Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอก เกิดจากอะไร?

ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอกเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาและป้องกันอย่างไรบ้าง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,014,284 คน

ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอก เกิดจากอะไร?

ฝ่าเท้านับว่าเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด และนั่นสามารถนำไปสู่การเกิด "ผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า" ได้ อย่างไรก็ตาม การมีผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้าสามารถเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ หรือปัญหาผิวเท้าที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ สำหรับคนที่ตอนนี้กำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าว วันนี้เรามาดูสาเหตุที่เป็นไปได้ของการเกิดผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า รวมถึงวิธีการรักษาและการป้องกันว่า สามารถทำได้อย่างไรบ้าง

สาเหตุของการเกิดผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า 

1.โรคผื่นแพ้สัมผัสที่เกิดจากรองเท้า

โรคผื่นแพ้สัมผัส เป็นโรคที่เกิดกับผิวหนังชั้นนอกซึ่งไปสัมผัสกับวัตถุบางอย่างแล้วเกิดความระคายเคือง ดังนั้นรองเท้าบางคู่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอกได้ เพราะวัสดุบางชนิดของรองเท้าสามารถทำให้ผิวเท้าเกิดความระคายเคืองขึ้น และส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาแพ้จนตกสะเก็ดและลอกออก อย่างไรก็ตาม โรคผื่นแพ้สัมผัสไม่ได้เป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ด้วยการสัมผัส แต่ผื่นสามารถกระจายจากบริเวณหนึ่งไปสู่บริเวณอื่นๆ ของร่างกายได้ ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการดังต่อไปนี้ 

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck
  • เท้าแดง 
  • รู้สึกแสบร้อนที่ผิวเท้า  
  • เป็นแผลพุพอง 
  • รู้สึกคันเท้า 

2.โรคน้ำกัดเท้า

โรคน้ำกัดเท้า เกิดจากเชื้อราที่ชื่อว่า "ไตรโคฟีทอน" (Trichophyton) ซึ่งมักปรากฏบนผิวและไม่ทำให้เกิดอันตราย โดยพบได้มากในบริเวณที่มีความชื้น เช่น ห้องล็อกเกอร์ ห้องอาบน้ำ สระว่ายน้ำสาธารณะ เป็นต้น สภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้นเหล่านี้จะทำให้เชื้อราเติบโตได้ดี 

นอกจากนี้รองเท้าที่อุ่นและชื้นก็สามารถทำให้เชื้อราเติบโตได้เช่นกัน ทั้งนี้โรคน้ำกัดเท้าสามารถเกิดขึ้นที่เท้าข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ โดยการลอกระหว่างนิ้วเท้ามักเริ่มจากนิ้วที่เล็กก่อนที่จะแพร่กระจายออกไป และคนที่เป็นโรคน้ำกัดเท้าก็สามารถแพร่โรคไปสู่คนอื่นได้จากการสัมผัสโดยตรง หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อน สำหรับอาการของคนที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า จะมีตัวอย่างดังต่อไปนี้ 

  • ผิวแตก 
  • คันเท้า 
  • ผิวแดง 
  • ผิวแห้ง

3.โรคเท้าเปื่อย

โรคเท้าเปื่อยจะเกิดขึ้นเมื่อเอาเท้าแช่น้ำหรือแช่ความเย็นเป็นเวลานาน ความเสียหายที่เกิดกับเส้นประสาท หลอดเลือด และผิวเท้า จะสามารถนำไปสู่การเกิดผิวลอกได้ แต่อย่างไรก็ตาม โรคเท้าเปื่อยไม่ใช่โรคติดต่อที่แพร่กระจายด้วยการสัมผัสได้ ส่วนอาการทั่วไปของคนที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า จะได้แก่ 

  • รู้สึกคันเท้า 
  • เป็นเหน็บชาที่เท้า 
  • รู้สึกปวด 
  • มีแผลพุพอง 

4.โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใส

โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใสสามารถเกิดขึ้นที่นิ้วมือ นิ้วเท้า และฝ่าเท้าได้ ซึ่งจะทำให้เกิดแผลพุพองที่ทำให้รู้สึกคันที่บริเวณดังกล่าว และใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าโรคจะหายไปได้ โดยโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใสมักพบได้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 20-40 ปี และมีความเชื่อมโยงกับโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล และระดับของความเครียดที่สูง แต่โชคดีที่โรคชนิดนี้ไม่ใช่โรคที่ติดต่อได้ สำหรับอาการอื่นๆ ที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยโรคนี้ เช่น 

  • ปวดเท้า 
  • เท้าแดง 
  • คันเท้า

5.เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ เป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่เกิดบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิว เพราะแบคทีเรียบางชนิดสามารถเข้าไปในผิวผ่านรอยถลอกและรอยบาดได้ จึงทำให้เกิดการติดเชื้อในชั้นผิวที่ลึกขึ้น เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณของผิว แต่มักเกิดขึ้นที่ขาส่วนล่าง และสามารถแพร่กระจายไปสู่เท้า สำหรับอาการที่พบโดยทั่วไป จะได้แก่ 

  • เท้าบวม 
  • รู้สึกปวดเท้า 
  • ผิวอุ่น 
  • เท้าแดง 
  • มีแผลพุพอง 
  • เท้าลอก

การรักษาผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า

การรักษาภาวะผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้าจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ ตัวอย่างเช่น หากภาวะดังกล่าวเกิดจากการติดเชื้อ แพทย์ก็จะจ่ายยาปฏิชีวนะให้ สำหรับวิธีรักษาอื่นๆ จะมีดังต่อไปนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

1. ใช้ยาทา

การใช้ครีมหรือออยท์เมนท์ (ointment) ทาที่ผิวอาจช่วยให้อาการดีขึ้น หรือยาที่มีสารไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ก็อาจช่วยลดการอักเสบและอาการคันได้เช่นกัน ส่วนในกรณีที่เชื้อราทำให้เกิดการติดเชื้อ ผู้ป่วยก็ควรใช้ครีมต้านเชื้อรา โดยหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ครีมที่เข้มข้นจะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

2. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

หากโรคผื่นผิวหนังสัมผัสทำให้ผิวระหว่างฝ่าเท้าของคุณลอก นอกจากจะต้องระวังเรื่องวัสดุรองเท้าแล้ว ให้หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ด้วย การทาแบริเออร์ ครีม (Barrier Cream) ซึ่งเป็นครีมสำหรับทาแผลกดทับอาจช่วยลดการเสียดสีจากรองเท้าได้

3. การประคบเย็น

การประคบเย็นประมาณ 15-20 นาที ประมาณ 4 ครั้งต่อวัน สามารถลดอาการคันและแสบร้อนได้

การป้องกันผิวลอกที่ระหว่างนิ้วเท้า

  • เดินเท้าเปลือยเมื่อเป็นไปได้
  • ใส่ถุงเท้าและรองเท้าให้เหมาะสม
  • ใส่รองเท้าแตะเมื่ออยู่ในห้องล็อกเกอร์ หรือบริเวณสระว่ายน้ำ
  • ใส่ถุงเท้าที่ทำจากผ้าที่ดูดความชื้น เพื่อช่วยลดความชื้นจากผิว
  • รักษาเท้าให้แห้งอยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่คับแน่น ทำให้เกิดการเสียดสี
  • ไม่แบ่งปันรองเท้าและถุงเท้ากับคนอื่น
  • ปล่อยให้รองเท้าแห้งก่อนใส่ครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้คนส่วนมากสามารถแก้ปัญหาผิวลอกที่เกิดระหว่างนิ้วเท้าได้เองที่บ้าน แต่ในบางครั้งคุณก็อาจต้องไปพบแพทย์หากการรักษาเบื้องต้นไม่สำเร็จ หรือมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น

  • ผิวระหว่างฝ่าเท้ากลายเป็นสีดำ 
  • มีริ้วสีแดงบนฝ่าเท้า 
  • เท้าอุ่น 
  • มีไข้ 
  • ผื่นระหว่างฝ่าเท้าเริ่มมีของเหลวไหลออกมา

ที่มา: https://www.medicalnewstoday.c...

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ดูในแอป