การรักษา

ตะไคร้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
ตะไคร้

ชื่อท้องถิ่น : จะไคร (ภาคเหนือ), ไคร (ภาคใต้), คาหอม (เงี้ยว – แม่ฮ่องสอน), เชิดเกรบ, เหลอะเกรย (เขมร – สุรินทร์), ห่อวอตะโป๋ (กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน), หัวสิงไค (เขมร – ปราจีนบุรี)

ลักษณะของพืช
ตะไคร้เป็นพืชที่มีอายุหลายปี ลำต้นรวมกันเป็นกอ ใบยาวเรียว ปลายแหลมสีเขียวออกเทา และมีกลิ่นหอม ดอกออกเป็นช่อยาว มีดอกเล็กฝอยจำนวนมาก ผลมีขนาดเล็ก ไม่ค่อยติดดอกและผล ตะไคร้ปลูกง่าย เจริญงอกงามในดินแทบทุกชนิด

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ลำต้นและเหง้าแก่ สดหรือแห้ง

ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา : เก็บเหง้าและลำต้นแก่

รสและสรรพคุณยาไทย : รสปร่ากลิ่นหอม บำรุงธาตุไฟ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร แก้คาว

ประโยชน์ของตะไคร้

ตะไคร้เป็นพืชอันทรงคุณค่า เพราะนอกจากนำมาเป็นอาหารแล้ว ยังเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้อีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของตะไคร้ก็มีด้วยกันดังนี้

1. ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

สารเคมีที่อยู่ในตะไคร้จะช่วยขับปัสสาวะ ขับสารพิษและกรดยูริกที่มีอยู่ในปัสสาวะให้ออกมาจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยล้างระบบย่อยอาหาร ตับ ตับอ่อน และไต ทำให้ระบบย่อยอาหารสะอาดขึ้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

2. ลดแก๊สในลำไส้

ตะไคร้หากนำมาชงเป็นชาดื่มระหว่างวันจะช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหาร ลดอาการท้องอืด ช่วยย่อยอาหารได้ดี เนื่องจากน้ำมันหอมจากตะไคร้มีสารออกฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงช่วยลดการจุกเสียด ช่วยขับลม และยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดท้องเสียได้อีกด้วย

3. ช่วยลดคอเลสเตอรอล

ตะไคร้สามารถนำมาใช้ในการรักษาระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการสะสมไขมันในเส้นเลือด และทำให้เลือดสามารถไหลเวียนได้สะดวกขึ้น

4. ล้างพิษในร่างกาย

ตะไคร้มีคุณสมบัติช่วยกำจัดพิษออกจากร่างกายได้ โดยล้างพิษได้ทั้งตับและไต นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดระดับกรดยูริก เนื่องจากทำให้ปัสสาวะบ่อย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบกำจัดสารพิษในร่างกายได้อีกด้วย

5. ป้องกันโรคมะเร็ง

ตะไคร้เป็นตัวช่วยสำคัญในเรื่องการช่วยรักษาเซลล์มะเร็ง แต่ในการรักษาจะไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติ โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนัง แต่ก็ยังมีการทำวิจัยพบว่า ตะไคร้ยังสามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ด้วย

6. รักษาความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ

ปัญหาระบบทางเดินหายใจผิดปกติสามารถบรรเทาลงได้ด้วยน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ ซึ่งจะมีกลิ่นไอเย็น ๆ ออกมา โดยในน้ำมันหอมระเหยจะมีส่วนประกอบของวิตามินซีที่จะช่วยลดการอุดตันในทางเดินหายใจได้ดีนั่นเอง

7. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน

ตะไคร้จะช่วยในเรื่องของการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ที่สำคัญยังสามารถทำให้ลำไส้สามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้กลไกการสร้างภูมิต้านทานแข็งแรงมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

8ต่อต้านเชื้อรา กลาก และเกลื้อน

ตะไคร้มีสาร Central และ myrcene ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราได้ จึงสามารถนำตะไคร้ไปสกัดเป็นครีมรักษาอาการผิวหนังดังกล่าว

ไอเดียการใช้ตะไคร้เพื่อสุขภาพ

เราสามารถนำประโยชน์ของตะไคร้มาใช้เพื่อบำบัดอาการทางร่างกายได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้บำบัดอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้

1. ซ่อมแซมระบบประสาท หากนำตะไคร้มาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยโดยผสมกับน้ำมัน Carrier oil แล้วนำมาใช้ทาลงบนผิวจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย หายจากการเป็นตะคริว เป็นการซ่อมแซมและบำรุงระบบประสาทได้เป็นอย่างดี

