Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์

ฉีดโบท็อกซ์มีข้อควรระวังอย่างไร วิธีดูแลตนเองก่อนฉีดและหลังฉีด ยี่ห้อของโบท็อกซ์ในไทยมีอะไรบ้าง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,396,139 คน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์

ในปัจจุบัน การบำรุงดูแลผิวหน้าด้วยอาหารและวิตามินเพื่อให้ผิวดูกระชับเต่งตึงอาจไม่เพียงพอสำหรับสำหรับคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน ด้วยวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ นอนดึกตื่นเช้าทุกวันจนไม่มีเวลาดูแลตนเองมากพอ กระทั่งผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย ดูไม่กระชับเหมือนสมัยเป็นวันรุ่น ทำให้หลายคนจำเป็นต้องมองหาเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมดูแลผิวหน้าอื่น ที่จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้ และโบท็อกซ์ก็เป็นหนึ่งในคำตอบที่ใช่และได้รับความนิยมในปัจจุบัน

โบท็อกซ์คืออะไร

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นชื่อทางการค้าของสารสกัดที่เรียกว่า "โบทูลินัม ท็อกซิน เอ" (Botulinum toxin A) จากแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) เป็นนวัตกรรมเพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปใบหน้าซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการให้ผิวใบหน้าไม่หย่อนคล้อย กล้ามเนื้อผิวหน้ามีความกระชับและดูเรียวสวยเต่งจึง นอกจากนี้ โบท็อกซ์ยังนำไปใช้การรักษาอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ได้ด้วย เช่น 

  • ไมเกรน 
  • ตาเข 
  • หนังตากระตุก 
  • กล้ามเนื้อคอหดเกร็ง 
  • กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง 
  • แก้ปัญหาในผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะที่บริเวณมือและรักแร้

แต่อย่างไรก็ตาม ในข้อดีของการใช้โบทอกซ์รักษาอาการต่างๆ ก็ยังมีข้อเสียบางอย่างที่ผู้เข้ารับบริการต้องพึงระวัง เพราะสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอนั้น เป็นสารที่เป็นพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ซึ่งหากได้รับโดยรับประทานเข้าไป ก็อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ หรือทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ และผลลัพธ์จากการฉีดโบทอกซ์นั้นจะไม่ถาวร เพราะสารนี้สามารถสลายไปได้เองภายในเวลาประมาณ 6 เดือน แต่หากผู้ใช้ต้องการเข้ารับการฉีดอีก ก็สามารถมาเติมได้เป็นระยะๆ

ยี่ห้อของผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์มีอะไรบ้าง

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์หลายยี่ห้อให้ผู้เข้ารับบริการและแพทย์ได้เลือกใช้ และแต่ละยี่ห้อก็จะมีขนาดโมเลกุล ความบริสุทธิ์ และปริมาณสารสำคัญที่แตกต่างกัน จึงทำให้คุณสมบัติและราคาแตกต่างกันไปด้วย ได้แก่

  • อัลเลอร์แกน (Allergan) ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นโบท็อกซ์ตัวดั้งเดิมที่ผลิตมายาวนาน มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก และผ่านการพัฒนาเพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมีโอกาสดื้อยาน้อยที่สุด ข้อดีของโบท็อกซ์ยี่ห้อนี้คือ กระจายตัวแคบ ทำให้ควบคุมการฉีดได้แม่นยำ ตรงจุด แต่ในทางกลับกัน หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ ก็จะเห็นข้อผิดพลาดได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคิ้วกระดก ยิ้มแข็งหรือแก้มตอบ
  • ดิสพอร์ต (Dysport) ผลิตในประเทศอังกฤษ มีจุดเด่นคือ กระจายตัวได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้ฉีดในบริเวณกว้าง เช่น ฉีดลดเหงื่อ ลดต้นแขน ลดน่องปูด
  • ซีโอมิน (Xeomin) ผลิตในประเทศเยอรมนี มีจุดเด่นคือ มีการนำสารโปรตีนขนาดใหญ่ตัวอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นออก ทำให้เหลือเฉพาะสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอบริสุทธิ์ และเป็นโมเลกุลเล็ก เมื่อฉีดแล้วจะไม่กระจุกตัวแคบเกินไป และมักได้ผลดีแม้ในกรณีที่ดื้อยา แต่ผู้เข้ารับบริการจะต้องหยุดการฉีดโบท็อกซ์มาแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี และราคาของโบท็อกซ์ยี่ห้อนี้จะค่อนข้างสูง
  • นูโรน็อกซ์ (Neuronox) ผลิตในประเทศเกาหลี คุณสมบัติค่อนข้างใกล้เคียงกับยี่ห้ออัลเลอร์แกน คือ มีการกระจายตัวค่อนข้างแม่นยำใกล้เคียงกัน แต่ราคาจะถูกกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง
  • โบทูแล็กซ์ (Botulax) ผลิตในประเทศเกาหลี จุดเด่นคือ ออกฤทธิ์เห็นผลค่อนข้างไว ราคาประหยัด แต่ข้อเสียคือ สลายตัวเร็ว ไม่ค่อยคงทนยาวนานมากนัก
  • นาโบตะ (Nabota) ผลิตในประเทศเกาหลี จัดเป็นโบทอกซ์ยี่ห้อพรีเมียม มีสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์เร็ว เน้นใช้เพื่อลดเลือนริ้วรอยที่หน้าผาก หางตา ปรับรูปหน้า ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามดูเล็กลง

ผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ที่กล่าวมาข้างต้นทุกยี่ห้อได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยแล้ว แต่ผู้เข้ารับบริการก็ยังต้องระมัดระวังผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ปลอมที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป เพราะสารในผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ปลอมนั้นอาจส่งผลข้างเคียงร้ายแรง และทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ด้วย

และนอกเหนือจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อที่แตกต่างกันแล้ว การกำหนดปริมาณหรือยูนิตในการฉีดโบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อก็จะแตกต่างกันไปกัน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากแพทย์ที่จะเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เหมาะสมให้กับผู้เข้ารับบริการ ซึ่งโดยส่วนมาก แพทย์จะเลือกใช้ปริมาณการฉีดที่น้อยที่สุดแต่เห็นผลชัด เพื่อลดปัญหาการดื้อยา และไม่ให้เกินปริมาณที่แนะนำสำหรับโบท็อกซ์ยี่ห้อนั้นๆ

ในประเทศไทย สารโบท็อกซ์จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ สามารถจำหน่ายได้ผ่านสถานพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่ประจำเท่านั้น ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ผู้เข้ารับบริการจึงควรเลือกใช้บริการกับสถานพยาบาล หรือคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐาน และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มีการเตรียมสารโบท็อกซ์ใหม่ก่อนฉีดทุกครั้ง ไม่ใช่การใช้ของที่ผสมทิ้งไว้นานแล้ว หรือถ้าเป็นไปได้ ผู้เข้ารับบริการอาจขอกล่องบรรจุภัณฑ์กลับมาด้วยหรือถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อจะได้มีข้อมูลการผลิตของผลิตภัณฑ์เก็บไว้ตรวจสอบ

ก่อนฉีดโบทอกซ์ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ก่อนเข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์ ผู้เข้ารับบริการจำเป็นจะต้องเข้าพบแพทย์เสียก่อน เพื่อทำการตรวจผิวหนังและปรึกษาเกี่ยวกับบริเวณที่จะฉีด ดังนั้น ผู้เข้ารับบริการจึงอาจต้องมีการเตรียมตัวดังต่อไปนี้

  • งดรับประทานยา หรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น 
    • ยาแอสไพริน (Aspirin) 
    • ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-SteroidalAnti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) 
    • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) 
    • วิตามินซี 
    • น้ำมันตับปลา 
    • แปะก๊วย 
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • งดรับประทานอาหารประเภทหมูกะทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ 
  • งดรับประทานอาหารที่เผ็ดมากๆ หรือแสบร้อนจนหน้าแดง 
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง 
  • งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด ไม่ควรประคบร้อน

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์

  1. แพทย์ตรวจสอบสภาพผิวที่จะทำการฉีดโบท็อกซ์ และพูดคุยกับผู้เข้ารับบริการว่าจะฉีดบริเวณจุดไหนบ้าง รวมถึงยี่ห้อผลิตภัณฑ์ในการฉีดว่าเป็นยี่ห้อใด
  2. แพทย์จะทายาชาเหรือใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่จะฉีดก่อน เพื่อให้ไม่รู้สึกเจ็บเกินไป
  3. แพทย์ทำการฉัดโบทอกซ์ โดยจะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดสารโปรตีนปริมาณพอเหมาะลงไปที่กล้ามเนื้อ ซึ่งปริมาณของโบท็อกซ์จะมีหน่วยเรียกว่า "ยูนิต" หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า "ยู" เวลาในการฉีดจะประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณที่ฉีด

การทำงานของโบท็อกซ์

หลังจากแพทย์ฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในส่วนที่ต้องการรักษา สารโบท็อกซ์จะเข้าไปจับที่ปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ หรือจะเรียกได้อีกอย่างว่าเป็นการทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นอัมพาตชั่วคราว จึงทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว ซึ่งระยะเวลาที่จะเห็นผลหลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้วจะอยู่ที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ และจะอยู่ได้นาน 3-6 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ หดตัวจนกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ที่ฉีดด้วย

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์

หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้ว ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งมักได้แก่

  • ไม่นอนราบในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีดโบท็อกซ์ เพราะโบท็อกซ์อาจไหลไปในบริเวณที่ไม่ต้องการ
  • ให้นอนหงายหนุนหมอนสูง ในคืนแรกของการรักษา
  • ไม่ประคบร้อนและระวังอย่าให้ลมร้อนจากไดร์เป่าผมไปเป่าบริเวณที่เพิ่งฉีดโบท็อกซ์มาเป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • ไม่นวด กด บีบ คลึง บริเวณที่เพิ่งทำการฉีดโบท็อกซ์มา เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากการทำให้ยากระจายไปออกฤทธิ์ยังบริเวณอื่นได้
  • หากมีอาการบวมแดงหรือช้ำในช่วง 1-2 วันแรกหลังการฉีดโบท็อกซ์ (ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากเข็มฉีดยา) ให้ใช้น้ำแข็งประคบได้
  • ควรไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา และหากพบความผิดปกติก่อนวันนัด เช่น หนังตาตก ปวดศีรษะ ปวดคอ เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง มีอาการแพ้หรือหายใจไม่สะดวก ควรติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อปรึกษาว่าควรเลื่อนการฉีดโบท็อกซ์ออกไปก่อนดีหรือไม่

การดื้อโบท็อกซ์คืออะไร

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "ดื้อโบท็อกซ์" มาก่อน ซึ่งอาการนี้หมายถึง การฉีดโบท็อกซ์แล้วไม่เห็นผลลัพธ์ โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากโปรตีนในสารโบท็อกซ์นั้นมีหลายชนิด ซึ่งเมื่อฉีดเข้าร่างกายไปแล้ว ร่างกายของผู้เข้ารับบริการบางรายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเพื่อต่อต้านสารโปรตีนดังกล่าว ทำให้การออกฤทธิ์ของสารโบท็อกซ์ไม่เห็นผลเท่าที่ต้องการ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการดื้อโบท็อกซ์ขึ้น ได้แก่

  • การใช้โบท็อกซ์ในปริมาณสูงเกินไป
  • การฉีดโบท็อกซ์ที่ถี่เกินไป 

ดังนั้น ผู้เข้ารับบริการจึงควรฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณที่น้อยที่สุด และไม่ควรฉีดเกินปริมาณสูงสุดที่กำหนดให้ฉีดได้ นอกจากนี้ การฉีดแต่ละครั้งยังควรห่างกันมากกว่า 12 สัปดาห์ด้วย ส่วนวิธีแก้ไขเมื่อผู้เข้ารับบริการเกิดอาการดื้อโบท็อกซ์ขึ้น การใช้วิธีฉีดสารโปรตีนเพิ่มขึ้นอาจเป็นวิธีที่ช่วยได้ แต่ทางแก้ที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือ ให้เว้นระยะเวลาการฉีดออกไปก่อน เพื่อให้ร่างกายได้สลายสารสกัดโปรตีนออกให้หมด ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีแล้วค่อยกลับมาฉีดใหม่

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้หลังฉีดโบท็อกซ์

โดยส่วนมาก การฉีดโบท็อกซ์มักไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายร้ายแรง หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงมีการเว้นระยะการฉีดไปไม่ต่ำกว่า 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับสุขภาพบางประการไม่ควรเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ ได้แก่

  • ผู้มีความผิดปกติทางกล้ามเนื้อและระบบประสาท เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia gravis) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis: ALS) ไม่ควรฉีด โบท็อกซ์ เพราะอาจทำให้อาการแย่ของโรคลง
  • หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร แม้จะยังไม่มีรายงานเรื่องอันตราย แต่ก็ไม่มีข้อมูลเพียงพอรับรองว่าปลอดภัยเช่นกัน อีกทั้งในระหว่างการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรจะหลีกเลี่ยงสารเคมีที่อาจส่งผลต่อร่างกายไม่ว่าจะบริเวณไหนก็ตามให้มากที่สุด ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงการฉีดโบทอกซ์ไปก่อน 

ส่วนผลข้างเคียงที่สามารถพบได้ทั่วไป โดยอาจเกิดจากความไม่เชี่ยวชาญของแพทย์ หรือเกิดจากผู้รับบริการปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์ไม่ถูกต้อง จะได้แก่

  • อาจมีอาการปวดศีรษะหรือปวดในบริเวณที่ฉีด 
  • เคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่แข็งและเหนียว เพราะกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์มามีความหนืดมากขึ้น
  • ข้อต่อของขากรรไกรไม่แข็งแรงเท่าเดิม
  • ใบหน้าทั้งสองข้างไม่สมมาตร หรือปากเบี้ยวเวลายิ้ม
  • สำหรับผู้ที่แต่เดิมมีเนื้อแก้มเยอะ เมื่อฉีดโบท็อกซ์จนหน้าเรียวขึ้นแล้ว อาจทำให้เนื้อแก้มห้อยคล้อยลงมา

ส่วนมากผลข้างเคียงที่กล่าวไปข้างต้นนั้น มักส่งผลไม่ร้ายแรงมากนัก และจะเกิดในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น จากนั้นอาการก็จะหายไปเอง แต่ในกรณีที่ส่งผลข้างเคียงระยะยาว ผู้เข้ารับบริการอาจจำเป็นจะต้องรอให้สารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่ฉีดเข้าไปสลายไปเองเสียก่อน แล้วอาการข้างเคียงจึงจะหายไป

ราคาการฉีดโบท็อกซ์ในแต่ละคลินิก

ราคาของโบท็อกซ์ 1 ขวด ขนาด 100 ยูนิต จะมีตั้งแต่ 7,000–30,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและค่าบริการของแต่ละโรงพยาบาลหรือคลินิก สามารถเปรียบเทียบราคาเบื้องต้น และโปรโมชันโบท็อกซ์แนะนำ ที่นี่

ฉีดโบท็อกซ์หางตา ลดรอยตีนกา

  • Arich Clinic ราคา 999 บาท
  • Dr.Alex Clinic ราคา 2,200 บาท
  • La Moon Clinic ราคา 3,999 บาท
  • Minerva Clinic (Botulax) ราคา 7,000 บาท
  • Narawee Clinic (Neuronox) ราคา 8,999 บาท

ฉีดโบท็อกซ์ลดรอยย่นที่หัวคิ้ว

  • Dr.Alex Clinic (Botox) ราคา 3,200 บาท
  • La Moon Clinic ราคา 3,999 บาท
  • Minerva Clinic (Botox) ราคา 7,000 บาท
  • Narawee Clinic (Neuronox) ราคา 8,999 บาท

ฉีดโบท็อกซ์ลดรอยย่นที่หน้าผาก

  • Arich Clinic ราคา 1,999 บาท
  • La Moon Clinic ราคา 3,999 บาท
  • Minerva Clinic (Botox) ราคา 7,000 บาท
  • Narawee Clinic (Neuronox) ราคา 8,999 บาท

ฉีดโบท็อกซ์ยกกระชับหน้า

  • La Moon Clinic ราคา 3,999 บาท
  • Divine Clinic (Botulax) ราคา 3,999 บาท
  • Precious Clinic (Nabota/Neuronox) ราคา 5,999 บาท

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม ปรับหน้าเรียว

  • Finale Clinic (Botulax) ราคา 2,999 บาท
  • Arich Clinic (Neuronox) ราคา 2,999 บาท
  • La Moon Clinic ราคา 3,999 บาท
  • Divine Clinic (Botulax) ราคา 3,999 บาท
  • Precious Clinic (Nabota/Neuronox ราคา 5,999 บาท), ราคา 8,999 บาท
  • Narawee Clinic (Neuronox) ราคา 8,999 บาท

ฉีดโบท็อกซ์ลดขนาดรูขุมขน

  • Arich Clinic (Neuronox) ราคา 1,999 บาท

ฉีดโบท็อกซ์เหมา 100 ยูนิต

  • Vayo Clinic ราคา 11,000 บาท, (Botox) 21,000 บาท
  • Divine Clinic (Botox) ราคา 15,400 บาท
  • Napassaree (Nabota) ราคา 17,999 บาท
  • Narawee Clinic ราคา (Botox) 20,000 บาท

ที่มาของข้อมูล

healthline, The No BS Guide to Getting Natural-Looking Botox (https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/guide-to-botox#stepbystep-botox-prep).

healthline, Comparing the Costs, Results, and Side Effects of Dysport and Botox (https://www.healthline.com/health/dysport-botox).

โรงพยาบาลบางปะกอก 9, การฉีดโบท๊อกซ์ (https://bangpakokhospital.com/procedure/content/การฉีดโบท๊อกซ์)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป