ความรู้สุขภาพ

ฝี สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 882318792 %281%29

ผิวหนังถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งของร่างกายที่ง่ายต่อการเจ็บป่วยหรือพบโรคต่างๆ ได้บ่อยครั้ง อันเนื่องจากเป็นส่วนประกอบที่อยู่ภายนอก โดยเป็นส่วนที่รับทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งไม่ดีเข้าสู่ชั้นผิวก่อนส่วนใดๆ และหากพูดถึงในแง่ของโรค โรคที่มักจะเกิดขึ้นกับผิวหนัง เราอาจจะคุ้นชินกับผื่นคันหรือสิวกันเสียส่วนมาก แต่อีกหนึ่งอาการผิดปกติของผิวที่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดทรมานที่บริเวณแผล ก็คือ “ฝี” นั่นเอง

ฝี คืออะไร?

ฝี (Abscess) คือ ส่วนของเนื้อเยื่อที่มีการติดเชื้อ ซึ่งประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาว เนื้อเยื่อที่ตาย เชื้อโรค จนทำให้เกิดต่อมบวมขึ้นกลัดหนองข้างใน โดยอาการอักเสบนี้จะเกิดขึ้นที่บริเวณต่อมไขมันและรูขุมขนของผิวหนังเป็นหลัก ฝีสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะภายนอกและอวัยวะภายใน ส่วนใหญ่แล้ว เราจะสามารถพบฝีบนผิวหนังภายนอกเป็นส่วนมาก ซึ่งจะมีขนาดเล็กและสามารถรักษาอาการให้ดีขึ้นได้ง่าย แต่สำหรับฝีภายในผู้ป่วยจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์อย่างถูกต้อง ฝีนั้นเป็นโรคร้ายที่สามารถพบได้ทุกเทศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ตรวจพบฝีได้มากกว่ากลุ่มบุคคลอื่นๆ

ผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดฝี มีใครบ้าง?

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดฝีได้ง่าย มักเป็นผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ ซึ่งได้แก่บุคคลเหล่านี้

  • ผู้ป่วยเอดส์
  • ผู้ป่วยมะเร็ง
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด
  • ผู้ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
  • ผู้ที่ได้รับแผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก
  • ผู้ที่ร่างกายได้รับการบาดเจ็บอย่างรุนแรง
  • ผู้ที่ผ่านการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์มาเป็นเวลานาน

ฝีที่เกิดขึ้นในร่างกาย มีตำแหน่งใดบ้าง?

ฝีสามารถเกิดขึ้นได้หลายแห่งในร่างกาย และมีด้วยกันหลายชนิด ได้แก่

  • โพรงหนองที่ฟัน โดยเกิดบริเวณเนื้อใต้ฟัน หรือบริเวณเหงือกและกระดูกกรามใต้ฟัน
  • ฝีทอนซิล เป็นฝีที่เกิดบริเวณต่อมทอนซิลในช่องปากและผนังด้านในลำคอ
  • ฝีต่อมบาร์โธลิน เป็นฝีที่เกิดในต่อมบาร์โธลินบริเวณผิวหนังที่แคมอวัยวะเพศหญิง
  • ฝีที่ก้น จะเกิดบริเวณผิวหนังที่มีรอยแยกหรือร่องก้น
  • ฝีบริเวณทวารหนัก เป็นฝีที่เกิดขึ้นบริเวณลำไส้ตรงและทวารหนัก
  • ฝีไขสันหลัง เกิดบริเวณโดยรอบไขสันหลัง
  • ฝีในสมอง เป็นฝีที่เกิดภายในเนื้อสมองใต้กะโหลกศีรษะ ซึ่งถือว่าอันตรายต่อร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อาการของฝี

อาการโดยทั่วไปของฝีมักจะมีลักษณะเป็นก้อนสีออกแดงๆ ผู้ป่วยจะรู้สึกปวด และเมื่อสัมผัสดูก็จะรู้สึกร้อน กดแล้วเจ็บ หากฝีเริ่มมีขนาดที่โตขึ้นจนถึงระดับหนึ่งจะสามารถคลำพบหัวฝี จากนั้นไม่นานฝีจะสามารถแตกเองได้ ซึ่งผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้อาการแย่ลงได้ โดยจะส่งผลทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปสู่กระแสเลือดจนเกิดการติดเชื้อขึ้นในกระแสเลือด ซึ่งเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว จะทำให้ผู้ป่วยเป็นไข้ รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวหรือป่วยได้ง่ายนั่นเอง

