Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ปัสสาวะแล้วรู้สึกเจ็บหรือแสบหรือคันเกิดจากอะไรได้บ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,996,190 คน

ปัสสาวะแล้วรู้สึกเจ็บหรือแสบหรือคันเกิดจากอะไรได้บ้าง

ในปัจจุบันมีโรคที่เกิดจากอวัยวะสืบพันธุ์ภายในของผู้หญิงและผู้ชายมากมาย นับตั้งแต่อาการเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงอาการหนักกันเลยทีเดียว รวมถึงอาการปัสสาวะเจ็บหรือแสบคัน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบอกว่าเรากำลังติดเชื้อที่เนื้อเยื่อบริเวณทางเดินปัสสาวะอยู่ก็เป็นได้

สาเหตุของปัสสาวะเจ็บหรือแสบคัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งวันนี้ เราจองคิวตรวจให้ทันที ไม่ต้องรอ

คัดกรองมะเร็งทุกชนิด เลือกได้จากกว่า 30 โปรแกรม เริ่มต้นเพียง 1,999 บาท

Istock 500358904

1. โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

มักพบในเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการปัสสาวะเจ็บหรือแสบคัน โดยเป็นการติดเชื้อในอวัยวะต่างๆ เช่น ท่อปัสสาวะอักเสบ การติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเชื้อโรคที่ชื่อคลามิเดีย ช่องคลอดอักเสบเพราะภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเปลี่ยนแปลง

ที่พบบ่อยๆ คือการอักเสบจากเชื้อราหรือเชื้อพยาธิในช่องคลอด ส่วนในผู้ชายมักพบว่าอาการปัสสาวะแสบขัด มักมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในต่อมลูกหมาก หรือภาวะต่อมลูกหมากโตในชายอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

2. โรคที่เกิดจากอาการระคายเคืองหรืออักเสบ

เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น มีนิ่วหรือเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ รู้สึกเจ็บหลังมีเพศสัมพันธ์ ช่องคลอดระคายเคืองเพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารฆ่าอสุจิ ช่องคลอดแห้งในผู้หญิงวัยทอง ผู้ที่ทำกิจกรรมโลดโผนรุนแรงอย่างเช่นการขี่ม้าหรือปั่นจักรยาน หรืออาจเกิดจากโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ก็ทำให้มีอาการปัสสาวะเจ็บหรือแสบคันได้ แต่จะพบได้น้อย

หากมีอาการเหล่านี้ ได้แก่ มีเลือดปนมากับปัสสาวะ มีปริมาณตกขาวมาก ปวดหลังหรือปวดเอว มีไข้ เคยมีประวัติเป็นนิ่วในไตหรือกระเพาะปัสสาวะมาก่อน โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์จะต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันที

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งวันนี้ เราจองคิวตรวจให้ทันที ไม่ต้องรอ

คัดกรองมะเร็งทุกชนิด เลือกได้จากกว่า 30 โปรแกรม เริ่มต้นเพียง 1,999 บาท

Istock 500358904

การรักษาโรคที่เกิดจากอาการปัสสาวะเจ็บหรือแสบคัน

แพทย์จะซักถามประวัติและอาการที่เกิดขึ้น รวมถึงอาการผิดปกติอื่นๆ ซึ่งคนไข้จำเป็นต้องเก็บรายละเอียดของอาการที่เกิดเพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์ โดยแพทย์อาจจะต้องมีการตรวจปัสสาวะและทดสอบหาเชื้อโรค หรือตรวจเพิ่มเติมสำหรับใช้ในการวินิจฉัยโรค เช่น การตรวจเลือด ตรวจกระเพาะปัสสาวะโดยวิธีส่องกล้อง หรืออัลตราซาวด์ดูกระเพาะปัสสาวะ แล้วแต่ความจำเป็นตามอาการที่เป็น

1. รักษาตามสาเหตุ

หากเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือกรวยไตอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าเป็นรุนแรงอาจต้องให้ยาทางหลอดเลือด ส่วนโรคท่อปัสสาวะอักเสบจะให้ยาปฏิชีวนะตามสาเหตุที่เป็น สำหรับอาการปัสสาวะเจ็บหรือแสบคันเพราะเป็นโรคช่องคลอดอักเสบ อันเนื่องมาจากติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย แพทย์ก็จะให้ยาปฏิชีวนะที่ใช้สำหรับต้านเชื้อรา

2. รักษาตามอาการ

ต้องดื่มน้ำเปล่ามากๆ ถ้ามีอาการเจ็บปวดสามารถใช้ยาพาราเซตามอนหรือไอบูโพรเฟน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและแพทย์อาจให้ยาปรับสภาพ เพื่อทำให้ปัสสาวะมีภาวะความเป็นด่าง

การป้องกันโรคที่เกิดจากอาการปัสสาวะเจ็บหรือแสบคัน

  • ควรดื่มน้ำมากๆ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ เป็นการทำให้แบคทีเรียในปัสสาวะเจือจางและยังลดความเจ็บปวดขณะปัสสาวะลงได้
  • ผู้หญิงการทำความสะอาดอวัยวะเพศต้องเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง หลังการมีเพศสัมพันธ์ควรรีบปัสสาวะออกเพื่อขับแบคทีเรียออกให้เร็วที่สุด แบคทีเรียจะได้ไม่เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ
  • ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงน้ำยาหรือสบู่ที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองและต้องเช็ดอวัยวะเพศให้แห้งอยู่เสมอ
  • ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานๆ
  • ผู้ที่เป็นสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ด้วยการใช้ยาบรรเทาปวด
  • หากป่วยปัสสาวะเจ็บ แสบ คัน เพราะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ จะต้องรับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด
  • ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคที่ทำให้มีอาการปัสสาวะเจ็บหรือแสบคันและโรคอื่นๆอีกด้วย

อาการปัสสาวะเจ็บหรือแสบคันนี้ มักจะเกิดกับผู้สูงอายุและหญิงมีครรภ์ รวมทั้งผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือมีประวัติการใช้สายสวนปัสสาวะ ดังนั้นเราจึงต้องมีสุขอนามัยส่วนตัวที่สะอาด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และต้องไม่ละเลยการพบแพทย์ที่รักษาโรคประจำตัว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับอาการเหล่านี้อีกต่อไป


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป