ความรู้สุขภาพ

8 สาเหตุหลักของโรคลิ้นเปื่อยและวิธีการรักษา

เผยแพร่ครั้งแรก 29 มี.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
8 สาเหตุหลักของโรคลิ้นเปื่อยและวิธีการรักษา

โรคลิ้นเปื่อยเป็นโรคที่มีอาการปวด และมักปรากฏบริเวณลิ้น มีขนาดแตกต่างกันออกไป โดยปกติแล้วไม่มีอันตรายแต่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลารับประทานอาหาร

สาเหตุของโรคลิ้นเปื่อย

โรคลิ้นเปื่อยอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 27
  1. อาการเจ็บปวด การบาดเจ็บอันเกิดจากการกัดโดนลิ้นโดยไม่ตั้งใจ,กินอาหารร้อน,การแปรงฟันที่ไม่ถูกต้อง,เคี้ยวอาหารแข็ง และการจับยึดอุปกรณ์ทันตกรรมที่ไม่ดี เช่น เหล็กดัดฟันสามารถทำให้เกิดโรคลิ้นเปื่อยได้ ฟันเก หรือฟันคุด ก็อาจขูดลิ้นจนเป็นสาเหตุของแผลและอาการเปื่อย
  2. ความเครียด ความเครียดจะปล่อยสารเคมีเข้าสู่ร่างกายซึ่งส่งผลไปยังทั้งร่างกาย และทำให้เกิดอาการเปื่อยบริเวณลิ้นได้
  3. อาหาร การรับประทานอาหารเช่น ผักและผลไม้ จำพวกส้ม มะนาวมะเขือเทศ อาจทำให้เกิดการเปื่อยบริเวณลิ้น ช็อกโกแลต ถั่ว และอัลมอนด์ ก็อาจช่วยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคลิ้นเปื่อย การขาดวิตามินบี 6 อาจเป็นสาเหตุของอาการปากเปื่อยที่ส่งผลไปยังลิ้นด้วยเช่นกัน
  4. การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่สามารถทำให้ลิ้นเกิดการระคายเคือง การเลิกสูบบุหรี่ก็อาจส่งผลเช่นเดียวกัน ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นครั้งแรกแล้วเลิกก็อาจทำให้เกิดโรคลิ้นเปื่อยได้ด้วย
  5. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสามารถเป็นสาเหตุของอาการเปื่อย เช่นผู้หญิงในช่วงของการมีประจำเดือน
  6. การเจ็บป่วยทางการแพทย์ การติดเชื้อโรคงูสวัด อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณลิ้น อาการเจ็บปวดบริเวณลิ้นถือเป็นลักษณะประจำของโรคของมือ,เท้า และปาก เช่นกัน บางครั้งตุ่มเล็กๆที่เริ่มก่อตัวบริเวณลิ้นอาจบ่งชี้ว่าผู้ป่วยเริ่มเป็นวัณโรค โรคบางชนิดเช่น โรคเบเซ็ท,โรคโครห์น,โรคช่องท้อง,โรคเพมฟิกัสวัลกาลิส,ก็เป็นสาเหตุของอาการปากเปื่อย ซึ่งรวมถึงลิ้นด้วย บางคนอาจจะเจ็บปวดจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเปื่อยได้เช่นกัน
  7. ผลกระทบจากการใช้ยา ในบางครั้งการใช้ยาเช่นยาแก้ปวด หรือยาที่ใช้ในการรักษาโรคอาจทำให้เกิดอาการลิ้นเปื่อยได้
  8. มะเร็งในช่องปาก โรคลิ้นเปื่อยอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งช่องปากได้ มะเร็งช่องปากส่วนใหญ่เริ่มต้นจากบริเวณลิ้น ในช่วงแรกอาจจะไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใดแต่ในช่วงที่โรคพัฒนาแล้ว จะเจ็บปวดจนไม่สามารถทนได้ ควรจะพบแพทย์เมื่อเกิดอาการลิ้นเปื่อยเป็นระยะเวลานาน

การรักษาโรคลิ้นเปื่อย

บ่อยครั้งที่โรคเปื่อยอาจจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ บางครั้งอาจจำเป็นที่จะได้รับการรักษา โรคลิ้นเปื่อยอาจรักษาได้ด้วยการพัฒนาการรักษาสุขอนามัยภายในช่องปาก การใช้เจลหรือสเปรย์พ่น ก็อาจช่วยลดอาการเจ็บปวดลงได้ การใช้น้ำยาบ้วนปากจะช่วยร่นระยะเวลาการรักษาและป้องกันการติดเชื้อ การใช้วิตามินเสริมก็มีส่วนช่วยในการรักษาการขาดสารอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด

ควรหาวิธีการรักษาโดยทันทีหากมีอาการเปื่อยพร้อมกับการเป็นไข้และอาการบวมของลิ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าเป็นการติดเชื้ออย่างรุนแรง เมื่อโรคลิ้นเปื่อยเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานควรเข้าทดสอบว่าเป็นโรคมะเร็งช่องปากหรือไม่


22 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
15 Sore Tongue Remedies: Causes and When to Seek Medical Help. Healthline. (https://www.healthline.com/health/sore-tongue-remedy)
Tongue bumps: Causes, when to see a doctor, and treatment. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/321891)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป