การกินเพื่อสุขภาพ

ว่านหางจระเข้ กับประโยชน์และสรรพคุณทางยา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
ว่านหางจระเข้ กับประโยชน์และสรรพคุณทางยา

หลายคนอาจจะทราบถึงประโยชน์ดีๆ เกี่ยวกับว่านหางจระเข้ อีกทั้งยังรู้ถึงการรักษาแผลหรือโรคต่างๆ ด้วยสมุนไพรชนิดดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาประโยชน์และสรรพคุณเพิ่มเติมของว่านหางจระเข้ วันนี้เราได้นำข้อมูลในส่วนนี้มาแบ่งปันเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่เลือกใช้วิธีธรรมชาติในการรักษาโรคมากขึ้น ส่วนเนื้อหาเหล่านั้นจะน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน มาติดตามพร้อมๆ กันเลย

ลักษณะทั่วไปของว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้จัดอยู่ในพืชตระกูลลีเลี่ยม (Lilium) ซึ่งมีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอยู่ที่บริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ในส่วนของสายพันธุ์ของว่านหางจระเข้นั้นมีอยู่หลากหลายชนิด เพราะโดยรวมแล้วมีมากกว่า 300 ชนิดด้วยกัน โดยสายพันธุ์ของมันจะมีตั้งแต่สายพันธุ์ที่มีชนาดใหญ่ไปจนถึงสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก ลักษณะพิเศษของว่านหางจระเข้นั้นจะอยู่ที่ใบแหลมคล้ายกับเข็ม มีเนื้อที่หนา และเนื้อข้างในจะมีน้ำเมือกเหนียวอยู่

สมุนไพรชนิดนี้จะมีการผลิดอกในช่วงฤดูหนาว ซึ่งดอกของมันจะมีสีสันที่แตกต่างกัน เช่น สีขาว สีแดง และสีเหลือง ซึ่งแต่ละสีของดอกจะขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ ว่านหางจระเข้จัดเป็นพืชชนิดที่อวบน้ำ มีขนาดลำต้นที่สั้นและไม่สูงมาก ซึ่งขนาดความสูงของมันจะอยู่ประมาณ 60-100 เซนติเมตร ใบของมันจะมีความหนาอ้วนและมีสีเขียวถึงเทาเขียว ในบางสายพันธุ์จะมีจุดสีขาวอยู่ในส่วบนและล่างของโคนใบ ขอบใบจะมีลักษณะเป็นหยักและมีฟันหรือคล้ายหนามเล็กๆ สีขาว ดอกของมันจะมีลักษณะเป็นดอกที่ห้อยลงมา วงกลีบของดอกจะมีสีเหลืองเป็นรูปหลอด มีขนาดความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ถ้าพูดถึงในอีกแง่มุมก็คือว่านหางจระเข้จะมีความเหมือนกับพืชชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในสกุลที่สร้างอาร์บัวคูลาร์ไมคอร์ไรซาขึ้น ซึ่งเป็นดั่งสมชีพที่ทำให้พืชสามารถดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุที่อยู่ในดินได้ดี

ประโยชน์ทั่วไปของว่านหางจระเข้

  1. ช่วยป้องกันการเกิดฝ้าได้เป็นอย่างดี เพียงนำว่านหางจระเข้มาใช้เป็นประจำทุกวัน
  2. ใช้วุ้นของว่านหางจระเข้ผสมกับเนื้อในของเมล็ดสะบ้า จะช่วยรักษาอาการผมร่วงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันหนังศีรษะล้านได้
  3. นำวุ้นของว่านหางจระเข้มาชโลมลงบนเส้นผม จะทำให้เส้นผมมีความสลวย ผมดกและมีความเงางามมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นมันยังช่วยป้องกันปัญหาการเกิดรังแคบนหนังศีรษะ ช่วยบำรุงต่อมที่รากผมให้มีสุขภาพที่ดี และช่วยรักษาแผลที่เกิดจากการเกาบนหนังศีรษะได้อีกเช่นกัน
  4. มีผลการทดลองในการใช้วุ้นของว่านหางจระเข้มารักษาคนไข้ที่เป็นแผลกดทับได้จนเห็นผล
  5. ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยในการลบท้องลาบหลังคลอดบุตร โดยการใช้วุ้นของว่านหางจระเข้มาทาในบริเวณท้องเป็นประจำทั้งในขณะที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด
  6. การใช้วุ้นของว่านหางจระเข้มาทาในบริเวณที่เป็นเส้นเลือดขอดเป็นประจำทุกวัน จะช่วยแก้เส้นเลือดขอดเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
  7. สารที่อยู่ในว่านหางจระเข้ที่มีชื่อว่า Aloctin A เป็นสารที่สามารถรักษาโรคหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง โรคผิวหนัง หรือแม้แต่รักษาอาการแพ้ต่างๆ ได้เช่นกัน
  8. สามารถนำเอาวุ้นของว่านหางจระเข้มาทำเป็นของหวานเพื่อสุขภาพได้ เช่น วุ้นว่านหางจระเข้ลอยแก้ว วุ้นว่างหางจระเข้แช่อิ่ม หรือจะนำวุ้นว่านหางจระเข้มาปั่นเป็นเครื่องดื่มสุขภาพก็ได้
  9. ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยในการชะลอความแก่ชราได้ รวมทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
  10. ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโนหลากหลายชนิด รวมทั้งสารอาหารชนิดต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งยังให้ประโยชน์ในหลายด้านแก่สุขภาพของคนเรา เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 วิตามินบี 12 วิตามินซี วิตามินอีและโคลีน
  11. มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร รวมทั้งช่วยทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ เสมือนเป็นการดีท็อกซ์ล้างสารพิษที่อยู่ภายในร่างกายให้หมดไป แถมยังช่วยให้ระบบการทำงานของกระเพาะอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นมันยังช่วยลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ได้เป็นอย่างดี
  12. สารสกัดจากว่านหางจระเข้นั้นมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลภายในร่างกาย ช่วยในการควบคุมความดันโลหิต และยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ที่สำคัญยังสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจได้
  13. การทานเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ จะช่วยป้องกันและช่วยแก้อาการเมารถเมาเรือได้เป็นอย่างดี
  14. การนำวุ้นว่านหางจระเข้มาทาบริเวณผิวเป็นประจำทุกวัน จะเป็นการช่วยป้องกันอีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้
  15. ใครที่ต้องการมีผิวพรรณที่เนียนนุ่มและแลดูชุ่มชื้นตลอดเวลา ควรใช้ว่านหางจระเข้มาพอกให้ทั่วบริเวณผิวประมาณ 15 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างน่าพึงพอใจ
  16. ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยยับยั้งการติดเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว อีกทั้งยังช่วยลดรอยดำจากสิวให้จางลง และยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ เนื่องจากว่านหางจระเข้จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ช่วยลดความมันได้ แต่ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ใช้กับผู้ที่เป็นสิวอักเสบ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  17. มีส่วนช่วยในการรักษาจุดด่างดำบนผิวหนังที่มาจากการเผชิญกับแสงแดดหรือจากการมีอายุที่มากขึ้น เพียงแค่นำวุ้นว่านหางจระเข้จากใบสดมาทาที่ผิววันละ 2 ครั้งหลังอาบน้ำ จะช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ว่านหางจระเข้ 

สรรพคุณทางยาของว่านหางจระเข้

  1. ทานเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้งเป็นประจำทุกวันจะช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อให้ดีขึ้นกว่าเดิม
  2. นำวุ้นว่านหางจระเข้มารักษาแผลสด แผลจากการโดนของมีคม และแผลที่ริมฝีปาก โดยนำวุ้นมาแปะตรงบริเวณแผลให้มิดชิด ตามด้วยการใช้ผ้ามาปิดทับไว้
  3. ช่วยรักษาแผลถลอกและจากการถูกครูด ซึ่งแผลประเภทนี้จะให้ความเจ็บปวดอย่างมาก ดังนั้นจึงควรใช้วุ้นว่านหางจระเข้มาทาแผลแต่เพียงเบาๆ โดยเริ่มจากวันแรกควรทาบ่อยๆ เพื่อเป็นการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น อีกทั้งยังไม่ทำให้มีอาการเจ็บแผลมาก
  4. นำว่านหางจระเข้มาฝานบางๆ แล้วนำไปแปะไว้ที่แผลไฟไหม้ แผลจากการโดนน้ำร้อนลวก จะช่วยบรรเทาอาการปวดของแผลได้ ทั้งนี้ยังช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น และยังช่วยในการดับพิษร้อน เพื่อบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้
  5. วุ้นว่านหางจระเข้ช่วยทำให้แผลเป็นจางลงได้เร็ว อีกทั้งยังสามารถป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นบนผิวได้ด้วย
  6. มีส่วนช่วยรักษาตาปลาและฮ่องกงฟุต โดยการใช้วุ้นจากใบว่านหางจระเข้มาล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาปิดไว้ตรงบริเวณที่เป็น และควรหมั่นเปลี่ยนวุ้นว่านหางจระเข้บ่อยๆ จนกว่าจะดีขึ้น
  7. นำวุ้นว่านหางจระเข้มาทาลงบนผิวก่อนออกไปเผชิญกับแสงแดด จะช่วยป้องกันผิวจากอันตรายของแสงแดดได้ แถมยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ไม่ให้เกิดปัญหาผิวแห้งกร้านได้อีกเช่นกัน
  8. นำวุ้นว่านหางจระเข้มาทาผิวบ่อยๆ จะช่วยรักษาอาการผิวหนังไหม้จากแสงแดด ผิวหนังไหม้จากการฉายรังสี หรือจากการเป็นแผลเรื้อรังที่เกิดจากการฉายรังสีได้เช่นกัน
  9. รักษาฝ้าด้วยการนำวุ้นจากใบว่านหางจระเข้มารักษาให้จางลงได้
  10. วุ้นของว่านหางจระเข้ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งมันจะช่วยลดการตกสะเก็ดและลดอาการคันของโรคดังกล่าวได้
  11. รับประทานเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ จะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถนำวุ้นมาทำเป็นเครื่องดื่มด้วยการปั่นวุ้นก็ได้เช่นกัน
  12. ว่านหางจระเข้จะช่วยแก้อาการปวดศีรษะได้ เพียงตัดใบสดของว่านหางจระเข้ จากนั้นทาปูนแดงด้านหนึ่ง แล้วจึงนำเอาด้านที่ทาปูนไปปิดตรงขมับ วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี
  13. วุ้นว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะในขณะที่ท้องว่าง และช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารด้วยเช่นกัน
  14. นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกเอาแต่วุ้น แล้วนำมาทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ จะช่วยรักษากระเพาะลำไส้อักเสบ
  15. ในส่วนของเปลือกว่านหางจระเข้นั้นจะมีน้ำยางสีเหลือง ซึ่งในน้ำยางนั้นจะมีสารที่เรียกว่าสารแอนทราควิโนน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ดังนั้นเมื่อนำน้ำยางไปเคี่ยวจนน้ำมันระเหยออกมา จากนั้นพักไว้ให้เย็น จะได้สารสีดำหรือที่เรียกว่ายาดำ ซึ่งยาตัวนี้จะเป็นยาที่อยู่ในตำรับยาแผนโบราณที่ใช้เป็นยาระบายอยู่ในหลายตำรา
  16. เอายางจากว่านหางจระเข้มาเคี่ยวให้งวด จากนั้นพักไว้ให้เย็นจะได้ก้อนยาสีดำ หลังจากนั้นตักมาประมาณ 1 ช้อนชา แล้วเติมน้ำเดือดประมาณ 1 ถ้วย คนจนละลาย นำมาทานก่อนนอน จะช่วยรักษาอาการท้องผูกได้ดี
  17. การใช้เนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ที่ผ่านการเหลาให้เป็นปลายแหลมเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นไว้เพื่อให้วุ้นแข็งตัว แล้วนำไปเหน็บในช่องทวารหนัก จะช่วยรักษาโรคริดสีดวงได้ ทั้นี้ควรทำเป็นประจำวันละ 1-2 ครั้ง จนกว่าโรคดังกล่าวจะหาย
  18. ในส่วนของรากและเหง้าของว่านหางจระเข้นั้นจะมีส่วนช่วยในการแก้อาการหนองใน ช่วยแก้มุตกิด หรือที่หลายคนรู้จักในอีกชื่อคือระดูขาวของสตรี

ข้อควรระวัง : ก่อนใช้ว่าน ทอสอบดูว่าแพ้หรือไม่ โดยเอาวุ้นทาบริเวณท้องแขน ด้านใน ถ้าผิวไม่คันหรือแดงก็ใช้ได้

ข้อควรระวังในการใช้ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ มีข้อควรระวังในการใช้ แม้จะเป็นพืชที่ไม่มีอันตราย ใช้นำมารับประทาน หรือใช้เป็นยารักษาแผลภายนอก รวมไปถึงการประทินผิว แต่กระนั้นก็ยังมีข้อห้ามและข้อควรระมัดระวังที่ผู้ใช้ควรรู้เพื่อความปลอดภัยของตัวเองด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยดังต่อไปนี้

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ระวังการดื่มน้ำว่านหางจระเข้ที่นำเอาส่วนของวุ้นมาปั่น การดื่มจะไปกระตุ้นตับอ่อนให้มีการสร้างสารอินซูลินเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยยังมีการใช้ยารักษาที่เป็นอินซูลินตามแพทย์สั่งอยู่ด้วยแล้ว การดื่มน้ำว่านหางจระเข้เพิ่มเข้าไป เปรียบเสมือนกับเติมอินซูลินในร่างกายให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะช็อกตามมาได้ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจเสียก่อน
  2. ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบและโรคกระเพาะ กรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคเหล่านี้มาก่อนแล้ว การกินวุ้นของว่านหางจระเข้ที่มีความสด จำเป็นจะต้องพิถีพิถันในการทำความสะอาด เพื่อกำจัดเอายางสีเหลืองออกให้หมด ซึ่งวุ้นที่ล้างทำความสะอาดเป็นอย่างดีแล้ว จะไม่มีรสขมของยาง การล้างทำความสะอาดไม่ดี รับประทานเอายางเข้าไปด้วย จะไปกระตุ้นให้การอักเสบรุนแรงขึ้น ซึ่งบางรายมีอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างหนัก
  3. ผู้ป่วยที่มีเป็นโรคริดสีดวง หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร จะต้องระมัดระวังไม่นำเอายางที่สกัดได้จากยางของว่านหางจระเข้มารับประทาน แม้จะมีสรรพคุณเป็นยา แต่เป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาดในกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ ซึ่งยังรวมไปถึงหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร เพราะจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น การตั้งครรภ์เสี่ยงต่อการแท้งลูก และอาจทำให้ลูกน้อยที่ดื่มนมแม่เกิดภาวะท้องเสียได้

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของว่านหางจระเข้นั้นถือได้ว่ามีมากมายจนน่าเหลือเชื่อ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจกันเลยว่าทำไมปัจจุบันนี้จึงได้มีการนำเอาส่วนต่างๆ ของว่านหางจระเข้มาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางและยารักษาโรคกันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ใช้ว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสมก็มักได้รับความนิยม และยังเป็นที่น่าเชื่อถือของผู้บริโภคไม่น้อย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่