเสบบวมและช่วยคลายความปวดลงได้
  • รักษาลำไส้อักเสบ ใครที่มีอาการลำไส้หรือกระเพาะอักเสบ สามารถรักษาด้วยการรับประทานวุ้นว่านหางจระเข้ประมาณวันละ 2 ช้อนโต๊ะ แผลในกระเพาะหรือการอักเสบดังกล่าวก็จะค่อยๆ ดีขึ้น
  • สมานแผลสดจากของมีคม เริ่มจากการทำความสะอาดแผลให้สะอาด หลังจากนั้นให้ปอกเปลือกว่านหางจระเข้แล้วหั่นเนื้อวุ้นของว่านให้เป็นแผ่นยาวๆ วางปิดลงบนแผล แล้วจึงนำเอาผ้ามาปิด ใช้น้ำเมือกหยอดลงบนแผลอย่าให้แผลแห้ง ว่านจะช่วยสมานผิวให้ติดกันและหายได้เร็วขึ้น หากเป็นแผลติดเชื้อ แผลถลอกหรือแผลครูดก็สามารถใช้วุ้นทาให้หายเร็วขึ้นได้เช่นเดียวกัน
  • รักษาโรคผิวหนัง หากมีอาการเป็นผื่นและมีอาการปวดแสบปวดร้อนด้วยโรคขี้เรื้อนกวาง ให้รับประทานวุ้นหางจระเข้ทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะพร้อมกับการนำวุ้นมาใช้ทาผสมกับครีมป้องกันผิวแห้งที่บริเวณผื่นคัน ก็จะยิ่งช่วยให้ปัญหาผิวหนังหายเร็วขึ้น
  • ลบรอยแผลที่หายแล้วบนผิว สำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็น หรือผิวแตกลายหลังจากการตั้งท้อง สามารถรักษาได้ด้วยการใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาทุกวัน เช้า-เย็น ก็จะช่วยลดเลือนรอยแผลต่างๆ ให้ดีขึ้น สำหรับคนท้องให้ใช้ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดอย่างได้ผล
  • รักษาริดสีดวงทวาร ในผู้ที่เป็นริดสีดวงทวาร เราสามารถใช้วุ้นว่านหางจระเข้สอดเข้ายังทวารหนักเพื่อให้คลายจากความเจ็บและสมานแผลที่เกิดจากริดสีดวงทวารได้ ด้วยการปอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นแท่งเล็กๆ นำไปล้างให้สะอาดจากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นให้แข็ง จึงนำมาใช้สอดเข้าทวารหนักวันละ 2 ครั้งก็จะช่วยบรรเทาอาการจากโรคริดสีดวงทวารได้ นอกจากนี้ หากเป็นฝีก็ยังสามารถนำมาใช้รักษาฝีได้อีกด้วย
  • ป้องกันโรคเบาหวาน ให้หั่นเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตรมาทานทุกวัน หรือจะนำมาทำเป็นน้ำปั่นก็ได้ สูตรน้ำปั่นจากว่านหางจระเข้นี้จะช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานในระยะแรกๆ ให้เบาลงได้ ในส่วนคนที่ยังไม่เป็นก็สามารถทานในปริมาณที่น้อยลงเพื่อป้องกันโรคได้เช่นกัน

ไอเดียการกินว่านหางจระเข้เพื่อสุขภาพ

ว่านหางจระเข้ ไม่เพียงแค่นำมาใช้บำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยได้แต่เพียงเท่านั้น เพราะในส่วนของเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ เรายังสามารถนำมาใช้ประยุกต์ทำเมนูต่างๆ ทานเพื่อบำรุงสุขภาพได้เช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

