Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ชีพจรขณะหยุดพักที่เร็วขึ้นเป็นสัญญาณที่ควรจะต้องจับตา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,755,039 คน

ชีพจรขณะหยุดพักที่เร็วขึ้นเป็นสัญญาณที่ควรจะต้องจับตา

ชีพจรขณะหยุดพักที่เร็วขึ้นอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจในภายภาคหน้า

ในช่วงที่คุณนั่งอยู่เฉย ๆ หัวใจของคุณจะมีการพัก และเต้นช้าลง หรือที่เรียกกันว่า “ชีพจรขณะหยุดพัก (resting heart rate) การที่คุณมีชีพจรขณะหยุดพักเร็วขึ้นอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจในภายภาคหน้า

ชีพจรของคุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงแต่ละนาที โดยขึ้นอยู่กับว่าคุณยืน นอน ขยับร่างกายอยู่ หรือนั่งอยู่เฉย ๆ รู้สึกเครียด หรือ ผ่อนคลาย แต่ชีพจรขณะพักจะคงที่อยู่ประมาณหนึ่งในแต่ละวัน ค่าปกติของชีพจรขณะพักนั้นจะอยู่ที่ 60-90 ครั้งต่อนาที หากสูงเกิน 90 จะถือว่าอัตราการเต้นของหัวใจนั้นสูงกว่าปกติ

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อชีพจรขณะหยุดพัก พันธุกรรมด้วยส่วนหนึ่ง อายุก็เช่นกันที่จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจนั้นสูงขึ้น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจนั้นช้าลงได้ (Lance Armstrong ในช่วงที่กำลังรุ่งเรืองนั้นมีชีพจรขณะพักเพียง 32 ครั้งต่อนาที) ความเครียด ยา และโรคประจำตัวบางอย่างอาจส่งผลต่อเรื่องอัตราการเต้นของหัวใจได้เช่นกัน

ผลจากการศึกษาสนับสนุนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพที่ดีและชีพจร นักวิจัยจาก Norway ได้รายงานถึงผลการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของชีพจรขณะพักเป็นเวลากว่า 10 ปี โดยได้กลุ่มตัวอย่างมากกว่า 29,000 คน โดยแต่ละคนจะไม่มีประวัติโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดใด ๆ มาก่อน วัดชีพจรขณะพักตอนเริ่มต้นการศึกษา และวัดซ้ำอีกครั้งใน 10 ปีถัดมา โดยการศึกษานี้ได้ตีพิมพ์ใน วารสารการแพทย์ของสมาคมการแพทย์อเมริกัน (Journal of American Medical Association)

เมื่อเปรียบเทียบแล้ว กลุ่มตัวอย่างที่มีชีพจรขณะพักอยู่ที่ต่ำกว่า 70 ครั้งต่อนาทีในตอนเริ่มต้นการศึกษาและเมื่อสิ้นสุดการศึกษา เทียบกับกลุ่มที่ชีพจรขณะพักสูงขึ้นไปมากกว่า 85 ครั้งต่อนาที พบว่ากลุ่มหลังมีแนวโน้มที่ได้เสียชีวิตไประหว่างการศึกษาถึง 90% อัตราเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั้นจะน้อยลงในกลุ่มที่ชีพจรยังคงอยู่ระหว่าง 70-85 ครั้งต่อนาที

แม้ว่า 90% จะดูเป็นอัตราส่วนที่ดูใหญ่และดูน่ากลัว ในกลุ่มตัวอย่างที่มีชีพจรขณะพักต่ำกว่า 70 ครั้งต่อนาทีตลอดการศึกษา พบว่ามีคนตาย 8.2 คนต่อประชากร 10,000 คนต่อปี ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่มีชีพจรขณะพักขึ้นสูงกว่า 85 ครั้งต่อนาที พบว่ามีคนตาย 17.2 คนต่อประชากร 10,000 คนต่อปี

จากผลการศึกษานี้ได้เสนอว่าการลดอัตราการเต้นของหัวใจของคุณนั้นอาจมีประโยชน์ในระยะยาว แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด

แล้วที่อธิบายมาทั้งหมดนี่เกี่ยวกับคุณอย่างไร

คุณไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพียงเพื่อจะคอยตรวจติดตามอัตราการเต้นหัวใจของคุณ เวลาที่ดีที่สุดในการวัดชีพจรคือเช้าหลังตื่นนอน คุณสามารถตรวจเองได้ง่ายโดยจับชีพจรที่บริเวณข้อมือ หรือ คอ นับจำนวนชีพจรที่เต้นใน 15 วินาที จากนั้นนำไปคูณ 4

และเพียงทำตามคำแนะนำสี่ข้อต่อไปนี้ คุณก็สามารถลดอัตราการเต้นหัวใจได้

  • ออกกำลังกายให้มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเดินให้เร็วขึ้น ว่ายน้ำ หรือขี่จักรยาน หัวใจของคุณจะเต้นเร็วขึ้นระหว่างทำกิจกรรมเหล่านี้ และหลังจากนั้นไปอีกสักพักหนึ่ง แต่การออกกำลังกายทุกวันจะค่อย ๆ ลดอัตราการเต้นหัวใจให้ช้าลง
  • ลดความเครียด ลองลดความเครียดโดยวิธีการต่าง ๆ เช่น การทำสมาธิ ไทชิ (ไทเก๊ก) หรือเทคนิคลดความเครียดต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเต้นหัวใจให้ช้าลง
  • เลี่ยงบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีชีพจรขณะพักสูงกว่าคนทั่วไป การเลิกบุหรี่จะทำให้ชีพจรขณะพักกลับมาต่ำลง
  • ลดน้ำหนัก น้ำหนักตัวที่มากขึ้นหมายถึงการที่หัวใจต้องทำงานมากขึ้นเพื่อส่งเลือดหล่อเลี้ยง การลดน้ำหนักจะช่วยลดอัตราการเต้นหัวใจที่สูงขึ้น

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป