การรักษา

ตะไคร้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 13, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,352,334 คน

ตะไคร้

ตะไคร้ ผักสวนครัวที่หาได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป หรือจะปลูกเองก็ทำได้ไม่ยาก คนทั่วไปมักใช้ตะไคร้ในการทำอาหารเป็นเครื่องแกงต่างๆ เพราะให้กลิ่นหอมช่วยกลบกลิ่นคาวได้ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตะไคร้ เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ให้สรรพคุณทางยาทั้งต้น มีสารสำคัญและน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รวมถึงประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งในบทความนี้จะมีข้อมูลอะไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลย

ข้อมูลสมุนไพร

ชื่อ:   ตะไคร้ 

โฆษณาจาก HonestDocs
มัวกังวลอยู่ทำไม? ตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ให้สบายใจ

ลดสูงสุด 50% เริ่มต้น 299 บาท! วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายนนี้เท่านั้น

Std adinternal ad

ชื่อวิทยาศาสตร์:  Cymbopogon citratus Stapf

ชื่อวงศ์:   GRAMINEAE (POACEAE)

ชื่อท้องถิ่น:  จะไคร (ภาคเหนือ), ไคร (ภาคใต้), คาหอม (เงี้ยว – แม่ฮ่องสอน), เชิดเกรบ, เหลอะเกรย (เขมร – สุรินทร์), ห่อวอตะโป๋ (กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน), หัวสิงไค (เขมร – ปราจีนบุรี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ตะไคร้เป็นพืชที่มีอายุหลายปี ขึ้นอยู่รวมกันเป็นกอใหญ่ ลำต้นแข็งเกลี้ยง เป็นรูปทรงกระบอก ใบรูปขอบขนานแคบ สีขาวนวลหรือขาวปนม่วง แผ่นใบสากและคม เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ดอกออกเป็นช่อยาว มีดอกเล็กฝอยจำนวนมาก ผลมีขนาดเล็ก เป็นผลแห้งและไม่แตก ไม่ค่อยติดดอกและผล ตะไคร้ปลูกง่าย เจริญงอกงามในดินแทบทุกชนิด

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ทั้งต้น

สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ 

น้ำมันหอมระเหยของตะไคร้ มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ คือ menthol, cineole, camphor และ linalool ช่วยลดอาการแน่นจุกเสียด และช่วยขับลมได้ นอกจากนี้มี citral, citronellol, geraneol และ cineole มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย คือ E. coli

รสและสรรพคุณยาไทย  

  • ราก รสจืด แก้โรคทางเดินปัสสาวะ
  • โคนกาบใบและลำต้น ทั้งสดและแห้ง รสร้อน ช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด

ประโยชน์ของตะไคร้

ตะไคร้เป็นพืชอันทรงคุณค่า เพราะนอกจากนำมาเป็นอาหารแล้ว ยังเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้อีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของตะไคร้ก็มีด้วยกันดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
มัวกังวลอยู่ทำไม? ตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ให้สบายใจ

ลดสูงสุด 50% เริ่มต้น 299 บาท! วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายนนี้เท่านั้น

Std adinternal ad
  1. ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
    สารเคมีที่อยู่ในตะไคร้จะช่วยขับปัสสาวะ ขับสารพิษและกรดยูริกที่มีอยู่ในปัสสาวะให้ออกมาจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยล้างระบบย่อยอาหาร ตับ ตับอ่อน และไต ทำให้ระบบย่อยอาหารสะอาดขึ้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
  2. ลดแก๊สในลำไส้
    ตะไคร้หากนำมาชงเป็นชาดื่มระหว่างวันจะช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหาร ลดอาการท้องอืด ช่วยย่อยอาหารได้ดี เนื่องจากน้ำมันหอมจากตะไคร้มีสารออกฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงช่วยลดการจุกเสียด ช่วยขับลม และยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดท้องเสียได้อีกด้วย
  3. ช่วยลดคอเลสเตอรอล
    ตะไคร้สามารถนำมาใช้ในการรักษาระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการสะสมไขมันในเส้นเลือด และทำให้เลือดสามารถไหลเวียนได้สะดวกขึ้น
  4. ล้างพิษในร่างกาย
    ตะไคร้มีคุณสมบัติช่วยกำจัดพิษออกจากร่างกายได้ โดยล้างพิษได้ทั้งตับและไต นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดระดับกรดยูริก เนื่องจากทำให้ปัสสาวะบ่อย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบกำจัดสารพิษในร่างกายได้อีกด้วย
  5. ป้องกันโรคมะเร็ง
    ตะไคร้เป็นตัวช่วยสำคัญในเรื่องการช่วยรักษาเซลล์มะเร็ง แต่ในการรักษาจะไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติ โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนัง และมีงานวิจัยพบว่า ตะไคร้ยังสามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ด้วย
  6. รักษาความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ
    ปัญหาระบบทางเดินหายใจผิดปกติสามารถบรรเทาลงได้ด้วยน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ ซึ่งจะมีกลิ่นไอเย็นๆ ออกมา โดยในน้ำมันหอมระเหยจะมีส่วนประกอบของวิตามินซีที่จะช่วยลดการอุดตันในทางเดินหายใจได้ดีนั่นเอง
  7. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
    ตะไคร้จะช่วยในเรื่องของการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ที่สำคัญยังสามารถทำให้ลำไส้สามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้กลไกการสร้างภูมิต้านทานแข็งแรงมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย
  8. ต่อต้านเชื้อรา กลาก และเกลื้อน
    ตะไคร้มีสาร citral และ myrcene ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราได้ จึงสามารถนำตะไคร้ไปสกัดเป็นครีมรักษาอาการผิวหนังดังกล่าว

ไอเดียการใช้ตะไคร้เพื่อสุขภาพ

เราสามารถนำประโยชน์ของตะไคร้มาใช้เพื่อบำบัดอาการทางร่างกายได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้บำบัดอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้

  1. ซ่อมแซมระบบประสาท 
    หากนำตะไคร้มาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยโดยผสมกับน้ำมัน Carrier oil แล้วนำมาใช้ทาลงบนผิวจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย หายจากการเป็นตะคริว เป็นการซ่อมแซมและบำรุงระบบประสาทได้เป็นอย่างดี
  2. ช่วยรักษาอาการอักเสบ 
    หากมีอาการอักเสบเกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ให้นำน้ำมันหอมระเหยตะไคร้มาทาบริเวณที่เกิดอาการปวด คุณสมบัติของตะไคร้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและบรรเทาอาการอักเสบจากอาการปวดต่างๆ ได้ เช่น ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ นับเป็นประโยชน์ของตะไคร้อีกข้อที่ไม่ควรมองข้าม
  3. แก้อาเจียน 
    ให้นำตะไคร้มาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำมาดื่ม น้ำตะไคร้จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ ลดอาการเมา และช่วยแก้อาการอาเจียนลงได้ นอกจากนี้ยังเป็นน้ำสมุนไพรที่ช่วยดับร้อน แก้กระหายน้ำได้ดี โดยอาจแปรรูปให้น่ารับประทานหรือรับประทานได้ง่ายมากขึ้น เช่น การนำไปอบแห้งเพื่อใช้เป็นเครื่องดื่ม ชงดื่มต่างน้ำชา
  4. ไล่ยุงและแมลง
    ตะไคร้ที่ใช้ไล่แมลง คือ ตะไคร้หอม ซึ่งเป็นคนละต้นกับตะไคร้ที่ใช้ทำอาหาร จะมีกลิ่นหอมไปทั้งต้น เป็นกลิ่นที่ยุงและแมลง เช่น ตัวริ้นไม่ชอบ ดังนั้น จึงสามารถนำมาไล่ยุงและแมลงได้อย่างเห็นผล นอกจากนี้ ตะไคร้ยังมีฤทธิ์ในการกำจัดลูกน้ำได้ดี หากนำไปปลูกรวมกับพืชชนิดอื่นจะสามารถไล่แมลงได้ ไม่เพียงเท่านั้น การนำน้ำตะไคร้มาผสมกับน้ำสะเดา แล้วนำไปฉีดพ่นพืชผักก็จะสามารถไล่แมลงที่จะมาทำลายพืชพรรณหรือต้นไม้ได้เช่นเดียวกัน

ไอเดียการรับประทานตะไคร้เพื่อสุขภาพ

ตะไคร้เป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของต้นตั้งแต่ราก ใบ ต้น ดอก มีประโยชน์ในด้านสรรพคุณทางยาหลายด้าน ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นทั้งเมนูรับประทานก็ได้ ครบทั้งอรรถรสความหอมอร่อย ขณะเดียวกัน กลิ่นของตะไคร้ยังทำให้สดชื่นขึ้นอีกด้วย ไปดูไอเดียการรับประทานตะไคร้เพื่อสุขภาพดังนี้เลย

  1. ชาตะไคร้ 
    สามารถดื่มเพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็ง เริ่มจากนำตะไคร้และใบเตยมาล้างให้สะอาด หลังจากนั้นนำทั้งหมดลงใส่หม้อต้มจนเดือดซึ่งสามารถเติมน้ำตาลลงไปได้ หลังจากนั้นหรี่ไฟลงและต้มอีก 15 นาที แล้วจึงทิ้งเอาไว้ให้เย็นแล้วนำมาดื่มเป็นชาตะไคร้เพื่อสุขภาพได้
  2. น้ำตะไคร้แอปเปิ้ลเขียว 
    เป็นเครื่องดื่มแก้อาการปวดตามข้อต่าง ๆ อย่างแรกต้มน้ำเปล่าพร้อมผสมเกลือ จากนั้นล้างตะไคร้และแอปเปิ้ลเขียว เมื่อล้างเสร็จแล้วต้องทุบบริเวณปลายโคนให้แตก และหั่นแอปเปิ้ลเป็นซีก เมื่อน้ำเดือดจึงใส่ลงไปพร้อมกัน ต้มจนเดือดอีกรอบ และใส่น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสชาติได้
  3. เมี่ยงข่า 
    เครื่องเคียงที่คล้ายคลึงกับน้ำพริก โดยโขลกข่า ตะไคร้ พริกแห้ง ใบมะกรูด หอมแดง เมื่อโขลกจนเข้ากันก็ปรุงรสโดยใส่น้ำปลาร้า น้ำมะขามเปียก น้ำตาล ผงชูรส คลุกจนเข้ากัน ก็สามารถนำมารับประทานกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวได้เลย
  4. ไก่คั่วตะไคร้ 
    เมนูง่ายๆ รับประทานได้ทั้งครอบครัว เริ่มจากการโขลกรากผักชี พริกไทย ตะไคร้ กระเทียม หลังจากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมัน เมื่อร้อนแล้วจึงใส่ตะไคร้ซอยลงไปคั่วจนมีสีเหลืองกรอบแล้วจึงตักขึ้น นำไก่ลงไปผัด ปรุงรสโดยใส่น้ำตาลทรายและสมุนไพรที่โขลกเตรียมเอาไว้ หลังจากนั้นผัดจนมีกลิ่น ตักใส่จาน เสิร์ฟโรยด้วยตะไคร้ที่นำลงไปทอดครั้งแรก
  5. ยำตะไคร้กุ้งสด 
    เมนูสุดแซ่บที่ทำได้ง่ายๆ อย่างแรกเริ่มจากการลวกกุ้ง เสร็จแล้วเตรียมน้ำยำ โดยละลายน้ำตาลปี๊บด้วยไฟอ่อน หลังจากนั้นเติมน้ำปลา หอมแดง และกุ้งแห้ง เคี่ยวจนเข้ากัน ยกขึ้นใส่ถ้วย เสร็จแล้วใส่พริก หอมแดง มะนาว และน้ำปลาหวานที่ปรุงไว้ เมื่อคนจนเข้ากันใส่ตะไคร้ซอย กุ้งแห้งทอด และกุ้งลวกลงไปคลุกให้เข้ากันแล้วตักเสิร์ฟ
  6. ดับกลิ่นคาวปลาและเนื้อสัตว์ 
    ด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อนำไปประกอบอาหารจำพวกเนื้อปลาก็จะช่วยลดกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดี เช่น เมนูปลานึ่ง ปลาต้ม ดับกลิ่นคาวในเนื้อสัตว์อื่นๆ เพิ่มความหอมให้เมนูจานนั้น และยังช่วยกระตุ้นร่างกายให้เจริญอาหารมากขึ้น จัดว่าเป็นยาบำรุงธาตุที่ดีอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว

วิธีการใช้ตะไคร้รักษาอาการแน่นจุกเสียด

ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

  1. นำตะไคร้ทั้งต้นรวมรากจำนวน 5 ต้น สับเป็นท่อน ต้มกับเกลือ เติมน้ำต้ม 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว ติดต่อกัน 3 วัน อาการปวดท้องจะดีขึ้น
  2. นำลำต้นแก่สดๆ ทุบพอแหลกประมาณ 1 กำมือ (40-60 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม 

ข้อควรระวังในการใช้ตะไคร้

ถึงแม้ประโยชน์ของตะไคร้จะมีมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลเสียเช่นกัน ดังนั้น ก่อนรับประทานตะไคร้จึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรระวังของตะไคร้ให้ดีก่อน โดยมีข้อควรระวังของการนำตะไคร้มารับประทานและใช้ประโยชน์ดังนี้

  1. ทำให้เสี่ยงแท้งได้
    เพราะตะไคร้มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบบีบตัว และมีผลต่อระบบไหลเวียนเลือด ดังนั้น คนที่กำลังตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานตะไคร้ เนื่องจากจะทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัวอย่างรุนแรงจนเสี่ยงต่อการแท้งได้ในที่สุด โดยเฉพาะในคนที่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ และท้องแก่ใกล้คลอด นอกจากนี้น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ก็ไม่ควรใช้เช่นกัน
  2. อันตรายกับผู้ป่วยเป็นโรคบางชนิด 
    ในผู้ที่ป่วยด้วยโรคประจำตัวบางชนิดก็อาจเป็นอันตรายจากการรับประทานตะไคร้ได้เช่นกัน ดังนั้น คนที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังป่วย ควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนว่าสามารถรับประทานตะไคร้ได้หรือไม่ จะได้ไม่เกิดอันตรายจากการรับประทานตะไคร้โดยไม่รู้นั่นเอง
  3. หญิงให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
    ความจริงแล้วยังไม่มีการวิจัยที่แน่ชัดว่าการรับประทานตะไคร้ในหญิงที่ให้นมบุตรจะก่อให้เกิดผลเสียใดๆ หรือไม่ ดังนั้น แพทย์ส่วนใหญ่จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานตะไคร้ในระหว่างที่กำลังให้นมบุตร ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณแม่เองและทารกที่จะได้รับสารอาหารต่างๆ ผ่านทางน้ำนมแม่ด้วย

สรุป   ตะไคร้เป็นพืชผักสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ใส่คู่กับเมนูอาหารจานไหนก็ทำให้เมนูนั้นยิ่งทวีความอร่อยและมีกลิ่นหอมเย้ายวนชวนรับประทาน นอกจากนี้ ประโยชน์ของตะไคร้ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าการรับประทานตะไคร้ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ที่อาจเป็นอันตรายจากการรับประทานตะไคร้ เพราะฉะนั้นในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานตะไคร้ ไม่ว่าจะเป็นหญิงตั้งครรภ์ แม่ให้นมลูก หรือผู้ป่วยด้วยโรคบางชนิด 


ที่มาของข้อมูล

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร, ตะไคร้(http://www.medplant.mahidol.ac...).
อุทยานธรรมชาติวิทยาสิริรุกขชาติ, ตะไคร้(https://www.pharmacy.mahidol.a...), 17 พฤษภาคม 2560.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่