สาเหตุของการเกิดฝี

สำหรับสาเหตุของการเกิดฝีที่พบเจอได้บ่อยที่สุดคือ การอุดตันของต่อมน้ำมันหรือต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง การอักเสบของรูขุมขน และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว จนทำให้เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อโรคอื่นๆ สะสมเข้าไปภายในต่อม ทำให้เกิดการต่อต้านกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยฝีจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามอาการอักเสบและโตขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับฝีที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย มักจะเกิดจากภาวะแทรกซ้อนและการติดเชื้อของอวัยวะภายใน เช่น ไส้ติ่งอักเสบและแตกภายในช่องท้อง จนเป็นสาเหตุให้เชื้อแบคทีเรียกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ ภายในช่องท้อง กระทั่งก่อให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบจนกลายเป็นฝีอย่างที่ทราบกันมา

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยฝีนั้นสามารถทำการตรวจสอบจากภายนอกของตุ่มฝี โดยตุ่มที่เกิดขึ้นผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดมากน้อยเพียงใด ตรวจสอบขนาดของตุ่มว่ามีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตรหรือครึ่งนิ้วหรือไม่ และอาการไข้ในระหว่างการติดเชื้อ หากพบอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ทำการวินิจฉัยอาการต่อ โดยแพทย์จะทำการสอบถามอาการต่างๆ ประวัติทางการแพทย์ และตรวจร่างกายในบริเวณที่เกิดฝีอย่างละเอียด เช่น ตรวจด้วยวิธีอัลตราซาวด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) และสร้างภาพจำลองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) สำหรับฝีที่อวัยวะภายใน

วิธีรักษาฝี

ฝีถือเป็นโรคชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาได้ โดยเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการวินิจฉัยฝีกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว หากพบว่าฝีมีขนาดเล็กและมีอาการปวดไม่มาก ผู้ป่วยสามารถรักษาอาการฝีได้ด้วยการดูแลตนเอง เช่น ไม่สัมผัสกับฝีโดยตรง ไม่ทำการเจาะหรือบีบให้ของเหลวในฝีไหลออกมาอย่างเด็ดขาด เพราะเชื้อจากฝีจะส่งผลโดยตรงกับเส้นเลือดที่อยู่ใกล้เคียงกับฝี แต่หากพบว่าผีมีขนาดใหญ่ร่วมกับมีอาการปวดอย่างรุนแรง ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผิวหนัง ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อทำการฆ่าเชื้อที่บริเวณฝี หรือใช้วิธีผ่าตัดเพื่อระบายหนองในฝีออกจนหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ

วิธีป้องกันฝี

สำหรับวิธีป้องกันฝีที่ดีที่สุดคือ การดูแลสุขภาพทั้งจากภายในและภายนอก เริ่มต้นด้วยการสร้างภูมิต้านทานที่ดีให้กับร่างกาย ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารที่ครบถ้วน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เป็นประจำ จะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีและไม่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย หากหมั่นดูสุขภาพทั้งตัวคุณเองและคนในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นฝีได้ตามนี้แล้ว โอกาสในการเกิดผีก็ย่อมลดน้อยลงแน่นอน

ฝีถือเป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยกับผู้ที่มักจะมองข้ามการดูแลสุขภาพ และที่สำคัญหากตรวจพบว่าเป็นฝีก็ยิ่งไม่ควรปล่อยปละละเลยจนทำให้อาการของฝีลุกลาม อีกทั้งควรตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เพื่อจะได้รับมือให้เท่าทันโรค นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นฝีแล้ว ก็ยิ่งไม่ควรบีบ แกะ แคะหรือเกาฝีเป็นเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้อาการของฝีเกิดการติดเชื้อลุกลามหนักขึ้นได้

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่