  • น้ำว่านหางจระเข้ปั่นเมนูสุขภาพที่จะช่วยคลายความอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ต้องเตรียมคือ เนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ น้ำตาลทราย ใบเตย และน้ำเปล่า วิธีทำคือ ต้มน้ำใส่น้ำตาลทรายและใบเตย ชิมให้รสหวานพอประมาณ หลังจากนั้น นำน้ำเชื่อมที่ได้มาปั่นรวมกับว่านหางจระเข้และน้ำแข็งเล็กน้อย ก็จะได้น้ำปั่นเพื่อสุขภาพที่จะช่วยคืนความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
  • ว่านหางจระเข้อบเตรียมเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ น้ำตาลทราย น้ำ และน้ำหวานหลากสี วิธีทำ เริ่มจากนำเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้มาปั่นให้ละเอียด นำน้ำและน้ำตาลทรายไปลงต้มให้เดือด โดยต้มเคี่ยวกับว่านหางจระเข้ลงไปจนเหนียวข้น ทิ้งไว้ให้เย็น ใช้มีดตัดเป็นก้อนเล็กๆ พอคำ จากนั้นนำขึ้นไปอบให้แห้งแล้วเก็บใส่ภาชนะให้มิดชิด
  • วุ้นกะทิว่านหางจระเข้ดัดแปลงเป็นขนมแบบไทยๆ ด้วยการใส่กะทิก็ช่วยให้ได้ประโยชน์จากการกินว่านหางจระเข้ได้ไม่น้อย ส่วนผสมที่ต้องเตรียม ได้แก่ ว่านหางจระเข้ น้ำเปล่า น้ำแข็ง เกลือป่น น้ำหวานกลิ่นสละ และกะทิ เริ่มจากการหั่นว่านหางจระเข้ให้ได้ชิ้นพอดีคำ ต้มลงในน้ำเดือดพร้อมเกลือ เมื่อสุกแล้วให้นำมาล้างจนกว่าจะหมดรสเค็ม ผสมน้ำหวาน น้ำและวุ้นตามชอบ แล้วนำไปแช่ตู้เย็น จากนั้นนำกะทิและน้ำตาลปี๊บละลายให้เข้ากัน ต้มจนเดือด ใส่เกลือเล็กน้อย พักไว้ให้เย็น เมื่อจะรับประทานให้นำว่านที่แช่ไว้ออกมาราดหน้าด้วยน้ำกะทิและใส่น้ำแข็ง ก็จะได้เมนูขนมหวานแสนอร่อยและน่ารับประทานคลายร้อนได้แล้ว

ข้อควรระวัง

  • หากมีการใช้ว่านหางจระเข้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยจะทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้ เช่น ลมพิษ และการอักเสบของโรคผิวหนัง และในส่วนของผู้ที่แพ้ หากใช้ว่านหางจระเข้หลังจากเกิดการไหม้แดดของผิว อาจจะทำให้เกิดผื่นหรือการบวมบริเวณนั้น บางรายก็อาจจะทำให้ผิวลอกในวงกว้าง ดังนั้น สำหรับผู้ที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย จึงควรทดสอบด้วยการทาว่านหางจระเข้ในส่วนท้องแขนดูก่อนจะดีกว่า เพื่อทดสอบว่าแพ้หรือไม่
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำว่านหางจระเข้ หรือไม่ควรดื่มในปริมาณมากจนเกินไป เนื่องจากว่านหางจระเข้มีฤทธิ์เป็นยาระบายจึงอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้ หรือควรดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอด้วย จะได้ปรับสมดุลให้ร่างกายไปพร้อมๆ กัน
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานว่านหางจระเข้แบบสดๆ ที่ไม่ผ่านการทำความสะอาด เพราะยางที่เคลือบเนื้อว่านหางจระเข้อาจส่งผลทำให้เกิดท้องเสีย และทำให้ลำไส้ใหญ่เป็นตะคริว
  • การรับประทานว่านหางจระเข้ ไม่ควรรับประทานพร้อมกับยารักษาโรคเบาหวาน เพราะมีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงทำให้ยาทำงานได้แบบไม่มีประสิทธิภาพ
  • ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานว่านหางจระเข้ เพราะจะไปลดประสิทธิภาพการทำงานของยารักษา และน้ำยางของว่านหางจระเข้ยังส่งผลทำให้เกิดภาวะไตล้มเหลวได้อีกด้วย การใช้ว่านหางจระเข้ ควรเลือกใช้ต้นที่ใมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป เพราะจะได้สรรพคุณสูงที่สุด และควรต้องตัดจากต้นใหม่ๆ แล้วใช้ทันที หากใช้ไม่หมดจริงๆ สามารถเก็บไว้ได้เพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น ในส่วนของผู้ที่ต้องการนำมาใช้สำหรับผิวพรรณ แนะนำให้นำมาลองทาที่ท้องแขนก่อน หากพบว่าไม่แพ้จึงนำไปทาบนผิวหนังส่วนอื่นๆ ตามต้องการ

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป