ความรู้สุขภาพ

ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอก เกิดจากอะไร?

ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอกเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาและป้องกันอย่างไรบ้าง
เผยแพร่ครั้งแรก 21 พ.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 27 ก.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอก เกิดจากอะไร?

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ฝ่าเท้า เป็นหนึ่งอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด จึงเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้าได้ อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวอาจเกิดจากความผิดปกติอื่นๆ ได้เช่นกัน
  • สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า เช่น โรคผื่นแพ้สัมผัสที่เกิดจากรองเท้า โรคน้ำกัดเท้า โรคเท้าเปื่อย โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่นน้ำใส และเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ
  • การรักษาผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้าจะรักษาที่สาเหตุ เช่น หากเกิดจากการติดเชื้อราจะรักษาด้วยยาทาต้านเชื้อรา หรือหากเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ ก็ให้หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ
  • วิธีป้องกันการเกิดผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า จะต้องรักษาสุขอนามัยของฝ่าเท้า โดยการสวมใส่ถุงเท้าเมื่อสวมรองเท้า ไม่เดินเท้าเปล่าในที่สกปรก ทำความสะอาดเท้าด้วยสบู่ และรักษาเท้าให้แห้งอยู่เสมอ
  • ส่วนใหญ่แล้ว ผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้าสามารถรักษาหายได้เองที่บ้าน แต่หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น ผิวระหว่างฝ่าเท้ากลายเป็นสีดำ มีริ้วสีแดงบนฝ่าเท้า เท้าอุ่น หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

ฝ่าเท้า เป็นหนึ่งในอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด และสามารถนำไปสู่การเกิด "ผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า" ได้

อย่างไรก็ตาม การมีผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้าสามารถเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ หรือปัญหาผิวเท้าที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 424 บาท ลดสูงสุด 57%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H27

สำหรับคนที่ตอนนี้กำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าว วันนี้เรามาดูสาเหตุที่เป็นไปได้ของการเกิดผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า รวมถึงวิธีการรักษา และการป้องกันว่า สามารถทำได้อย่างไรบ้าง

สาเหตุของการเกิดผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า 

1. โรคผื่นแพ้สัมผัสที่เกิดจากรองเท้า

โรคผื่นแพ้สัมผัส เป็นโรคที่เกิดกับผิวหนังชั้นนอกซึ่งไปสัมผัสกับวัตถุบางอย่างแล้วเกิดความระคายเคือง 

ดังนั้น รองเท้าบางคู่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอกได้ เพราะวัสดุบางชนิดของรองเท้าสามารถทำให้ผิวเท้าเกิดความระคายเคืองขึ้น และส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาแพ้จนตกสะเก็ด และลอกออก 

อย่างไรก็ตาม โรคผื่นแพ้สัมผัสไม่ได้เป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ด้วยการสัมผัส แต่ผื่นสามารถกระจายจากบริเวณหนึ่งไปสู่บริเวณอื่นๆ ของร่างกายได้ ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการดังต่อไปนี้ 

  • เท้าแดง 
  • รู้สึกแสบร้อนที่ผิวเท้า  
  • เป็นแผลพุพอง 
  • รู้สึกคันเท้า 

2. โรคน้ำกัดเท้า

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 424 บาท ลดสูงสุด 57%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H27

โรคน้ำกัดเท้า เกิดจากเชื้อราที่ชื่อว่า "Trichophyton" ซึ่งเป็นเชื้อราที่พบบ่อยในการทำให้เกิดการติดเชื้อราที่ผิวหนัง แต่ไม่ทำให้เกิดอันตราย โดยพบได้มากในบริเวณที่มีความชื้น เช่น ห้องล็อกเกอร์ ห้องอาบน้ำ หรือสระว่ายน้ำสาธารณะ ซึ่งสภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้นเหล่านี้จะทำให้เชื้อราเติบโตได้ดี 

นอกจากนี้ รองเท้าที่อุ่นและชื้นก็สามารถทำให้เชื้อราเติบโตได้เช่นกัน 

ทั้งนี้ โรคน้ำกัดเท้าสามารถเกิดขึ้นที่เท้าข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ โดยการลอกระหว่างนิ้วเท้ามักเริ่มจากนิ้วที่เล็กก่อนที่จะแพร่กระจายออกไป และคนที่เป็นโรคน้ำกัดเท้าก็สามารถแพร่โรคไปสู่คนอื่นได้จากการสัมผัสโดยตรง หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อน 

ตัวอย่างอาการของคนที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า

3. โรคเท้าเปื่อย

โรคเท้าเปื่อยจะเกิดขึ้นเมื่อเอาเท้าแช่น้ำ หรือแช่ความเย็นเป็นเวลานาน ความเสียหายที่เกิดกับเส้นประสาท หลอดเลือด และผิวเท้า จะสามารถนำไปสู่การเกิดผิวลอกได้ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 424 บาท ลดสูงสุด 57%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H27

โรคเท้าเปื่อยไม่ใช่โรคติดต่อที่แพร่กระจายด้วยการสัมผัส โดยอาการทั่วไปของคนที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า ได้แก่ 

  • รู้สึกคันเท้า 
  • เป็นเหน็บชาที่เท้า 
  • รู้สึกปวด 
  • มีแผลพุพอง 

4. โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใส

โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใสสามารถเกิดขึ้นที่นิ้วมือ นิ้วเท้า และฝ่าเท้าได้ ซึ่งจะทำให้เกิดแผลพุพองที่ทำให้รู้สึกคันที่บริเวณดังกล่าว และใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าโรคจะหายไปได้ 

โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใสมักพบได้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 20-40 ปี เชื่อมโยงกับโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล และระดับของความเครียดที่สูง แต่โชคดีที่โรคชนิดนี้ไม่ใช่โรคที่ติดต่อ 

อาการอื่นๆ ที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยโรคนี้ เช่น 

  • ปวดเท้า 
  • เท้าแดง 
  • คันเท้า

5. เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ เป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่เกิดบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิว เพราะแบคทีเรียบางชนิดสามารถเข้าไปในผิวผ่านรอยถลอกและรอยบาดได้ จึงทำให้เกิดการติดเชื้อในชั้นผิวที่ลึกขึ้น เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณของผิว แต่มักเกิดขึ้นที่ขาส่วนล่าง และสามารถแพร่กระจายไปสู่เท้า 

อาการที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ 

  • เท้าบวม 
  • รู้สึกปวดเท้า 
  • ผิวอุ่น 
  • เท้าแดง 
  • มีแผลพุพอง 
  • เท้าลอก

การรักษาผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า

การรักษาภาวะผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้าจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น หากภาวะดังกล่าวเกิดจากการติดเชื้อ แพทย์ก็จะจ่ายยาปฏิชีวนะ สำหรับวิธีรักษาอื่นๆ มีดังต่อไปนี้

1. ใช้ยาทา

การใช้ครีม หรือออยท์เมนท์ (ointment) ทาที่ผิวอาจช่วยให้อาการดีขึ้น หรือยาที่มีสารไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) อาจช่วยลดการอักเสบ และอาการคันได้เช่นกัน

ส่วนในกรณีที่เชื้อราทำให้เกิดการติดเชื้อ ผู้ป่วยก็ควรใช้ครีมต้านเชื้อรา โดยหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ครีมที่เข้มข้นจะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

2. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

หากโรคผื่นผิวหนังสัมผัสทำให้ผิวระหว่างฝ่าเท้าของคุณลอก นอกจากจะต้องระวังเรื่องวัสดุรองเท้าแล้ว ให้หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ด้วย การทาแบริเออร์ครีม (Barrier Cream) ซึ่งเป็นครีมสำหรับทาแผลกดทับอาจช่วยลดการเสียดสีจากรองเท้าได้

3. การประคบเย็น

การประคบเย็นประมาณ 15-20 นาที ประมาณ 4 ครั้งต่อวัน สามารถลดอาการคัน และแสบร้อนได้

การป้องกันผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า

  • เดินเท้าเปลือยเมื่อเป็นไปได้

  • ใส่ถุงเท้าและรองเท้าให้เหมาะสม

  • ใส่รองเท้าแตะเมื่ออยู่ในห้องล็อกเกอร์ หรือบริเวณสระว่ายน้ำ

  • ใส่ถุงเท้าที่ทำจากผ้าที่ดูดความชื้น เพื่อช่วยลดความชื้นจากผิว

  • รักษาเท้าให้แห้งอยู่เสมอ

  • ล้างเท้าด้วยน้ำสบู่ โดยถูซอกเล็บและซอกนิ้วทุกครั้ง

  • หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่คับแน่น ทำให้เกิดการเสียดสี

  • ไม่แบ่งปันรองเท้าและถุงเท้ากับคนอื่น

  • ปล่อยให้รองเท้าแห้งก่อนใส่ครั้งต่อไป

ปกติแล้ว ผู้คนส่วนมากสามารถแก้ปัญหาผิวลอกที่เกิดระหว่างนิ้วเท้าได้เองที่บ้าน แต่ในบางครั้งคุณก็อาจต้องไปพบแพทย์ หากการรักษาเบื้องต้นไม่สำเร็จ หรือมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น

  • ผิวระหว่างฝ่าเท้ากลายเป็นสีดำ
  • มีริ้วสีแดงบนฝ่าเท้า
  • เท้าอุ่น
  • มีไข้
  • ผื่นระหว่างฝ่าเท้าเริ่มมีของเหลวไหลออกมา

ฝ่าเท้า เป็นหนึ่งในอวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น ผิวระหว่างฝ่าเท้ากลายเป็นสีดำ เท้าอุ่น มีไข้ หรือมีริ้วสีแดงบนฝ่าเท้า ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Pompholyx (dyshidrotic eczema) (https://www.nhs.uk/conditions/pompholyx/), 18 June 2018
Centers of Disease Control and Prevention, Trench foot or immersion foot (https://www.cdc.gov/disasters/trenchfoot.html), 8 September 2005
Hulstaert E et al., Contact dermatitis caused by a new rubber compound detected in canvas shoes (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/29044554), January 2018

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ข้อมูลเกี่ยวกับการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
ข้อมูลเกี่ยวกับการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ดูดขี้หู จำเป็นหรือไม่?
ดูดขี้หู จำเป็นหรือไม่?

แพทย์เฉพาะทางตอบเอง! จำเป็นต้องดูดขี้หูหรือไม่ ทำเองที่บ้านได้ไหม ทำอย่างไรให้ปลอดภัย เทียนดูดขี้หูที่ใช้กันตามท้องตลาดน่าใช้หรือเปล่า!

ดูในแอป