2. ช่วยรักษาอาการอักเสบ หากมีอาการอักเสบเกิดขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ให้นำน้ำมันหอมระเหยตะไคร้มาทาบริเวณที่เกิดอาการปวด คุณสมบัติของตะไคร้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและบรรเทาอาการอักเสบจากอาการปวดต่าง ๆ ได้ เช่น ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ นับเป็นประโยชน์ของตะไคร้อีกข้อที่ไม่ควรมองข้าม

3. แก้อาเจียน ให้นำตะไคร้มาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำมาดื่ม น้ำตะไคร้จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ ลดอาการเมา และช่วยแก้อาการอาเจียนลงได้ นอกจากนี้ยังเป็นน้ำสมุนไพรที่ช่วยดับร้อน แก้กระหายน้ำได้ดี โดยอาจแปรรูปให้น่ารับประทานหรือรับประทานได้ง่ายมากขึ้น เช่น การนำไปอบแห้งเพื่อใช้เป็นเครื่องดื่ม ชงดื่มต่างน้ำชา

4. ไล่ยุงและแมลง ตะไคร้เป็นพืชที่มีกลิ่นหอมไปทั้งต้น อีกทั้งเป็นกลิ่นที่ยุงและแมลงอย่างเช่นตัวริ้นไม่ชอบ ดังนั้น จึงสามารถนำมาไล่ยุงและแมลงได้อย่างเห็นผล นอกจากนี้ ตะไคร้ยังมีฤทธิ์ในการกำจัดลูกน้ำได้ดี หากนำไปปลูกรวมกับพืชชนิดอื่นจะสามารถไล่แมลงได้ ไม่เพียงเท่านั้น การนำน้ำตะไคร้มาผสมกับน้ำสะเดา แล้วนำไปฉีดพ่นพืชผักก็จะสามารถไล่แมลงที่จะมาทำลายพืชพรรณหรือต้นไม้ได้เช่นเดียวกัน

ไอเดียการรับประทานตะไคร้เพื่อสุขภาพ

ตะไคร้เป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของต้นตั้งแต่ราก ใบ ต้น ดอก มีประโยชน์ในด้านสรรพคุณทางยาหลายด้าน ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นทั้งเมนูรับประทานก็ได้ ครบทั้งอรรถรสความหอมอร่อยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน กลิ่นของตะไคร้ยังทำให้สดชื่นขึ้นอีกด้วย ไปดูไอเดียการรับประทานตะไคร้เพื่อสุขภาพดังนี้เลย

1. ชาตะไคร้ สามารถดื่มเพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็ง เริ่มจากนำตะไคร้และใบเตยมาล้างให้สะอาด หลังจากนั้นนำทั้งหมดลงใส่หม้อต้มจนเดือดซึ่งสามารถเติมน้ำตาลลงไปได้ หลังจากนั้นหรี่ไฟลงและต้มอีก 15 นาที แล้วจึงทิ้งเอาไว้ให้เย็นแล้วนำมาดื่มเป็นชาตะไคร้เพื่อสุขภาพได้

2. น้ำตะไคร้แอปเปิ้ลเขียว เป็นเครื่องดื่มแก้อาการปวดตามข้อต่าง ๆ อย่างแรกต้มน้ำเปล่าพร้อมผสมเกลือ จากนั้นล้างตะไคร้และแอปเปิ้ลเขียว เมื่อล้างเสร็จแล้วต้องทุบบริเวณปลายโคนให้แตก และหั่นแอปเปิ้ลเป็นซีก เมื่อน้ำเดือดจึงใส่ลงไปพร้อมกัน ต้มจนเดือดอีกรอบ และใส่น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสชาติได้

3. เมี่ยงข่า เครื่องเคียงที่คล้ายคลึงกับน้ำพริก โดยโขลกข่า ตะไคร้ พริกแห้ง ใบมะกรูด หอมแดง เมื่อโขลกจนเข้ากันก็ปรุงรสโดยใส่น้ำปลาร้า น้ำมะขามเปียก น้ำตาล ผงชูรส คลุกจนเข้ากัน ก็สามารถนำมารับประทานกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวได้เลย

4. ไก่คั่วตะไคร้ เมนูง่าย ๆ รับประทานได้ทั้งครอบครัว เริ่มจากการโขลกรากผักชี พริกไทย ตะไคร้ กระเทียม หลังจากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมัน เมื่อร้อนแล้วจึงใส่ตะไคร้ซอยลงไปคั่วจนมีสีเหลืองกรอบแล้วจึงตักขึ้น นำไก่ลงไปผัด ปรุงรสโดยใส่น้ำตาลทรายและสมุนไพรที่โขลกเตรียมเอาไว้ หลังจากนั้นผัดจนมีกลิ่น ตักใส่จาน เสิร์ฟโรยด้วยตะไคร้ที่นำลงไปทอดครั้งแรก

5. ยำตะไคร้กุ้งสด เมนูสุดแซ่บที่ทำได้ง่าย ๆ อย่างแรกเริ่มจากการลวกกุ้ง เสร็จแล้วเตรียมน้ำยำ โดยละลายน้ำตาลปี๊บด้วยไฟอ่อน หลังจากนั้นเติมน้ำปลา หอมแดง และกุ้งแห้ง เคี่ยวจนเข้ากัน ยกขึ้นใส่ถ้วย เสร็จแล้วใส่พริก หอมแดง มะนาว และน้ำปลาหวานที่ปรุงไว้ เมื่อคนจนเข้ากันใส่ตะไคร้ซอย กุ้งแห้งทอด และกุ้งลวกลงไปคลุกให้เข้ากันแล้วตักเสิร์ฟ

6. ดับกลิ่นคาวปลาและเนื้อสัตว์ ด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อนำไปประกอบอาหารจำพวกเนื้อปลาก็จะช่วยลดกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดี เช่น เมนูปลานึ่ง ปลาต้ม ดับกลิ่นคาวในเนื้อสัตว์อื่น ๆ เพิ่มความหอมให้เมนูจานนั้น และยังช่วยกระตุ้นร่างกายให้เจริญอาหารมากขึ้น จัดว่าเป็นยาบำรุงธาตุที่ดีอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว

ตะไคร้เป็นยารักษาอาการต่าง ๆ ดังนี้

  1. อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุดเสียด ใช้ลำต้นแก่สด ๆ ทุบพอแหลกประมาณ 1 กำมือ (ราว 40 – 60 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่มหรือประกอบเป็นอาหาร
  2. อาการขัดเบา ผู้ที่ปัสสาวะขัด ไม่คล่อง (แต่ต้องไม่มีอาการบวม) ให้ใช้ต้นแก่สดวันละ 1 กำมือ (สดหนัก 40 – 60 กรัม แห้งหนัก 20 – 30 กรัม) ต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร) ก่อนอาหาร หรือใช้เหง้าแก่ที่อยู่ใต้ดิน ฝานเป็นแว่นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงเป็นชาดื่มวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยชา พอปัสสาวะสะดวกแล้วจึงหยุดยา

ข้อควรระวังของตะไคร้

ถึงแม้ประโยชน์ของตะไคร้จะมีมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลเสียเช่นกัน ดังนั้นก่อนรับประทานตะไคร้จึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรระวังของตะไคร้ให้ดีก่อน โดยมีข้อควรระวังของการนำตะไคร้มารับประทานและใช้ประโยชน์ดังนี้

1. ทำให้เสี่ยงแท้งได้

เพราะตะไคร้มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบบีบตัว ดังนั้นคนที่กำลังตั้งครรภ์จึงไม่ควรรับประทานตะไคร้เด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัวอย่างรุนแรงจนเสี่ยงต่อการแท้งได้ในที่สุด โดยเฉพาะในคนที่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ และท้องแก่ใกล้คลอด นอกจากนี้น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ก็ไม่ควรใช้เช่นกัน

2. อันตรายกับผู้ป่วยเป็นโรคบางชนิด                               

ในผู้ที่ป่วยด้วยโรคประจำตัวบางชนิดก็อาจเป็นอันตรายจากการรับประทานตะไคร้ได้เช่นกัน ดังนั้นคนที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังป่วย ควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนว่าสามารถรับประทานตะไคร้ได้หรือไม่ จะได้ไม่เกิดอันตรายจากการรับประทานตะไคร้โดยไม่รู้นั่นเอง

3.หญิงให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน

ความจริงแล้วยังไม่มีการวิจัยที่แน่ชัดว่าการรับประทานตะไคร้ในหญิงที่ให้นมบุตรจะก่อให้เกิดผลเสียใด ๆ หรือไม่ ดังนั้นแพทย์ส่วนใหญ่จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานตะไคร้ในระหว่างที่กำลังให้นมบุตร ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณแม่เองและทารกที่จะได้รับสารอาหารต่าง ๆ ผ่านทางน้ำนมแม่ด้วย

ตะไคร้เป็นพืชผักสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ใส่คู่กับเมนูอาหารจานไหนก็ทำให้เมนูนั้นยิ่งทวีรสชาติและมีกลิ่นหอมเย้ายวนชวนรับประทานนอกจากนี้ ประโยชน์ของตะไคร้ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าการรับประทานตะไคร้ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ที่อาจเป็นอันตรายจากการรับประทานตะไคร้ได้ง่าย เพราะฉะนั้นในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานตะไคร้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นคหญิงตั้งครรภ์ แม่ให้นมลูก หรือผู้ป่วยด้วยโรคบางชนิด เป็นต้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่